View Topic
คำสารภาพของผู้คลั่งไคล้ระบบตลาด
ข้อความ 1
ยิ่งไปกว่านั้น คำว่า การแข่งขัน ใน การแข่งขันสมบูรณ์ มีความหมายพิเศษในทางเศรษฐศาสตร์ การแข่งขัน ในบริบทนี้หมายถึง การไม่มีอำนาจกำหนดราคา การแข่งขันสมบูรณ์ หมายความเพียงว่าไม่มีความสามารถที่จะตั้งราคาได้เลย เช่นที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ลงทุนจะซื้อหุ้นของบริษัทที่มีการซื้อขายกันในวงกว้างสัก ๑๐๐ หุ้น ถ้าท่านต้องการซื้อหุ้นเดี๋ยวนี้ ท่านก็ต้องยอมรับราคาของตลาด ท่านไม่มีอำนาจที่จะตั้งราคาแตกต่างออกไป
นี่คือความหมายที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากที่แทบทุกคนคิดสำหรับคำว่าการแข่งขันในตลาดหรือในการกีฬา การแข่งขันในการกีฬามีนัยถึงการแย่งชิงกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งได้ อีกฝ่ายก็เสีย ถ้าห้างหนึ่งได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม ห้างอื่นๆ ก็เสียส่วนแบ่ง การแย่งชิงทางเศรษฐกิจก็มีอยู่ด้วยเมื่อห้างร้านมีอำนาจกำหนดราคา แม้จะมีห้างร้านเพียงไม่กี่แห่ง ก็ยังอาจมีการแย่งชิงถ้าทุกร้านพยายามจะให้ได้กำไรและส่วนแบ่งตลาดสูงสุด นี่คือการแข่งขันจริงในระบบเศรษฐกิจตลาด
Stiglitz อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก วิจารณ์นโยบายของ IMF (International Monetary Fund กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) ได้ถูกต้องทีเดียว แต่เขาสับสนที่เชื่อว่าความคิดของ IMF เป็นแบบ คลั่งไคล้ระบบตลาด IMF ในตัวเองย่อมถือเป็นแบบรัฐบาล IMF ช่วยกู้ฐานะรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่ล้มละลายจากการมีงบประมาณขาดดุลมหาศาล การขาดเสถียรภาพทางการเงินที่ IMF ช่วยบำบัดนั้นมีสาเหตุจากการที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ผูกขาดการควบคุมเงินตราที่ไม่มีมูลค่าในตัวเอง (fiat money) IMF เข้าแทรกแซงเพื่อแก้ปัญหาอันเกิดจากการแทรกแซงโดย สุธน หิญ [2 พ.ค. 2547 , 06:24:28 น.] ( IP = 202.133.177.25 : : )
ข้อความ 2
ฝ่ายที่วิพากษ์วิจารณ์ระบบตลาดจำนวนมากพากันตามอย่าง Stiglitz โดยเรียกพวกนิยมตลาดเสรีว่า พวกคลั่งไคล้ ซึ่งฝ่ายเขากล่าวหาว่ามีความไม่ยืดหยุ่นเช่นเดียวกับพวกคลั่งไคล้ศาสนา ตัวอย่าง นักการเงิน George Soros กล่าวในหนังสือ The Crisis of Modern Capitalism ของตนว่าอันตรายสำคัญต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของโลกคือ ความคลั่งไคล้ระบบตลาด ตามที่ Soros กล่าว พวกคลั่งไคล้ระบบตลาดเชื่อว่าผลประโยชน์ของส่วนรวมจะดีได้ก็ด้วยการตกลงใจของแต่ละบุคคล ส่วนการปฏิบัติแบบรวมหมู่กัน (collective action) จะบิดเบือนกระบวนการของตลาด Soros เชื่อว่าตลาดการเงินไม่มีเสถียรภาพในตัวเองและความคลั่งไคล้ระบบตลาดได้ทำให้เศรษฐกิจของโลกอ่อนแอและไม่ยั่งยืน Soros กล่าวว่าวิธีแก้ไขคือเราต้องมีองค์การระหว่างประเทศที่มีอำนาจเป็นผู้ทำการตัดสินตกลงใจในระดับโลก
นักวิพากษ์เหล่านี้ไม่เข้าใจตลาดเสรีอย่างแท้จริง ไม่ว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จเพียงใดในกิจการทางการเงิน การตัดสินตกลงใจจำนวนมากในตลาดมีลักษณะรวมหมู่กัน ห้างหุ้นส่วน สหกรณ์ บรรษัท และสมาคมจะทำการตัดสินตกลงใจในเรื่องสำคัญในลักษณะกลุ่ม เช่น คณะกรรมการ หรือด้วยการออกเสียงลงคะแนนโดยฝ่ายเจ้าของหรือสมาชิก การตกลงใจที่สำคัญของแต่ละบุคคลคือจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสโมสรหรือชมรมหรือไม่ ถ้าสมัครใจเข้าร่วมก็ต้องยินยอมปฏิบัติตามกฎระเบียบและกรรมวิธีตัดสินใจร่วมกัน นี่คือระบบรวมอำนาจ (collectivism) แบบสมัครใจ แทนที่จะเป็นระบบที่รัฐบาลใช้อำนาจบังคับโดย สุธน หิญ [2 พ.ค. 2547 , 06:26:03 น.] ( IP = 202.133.177.25 : : )
ข้อความ 3
ตลาดการเงินไม่มีเสถียรภาพในตัวเองหรือ? ระบบเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ โดยแท้จริงแล้วไม่มีเสถียรภาพ ดังที่เราได้เห็นการที่เศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรงในเอเชียตะวันออก รัสเซีย และอาร์เจนตินาในทศวรรษที่นับแต่ ค.ศ.1990 และการตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ (the Great Depression) ในทศวรรษที่นับแต่ ค.ศ.1930 แต่ระบบเศรษฐกิจต่างๆ ของโลกไม่เคยเป็นระบบตลาดเสรีอย่างแท้จริง ตลาดถูกบิดเบือน ทำให้ผิดเพี้ยน แผกรูปไป โดยการแทรกแซงของรัฐบาล การตั้งข้อจำกัดและการทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่นในด้านภาษี จะไปทำให้สัญญาณของตลาด เช่น ราคา อัตราดอกเบี้ย และผลกำไร บิดเบือนไป ในระบบตลาดแท้ๆ สัญญาณเหล่านี้จะทำให้เกิดเสถียรภาพด้วยการจัดสรรทรัพยากรที่หายากไปยังที่ซึ่งมีความต้องการมากที่สุด แต่ปัจจุบันสัญญาณเหล่านี้ถูกเปลี่ยนแปลงไป อันมีเหตุมาจากคำสั่งของรัฐบาล นี่คือเหตุผลที่ตลาดปัจจุบันไม่มีเสถียรภาพและเป็นแบบลักทรัพย์ด้วย องค์การที่มีอำนาจหน้าที่ระดับโลกซึ่งเข้าแทรกแซงตลาดอาจจะทำให้ความไม่มีเสถียรภาพทั้งหลายมีพลังทำลายล้างมากยิ่งขึ้น
พวกที่วิพากษ์ตลาดเสรีมีความคิดสับสน นึกว่าตลาดปัจจุบันเป็นเสรี ตัวอย่างหนึ่งคือบทความ 'Poverty, Market Fundamentalism and the Media' ใน AlterNet (www.alternet.org) 19 มิ.ย. 2001 โดย Palagummi Sainath เขาได้วิจารณ์กิจกรรมของสหประชาชาติ ธนาคารโลก และ IMF ว่าล้มเหลวในการขจัดความยากจน แต่สมาชิกของสถาบันเหล่านี้คือรัฐบาลประเทศต่างๆ พวกที่วิพากษ์ระบบตลาดเรียกร้องต้องการการตัดสินใจระดับระหว่างประเทศ แต่แล้วก็ติเตียนผลที่ได้ของสถาบันระหว่างประเทศเช่น IMF ในด้านความคลั่งไคล้ระบบตลาด! ในโลกของตลาดเสรีที่แท้จะไม่มีองค์การที่ทำหน้าที่แบบรัฐบาลเช่น IMF หรือธนาคารโลกโดย สุธน หิญ [2 พ.ค. 2547 , 06:27:05 น.] ( IP = 202.133.177.25 : : )
ข้อความ 4
Samuel Brittan ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในบทวิจารณ์ชื่อ 'The straw man of market fundamentalism' ในวารสาร Economic Affairs 12/01 ต่อหนังสือ Just Capital: The Liberal Economy ของ Adair Turner ว่า ความคลั่งไคล้ระบบตลาด คือหุ่นฟาง เพราะพวกคลั่งไคล้ระบบตลาดที่แท้แทบไม่มีอิทธิพลทางการเมืองเลย เจ้าหน้าที่รัฐบาลเรียกระบบนี้ว่า ตลาดเสรี ทั้งๆ ที่ความจริงมีการแทรกแซงมากมายซึ่งส่งผลกระทบมหาศาลต่อเศรษฐกิจ
ข้าพเจ้าเชื่อว่าตลาดที่ไม่ถูกแทรกแซงจะทำงานได้ดี และการแทรกแซงทำให้ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปในทางเลวร้าย ทั้งนี้โดยอาศัยตรรกศาสตร์และประจักษ์พยานของเศรษฐศาสตร์ที่แท้ มิใช่ลัทธิหุ่นฟางว่าด้วยความรู้สมบูรณ์และการไม่มีอำนาจกำหนดราคาเลย
พวกที่วิพากษ์ระบบตลาดมีความสับสนโดยเชื่อว่ารัฐบาลจะต้องแก้ไขความล้มเหลวของตลาด และ เชื่อว่านโยบายของรัฐบาลต่างๆ คือระบบตลาดเสรี! ตรงกันข้าม พวกคลั่งไคล้ระบบตลาดที่แท้มีความเชื่อที่ต่อเนื่องและชัดแจ้งว่าระบบตลาดนั้นเป็นไปโดยใจสมัคร ดังนั้น นโยบายของรัฐบาลที่ใช้บังคับจึงเป็นการแทรกแซงและไม่ใช่ส่วนหนึ่งของระบบตลาด ใจของข้าพเจ้าคิดกบฏต่อความไม่สอดคล้องกันในด้านการรู้คิด (cognitive dissonance) ความเชื่อที่จริงแท้ดังเช่นที่เกี่ยวกับความคิดอันขัดแย้งกัน
นี่คือเหตุผลที่ข้าพเจ้าภูมิใจสารภาพว่าข้าพเจ้าเป็นผู้คลั่งไคล้ระบบตลาด.
หมายเหตุผู้แปล - คงจะต้องตั้งข้อสังเกตไว้ว่า การทำงานอย่างมีระเบียบของสังคมจะต้องอาศัยการให้เอกสิทธิ์แก่บุคคล ซึ่งเป็นการจำกัดการแข่งขัน ซึ่งผู้อื่นไม่ได้เอกสิทธิ์นั้น เช่น เอกสิทธิ์ในการประกอบการรถโดยสารหรือรถไฟฟ้าประจำทาง เมื่อเอกสิทธิ์นั้นมีมูลค่าในการแลกเปลี่ยนในตลาดขึ้นมา จะต้องรับรู้ว่ามูลค่านี้สังคมเป็นผู้สร้าง ดังนั้นเพื่อความยุติธรรม สังคมจึงต้องนำเอามูลค่านี้มาเป็นกองทุนเพื่อแจกจ่ายให้โดยเท่าเทียมกันแก่สมาชิกทุกคนของสังคม และ/หรือ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของสังคมตามที่จะตกลงกันโดยวิถีประชาธิปไตย (จาก www.thaidoweb.com/freeboard/webboard.php?Category=econbuu กระทู้ที่ ๑๘ ลัทธิปัจเจกนิยมแบบร่วมมือกัน หลักการแรกๆ ข้อ ๖).โดย สุธน หิญ [2 พ.ค. 2547 , 06:28:21 น.] ( IP = 202.133.177.25 : : )
ข้อความ 5
ขออนุญาตแนะนำเว็บไซต์ดีๆ
๑. Search engine ทางเศรษฐศาสตร์ ความเป็นธรรม ภาษี สิ่งแวดล้อม www.askhenry.com
๒. เรียนเศรษฐศาสตร์ระยะสั้นทางอินเทอร์เนตจากสหรัฐฯ เกือบฟรี www.henrygeorge.org (ผมเรียนแล้ว ๓ หลักสูตร ตั้งแต่ยังเป็นการเรียนทางไปรษณีย์)
๓. หนังสือ Progress and Poverty ของ Henry George พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ.๑๘๗๙ (กว่าร้อยปีมาแล้ว) มีผู้แปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย
ก. ฉบับเต็มภาษาอังกฤษ www.schalkenbach.org/library/george.henry/ppcont.html หรือ download ได้จาก www.taxreform.com.au/hg/main.htm ในรูป zipped Microsoft word document ขนาด 385K
ข. ฉบับเต็มภาษาไทย www.thai.net/econ_buu/suthon (ที่นี่มีหนังสือเศรษฐศาสตร์ภาษาไทย ความยากจนที่ไม่เป็นธรรม อยู่ด้วย)
ค. ฉบับย่อภาษาอังกฤษเหลือประมาณ ๔๐% (concise yet comprehensive) โดย A.W. Madsen www.henrygeorge.org/pplink.htm
ง. ฉบับ supercondensed เหลือเพียง ๒% โดย Dr. James L. Busey ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์ http://unitax.org/progress
จ. ฉบับ supercondensed ภาษาไทย www.rimpingfunds.com/writing/Suthon/1.htm
ฉ. ฉบับ synopsis โดย Alfred J. Katzenberger, Jr. แก้ไขเล็กน้อยจากฉบับ supercondensed www.progress.org/cg/pandp1.htmโดย สุธน หิญ [2 พ.ค. 2547 , 06:29:50 น.] ( IP = 202.133.177.25 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด