Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


กระทู้ถึง นร.ทุนกพ.




กระทู้แนะนำจากเพื่อน ๆ บอกมาค่ะ

จากใจนร.ทุนกพ.คนนึง
ใครที่คิดจะเอาทุนกพ.ขอให้คิดให้ดี

http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H2156272/H2156272.html



สุขสันต์วันปีใหม่ไทยทุกคนค่ะ


โดย อาราเร่ [12 เม.ย. 2546 , 15:19:05 น.] ( IP = 129.206.108.156 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้

ข้อความ 1

กระทู้ยาวมาก อ่านไม่หมด
แต่เห็นปัญหาว่าพูดไปพูดมามันก็ตกอยู่ที่สามประการ

๑ เงินเดือน ผลตอบแทน น้อยกว่าเอกชนมาก
๒ ระบบราชการไม่ยืดหยุ่นและก้าวหน้าพอ
๓ ไม่ชอบงานที่ทำ

ในความเห็นผม ปัญหาข้อ ๑ ดูเหมือนจะเป็นปัญหาแรกๆที่มองเห็น เพราะมันชัดที่สุด แต่คิดว่ารากฐานของปัญหาอยู่ที่

การกระจายรายได้ที่แปลกประหลาดของประเทศกำลังพัฒนา

ให้ดูชาวนาไทย ราชการไทย และ เอกชนไทย
และเปรียบเทียบกับ ขาวนาฝรั่ง ราชการฝรั่ง และ เอกชนฝรั่ง

แล้วดูความแตกต่างของรายได้ดู ไม่รู้ว่าจะเห็นเหมือนกันหรือไม่ ผมว่ามันมีอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้น ใครที่เรียนเศรษฐศาสตร์น่าจะลองศึกษาดู

ปัจจัยหนึ่งที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหานี้อยู่ที่การนำเข้าสินค้าหลายๆอย่างหรือเปล่า ไม่ใช่ตัวเลขการได้ดุลหรือขาดดุล แต่เป็นมูลค่าของสิ่งนั้นๆเลย

เช่นเครื่องมือชนิดหนึ่ง ราคา ๑๐ ยูโร ถ้าเบียร์ในเยอรมันนีราคา ๒ ยูโร เครื่องมือชิ้นนั้นมันก็มีมูลค่าเท่ากับเบียร์ ๕ กระป๋อง มี "คุณค่า" เท่ากับเบียร์ ๕ กระป๋อง ไม่มากไปกว่านั้น

แต่พอเครื่องมือชิ้นนั้นไปถึงเมืองไทย สินค้าราคา ๑๐ ยูโรมีมูลค่าประมาณ ๔๐๐ บาท เบียร์เมืองไทยกระป๋องละ ๔๐ บาท เจ้าสินค้าตัวนี้เลยมีมูลค่า ๑๐ ยูโรเท่าเดิม แต่มี คุณค่าเท่ากับเบียร์ถึง ๑๐ กระป๋อง!!

มีคุณค่าที่ "งอก" ออกมาเองถึง ๑๐๐ เปอร์เซนต์!

ทีนี้เจ้าของพวกนี้มันเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค มันก็เลยทำให้รายจ่ายของประชากรที่ใช้สินค้าพวกนี้ (เช่นคนเมือง) มากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้เงินเดือนต้องปรับตัว

แต่รายได้ชาวนาไม่ได้ปรับตาม เงินเดือนราชการมันก็ปรับยาก

ช่องว่างทางรายได้มันเลยเกิดขึ้น และทำให้เกิดปัญหาต่างๆขึ้นอย่างที่เห็นหรือเปล่า

ใครสนใจลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันดู โดยเฉพาะคนที่เรียนเศรษฐศาสตร์ เพราะที่เขียนมานี่ผมก็นึกเอาเอง มันอาจจะไม่ถูกต้องตามหลักวิชาก็ได้

คุยเรื่องนี้เสร็จก็จะไปคุยต่อประเด็นอืนๆต่อไป (ถ้ามีคนคุยด้วยนะ)

โดย จ๊าก [23 เม.ย. 2546 , 19:54:16 น.] ( IP = 130.225.62.28 : : unknown )

ข้อความ 2

ขอบคุณคุณจ๊ากที่มาแสดงความคิดเห็นไว้ค่ะ

แต่สำหรับตัวเองคิดว่า ยังมีอีกหลาย ๆ ปัจจัยค่ะ
ซึ่งคงถกกันไม่มีวันจบแน่ค่ะ อยากให้กลับไปคิดเป็นการบ้านสำหรับตัวเองในอนาคตมากกว่าค่ะ ทั้งนี้และทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการปรับตัวของแต่ละคนด้วยค่ะ

แต่ที่สำคัญความรู้จักพอของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันด้วยค่ะ


โดย อาราเร่ [23 เม.ย. 2546 , 20:21:08 น.] ( IP = 129.206.108.156 : : )

ข้อความ 3

คิดว่าเราจับคนละประเด็นนะครับ อาราเร่

คือผมอาจจะเขียนไม่เคลียร์ ที่อาราเร่เขียนมา มันเป็นทางออกของปัญหาเกี่ยวกับทุน ก.พ. ที่ว่า

แต่ที่ผมมอง คือผมเห็นว่าปัญหาเกี่ยวกับทุน ก.พ. เป็นกระจกสะท้อนปัญหาทางเศรษฐกิจในระดับที่กว้างกว่า และเจ้าตัวนั้นมันเป็นต้นเหตุของปัญหาอื่นๆอีกหลายปัญหารวมทั้งปัญหาทุน ก.พ. ที่ว่านี้ด้วย

อย่างเสื้อนำเข้าจากเยอรมันนี (สมมติ) ราคาเมืองไทยตัวละพัน...โห...ตัวละพันแน่ะ

แต่ตอนที่เสื้อตัวเดียวกันอยู่ในเยอรมันนี ตัวละยี่สิบห้ายูโร มันก็คงแพงอยู่ แต่ความรู้สึกถึงมูลค่าของมันต่ำกว่าพันบาทในเมืองไทยแน่ๆ

ถ้าสินค้าอุปโภคบริโภคในเมืองไทย ราคาเข้ากันได้กับอาหารการกิน ผมสงสัยว่าเราจะมีปัญหาเรื่องการกระจายรายได้ไหม

หรือไม่ถ้าราคาข้าวปลาอาหารของเราสูงพอๆกับราคาข้าวปลาอาหารในเยอรมันนี (ซึ่งมันจะทำให้เสื้อตัวละพัน ไม่ใช่ โห! ตัวละพันแน่ะ แต่เป็น อ๋อ ตัวละพัน แทน) เราจะยังมีปัญหาเรื่องการกระจายรายได้หรือเปล่า

แบบว่าสงสัยนะ สงสัยจนชักอยากจะเรียนเศรษฐศาสตร์มั่งแล้วเนี่ย

โดย จ๊าก [23 เม.ย. 2546 , 21:10:44 น.] ( IP = 130.225.62.28 : : unknown )

ข้อความ 4

ลองไปอ่านกระทู้นี่ดูแล้วกันค่ะ

เรื่องของกรรม
ตอน ตอบกระทู้นักเรียนทุน

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=tsvd&topic=1412


โดย อาราเร่ [25 เม.ย. 2546 , 16:28:17 น.] ( IP = 129.206.108.156 : : )

ข้อความ 5

อ่านแล้ว นึกไม่ออกว่าจะผูกกับกรณีปัญหาอย่างไรครับ

โดย จ๊าก [25 เม.ย. 2546 , 21:59:39 น.] ( IP = 130.225.62.28 : : unknown )

ข้อความ 6

สิ่งที่คุณจ๊ากถกมา เป็นเรื่องที่ค่อนข้างไกลตัว สำหรับนักเรียนทุน ก.พ. ที่เพิ่งจบใหม่ ๆ เพราะ ณ จุดนี้ คงจะไม่สามารถไปช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การกระจายรายได้ได้ แต่เมื่อได้ทำงานรับใช้ชาติไปสักพักหนึ่ง เมื่อมีโอกาสได้เป็นใหญ่เป็นโต คงมีความสามารถพอที่จะคิดแก้ไขตรงปัญหาในจุดนี้ได้ สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสังคมได้

แต่สิ่งที่ดิฉันได้เสนอมาเป็นการแก้ปัญหาของนักเรียนทุน ก.พ. หลังจากจบและเพิ่งเริ่มจะกลับไปใช้ทุน หรือกลับไปทำงานตามสัญญาที่ได้เซ็นไว้นั่นเอง

ก่อนที่จะมาเรียนและก่อนที่จะเซ็นสัญญา นั่นคือทุกคนย่อมพอทราบแล้วว่า คุณจะจบกลับไปทำงานที่ไหน อย่างน้อยก็ในหน่วยงานราชการนี่แหล่ะ อัตราเงินเดือนเท่าไหร่ น่าจะทราบเพราะอัตราค่อนข้างตายตัวอยู่แล้ว จบปริญญาตรีเท่าไหร่ จบปริญญาโทได้เท่าไหร่ ระบบราชการเป็นอย่างไร จะมาอ้างว่าไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจตรงนี้ หลังจากที่คุณยกค่าตัวคุณเองจากกระดาษแผ่นเดียวนั้น ฟังดูไม่ขึ้นเท่าไหร่ เพราะในสัญญาที่คุณเซ็นไปก็ค่อนข้างระบุชัดเจนอยู่แล้ว

เมื่อคุณเอาภาษีของประชาชนมาเรียนแล้ว ก็น่าที่จะมีสำนึกว่าเราควรจะตั้งใจเรียน (ถึงแม้จะหนีเที่ยวบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เบียดบังเวลาเรียน ให้ภาษีของประชาชนจ่ายค่าเรียนให้คุณ ในขณะที่คุณไม่เรียนให้คุ้มกับค่าเรียนนั้น แถมยังกลับนำภาษีส่วนนั้นไปใช้จ่ายในการท่องเที่ยวอีกต่างหาก) นอกจากนี้แล้ว ก็ควรที่จะปลูกฝังตัวเองด้วยว่า ควรที่จะนำความรู้กลับไปรับใช้สังคม (ไม่ใช่กลับคอยแต่จะคิดหนีทุน) เป็นต้น

ยังมีต่อ ...

โดย อาราเร่ [27 เม.ย. 2546 , 01:05:37 น.] ( IP = 129.206.108.156 : : )

ข้อความ 7

นักเรียนทุน ก.พ. ที่เพิ่งจบไป ต้องตระหนักในตนเองด้วยว่า เราไม่ควรที่จะประเมินตนสูงเกินไป ทั้ง ๆ ที่ก่อนมาเราเป็นแค่เด็กจบชั้นมัธยม หรือแค่ปริญญาตรีเท่านั้น แต่ตอนนี้เรามีวุฒิการศึกษาถึงขั้นปริญญาโท หรือปริญญาเอกก็ตาม เมื่อเทียบดูในกระดาษที่ได้รับมา เพราะฉะนั้นเงินเดือนข้าราชการเท่านี้คุ้มกับความสามารถของเราแล้วหรือ

ทั้ง ๆ ที่เราอาจจะลืมพิจารณาตนเองก่อนว่า เรายังไม่ได้ตอบแทนพระคุณแผ่นดินเลย ยังไม่ได้ทำอะไรให้แผ่นดินเลย ยังไม่ได้ทดแทนภาษีของประชาชนเลย ยังไม่ได้คืนอะไรกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอนที่ให้ทุนเราไปศึกษาเลย แต่เรากลับมาเรียกร้อง คอยแต่จะเปรียบเทียบกับบุคคลอื่น ๆ ที่มีวุฒิทางการศึกษาต่ำกว่าเราบ้างล่ะ หรือเทียบเท่าเราบ้างล่ะ หรือที่ทำงานในบริษัทเอกชน หรือองค์การที่ได้ค่าตอบแทนสูงกว่าที่เราจะได้บ้างล่ะ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่อะไร แต่อยากให้เกิดจุดประกายความคิด จิตสำนึกสำหรับนักเรียนทุน ก.พ. ด้วยว่า

ข้อแรก ความรู้จักพอ ต้องมาก่อน
ข้อที่สอง ให้พิจารณาที่ตนเองก่อน
ไม่ควรจะไปเปรียบเทียบกับใคร เพราะแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน และแต่ละคนต่างก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป

อาจจะยังเป็นคนละประเด็นกับคุณจ๊ากนะคะ


โดย อาราเร่ [27 เม.ย. 2546 , 01:15:19 น.] ( IP = 129.206.108.156 : : )

ข้อความ 8

เห็นด้วยกับกระทู้ทั้งหมดคะ ดิฉันเป็นนักเรียนทุน กพ. คนหนึ่ง จบมาได้หลายปีแล้ว กลับมาทำงานและใช้ทุนเกินระยะเวลาแล้วด้วย ในระยะแรกที่ทำงานก็ไม่ได้รู้สึกว่าเงินเดือนน้อยไปกว่าคนอื่น แต่กลับรู้สึกดีที่ได้กลับไปทำงานในต่างจังหวัดช่วยเหลือคนต่างจังหวัด เราเป็นคนไทยต้องช่วยกันคะ เป็นข้าราชการถึงแม้เงินเดือนจะน้อยแต่ก็มีความมั่นคง ระบบที่ไม่ยืดหยุ่นนั้น ต่อไปถ้าคุณได้ไปทำงานคุณจะพบกับช่องว่างที่อาจเรียกได้ว่าเป็นรูโหว่ ที่ยืดหยุ่นกว่าเอกชนหลายร้อยเท่า จะยุ่งยากแค่การจัดการเรื่องเอกสารต่างๆเท่านั้น ดิฉันคิดว่า ก่อนที่ใครจะขอทุนกพ. ขอให้รู้จักตัวเองก่อนว่ามีความต้องการจะเรียนในสาขานั้นแค่ไหน มีเป้าหมายตรงกันกับที่เจ้าของทุนต้องการหรือ เปล่า ถ้าคำตอบทั้ง 2 ข้อคือไม่ก็ไม่ควรสมัครหรือสอบไปเลย

โดย นักเรียนเก่ากพ. [16 ก.ค. 2546 , 18:05:29 น.] ( IP = 202.44.136.10 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด