รายละเอียดกระทู้

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


พระนเรศวรในราชพงศาวดารกรุงกัมพูชา




พระนเรศวรในราชพงศาวดารกรุงกัมพูชาราช : พงษาวดารกรุงกัมพูชา ตอนที่ ๒ ตั้งแต่สมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดีจนถึงองค์สมเด็จพระนโรดม : แต่ปีขาล จุลศักราช ๑๑๕๖ จนถึงปีมโรง จุลศักราช ๑๒๖๖ : หน้า ๙0 ถึง ๑0๑

โดย ขุนนางอยุธยา [26 ธ.ค. 2549 , 14:09:59 น.] ( IP = 203.113.57.69 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ] [ 2 ]

ข้อความ 1

พระนเรศวรในราชพงศาวดารกรุงกัมพูชา : ราช พงษาวดารกรุงกัมพูชา ตอนที่ ๒ ตั้งแต่สมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดีจนถึงองค์สมเด็จพระนโรดม : แต่ปีขาล จุลศักราช ๑๑๕๖ จนถึงปีมโรง จุลศักราช ๑๒๖๖ : หน้า ๙0 ถึง ๑0๑

โดย ขุนนางอยุธยา [26 ธ.ค. 2549 , 14:11:14 น.] ( IP = 203.113.57.69 : : )

ข้อความ 2

พระนเรศวรในราชพงศาวดารกรุงกัมพูชา



จ.ศ. ๔๓๘ ลุศักราช ๔๓๘ ( พ.ศ. ๒๑๑๙ ) ปีชวด สมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ได้เสวยราชสมบัติที่ค่ายลงแวกได้ ๑๑ ปี พระชนม์พรรษาได้ ๕๗ ก็เสด็จสู่สวรรคต จึงพระสัตถาซึ่งเปนพระราชบุตร ประสูตรเมื่อปีฉลู พระชัณษาได้ ๒๔ ปี ได้ขึ้นครองราชสมบัติสนอง พระราชบิดาในปีชวดนั้นเอง ทรงราชาภิเษกแล้ว ถวายพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระราชโองการ พระบรมรามาธิราชธิบดี สถิตย์ ณ ค่ายลงแวก พระองค์ทรงตั้งพระราชวงษ์สูงศักดิ์ฝ่ายในเปนพระอรรครมเหษี มีพระนามว่า สมเด็จพระภัควดีศรีจักรพรรดิราชา พระองค์มีพระราชบุตรกับพระอรรครมเหษี ๒ พระองค์

๑ พระไชยเชษฐา

๒ เจ้าพระยาตน

แลมีพระราชบุตรกับพระแม่นางแพงลาวอิกองค์ ๑ ทรงนามว่า เจ้าพระยาโยม

โดย ขุนนางอยุธยา [26 ธ.ค. 2549 , 14:13:07 น.] ( IP = 203.113.57.69 : : )

ข้อความ 3

จ.ศ. ๙๔๒ ลุศักราช ๙๔๒ ( พ.ศ. ๒๑๒๓ ) ปีมโรงพระชัณษาได้ ๒๘ พรรษา พระองค์ได้ยกกองทัพไปตีเขตรแดนกรุงศรีอยุธยามีไชยชนะ กวาดต้อนได้ครอบครัวมาบ้าง แล้วนายทัพ นายกอง ก็นำมาถวายพระองค์


จ.ศ. ๙๔๖ ลุศักราช ๙๔๖ ( พ.ศ. ๒๑๒๗ ) ปีวอก เสวยราชสมบัติได้ ๙ พรรษา พระชนมายุได้ ๓๒ ปี พระองค์ทรงสบพระราชหฤทัยในพระราชหฤทัยในพระราชบุตรทั้ง ๒ จึงทรงเศกให้เปนกระษัตริย์ขึ้นครองราชสมบัติเปน ๓ องค์กับพระองค์



พระราชบุตรองค์ที่ประสูตรปีจอ พระชัณษาได้ ๑๑ พรรษา ได้ราชาภิเษก ถวายพระนามว่า พระไชยเชษฐาธิราชรามาธิบดี



ราชบุตรองค์น้องประสูตรปีชวด พระชัณษาได้ ๙ พรรษา ได้ราชาภิเษกถวายพระนามว่า พระราชโองการ พระบรมราชาธิราชรามาธิบดี

โดย ขุนนางอยุธยา [26 ธ.ค. 2549 , 14:14:28 น.] ( IP = 203.113.57.69 : : )

ข้อความ 4

จ.ศ. ๙๕๒ สมเด็จพระบรมบพิตรทั้ง ๓ พระองค์ได้ทรงราชย์รวมกันต่อมา / ลุศักราช ๙๕๒ ( พ.ศ. ๒๑๓๓ ) ปีขาล จึงสมเด็จพระนเรศวรกระษัตริย์เมืองไทย ใช้หมอ ๒ คน ผู้ซึ่งรู้ศิลปวิทยาคมในกาลบรรจุกฤติยาคุณ ให้ถือบวชเพศเปนสงฆ์ขึ้นไปเมืองลาวแล้วลงมายังกรุงกัมพูชา สำนักอยู่กับสมเด็จพระสังฆราช


จ.ศ. ๙๕๓ ลุศักราช ๙๕๓ ( พ.ศ. ๒๑๓๔ ) ปีเถาะ พระสงฆ์สองรูปนั้นกระทำกฤติยาคุณ พระองค์ได้ถูกคุณกฤติยาคุณของเขา พระสติผันแปร เสวย์แต่น้ำจัณฑ์ทุกวันทุกคืน พระองค์ทรงให้ทำนำพระพุทธรูปอัฐรัศทั้ง ๔ องค์ไปเผาไฟ แล้วให้เอาถ่านขี้เท่าไปบรรจุในพระวิหาร ( วัดอะไรต้นฉบับมิได้กล่าว )



จ.ศ. ๙๕๔ ลุศักราช ๙๕๔ ( พ.ศ. ๒๑๓๕ ) ปีมโรง พระสงฆ์หมอกฤติยาคุณ ๒ รูปนั้น ได้มีหนังสือลอบส่งข่าวคราวความประพฤติเหตุไปยังเมืองไทย ฯฯ

โดย ขุนนางอยุธยา [26 ธ.ค. 2549 , 14:16:13 น.] ( IP = 203.113.57.69 : : )

ข้อความ 5

จ.ศ. ๙๕๕ ลุศักราช ๙๕๕ ( พ.ศ. ๒๑๓๖ ) ปีมเสง พระชัณษา ๔๑ พรรษา เสวยราชสมบัติได้ ๑๘ ปี เวลานั้นน้ำในอ่างก็แห้งงวด ไม่มีน้ำติดก้นอ่างเลยแม้แต่สักขอด ส่วนอ่างปล่าวนั้นก็มีอาการเอียงไปข้างทิศตะวันตก ( ทิศนั้น หมายความว่า กรุงศรีอยุทธยา )




ครั้นอยู่ต่อมาถึงเดือนอ้าย ( ในปีมเสงนั้นเอง ) สมเด็จพระนเรศวรกระษัตริย์เมืองไทย ได้ทรงกรีฑาทัพมีไพร่พลถึงสามแสน ยกมาถึงปลายแดนเมืองพระตะบอง ออกญามโนไมตรี จึงมีหนังสือบอกกล่าวเรื่องกองทัพไทยที่ยกมาไปถึง ออญาจักรี เพื่อให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาให้ทรงทราบ เมื่อทรงทราบแล้วโปรดให้มีสารตราตอบชี้แจงไปยัง ออญาโนไมตรี มีข้อความว่า อย่าให้รบกับกองทัพไทย จงเปิดทางให้กองทัพไทยเดินเข้ามาเถิด จึงสมเด็จพระอนุชา ( พระนามว่าอะไรในต้นฉบับมิได้กล่าว ) รับสั่งให้ ออกญาจักรี มีหมายประกาศไปให้บรรดาเจ้าเมืองกรมการที่อยู่ตามรายทาง ตั้งแต่เมืองลเวียเอีย จนตลอดถึงเมืองโพธิสัตว์ ให้กวาดต้อนครอบครัวซึ่งอยู่ตามสองข้างทางที่กองทัพไทยจะยกมานั้น เข้ามารอคอยอยู่ข้างนอกค่ายลงแวกจนสิ้น แล้วดำรัสสั่งให้มุขมนตรีเสนีเสนาจัดเตรียมเครื่องสาตราวุธพร้อมด้วยช้างม้าให้รออยู่ข้างนอกค่าย ครั้นพระราชโองการ พระบรมราชา ทรงทราบว่า สมเด็จพระนเรศวร ได้เสด็จกรีธาทัพมาจวนจะถึงค่ายลงแวกแล้ว พระบรมราชาก็เสด็จขึ้นทรงช้างพระที่นั่งออกจากค่ายลงแวก พร้อมด้วยมุขมนตรีเสนีเสนาฝ่ายน่าฝ่ายในไพร่พล ครอบครัวที่ตามเสด็จพากันออกจากเมืองไป ครั้นเดินทางมามิทันไร ก็ได้ปะทะพบกับกองทัพสมเด็จพระนเรศวร บรรดาไพร่พลตกใจพากันแตกหนีกระจัดกระจายไป ส่วนพระองค์พระบรมราชาได้เสด็จหนีไปลงเรือพร้อมกับพระราชบุตรแลพระอรรครมเหษีข้ามไปประทับอยู่ในเมืองเสร๊ยสนทอ์ร ( ศรีสุนทร ) ( ๑ )

โดย ขุนนางอยุธยา [26 ธ.ค. 2549 , 14:17:47 น.] ( IP = 203.113.57.69 : : )

ข้อความ 6

ส่วนสมเด็จพระนเรศวร ก็เสด็จเข้าไปในค่ายลงแวก ได้พระศรีสุริโยพรรณ ซึ่งเป็นพระราชอนุชากับพระราชบุตร แล้วให้เก็บรวบรวมพระทรัพย์ด้วยแล้วได้พระศรีไชยเชษฐ ซึ่งเป็นสมเด็จพระอนุชาอิกด้วยแลได้มุขมนตรีบางคมพร้อมกับเครื่องสาตราวุธ ให้เก็บรวบรวมไว้ ณ ที่ส่วนหนึ่ง แต่พระขรรค์สำหรับราชย์แลบรรดาเครื่องสิ่งซึ่งเป็นของสำหรับพระขรรค์นั้น มีปโรหิตนำหนีรอดพ้นไปได้ ฯฯ



จ.ศ. ๙๕๖ ลุศักราช ๙๕๖ ( พ.ศ. ๒๑๓๗ ) ปีมเมีย พระศรีสุริโยพรรณพระชัณษาได้ ๓๘ ปี แต่ส่วนพระไชยเชษฐนั้นพระชัณษาเท่าใดไม่ปรากฏ กองทัพไทยได้พาพระองค์ไปยังกรุงศรีอยุธยาในปีมเมียนั้นเอง แต่ส่วนพระเชษฐาประทับอยู่ ณ เมือง เจิงเปร๊ย ( ตีนป่า ) เห็นว่าสมเด็จพระราชโองการ พระบรมราชา ได้เสด็จไปประทับอยู่เมืองเสร๊ยสนทอ์รแล้ว ให้ขอพระราชเทพีทั้ง ๒ จากพระองค์ พระองค์ก็ทรงโปรดให้ แต่ส่วนพระองค์กับพระอรรครมเหษีแลพระราชบุตรได้เสด็จไปประทับอยู่เมืองลาว ( ในตอนตรงนี้ดูไม่ใคร่จะได้ความดี ) ฯฯ



จ.ศ. ๙๕๗ ลุศักราช ๙๕๗ ( พ.ศ. ๒๑๓๙ ) ปีมแม พระเชษฐาซึ่งประทับอยู่ที่เมืองเจิงเปร๊ย ได้ยกทัพมาขับไล่ไทยออกไปจากเมืองเขมรไป ( ๒ )



จ.ศ. ๙๕๘ ลุศักราช ๙๕๘ ( พ.ศ. ๒๑๓๙ ) ปีวอก ทรงราชย์ได้ ๓ ปี พระชัณษาได้ ๕๒ มีฝรั่งสองคนพี่น้องมาจากเมืองลาว ฝรั่งสองคนนี้ พระราชโองการซึ่งเสด็จไปอยู่เมืองลาวนั้น ได้ขอเขาเปนบุตรบุญธรรม ครั้นฝรั่งสองคนนี้มาถึงพระเชษฐาที่ประทับอยู่ ณ เมืองเจิงเปร๊ย พระองค์ทรงคิดจะฆ่าเสีย แต่ฝรั่งรู้ตัวจึงมาฆ่าพระเชษฐาที่เมืองเจิงเปร๊ย ถึงซึ่งทิวงคตเสียก่อน ส่วนพระราชโองการ พระบรมราชา กับ พระราชบุตรผู้พี่ซึ่งประทับอยู่เมืองลาว ทรงพระประชวร แล้วก็สวรรคตในเวลานั้นด้วยฝรั่งจึงจ้างคนเขมรให้ไปอัญเชิญพระราชโองการ ซึ่งเปนพระราชบุตรผู้น้องมาจากเมืองลาว

โดย ขุนนางอยุธยา [26 ธ.ค. 2549 , 14:21:15 น.] ( IP = 203.113.57.69 : : )

ข้อความ 7

จ.ศ. ๙๕๙ ลุศักราช ๙๕๙ ( พ.ศ. ๒๑๔0 ) ปีรกา พระชัณษาได้ ๑๙ ปี พระองค์เสด็จมาประทับทรงราชย์อยู่ที่เมือง เสร๊ยสนทอ์ร ฯฯ

จ.ศ. ๙๖๑ ลุศักราช ๙๖๑ ( พ.ศ. ๒๑๔๒ ) ปีกุญ ทรงราชย์ได้ ๓ ปี พระชัณษาได้ ๒๑ พระองค์ได้เสด็จยกกองทัพไปตีเมือง ถโบงขมุม ( ศีศะผึ้ง ) ขณะนั้นมีจาม ชื่อ โบระ กับแขกชื่อ ล๊อกสะมะนา ลอบพิฆาฏฆ่าพระองค์เสีย จึงเจ้าพระยานวง ซึ่งเป็นสมเด็จพระบิตุลา ได้ขึ้นครองราชย์อยู่ ณ เมือง เสร๊ยสนทอ์ร ฯฯ



จ.ศ. ๙๖๒ ลุศักราช ๙๖๒ ( พ.ศ. ๒๑๔๓ ) ปีชวด มีราษฏรคนหนึ่งชื่อ
แก้วพระเพลิง เปนขบถตั้งตนขึ้นเปนเจ้า แล้วข้ามมาล้อมจับพระองค์ ( เจ้าพระยานวง ) ฆ่าเสียในปีชวดนั้นเอง จึงเจ้าพระยาแย้ม ซึ่งเปนพระภคินิโย ได้ทรงราชย์ในเมือง เสร๊ยสนทอ์ร ในปีชวดนั้น พระชัณษาได้ ๒๑ ทรงพระนาม สมเด็จพระแก้วฟ้า ฯฯ

โดย ขุนนางอยุธยา [26 ธ.ค. 2549 , 14:22:40 น.] ( IP = 203.113.57.69 : : )

ข้อความ 8

จ.ศ. ๙๖๓ ลุศักราช ๙๖๓ ( พ.ศ. ๒๑๔๔ ) ปีฉลู มีราษฏรอยู่หัวเมืองคนหนึ่งตั้งตัวเป็นเจ้า ไม่อ่อนน้อมต่อพระองค์ๆ ได้ทรงแต่งคนให้ไปจับก็ไม่ได้ตัว เวลานั้นบรรดาราษฏรไพร่บ้านพลเมืองไม่อยู่ในระเบียบเรียบร้อยได้ประพฤติตนเป็นโจรผู้ร้ายจับกันซื้อกันขายตามอำเภอน้ำใจ บ้านเมืองอยู่ไม่ศุขสบาย ตั้งแต่ปีมเสงจนถึงปีฉลูได้ ๙ ปี ส่วนสมเด็จพระแก้วฟ้า ก็ไปบวชเป็นพระสงฆ์องคเจ้าเสีย หาได้ทรงคิดราชกิจราชการงานเมืองไม่ ( เมื่อเวลาทรงราชย์อยู่นั้น ) ก็พอพระทัยแต่ในการยกทัพจับช้าง จึงสมเด็จพระเทวีกระษัตรี ( เปนพระไอยกี ) ให้แต่งพระราชสาสนไปกราบทูล สมเด็จพระนเรศวร เปนเจ้า ณ กรุงศรีอยุธยา มีข้อความว่า ด้วยตั้งแต่รัชกาลของ พระราชโองการ พระบรมราชาก็ดี รัชกาลของ พระเชษฐา เจิงเปร๊ย ก็ดี รัชกาลของ สมเด็จพระบรมราชา ก็ดี ( แลรัชกาลของพระแก้วฟ้าก็ดี ) ทั้ง ๔ รัชกาลนี้บ้านเมืองร่วงโรยไม่บริบูรณ์ บรรดาหัวเมืองใหญ่น้อยเกิดการกำเริบแข็งเมืองเป็นขบถ ตั้งตนเปนเจ้าก็หลายแห่ง ราษฏรก็ไม่อยู่ในระเบียบเรียบร้อย ประพฤติตนเป็นโจรผู้ร้าย จับกันซื้อกันขายตามอำเภอน้ำใจ หามีผู้ใดจะปราบปรามให้เปนเรียบร้อยไม่ บ้านเมืองร่วงโรยสาบสูญมาแต่ปีมเสงถึงปีฉลูนี้ได้ ๙ ปีแล้ว โดยเหตุนี้จึงขอรับพระราชทาน พระศรีสุริโยพรรณ ( ๓ ) จากกรุงศรีอทยุธยา เพื่อให้ไปครอบครองบ้านเมือง ( ในกัมพูชาประเทศ ) ให้ได้อยู่เย็นเปนศุข ( ในใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ) ต่อไป เมื่อ สมเด็จพระนเรศวร เปนเจ้า ได้ทรงทราบข้อความในพระราชสาสนดังนั้นแล้ว ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ พระศรีสุริโยพรรณ พร้อมด้วยมเหษีแลพระราชบุตร กับ พระศรีไชยเชษฐ ซึ่งเปนพระราชอนุชา ทั้งบรรดามุขมนตรีไพร่พลซึ่งตามเสด็จไปอยู่ในกรุงศรีอทยุธยานั้น กลับคืนยังประเทศเขมรโดยทางเรือ โดยทรงโปรดเกล้า ฯ ให้ดัดสำเภาให้เปนพาหนะ แลทรงโปรดให้ขุนนางไทยมาส่งด้วย แต่ส่วนสมเด็จพระไชยเชษฐาซึ่งเป็นพระราชบุตรผู้พี่นั้น โปรดให้อยู่กรุงศรีอยุทธยาก่อน ฯ

โดย ขุนนางอยุธยา [26 ธ.ค. 2549 , 14:25:05 น.] ( IP = 203.113.57.69 : : )

ข้อความ 9

ฝ่าย พระศรีสุริโยพรรณ เสด็จมาโดยทางชลมารค ครั้นมาถึงเกาะสลาเกด เมือง เปร๊ยกระบะซ์ ( ป่าฝ้าย ) ซึ่งเป็นหัวเมืองขึ้นแก่เมืองปาตี จึงตำรวจไชยโยธา นำสมัคพรรคพวกมาอ่อนน้อมต่อพระองค์ๆ โปรดตั้งให้พระไชยโยธา ได้ว่ากล่าวเปนเจ้าเมือง เปร๊ยกระบะซ์ ครั้นรวบรวมพระบรมวงษานุวงษ์ได้มาถึงพร้อมเพรียงกันแล้ว ก็มีการราชาภิเศก ถวายพระนามเปน พระราชโองการ พระบรมราชาธิราช รามาธิบดี ยกพระชาติสัตรีขึ้นเปนพระอรรคมเหษี มีพระนามว่า พระภัควดีสุชาติชาตามหากระษัตรี ฯฯ



จ.ศ. ๙๖๔ ลุศักราช ๙๖๔ ( พ.ศ. ๒๑๔๕ ) ปีขาล ทรงราชย์ได้ ๓ ปี พระชัณษาได้ ๔๗ จึงสมเด็จ พระแก้วฟ้า ซึ่งประสูตรปีมะโรงมาถึงปีขาล พระชัณษาได้ ๓๒ ปี ( เห็นจะลาผนวชแล้ว ) ได้ออกมาเปนศัตรู คุมพรรคพวกจะมาลอบฆ่า สมเด็จพระบิตุลา ๆ พระองค์จับตัวได้ก็ให้พิฆาฏ ( พระแก้วฟ้า ) เสียในปีขาลนั้นเอง ฯฯ



ในครั้งแผ่นดินสมเด็จ พระบรมราชาธิราช ( พระศรีสุริโยพรรณ ) นั้น ( การแต่งกาย ) พระองค์ทรงฉลองพระองค์ครุย ส่วนขุนนางข้าราชการใหญ่น้อย ก็ให้ใส่เสื้อครุยตามตำแหน่งยศ ( อย่างแบบที่ใช้ในกรุงศรีอยุทธยา ) ด้วย แลห้ามมิให้ใช้ห่มผ้าสไบอย่างเช่นที่เมืองลงแวกอิกต่อไป ส่วนคำพูดเพ็ดทูลนั้น ใช้ขานรับว่า พระศรีสรรเพ็ชญ์ ( ๔ ) สมเด็จนรนารถ ถ้าเปนขุนนางผู้หญิงใช้ขานรับว่า พระองค์เปนพระผู้เปนเจ้า ถ้าพระมเหษีใช้ขานรับว่า ( พระ ) แม่ ( ผู้เปนเจ้า ) ฯฯ

โดย ขุนนางอยุธยา [26 ธ.ค. 2549 , 14:27:18 น.] ( IP = 203.113.57.69 : : )

ข้อความ 10

จ.ศ. ๙๘0 ลุศักราช ๙๘0 ( พ.ศ. ๒๑๖๑ ) ปีมเมียทรงราชย์ได้ ๑๘ ปี พระชนมายุได้ ๖๓ พรรษา พระองค์ทรงมอบเวนราชสมบัติให้พระไชยเชษฐาซึ่งเปนพระเชษฐโอรสขึ้นทรงราชย์สนองพระองค์ ฯฯ



จ.ศ. ๙๘๑ ลุศักราช ๙๘๑ ( พ.ศ. ๒๑๖๒ ) ปีมแมพระขนมายุได้ ๖๔ พรรษา เสด็จสู่สวรรคต สมเด็จพระไชยเชษฐา ผู้ทรงราชย์ได้เสด็จ ( ย้ายราชสำนัก ) ไปประทับอยู่ที่อุดงฦาไชย พระองค์ทรงยกพระแม่นางซึ่งเปนพระราชบุตรีของกษัตริย์เมืองญวนขึ้นเปนอรรคมเหษี มีพระนามว่า สมเด็จ พระภัควดีวรสตรี นอกจากนี้พระองค์ มีนางพระสนมกำนัลอื่นอิก คือ นักแม่นางศุข มีพระราชบุตรองค์หนึ่ง ทรง เจ้าพระยากูร์ นักแม่นางทอง มีพระราชบุตรองค์หนึ่ง สมภพปีฉลู ทรงนาม เจ้าพระยานูร์ นักแม่นางบุษบา เปนลาว มีพระราชบุตรองค์หนึ่ง ทรงนาม เจ้าพระยาจัน ฯฯ



จ.ศ. ๙๘๓ ลุศักราช ๙๘๓ ( พ.ศ. ๒๑๖๔ ) ปีรกา ทรงราชย์ได้ ๓ ปี พระชนมายุได้ ๔๓ พระเจ้าไผทนา เจ้าเมืองไทย ( ๕ ) ได้ยกทัพมาถึงภูเขาจังกาง พระองค์ได้ยกทัพไปรบมีชัยชนะแก่เจ้าเมืองไทยๆหนีรอดไป จับได้แต่ไพร่พลไว้เปนอันมาก จึงให้เรียกไทย ( ที่จับได้เปนเชลย ) ว่า ไทยจังกา



จ.ศ. ๙๘๔ ลุศักราช ๙๘๔ ( พ.ศ. ๒๑๖๕ ) ปีจอ เจ้าอุปราชเมืองไทยได้ยกทัพมาทางเรือ พระองค์ให้ยกทัพไปรับ แต่ไม่ได้รบกัน เจ้าอุปราชเมืองไทยได้ยกทัพกลับคืนเสีย ( ๖ )

โดย ขุนนางอยุธยา [26 ธ.ค. 2549 , 14:29:46 น.] ( IP = 203.113.57.69 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด