เปิดคำทำนายภัยพิบัติในไทยปี 2554
ข้อความ 1
เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมาในเวลาประมาณบ่ายสามโมงเศษๆ มีแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ บริเวณชายฝั่งของประเทศญี่ปุ่น ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ เข้าถล่มประเทศญี่ปุ่น สร้างความเสียหายมหาศาล
แผ่นดินไหวมีความแรงถึงระดับ 8.9 ริกเตอร์ ครั้งนี้ ถือเป็นอันดับที่ 5 ของโลกในรอบร้อยปีเลยทีเดียว แถมยังเกิดขึ้นใกล้ชายฝั่งมาก ทำให้ความแรงของคลื่นมีมากกว่าหลายๆครั้งที่ผ่านมา และแผ่นดินไหวครั้งนี้ยัง แรงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นในรอบ 100ปี กินพื้นที่กว้างหลายเมืองราว 373 กิโลเมตร
แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังเกิด aftershocks ตามมาภายหลังมากกว่า 30 ครั้ง มีความแรงถึง 7.1 ริกเตอร์
ส่งผลกระทบลามไปถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เกิดระเบิดตามมาในวันเสาร์ ยิ่งทำให้ความเสียหายของประเทศญี่ปุ่นหนักมากยิ่งขึ้น นี่ยังไม่นับรถไฟที่วิ่งอยู่ใกล้ๆ ทะเลที่ขาดการติดต่อไป หลายฝ่ายประเมินกันว่ามีผู้เสียชีวิตกว่าหมื่นรายแล้วเป็นอย่างน้อย
ประเทศต่างๆทั่วโลกที่พึ่งพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือประเทศที่กำลังจะหันหน้าไปสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ต้องคิดหนักและสร้างความตื่นกลัว เพราะขนาดญี่ปุ่นที่เทคโนโลยีนิวเคลียร์ก้าวหน้า ยังพ่ายต่อภัยธรรมชาติ ผสมโรงด้วยภัยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์
ข่าวภัยพิบัติสึนามิครั้งนี้ ทำให้ผมคิดถึงภาพยนตร์เรื่อง 2012 ผมเชื่อว่าหลายๆท่านคงจะได้ชมไปแล้ว เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายไปสักสองสามปีได้แล้วละครับ
โลกยุคโลกาภิวัตน์ในปัจจุบันอยู่ในกำมือและถูกครอบงำโดยประเทศมหาอำนาจที่มั่งคั่งร่ำรวย ในภาพยนตร์ จึงมีฉากของการหาทางออกจากภัยพิบัติธรรมชาติของประเทศมหาอำนาจทุนนิยมอุตสาหกรรมอย่างกลุ่ม G8 (ได้แก่ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น และรัสเซีย ) ด้วยการประชุมด่วน และได้ตัดสินใจมอบหมายให้ประเทศจีนเป็นผู้สร้างเรือยักษ์ เพื่อที่จะรักษาชีวิตของมนุษย์บางส่วนเอาไว้
เนื้อหาในภาพยนตร์มีการขายตั๋วให้คนรวย เพื่อระดมทุนในการต่อเรือ และมีโควตาให้แต่ละประเทศส่งตัวแทนขึ้นเรือเพื่อให้รอดชีวิต แน่ละครับ คนที่มีอำนาจและเงินมีอภิสิทธิ์ที่จะมีชีวิตรอดตายก่อนคนอื่น ส่วนใหญ่พวกเขาคือนักการเมือง หรือผู้มีอำนาจอิทธิพล จึงจะขึ้นเรือได้
การเกิดสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นทำให้ผมคิดว่าทุกประเทศคงได้บทเรียนและเตรียมความพร้อมให้กับประเทศของตนในการตั้งรับภัยพิบัติธรรมชาติ ที่นับวันยิ่งรุนแรง ชนิดที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว
ประเทศญี่ปุ่นใครๆ ก็ทราบกันว่าเป็นประเทศที่มีความเจริญมั่งคั่งทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า
ญี่ปุ่นเคยฟื้นฟูตัวเองครั้งใหญ่หลังพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยการเป็นประเทศอักษะผู้ก่อสงครามโลก และย่อยยับเจ็บปวดจากระเบิดปรมาณูที่สหรัฐอเมริกาเอาไปถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ
การรับมือคลื่นยักษ์อย่างสึนามิครั้งนี้ ญี่ปุ่นทำได้ดีแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น นี่ขนาดเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงทันสมัย มีประสบการณ์ในการเผชิญหน้ากับแผ่นดินไหวและ สึนามิมากกว่าใครในโลก ยังไม่สามารถรับมือกับภัยพิบัติธรรมชาติครั้งนี้ได้
สำหรับผม สึนามิครั้งนี้ยังตอกย้ำสิ่งที่ผมเคยคิดเอาไว้ ดูท่าจะเป็นความจริงมากยิ่งขึ้น ผมเคยคิดว่าโลกนี้กำลังทำความสะอาดตัวเอง ภายหลังจากที่มนุษย์ได้ทำสกปรกเอาไว้มากมายมหาศาล
หรือนี่อาจจะเป็นคำเตือนให้มนุษย์รู้ว่า โลกของเรากำลังป่วยหนัก ต้องการการเยียวยารักษาจากพวกเราทุกคน ก่อนที่โลกจะตาย และถ้าโลกตาย มนุษย์เองก็อาจจะถึงคราวต้องสูญพันธุ์ตามไดโนเสาร์ไปอย่างแน่นอน สึนามิหนนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่ธรรมชาติทดสอบมนุษย์
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านมา เวลาประเทศไทยประสบปัญหาภัยธรรมชาติ ประเทศ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย ในฐานะญี่ปุ่นเป็นประเทศทุนนิยมที่มั่งคั่ง และถือว่าไทยเป็นตลาดและประเทศคู่ค้าที่สำคัญในเอเชีย
คราวนี้ไทยได้ช่วยเหลือญี่ปุ่นทันที 200 ล้านบาท พร้อมข้าวอีก 15,000 ตัน และร่วมมือกับ 91 ประเทศทั่วโลก จัดส่งทีมแพทย์ ทีมค้นหาและกู้ภัย การบริจาคเงินช่วยเหลือ การจัดส่งเครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นทั้งแง่มุมของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันเอง
ในวิกฤตินี้ มีข่าวดีๆน่าศึกษายกย่อง เมื่อคนญี่ปุ่นบางเมืองช่วยเหลือกันยามยาก ด้วยการที่ทุกบ้านเอาอาหารที่มีอยู่มารวมกัน แล้วแบ่งปันให้ทุกคน เป็นด้านบวกของจิตใจมนุษย์ แสดงถึงความเข้มแข็งของชุมชนและสังคม
มีคนไทยอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นกว่า 50,000 คน ผมหวังว่าคนไทยทุกคนที่นั่นจะปลอดภัยนะครับ และขอส่งกำลังใจไปถึงพี่น้องชาวญี่ปุ่น ขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้อย่างดีที่สุด เท่าที่มันจะเป็นไปได้ ถึงเราจะห้ามหยดน้ำตาไม่ได้ แต่ขอให้มันไปพร้อมกับคลื่นที่ซัดเข้ามาแล้วก็ออกไป พรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้ครับ สู้ต่อไปนะครับทุกๆคน
โดย . [18 มี.ค. 2554 , 01:17:03 น.] ( IP = 223.207.177.54 : : )
ข้อความ 2
คำทำนายจาก NASA เกี่ยวกับโลกเราในปี ค.ศ.2012 หรือ พ.ศ. 2555
1.ประกาศจากองค์การ NASA วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) วันนั้นแกนโลกของเราจะพลิกกลับขั้ว คือ ขั้วโลกเหนือจะมาอยู่ที่ขั้วโลกใต้ ช่วงเวลานั้น โลกของเราจะไม่มีสนามพลังแม่เหล็ก เพื่อป้องกันตัวเองจากสนามพลังแม่เหล็ก และ รังษีต่างๆจากอวกาศ
แล้ววัน นั้นจะเป็นวันเดียวกับที่ ดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้วเช่นกัน เพราะดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้วทุกๆ 11 ปี ปีล่าสุดคือปี พ.ศ. 2544 ถ้ามาถึงวันนี้ก็ 11 ปีพอดี (2544 + 11 = 2555) ขณะ ที่ดวงอาทิตย์กำลังพลิกกลับขั้วนั้น ดวงอาทิตย์จะแผ่สนามแม่เหล็ก และรังษีความร้อนสูงมายังโลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่โลก ไม่มีสนามแม่เหล็กป้องกันตัวเอง ผลคือ น้ำแข็งขั้วโลกละลายฉับพลัน น้ำท่วมโลกฉับพลัน ไม่มีทางหนีได้ทัน ในวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555)
2.ชาวมายา (ชนเผ่ามายาแห่งอเมริกากลาง) ทำปฏิทินใช้เองตั้งแต่ 1,000 ปีที่แล้ว ชนเผ่ามายานี้มีความสามารถในการคำนวนการโคจร การเกิดดับของดวงดาวอย่างไม่น่าเชื่อ คือเขาสามารถคำนวนว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลา 365 วัน ตั้งแต่ 1,000 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับปฏิทินที่ชาวโลกปัจจุบันใช้กัน แล้วยังสามารถคำนวนเกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาลได้อย่างแม่นยำมาก
ชาว มายายังกำหนดวันสุดท้ายของปฏิทินของพวกเขาคือ วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) พวกเขาบอกด้วยว่า วันนั้นโลกจะถึงจุดสิ้นสุด (โดยบอกไว้เมื่อ 1,000 กว่าปีที่แล้ว) น่าแปลกมาก ทำไมมาตรงกับองค์การ NASA อ่ะ
3. นาย Gordon-Michael Scallion เป็นผู้หยั่งรู้อนาคต (futurist) มีญาณทัศนะ(Spiritual Visionary) คือมองเห็นอนาคตด้วยญาณ มีความแม่นยำมาก เขาได้ทำนายว่า น้ำกำลังจะท่วมโลก จนหลายประเทศหายไปจากแผนที่ ประเทศที่เป็นเกาะจะจมน้ำทั้งหมด ประชากรโลกที่รอดตายมีเพียง 10% เท่านั้น เขาเชื่อว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในระหว่างปี 1998-2012 (พ.ศ.2541-พ.ศ.2555) และเขาได้สร้างแผนที่โลกใหม่หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ Future Map Of The World ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1978 (พ.ศ. 2521) ซึ่งประเทศไทยเหลือแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
4."หลวงปู่สรวง ออยเตียนสรูล" กล่าวไว้ว่า พ.ศ. 2550 ถึง 2555 หางนาคกวาดน้ำให้โลกมาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว กำลังจะกวาดน้ำขึ้นมาล้างโลก จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ คนไม่ดีไม่มีศีลธรรม จะล้มตายมาก ส่วนคนดีมีศีลธรรม จะอยู่รอดปลอดภัยได้
หลวงปู่สรวงท่านละสังขารเมื่อ วันที่ 8 กันยายน 2542 (ขึ้น 10 ค่ำเดือน 10 ปีมะโรง )
สะรีระสังขารของท่านตั้งอยู่ที่ศาลา.ออยเตียนสรูล.วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
*น่าแปลกใจมาก ทำไมการทำนายหลายๆอย่างในโลก มันถึงมาตรงกันที่ปี ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555)*
ทำไมจึงไม่เป็นข่าวใหญ่โต
หลายคนสงสัยว่าทำไมไม่มีข่าวออกทาง TV
เค้าประกาศเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกมาหลายปีแล้วค่ะ ถ้าอยากจะอ่านย้อนหลัง
ให้เข้า Google พิมพ์ว่า องค์การ NASA แกนโลกพลิก 2012
หรือถ้าชอบอ่านภาษาอังกฤษให้พิมพ์ว่า Pole Shift NASA 2012
ถ้าคิดว่า อะไรที่เป็นข่าวจะต้องออก TV ล่ะก็นะ
พี่ๆคงเข้าใจผิดอ่ะค่ะ เพราะ TV เมืองไทยเค้าเซ็นเซอร์ เค้าไม่ได้ให้ออกทุกอย่างหรอก
ข่าวบางอย่าง ประเทศอื่นเป็นข่าว แต่ในไทยไม่ออกข่าว มีมากมาย เพราะมีญาติอยู่ที่อเมริกา
TV เมืองไทย ไม่ได้เสรีอย่าง อเมริกา
ถ้าจะดูข่าวแบบไม่เซ็นเซอร์ ขอแนะนำให้ดูทาง เคเบิ้ล TV
หรือติดจานดาวเทียม หรือ ตามข่าวจาก Internet เพราะสื่อแบบหลังๆนี้ ไม่มีการเซ็นเซอร์เนื้อหา มาแบบเต็มๆค่ะ
หลายๆคนเค้าเลิกดู TV เมืองไทยแล้ว งี่เง่า ห่วยแตก ปัญญาอ่อน แหะๆ ดูแล้วหงุดหงิดอ่ะค่ะ
เรื่องแกนโลกพลิกเนี่ย เป็นข่าวใหญ่ในอเมริกา และ ยุโรป เมื่อหลายปีก่อนแล้ว
แต่เมืองไทยกลับไม่มีข่าว สงสารคนไทยจริงๆค่ะ ดีนะยังมี Internet
เพราะถึงแม้ว่าคนทั่วไปจะรับรู้ทุกๆคน ก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
แม้แต่องค์การ NASA เอง ก็ไม่มีทางแก้ไขอะไรเลย เพราะนี่คือมหันตภัยที่ใหญ่หลวงที่สุด เท่าที่มนุษย์เคยพบมา
ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้ ทางรอดมีทางเดียว อพยพผู้คนไปดาวดวงอื่นค่ะ ซึ่งในทางปฏิบัติ มันเป็นไปไม่ได้
ที่มาจาก palungjit.com
โดย . [18 มี.ค. 2554 , 11:03:54 น.] ( IP = 223.205.182.208 : : )
ข้อความ 3
ความล่มสลายกับคำทำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
โดย ไสว บุญมา
ตอนนี้มีการพูดถึงคำทำนายชุดหนึ่งซึ่งบางคนอ้างว่าเป็นของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ บางคนบอกว่าเป็นของผู้อื่น และท่านไปพบเมื่อปี 2518 แล้วถกเถียงกันว่ามันหมายถึงอะไร โดยเฉพาะในตอนสุดท้ายของคำทำนายที่ว่า จะมีสตรีขี่ม้าขาวมากวาดล้างมลทินให้สิ้นซากจากเมืองไทย จากนั้นบ้านเมืองจะกลายเป็นถิ่นอารยะ คำทำนายนี้ไม่มีการระบุเวลาว่าจะเป็นเมื่อไร จึงมีลักษณะคล้ายของชาวฝรั่งเศสชื่อนอสตราดามุสซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่าง พ.ศ. 2046-2109 นั่นคือ เป็นคำทำนายว่าจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่โดยไม่ให้รายละเอียดยังผลให้ตีความหมายได้หลายอย่าง บางคนอ้างถึงเหตุการณ์ต่างๆ แล้วสรุปว่าคำทำนายแสนจะแม่นยำซึ่งมักทำให้ถูกกล่าวหาว่าตีขลุม
เท่าที่ตามอ่านความเห็นในหนังสือพิมพ์นี้ และที่แพร่กระจายอยู่ในอินเทอร์เน็ต การกวาดล้างมลทินครั้งใหญ่ตามคำทำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำน่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ซึ่งตรงกับความเชื่อของคอลัมนิสต์ชื่อดังคนหนึ่งที่เขียนบ่อยๆ ว่า ปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทำนองฝนหลายห่าตกลงมาชะล้างคนเลวทรามและความชั่วช้าให้หมดไป จากนั้นฟ้าจะสดใสส่งผลให้เมืองไทยพัฒนาเป็นอารยประเทศ ผมเคยถามคอลัมนิสต์ผู้นั้นว่าอะไรทำให้เขาเชื่อเช่นนั้น เขาไม่ยอมอธิบาย
บางคนมองว่า คำทำนายนี้เกี่ยวโยงกับปี 2555 ซึ่งอ้างกันว่าทั้งชาวมายาและนอสตราดามุสทำนายไว้ตรงกัน นั่นคือ จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขนาดทำให้โลกเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกับที่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ เมื่อกลางปี 2552 พระสงฆ์ไทยอายุกว่า 100 ปีชื่อฐิติลาโภ ภิกขุ ก็ยืนยันว่าปี 2555 จะเกิดเหตุการณ์แนวนั้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการล่มสลายของอารยธรรมมายาเมื่อกว่าพันปีก่อนมักสรุปกันว่าชาวมายาไม่ได้ทำนายเช่นนั้น แต่เนื่องจากปฏิทินของพวกเขาสิ้นสุดแค่ปี 2555 จึงสรุปกันว่าชาวมายารู้ว่าปีนั้นจะเป็นวันสิ้นโลก
นอกจากคำทำนายซึ่งไม่มีคำอธิบายดังกล่าวแล้ว ปราชญ์ชาวฮังกาเรียนชื่อ เออร์วิน ลาสซโล วิเคราะห์ไว้เมื่อหลายปีก่อนว่าอะไรคือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2555 ลาสซโลอ้างว่าโลกกำลังมีปัญหาหนักหนาสาหัสเพราะพฤติกรรมของมนุษย์เรา ปัญหาแสดงอาการออกมาในรูปต่างๆ เช่น ช่องว่างระหว่างผู้มีและไม่มีโภคทรัพย์ที่นับวันจะยิ่งกว้างขึ้น ชาวโลกใช้ความรุนแรงและการก่อการร้ายเพิ่มขึ้น การตอบโต้การก่อการร้ายจากฝ่ายรัฐนำไปสู่สงครามและความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น การใช้จ่ายเพื่อการทหารเพิ่มขึ้น ประเทศส่วนใหญ่ผลิตอาหารได้ไม่เพียงพอแก่ความต้องการ ชาวโลกขาดน้ำสะอาดและระบบนิเวศขาดสมดุลยิ่งขึ้น
ปัญหาเหล่านี้มีโอกาสก่อให้เกิดความล่มสลายทั้งในระดับประเทศและระดับโลกโดยเริ่มจากความแตกแยกรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ปี 2555 เป็นช่วงเวลาที่จะชี้ว่าโลกจะเดินเข้าทางแห่งความล่มสลาย หรือจะวิวัฒน์ไปสู่ความยั่งยืน หากชาวโลกไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำให้เกิดแนวโน้มดังที่เห็นอยู่ โลกจะเดินเข้าสู่ทางแห่งความล่มสลายแบบกู่ไม่กลับ
หากนำการวิเคราะห์ของลาสซโลมาจับเมืองไทย คำทำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำและความเชื่อของคอลัมนิสต์ชื่อดังคงตีความหมายได้ว่า คนไทยจะเปลี่ยนพฤติกรรมจนทำให้เมืองไทยเดินเข้าสู่ทางแห่งความยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากปีนี้และจะมีความมั่นคงชัดเจนในปีหน้า เรื่องพฤติกรรมของคนไทยที่ทำให้เกิดปัญหาหนักหนาสาหัสรวมทั้งความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม ความยากจนและความแตกแยกร้ายแรงคงไม่จำเป็นต้องพูดถึงเพราะเห็นเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว
ส่วนผู้นำที่จะทำให้คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งจะเป็นสตรีขี่ม้าขาวอาจตีความหมายได้หลายอย่างดังความเห็นของผู้อ่านบทความของอาจารย์ปราโมทย์ นาครทรรพ ในหนังสือพิมพ์นี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ผมมองว่าสตรีขี่ม้าขาวเป็นสัญลักษณ์ของกระบวนการที่ผู้ทำนายเสนอให้คนไทยทำให้เกิดขึ้นมากกว่าจะเป็นบุคคล และช่วงนี้เป็นโอกาสสุดท้าย หากคนไทยไม่ร่วมกันทำความล่มสลายก็จะมาเยือน กระบวนการอาจเป็นได้ในสองแบบคือ
แบบแรกเป็นไปในแนวปัจจุบันที่จะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปีนี้ซึ่งจะได้นักการเมืองที่ไม่ค่อยมีความฉ้อฉล อย่าเพิ่งหัวเราะเพราะนั่นจะเป็นการดูแคลนพลังของกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ รวมทั้งของเสื้อแดงและเสื้อเหลือง ตอนนี้มีฐานที่กลุ่มเคลื่อนไหวจะทำงานร่วมกันแล้ว นั่นคือ ข้อเสนอให้มีการปฏิรูปที่ดินของคณะกรรมการปฏิรูป เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้าผู้นำความเคลื่อนไหวจะมองเห็นว่าถ้ามีการรณรงค์อย่างเข้มข้นให้เลือกเฉพาะคนที่สนับสนุนการปฏิรูปที่ดินเข้าสภาฯ แน่นอนว่าเมืองไทยจะได้รัฐบาลที่ไม่ค่อยมีความฉ้อฉลซึ่งจะนำเมืองไทยไปสู่ความยั่งยืน
แบบที่สองเป็นข้อเสนอที่ให้มีการยุบสภาบวกการลาออกของนายกรัฐมนตรี ปัจจัยนี้จะเปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลที่มาจากการร่วมมือกันของภาคส่วนต่างๆ ที่ไม่มีนักการเมืองในปัจจุบันรวมอยู่ด้วย รูปแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยนายกรัฐมนตรีที่มีความกล้าหาญเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน คนไทยที่มีความสามารถและรักชาติโดยปราศจากข้อกังขาจะต้องออกมาช่วยกัน มิฉะนั้น เมืองไทยจะเริ่มเดินเข้าทางแห่งความล่มสลายภายในปี 2555
โดย . [20 มี.ค. 2554 , 23:33:41 น.] ( IP = 223.207.182.1 : : )
ข้อความ 4
ขอบคุณมากที่พยายามหาบทความดีๆมาให้อ่าน
โดย หญิงเรา [31 มี.ค. 2554 , 23:24:34 น.] ( IP = 113.53.10.24 : : )
ข้อความ 5
หญิงเรา ห่างหายไปนาน ขอขอบคุณ ที่ยังคิดถึงติดตามอย่างเสมอ.......
โดย ชายเขา [1 เม.ย. 2554 , 09:43:34 น.] ( IP = 223.206.79.117 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด