อ่านข้อความ



Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


มองมุมใหม่ : หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล




ในเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่หลายฝ่ายกำลังให้ความสนใจกันอยู่นั้น ประเด็นที่ถกเถียงกันมาก ประเด็นหนึ่ง คือ การกำหนดสิทธิประโยชน์ ด้านการรักษาพยาบาล เช่นโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคหรือไม่ ควรจะรวมถึงการล้างไต และยาต้านไวรัสเอดส์หรือไม่ จะครอบคลุมการคลอดบุตรได้กี่คน จะรวมการทำฟันปลอม หรือการจัดฟันหรือไม่


ในเรื่องนี้ ฝ่ายหนึ่งมองว่าสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน ดังนั้น อะไรก็ตามที่ถือว่าเป็นความจำเป็นด้านสุขภาพ (health needs) ของประชาชนก็ควรได้รับการตอบสนองทั้งหมด

อีกฝ่ายหนึ่งมองว่า การที่ทรัพยากรของประเทศมีจำกัด จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะตอบสนองความจำเป็นด้านสุขภาพอย่างไม่มีขอบเขต และจำเป็นต้องจำกัดขอบเขตหรือสิทธิในการรักษาพยาบาล ให้อยู่ในวิสัยที่ประเทศสามารถรับภาระได้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาล ในที่สุดแล้ว ก็จะต้องมีผู้ทำหน้าที่ตัดสินใจว่าการรักษาพยาบาลจะจบลงที่ใด ไม่ว่าผู้ที่ตัดสินใจจะเป็นตัวผู้ป่วยเอง ญาติพี่น้อง แพทย์ผู้รักษา หรือรัฐบาลก็ตาม

ที่ผ่านมา การตัดสินเรื่องนี้ใช้ข้อจำกัดด้านทรัพยากรหรืองบประมาณของโครงการเป็นหลัก (และในบางกรณีก็ตัดสินโดยข้อจำกัดของบุคลากร เช่น ข้อเสนอเรื่องลดสิทธิประโยชน์ด้านการทำฟันบางด้านลงมา) แต่ก็ยังมีทางเลือกอื่น เช่น การจัดสรรเงินให้โครงการด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยลดค่าใช้จ่ายด้านอื่น หรือโดยการเก็บภาษีเพิ่ม ไปจนถึงการเสนอให้ผู้ป่วยมีส่วนรับภาระการจ่ายเงินบางส่วน

นอกจากเรื่องสิทธิในการรักษาพยาบาลโดยตรงแล้ว ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลโดยตรง เช่น การได้นอนห้องพิเศษติดแอร์ ญาติมาเฝ้าได้สะดวก หรือแม้แต่การมีสถานที่โอ่โถง หรือเจ้าหน้าที่พูดจาไพเราะ

ในประเด็นนี้ ดูเหมือนว่าทุกฝ่ายจะเห็นตรงกันว่า เราสามารถแยกส่วนที่เป็นความสะดวกสบาย ออกจากส่วนที่เป็นการรักษาพยาบาล และอาจจะยอมให้โรงพยาบาลเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในส่วนที่เพิ่มความสะดวกสบายเหล่านี้ได้ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว การที่ผู้ป่วยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและไม่เครียด ก็คงมีส่วนช่วยให้หายเป็นปกติ และกลับบ้านได้เร็วขึ้นเช่นกัน

นอกจากคำถามในเรื่องสิทธิประโยชน์ว่า ควรครอบคลุมระดับใด งบประมาณจะเพียงพอหรือไม่ ยังมีปัญหาอื่นๆ ในระบบปัจจุบันที่ทำให้ใช้เงินมากกว่าที่ควรจะเป็น เช่นปัญหาเรื่องสิทธิซ้ำซ้อนของผู้มีสิทธิจำนวนมาก

การที่มีโครงการประกันสุขภาพแยกออกเป็นสามโครงการใหญ่ๆ ตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คือ โครงการ 30 บาท โครงการประกันสังคม และโครงการสวัสดิการข้าราชการ ผู้ที่มีสิทธิจำนวนไม่น้อยมีสิทธิได้หลายสิทธิพร้อมๆ กันเช่น ในครอบครัวหนึ่งที่สามีเป็นข้าราชการและภรรยาทำงานบริษัทเอกชน ภรรยาก็จะต้องเข้าโครงการประกันสังคม แต่ในขณะเดียวกัน ก็สามารถใช้สิทธิด้านการรักษาพยาบาลจากสวัสดิการข้าราชการของสามีได้

ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว ผู้ที่มีสิทธิประกันสังคมกลุ่มนี้จำนวนมากจะใช้สิทธิประกันสังคม เฉพาะเมื่อไปรับการรักษาเป็นผู้ป่วยนอกในโรงพยาบาลเอกชน แต่เมื่อป่วยมากถึงขั้นที่ต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาลแล้ว หลายรายจะหันไปใช้สิทธิสวัสดิการข้าราชการเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาลของรัฐแทน

ดังนั้น กระทรวงการคลังก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งของผู้ป่วยกลุ่มนี้ ในขณะที่กองทุนประกันสังคมเองก็ยังต้องจ่ายเงินให้โรงพยาบาลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนกับกรณีผู้มีสิทธิประกันสังคมรายอื่นๆ

นอกจากปัญหาสิทธิซ้ำซ้อนแล้ว การที่โครงการต่างๆ ให้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน และมีวิธีจ่ายเงินให้สถานพยาบาลต่างกัน (เช่น สวัสดิการข้าราชการจ่ายเงินให้ทีหลังตามรายการที่ตั้งเบิก ขณะที่โครงการประกันสังคมและโครงการ 30 บาทเหมาจ่ายให้โรงพยาบาลในอัตราที่กำหนดเอาไว้ล่วงหน้า) ก็อาจทำให้โรงพยาบาลอยากได้คนไข้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากกว่ากลุ่มอื่น และอาจมีผลไปถึงการเลือกวิธีการรักษาของโรงพยาบาลด้วย

โดยหลักการแล้ว วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาสิทธิซ้ำซ้อนและการเลือกปฏิบัติ ก็คือ การยุบรวมโครงการด้านสุขภาพเหล่านี้เข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ทุกคนมีสิทธิเท่ากันและโรงพยาบาล จะได้รับเงินจากการการรักษาผู้ป่วยทุกคนภายใต้กติกาเดียวกัน ทำให้ลดโอกาสเลือกที่รักมักที่ชังลงได้โดยส่วนใหญ่ (ถึงแม้ว่าอาจจะไม่หมดไปเสียทีเดียวก็ตาม)

แต่ในความเป็นจริงที่การรวมโครงการเหล่านี้เข้าด้วยกัน จะต้องเผชิญกับการคัดค้านอย่างรุนแรงจากฝ่ายต่างต่างๆ นั้น รัฐบาลมีทางเลือกสองทางในการจัดการกับสองปัญหาข้างต้น คือ

วิธีแรก รัฐบาลกำหนดให้ทุกคนมีสิทธิเดียว และหาทางปรับสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลของโครงการประกันสุขภาพสามโครงการหลักที่กล่าวถึงให้เข้ามาใกล้กันให้มากที่สุด ทำให้บุคคลที่มีสิทธิหรือมีโอกาสที่จะได้สิทธิจากหลายโครงการ ไม่มีแรงจูงใจที่จะเก็บรักษาสิทธิที่ซ้ำซ้อนเอาไว้

นอกจากจะปรับด้านสิทธิประโยชน์แล้ว ยังควรปรับวิธีที่โครงการต่างๆ จ่ายเงินให้โรงพยาบาล และอัตราค่าบริการที่โครงการเหล่านี้ จ่ายให้สถานพยาบาลให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันด้วย ซึ่งจะทำให้โรงพยาบาลเลิกสนใจว่า ผู้ป่วยที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาลพกสิทธิใดมากับตัว เพราะไม่ว่าผู้ป่วยมาด้วยสิทธิใด เงินที่เข้าโรงพยาบาลก็จะไม่แตกต่างกัน ความเสมอภาคในการจัดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าก็จะมีมากขึ้น

สำหรับทางเลือกที่สองนั้น ก็ยังคงให้แต่ละคนมีสิทธิเดียวเช่นกัน แต่เพื่อป้องกันปัญหาสิทธิซ้ำซ้อน ก็จะต้องหาทางปรับสิทธิของสวัสดิการข้าราชการและประกันสังคม ไม่ให้ด้อยกว่าสิทธิประโยชน์ของโครงการ 30 บาทในทุกด้าน และปรับสิทธิของสวัสดิการข้าราชการไม่ให้ด้อยกว่าสิทธิประโยชน์ของประกันสังคมในทุกด้านด้วยเช่นกัน

วิธีหลังนี้จะทำให้สวัสดิการข้าราชการกลายเป็นสวัสดิการชั้นหนึ่ง ประกันสังคมเป็นสวัสดิการชั้นสอง และโครงการ 30 บาทกลายเป็นสวัสดิการชั้นสาม ซึ่งเป็นข้อเสนอที่สวนทางกับหลักการความเสมอภาค

แต่อาจจำเป็นในการแก้ปัญหาสิทธิซ้ำซ้อนในกรณีที่ทางเลือกอื่นๆ ประสบกับการต่อต้านจนไม่สามารถนำมาใช้ได้


ผศ.ดร.อัญชนา ณ ระนอง คณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า และผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต (MPPM) นิด้า ศูนย์สีคิ้ว นครราชสีมา และเป็นผู้วิจัยในโครงการติดตามประเมินผลการจัดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

โดย ผศ.ดร.อัญชนา ณ ระนอง - [27 ส.ค. 2545 , 10:38:58 น.] ( IP = 210.203.188.34 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ค้นหากระทู้

Copyright 2002 Master of Public Health . All rights reserved.