Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


ทำอย่างไรให้เป็นครูมืออาชีพ




ทำอย่างไรให้เป็นครูมืออาชีพ

คำว่า "ครูมืออาชีพ" กับ "อาชีพครู" นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก สำหรับอาชีพครู ใครๆ ก็สามารถเป็นได้ ถ้าได้รับการว่าจ้างให้สอน แต่ "ครูมืออาชีพ" ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้สมกับความเป็นครูอย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพสังคมในปัจจุบัน

หน้าที่ของครูที่แท้จริงนั้น ไม่จบเพียงการสอนในสาระวิชาที่ตนรับผิดชอบเท่านั้น แต่ยังกินความไปถึงการสอนถึงหลักการความประพฤติที่ถูกต้องดีงาม เพื่อให้นักเรียนเติบโตขึ้นไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ คิดเป็น มีจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ รวมทั้งแสวงหาความรู้ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดการเรียนรู้เพียงแค่เมื่อสำเร็จการศึกษาเท่านั้น ดังนั้น หากครูต้องการที่จะพัฒนาให้ตนเองเป็นครูมืออาชีพนั้น จะต้องทำอย่างไรบ้าง

อันดับแรกสุด การเรียนรู้ที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และเอื้อต่อการเรียนรู้ ส่งเสริมให้นักเรียนกล้าคิด กล้าถาม อย่าทำให้ห้องเรียน หรือโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว กดดัน แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการปล่อยปะละเลยเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ครูจำเป็นต้องคงไว้ซึ่งกฎเกณฑ์ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ และปรับตัวเป็นคนที่มีระเบียบวินัย นอกจากนั้น ครูยังคงต้องรักษามาตรฐานต่างๆ ไว้ด้วย โดยเฉพาะมาตรฐานด้านการศึกษา ซึ่งมาตรฐานการศึกษาที่เหมาะสมนั้น ควรเป็นมาตรฐานที่ท้าทายระดับสติปัญญา ความรู้ ความสามารถของนักเรียน ไม่ย่อหย่อนมากจนทำให้นักเรียนไม่ต้องอาศัยความพยายามใดๆ ก็สามารถทำสำเร็จได้ เพราะจะทำให้นักเรียนเบื่อ ไม่มีความรู้สึกท้าทายใดๆ ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ยากเกินกว่าระดับความสามารถของนักเรียนที่จะก่อให้เกิดความท้อถอย นอกจากนี้ นักเรียนควรที่จะถูกฝึกให้สามารถประเมินความสามารถ และผลงานของตนเองได้อย่างถูกต้อง ไม่ลำเอียง กล่าวคือ มีความรู้จักตนเอง

ประการที่สอง ครู โรงเรียน ครอบครัว และชุมชนควรมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของนักเรียน เช่น การเชิญคนในชุมชนที่มีความสามารถด้านต่างๆ มาเป็นครูรับเชิญ เช่น หากใครเคยอ่านวรรณกรรมเยาวชนของประเทศญี่ปุ่นจะเห็นได้ว่ามีการเชิญครูชาวนา หรือครูทำขนม มาสอนวิธีการปลูกข้าว การทำขนมจริงๆ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติแล้ว การต่อยอดความคิดจะง่ายขึ้น เช่น การคิดแปรรูปผลิตภัณฑ์ เข้าใจว่าบางพื้นที่ในประเทศไทยเองก็มีการจัดการเรียนการสอนแบบนี้อยู่ แต่อาจไม่ต่อเนื่องนัก ผลดีของการเรียนรู้รูปแบบนี้ นอกจากจะทำให้เด็กได้เรียนรู้ของจริงแล้ว ยังสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโรงเรียน และชุมชน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าตนมีคุณค่า เป็นที่ยอมรับของครูรับเชิญ รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์ของดีมีอยู่ของแต่ละท้องถิ่นได้อีกด้วย หรืออาจเป็นการสร้างโครงงานเข้าไปพัฒนา แก้ไขปัญหาของแต่ละชุมชน เช่น การบำบัดน้ำแหล่งน้ำสาธารณะ หรือการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

ประการที่สาม ครูมืออาชีพต้องมีความสามารถในการขาย หมายถึงสามารถชี้แนะให้นักเรียนเห็นถึงความสำคัญ และความจำเป็นของการเรียนในวิชาดังกล่าวได้ หากครูไม่สามารถขายความจำเป็นที่จะต้องเรียนเนื้อหาวิชาแล้ว ความสนใจ และความเอาใจใส่ที่นักเรียนมีต่อการเรียนย่อมลดลง หลักสำคัญในการขายคือ การชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ในชีวิตประจำวันที่นักเรียนจะได้รับจากการเรียน หรือการเชิญบุคลในแต่ละสาขาอาชีพมาพูดคุยถึงหน้าที่การงาน หรือการพานักเรียนออกไปทัศนศึกษานอกสถานที่ เป็นต้น นอกจากนั้น ครูควรที่จะให้ความสำคัญกับหลักสูตรที่เน้นการเชื่อมโยงความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์จริง เน้นถึงวิธีการประยุกต์ความรู้

ประการที่สี่ ครูต้องเตรียมนักเรียนให้มีความพร้อมก่อนเริ่มเรียน โดยชี้แจงเนื้อหาสาระของการเรียนในแต่ละคาบ พร้อมทั้งการจัดให้มีการทดสอบก่อนเรียน เพื่อดูความพร้อม

ประการที่ห้า ครูมืออาชีพต้องกล้าเสี่ยง กล้าที่จะทดลองใช้วิธีการสอน อุปกรณ์การสอนแบบใหม่ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน หากสอนด้วยวิธีนี้ไม่ประสบความสำเร็จ คือนักเรียนไม่สนใจมากเท่าที่ควร ครูต้องกล้าที่จะลองหาวิธีการสอนใหม่ที่เหมาะสมกับนักเรียนมากยิ่งขึ้น ห้องเรียนแต่ละชั้น นักเรียนแต่ละคนล้วนมีความแตกต่างกัน ดังนั้น การสอนจึงไม่มีคำตอบตายตัวว่าสอนแบบใดจึงจะได้ผล

ประการที่หก ครูต้องมีความคิดเชิงระบบ มองเห็นความแตกต่างระหว่างบุคคลในนักเรียน ที่แตกต่างกันทั้งทางร่างกาย สติปัญญา ความสามารถ รูปแบบการเรียนรู้ แรงจูงใจ และพื้นฐานทางครอบครัว โดยเฉพาะในรายที่มีความต้องการพิเศษนั้น ครูอาจขอคำแนะนำจากครูแนะแนวของโรงเรียน

ประการที่เจ็ด นักเรียน และผู้ปกครองทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน แสดงให้นักเรียนเห็นว่าครูให้เกียรติ และรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนทุกคน สำหรับผู้ปกครองก็เช่นเดียวกัน อย่าให้ความแตกต่างใดๆ ไม่ว่าจะเป็นฐานะ สถานภาพทางสังคม หรือการศึกษามาเป็นตัวแปรในการเลือกปฏิบัติ

ประการสุดท้าย ครูต้องสอนให้นักเรียนรู้จักที่จะเรียนรู้วิธีการเรียน (Learning how to learn) และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต (Life long learning) เนื่องจากในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นเร็วมาก และเกิดในลักษณะที่คาดการณ์ไม่ได้ ดังนั้น ความรู้ที่นักเรียนได้รับไปนั้นย่อมไม่เพียงพอต่อการดำเนินชีวิต นักเรียนจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงการเข้าถึงแหล่งความรู้ที่เหมาะสม และเรียนรู้วิธีการเรียนด้วยตนเองเมื่อไม่มีครู เช่น รู้จักสังเกต ค้นคว้าด้วยตนเอง ดังคำกล่าวที่ว่า

"ให้ปลาหนูหนึ่งตัว หนูกินได้หนึ่งวัน สอนให้หนูหาปลา หนูมีปลากินได้ตลอดชีวิต"

แหล่งที่มา มติชนรายวัน ฉบับที่ 10582 [หน้าที่ 27 ] ประจำวันที่ 1 มีนาคม 2550


โดย ศน.จิระ เรืองคล้าย [1 มี.ค. 2550 , 12:44:08 น.] ( IP = 222.123.149.94 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด