รายละเอียดในหัวข้อนี้

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code


สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


หนี้บริษัท อีซี่บาย




เป็นหนี่บริษัท อีซี่บายประมาณ 5หมื่นบาทไม่ได้ผ่อนมาประมาณ 3 งวด บริษัทตามมาถึงบ้านเก่าและแจ้วความกับสถานีตำรวจ เขามีสิทธื์จับเราด้วยเหรอ และเราขอผ่อนจ่ายได้ไหมคะ

โดย นา [21 ก.พ. 2548 , 18:58:40 น.] ( IP = 203.172.44.111 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ][ 11 ]

ข้อความ 1

ก็รีบเอาของไปคืนบริษัทก็สิ้นเรื่องแล้วครับ แล้วก็เตรียมเงินชำระหนี้ที่ค้างชำระกัน ก็เรียบร้อยหมดเรื่องแล้วครับ

โดย ตง [21 ก.พ. 2548 , 19:40:20 น.] ( IP = 202.133.160.148 : : )

ข้อความ 2

เหมือนกันค่ะแต่ไม่ได้เอาของออกมามีคนซื้อต่อไปแล้วเอาเงินมาให้เราแทน เงินก็หมดไปแล้วผ่อนไป สองงวดแล้วตกงานน่ะทำไงดีเค้าจะมายึดอะไรของไม่มีน่ะ

โดย แอน [22 ก.พ. 2548 , 10:04:32 น.] ( IP = 203.172.44.39 : : )

ข้อความ 3

หนี้ที่เกิดขึ้นเป็นหนี้ทางแพ่งซึ่งจะต้องมีการฟ้องร้องและบังคับคดี เท่านั้น
ส่วนวิธีการทวงหนี้นั้น ทางบริษัทก็มีวิธีการทวงหลายประเภท การให้ตำรวจมาด้วยก็เป็นวิธีการหนึ่ง แต่ไม่มีสิทธิจับเรานะ

โดย lex - [22 ก.พ. 2548 , 12:37:41 น.] ( IP = 61.90.20.188 : : )

ข้อความ 4

คุณไม่มีสิทธิที่จะนำสินค้าที่เช่าซื้อไปหาประโยชน์ใส่ตัวคุณเองโดยที่สัญญาเช่าซื้อนั้นยังไม่ได้ทำการส่งมอบหนี้เงินให้เสร็จสิ้นไปนะครับ เพราะกรรมสิทธิ์ในสิ่งของนั้นๆ ยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ

เมื่อคุณแอบนำสินค้าดังกล่าวไปขายให้กับคนอื่น นั้นเป็นการแสดงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ในการใช้สินค้าของคนอื่นครับ โอกาสที่ต้องไปประกันตัวในชั้นตำรวจมี่สูงครับ ผมแนะนำให้คุณเตรียมเงินเพื่อให้ตนได้ประกันตัวตามข้อกล่าวหาของบริษัทเช่าซื้อได้เลยครับ

โดย ตง [22 ก.พ. 2548 , 22:04:17 น.] ( IP = 202.133.161.179 : : )

ข้อความ 5

ผมว่าคุณคงเข้าใจอะไรกันผิดแล้ว สัญญาเช่าซื้อเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ผู้เช่ามีสิทธิตามสัญญาที่จะใช้ประโยชน์ได้ แม้ว่ากรรมสิทธิจะไม่ได้เป็นของผู้เช่าซื้อก็ตาม ซึ่งหากคุณผิดสัญญาคุณก็มีหน้าที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหาย ค่าเสียประโยชน์จากการใช้ทรัพย์ และบริษัท อีซี่บาย ก็ไม่มีนโยบายแจ้งความคดีอาญา เหราะไม่รุ้จะแจ้งฐานใด การผิดสัญญาเป็นเรื่องทางแพ่งที่ผู้ให้เช้าซื้อจะต้องไปฟ้องต่างหาก หรือถ้าหากจะมีการแจ้งความคดีอาญาจริง ผมให้คุณพิจารณาว่าทางตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาคุณว่าอะไร หรือถ้าสงสัยอย่างไรติดต่อมาที่ผมได้ ปัจุบันมีการเช่าซื้อกันมากๆถ้าโดนแจ้งความจริงป่านนี้คดีอาญาคงเต็มศาล คงไม่มีคดีเช่าซื้อกันเต็มศาลวันละหลายร้อยเรื่องหรอกครับ

โดย lex - [23 ก.พ. 2548 , 20:58:39 น.] ( IP = 202.133.177.13 : : )

ข้อความ 6

เจ้าหน้าที่ EASY BUY บางคนแย่มาก ๆ ทวงแบบไร้การศึกษา บอกว่า บริษัท EASY BUY ไม่ใช่บริษัทผม จะเจ๊ง ฉิบหายช่างมัน ผมมีหน้าที่แค่ทวงเงินให้ได้ ไม่ได้แกซวยแน่ อะไรแบบเนี่ย แย่มาก ๆ เลย อย่าไปใช้มัน ให้มันฟ้องเอา ขู่ก็อย่าไปกลัว เราแจ้งความกลับไปเลยคนไม่มีเงินจะกินเหมือนกัน ทีเวลาเราไม่อย่าทำก็มาคะยั้นคะยอให้ทำ...พอเรามีปัญหากลับมาดูถูกเหยียดหยาบแย่มาก ๆ ...เชื่อซิอย่าไปใช้มัน...ฟ้องไปเลย...

โดย โดนเหมือนกัน [24 ก.พ. 2548 , 09:40:31 น.] ( IP = 203.209.25.118 : : )

ข้อความ 7

นั้นแหละความไม่พอดีในการใช้จ่ายหละครับ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีทางอาญานั้น ผมไม่ได้เข้าใจผิด ถ้าผู้เช่าซื้อมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ต่อผู้ให้เช่าซื้อนั้น แล้วความที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์นั้นได้กระทำออกไปแล้วต้องตรงกับความผิดที่กฎหมายอาญาว่าเป็นความผิด เมื่อนั้นก็มีโอกาสสูงที่ต้องโดนดำเนินคดีอาญา (ผมใช้คำว่าโอกาสสูงที่จะโดนดำเนินคดีอาญา ซึ่งก็มีหลายองค์ประกอบ ไม่ใช่ว่าทำผิดแล้วจะต้องรับโทษเสมอไป ยังมีอีกหลายตัวแปรนะครับ โปรดได้ทำความเข้าใจก่อนมีความเห็น ------------ ท่านผู้มีความรู้โปรดอ่านข้อคำแนะนำของผมให้ถูกต้องก่อนที่จะมาพิจารณาเสนอแนะความเห็นต่างๆในความเห็นของผมนะครับ)

ส่วนเรื่องความนั้นจะรกศาลหรือไม่รกศาลนั้นมันอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่ประเด็นในการพิจารณาว่าคนๆ นั้นจะโดนความผิดทางอาญาหรือเปล่าครับ

และเรื่องทั้งหมด มันก็มีทางเจรจาพาทีกันได้ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง และผู้กระทำผิด (ไม่ว่าจะทางแพ่งหรืออาญา) นั้น ไม่ได้เสนอหน้าหยิ่งยโสจองหองในความไม่รู้ผิด เพราะมีคนอ้างตนว่ารู้กฎหมายแบบงูๆ ปลาๆ มาแนะนำ หลอกล่อ เพื่อเอาผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ในทางค้าความหรอกครับ

ขอบคุณที่เสนอแนะจะไขข้อสงสัยให้แก่ผม แต่ผมไม่ขอใช้บริการของคุณหรอกครับ เพราะผมไม่มีผลประโยชน์ใดกับคุณ และไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝงในการหาลูกความ หรือแม้แต่เพิ่มโอกาสให้เป็นความกัน ในเวปบอร์ดนี้ครับ ขอบคุณครับ

โดย ตง [24 ก.พ. 2548 , 21:26:01 น.] ( IP = 202.133.177.150 : : )

ข้อความ 8

เรื่องสัญญาเช่าซื้อ เป็นเรื่องเอกเทศสัญญาชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ในบรรพ 3 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นเรื่องที่ผู้ให้เช่าซื้อ เอาทรัพย์ออกให้เช่าและมีคำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินที่ให้เช่าแก่ผู้ให้เช่าซื้อ และผู้เช่าซื้อตกลงว่าจะชำระค่าเช่าเป็นเท่านั้นเท่านี้คราวตามที่คู่สัญญาตกลงกัน เห็นได้ว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาที่มุ่งโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าเหมือนสัญญาซื้อขายแต่เพียงสัญญาเช่าซื้อกรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปทันทีเหมือนสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ดังนั้นกรรมสิทธิ์ในสัญญาเช่าซื้อยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้ออยู่ ผู้เช่าซื้อเพียงแต่มีสิทธิครอบครองที่จะได้ใช้สอยในทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้ออยู่เท่านั้น ถ้ามีการผิดสัญญาก็เป็นเพียงผิดสัญญาทางแพ่งมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้เท่านั้น ในความคิดเห็นส่วนตัวของผมไม่น่าจะเป็นความผิดทางอาญาได้

โดย barrister - [25 ก.พ. 2548 , 10:46:11 น.] ( IP = 61.19.21.15 : : )

ข้อความ 9

ลองไปเปิดดูแนวฎีกาเก่าๆ หรือแนวล่าสุดก็ได้นะครับ ว่าการเช่าซื้อสามารถเชื่อมต่อกับกรณีของความผิดอาญาที่เกี่ยวกับทรัพย์หรือไม่ ซึ่งเท่าที่ผมได้อ่านเจอมา เห็นอยู่หลายฎีกาเหมือนกัน ไม่ทราบว่าพวกคุณได้อ่านเจอบ้างหรือเปล่าครับ

อย่างกรณีล่าสุดที่ตกเป็นข่าวดังหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่ว่า มี ญ คนหนึ่ง และ ช สองคน ไปตะเวนเช่าซื้อรถยนต์ เมื่อเช่าซื้อรถยนต์ได้ก็หนีหาย แล้วเอารถยนต์นั้นไปขาย หมายศาลก็แปะไป คดีแพ่งก็ดำเนินไป แต่ทำไมสุดท้ายกองปราบต้องไปตามล่าตัวเหล่าอาชญากรเหล่านั้นมาหละครับ (ติดตามข่าวสารบ้างนะครับ จะได้ไม่ตกข่าว)

กรณีเช่าซื้อโดยทั่วไปเป็นมูลแพ่ง แต่หากเจตนาในการใช้ไม่สุจริต และความไม่สุจริตนั้นไปต้องตรงกับสิ่งที่กฎหมายบ้านเมืองบอกว่าผิด เมื่อนั้นก็เป็นความผิดหละครับ ผมไม่ได้บอกว่าทุกกรณีของการผิดสัญญาเช่าซื้อนั้นเป็นความผิดทางอาญานะ โปรดเข้าใจให้ตรงกับความเห็นของผมด้วย

ส่วนเรื่องนโยบายของบริษัทในแต่ละบริษัทมันเป็นเรื่องปลีกย่อยที่หาได้เป็นองค์ประกอบสำคัญของบทบัญญัติที่กฎหมายให้เอาผิดหละครับ

ก็มีความเห็นเท่านี้แหละครับ

โดย ตง [25 ก.พ. 2548 , 20:04:14 น.] ( IP = 202.133.177.4 : : )

ข้อความ 10

เรียนคุณรง
การที่เราแสดงความคิดเห็นในเวบบอรด์นั้น มันเป็นการแสดงความคิดเห็นว่าเป็นอย่างไรไม่ใช่คำพูดของคนบางคนจะถูกเสมอไปนะครับ การเรียนกฎหมายในประเทศไทยเราใช้ระบบ civil law คุณจะมาอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นกฎหมายไม่ได้ และเดี๋ยวนี้การเรียนที่หรือสอบเน ฯ การสอบอัยการผู้ช่วย หรือผู้ช่วยผู้พิพากษา เขาก็เน้นตัวบทเป็นหลักครับ ถ้าคุณเรียนแบบใช้ฎีกามาเป็นหลักกฎหมายผมว่าคุณไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ หรือประเทศอเมริกาดีกว่านะครับ เพราะประเทศไทยยังใช้ระบบซีวิลล์ลอว์อยู่ครับ

โดย barrister - [26 ก.พ. 2548 , 09:57:37 น.] ( IP = 61.19.21.15 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ][ 11 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด