View Topic

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


พบวิธีฆ่าเชื้ออสุจิป้องกันป่องฝานมะนาวใส่จิ๋ม




"มีชัย"มาแหวกแนวจับมือฝรั่งออสซี่ ซุ่มวิจัยน้ำมะนาวคุมกำเนิด เพราะมะนาวมีกรดสูงทำลายอสุจิได้ เผยเป็นสูตรลับที่สาวชาวเมืองผู้ดีใช้คุมกำเนิดกันเมื่อร้อยปีก่อน ส่วนวิธีใช้แค่ฟังก็น่าจะแสบแทนคนทำคือให้ฝานมะนาวเป็นแผ่นบางสอดในช่องคลอดก่อนมีเซ็กส์ หรือใช้ลำสีชุบน้ำมะนาวสอดฆ่าหลังจากหลั่งหยาดรัก

ที่สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน วันที่ 7 ส.ค. นายมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เจ้าของฉายา "ถุงยางมีชัย" เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสมาคมได้มีโครงการวิจัยร่วมในเรื่องเกี่ยวกับการคุมกำเนิดโดยได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ออสเตรเสีย ทำการศึกษาวิจัย เรื่องการใช้น้ำมะนาวในการคุมกำเนิด ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นเป็นผู้ศึกษาในทางวิทยาศาสตร์ เช่น ในห้องปฏิบัติการ การทดสอบในสัตว์ เป็นต้น ส่วนทางสมาคมฯรับผิดชอบงานด้านข้อมูลภาคสนาม และเตรียมการเพื่อการทดสอบในมนุษย์ ซึ่งเบื้องต้นจากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติพบว่า น้ำมะนาวสามารถฆ่าเชื้ออสุจิให้ตายได้ในเวลาประมาณ 30 วินาที ทั้งนี้เพราะน้ำมะนาวมีค่าพีเฮช (ค่าความเป็นกรด-ด่าง) ต่ำ จึงมีสภาพความเป็นกรดค่อนข้างสูง ทำให้ไปทำลายเชื้ออสุจิได้

นายมีชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้กำลังทำการศึกษาในลิงอยู่คาดว่าภายในปีนี้ก็น่าจะทราบผลการทดสอบได้ ซึ่งทฤษฏีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่เลยเพราะมีเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษเมื่อประมาณ 100 ปีมาแล้ว เมื่อ ดร.มาร์รี สโตปแพทย์ชาวอังกฤษ ได้ใช้น้ำมะนาวหยอดเข้าไปในช่องคลอดของผู้หญิงก่อนมีเพศสัมพันธ์ก็พบว่าไม่ทำให้ตั้งครรภ์ และในช่วง 60 ปีก่อนที่อังกฤษก็มีการนิยมใช้น้ำมะนาวป้องกันการตั้งครรภ์กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มหญิงย่านชนบท อย่างไรก็ดี การที่จะนำกลับมาใช้ใหม่ก็ต้องมีการศึกษาวิจัยกันอย่าละเอียด และต้องทดสอบตามขั้นตอนที่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้เบื้องตนไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นพิษเพราะเรามีการศึกษาและรู้จักมะนาวกันเป็นอย่างดี
และก็ใช้บริโภคกันอยู่ทุกวัน ซึ่งมะนาวที่นำมาใช้ก็สามารถใช้ได้ทั้งไลม์ (มะนาวต่างประเทศ) และเลมอน (มะนาวไทย) และสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป ไม่ต้องกังวลเรื่องของลิขสิทธิ์อะไรแต่อย่างใด

"อยู่ๆจะให้บอกว่าใช้ได้ดีก็ทำไม่ได้ ต้องทดลองให้น่าเชื่อก่อน ส่วนวิธีการใช้ก็ไม่ได้ยากอะไร ทำได้ 2 วิธี คือ วิธีแรกฝานบางๆแล้วสอดเข้าไปในช่องคลอดผู้หญิงก่อนที่จะร่วมเพศหรืออีกวิธีใช้สำลีชุบน้ำมะนาวแล้วสอดเข้าไปในช่องคลอดเมื่อมีการหลั่งน้ำอสุจิเกิดขึ้น สภาพความเป็นกรด-ด่างในช่องคลอดที่มีน้ำมะนาวผสมอยู่ไม่เหมาะสมที่จะให้อสุจิมีชีวิตอยู่ได้ก็จะทำให้ตายไปในที่สุด แต่ที่สำคัญเมื่อสอดเข้าไปแล้ว หลังร่วมเพศต้องอย่าลืมเอามะนาวออกมาด้วยเดี๋ยวจะโดนต่อว่าเอาได้" นายมีชัย กล่าว

ด้าน น.พ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ ผอ.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กล่าวว่า เรื่องการใช้กรดล้างช่องคลอดมีกล่าวไว้มานานแล้ว แต่เรื่องของการใช้น้ำมะนาวฆ่าอสุจิด้วยการฝานมะนาวแล้วสอดเข้าไปไว้ในช่องคลอดดูแล้วก็น่าจะไม่ทำให้ตั้งครรภ์ เพราะโดยหลักการแล้วน้ำมะนาวมีค่าพีเฮชประมาณ 2-3 ซึ่งมีความเป็นกรด และกรดก็สามารถทำลายอสุจิได้ อย่างไรก็ดีหากสภาวะกรด-ด่างในช่องคลอดไม่เหมาะสมต่อการดำงชีวิตอยู่ของอสุจิก็ทำให้อสุจิเสื่อมสภาพไปได้

ขณะที่ ศ.น.พ.นิกร ดุสิตสิน ผอ.ศูนย์เพศศาสตร์ศึกษาจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า โดยหลักการแล้วกรดจะสามารถทำลายอสุจิได้ ซึ่งช่องคลอดผู้หญิงปกติก็จะมีสภากรดอ่อน ๆ มีค่าพีเฮชประมาณ 4.5-5 แต่ช่วงไข่สุกจะมีมูกปากมดลูกมาก ซึ่งจะปรับสภาพให้เป็นด่างได้ซึ่งจะมีค่าพีเฮชมากกว่า 7 และหากสอดมะนาวเข้าไปในช่องคลอดก็คิดว่าน่าจะช่วยได้แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าผู้หญิงคนไหนจะยอมสอดมะนาวเข้าไป และยังมีเรื่องความสะอาดที่ต้องกังวลอีก และยังไม่ทราบว่าคนจะยอมรับวิธีนี้หรือไม่

(เดลินิวส์ วันพฤหัสที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2545)

โดย อ.โต้ง [8 ส.ค. 2545 , 22:21:35 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้

ข้อความ 1

กรมอนามัย หวั่น คนใช้น้ำมะนาวคุมกำเนิด อาจท้องได้

ศดร.ภักดี โพธิศิริ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ขณะนี้ในประเทศไทยยังไม่มีการการวิจัยที่ยืนยันได้ว่าน้ำมะนาวมีผลในการคุมกำเนิดหรือฆ่าเชื้ออสุจิได้ และการวิจัยของประเทศออสเตรเลียเองก็ยังไม่ได้สรุปออกมาชัดเจนนัก อยู่ระหว่างการทดลอง ที่ตนกลัวขณะนี้คือ คนที่อ่านข่าวนี้ แล้วเชื่อหรือทึกทักว่าน้ำมะนาวสามารถคุมกำเนิดได้จริง และไปทดลองทำกับคู่นอนตามดู โดยละเลยไม่ได้สวมถุงยางอนามัย อาจจะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์หรือติดเชื้อโรคจากเพศสัมพันธ์ได้ ยืนยันว่าการใช้ถุงยาอนามัยยังเป็นวิธีการคุมกำเนิดและป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุด

(กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2545)

โดย อ.โต้ง [9 ส.ค. 2545 , 05:58:48 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )

ข้อความ 2

กรมอนามัยโต้ใช้ "น้ำมะนาว" กันป่องไม่ได้ ยันถุงยางดีสุด

กรมอนามัย ฟันธงมะนาวใช้คุมกำเนิดไม่ได้ผล แถมงานวิจัยยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เผยเป็นวิธีโบราณที่เลิกใช้ไปแล้ว ยืนยันถุงยางอนามัยดีที่สุด แนะใช้วิทยาการใหม่ๆ ทันสมัยแถมปลอดภัย เตือนหญิงอย่าลองใช้อาจเกิดอันตราย นักจิตวิทยาเตือนผลเสีย หวั่นวัยรุ่นหัวใสใช้มะนาวกันป่อง
หลังจากนายมีชัย วีระไวทยะ สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพฯ ในฐานะนายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ได้ออกมาเปิดเผยการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ถึงการนำมะนาวมาฝานแล้วสอดเข้าไปในช่องคลอดเพื่อให้น้ำมะนาวที่มีฤทธิ์เป็นกรดทำลายเชื้ออสุจิ จนไม่สามารถตั้งครรภ์ได้นั้น ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมากล่าวว่า ขณะนี้ในประเทศไทยยังไม่มีการวิจัยที่ยืนยันได้ว่าน้ำมะนาวมีผลในการคุมกำเนิดหรือฆ่าเชื้ออสุจิได้ และการวิจัยของประเทศออสเตรเลียเองก็ยังไม่ได้สรุปออกมาชัดเจนนัก เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการทดลอง

"สิ่งที่ผมกลัวขณะนี้ คือ จะมีการเชื่อหรือทึกทักว่าน้ำมะนาวสามารถคุมกำเนิดได้จริง และไปทดลองทำกับคู่นอน โดยละเลยไม่ได้สวมถุงยางอนามัย อาจจะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์หรือติดเชื้อโรคจากเพศสัมพันธ์ได้ ยืนยันว่าการใช้ถุงยางอนามัย ยังเป็นวิธีการคุมกำเนิดและป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุด"

ศ.ดร.ภักดี กล่าวอีกว่า ในน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ขณะที่ภายในช่องคลอด มีความเป็นด่างอ่อนๆ เมื่อเจอกันแล้วจะทำให้ภายในช่องคลอดมีสภาพความเป็นด่าง ไม่สามารถฆ่าเชื้ออสุจิได้ มีคนเคยพยายามเปรียบเทียบการนำน้ำมะนาวไปบีบใส่กุ้งสดแล้วกุ้งสดเปลี่ยนสีได้นั้นเป็นคนละประเด็นกัน เพราะมะนาวจะทำให้โปรตีนในกุ้งเปลี่ยน ไม่ได้ทำให้สภาพกรดด่างเปลี่ยนไป

“อยากเตือนผู้หญิงให้ระวังอย่าเพิ่งเชื่อเรื่องนี้นัก อย่างไรก็ตามบีบน้ำมะนาวเล็กน้อยลงในช่องคลอดไม่ทำให้ช่องคลอดระคายเคืองเท่าใดนัก แต่อย่าบีบมาก เพราะช่องคลอดของแต่ละคนมีความอ่อนไหวไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะรับสิ่งแปลกปลอมเล็กน้อยๆ ไม่ได้เลยก็มี”ศ.ดร.ภักดี กล่าว

สอดคล้องกับแนวคิดของอธิบดีกรมอนามัย นายวัลลภ ปิยมโนธรรม นักจิตวิทยาชื่อดัง กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ชาวต่างชาติกำลังตื่นกับการทำผลงานวิจัยจำนวนมากๆ ทั้งนี้เท่าที่ทราบ งานวิจัยนี้ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ จึงไม่ควรนำมาเผยแพร่หรือบอกกล่าวให้กับประชาชนเพราะอาจเกิดผลเสียขึ้นได้

"ผลเสียที่เกิดขึ้นมีทั้ง ผลข้างเคียง หากมีการทดลองทำตาม เป็นเรื่องจริงที่น้ำมะนาวมีสภาพความเป็นกรด เมื่ออสุจิเจอกับกรด ก็ย่อมจะสูญสลายไป แต่องค์ประกอบของการนำมาใช้มีตัวแปรมากกว่าที่เป็นข่าวออกมา การนำน้ำมะนาวมาใช้ ใช้อย่างไร จำนวนมากน้อยแค่ไหน ผลวิจัยต้องระบุให้ชัดเจน และเท่าที่ทราบยังไม่มีการทดลองใช้กับมนุษย์ยิ่งเป็นเรื่องอันตราย เพราะหลายกรณีที่ผ่านมาการวิจัยที่ได้ผลกับสัตว์ ใช้ไม่ได้กับคนเสมอไป"

นายวัลลภ ย้ำว่าผู้วิจัยควรจะได้ทดลองใช้กับคนจนได้ผลสมบูรณ์ก่อนจึงจะนำผลวิจัยมาเผยแพร่ นอกจากนี้วัยรุ่นซึ่งยังมีวุฒิภาวะไม่เพียงพอ อาจจะนำวิธีดังกล่าวมาทดลองใช้ โดยคิดว่าจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้จริง ซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสียตามมา

น.พ.สุวชัย อินทรประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า วิธีดังกล่าวไม่มีการนำมาใช้แล้ว เนื่องจากเป็นวิธีโบราณตั้งแต่สมัยอียิปต์และโรมัน ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีวิทยาการการคุมกำเนิดที่ทันสมัย ก็เลยต้องใช้วิธีการดังกล่าว

"แนวคิดนี้ไม่ถือว่าผิดแต่อย่างใด เพราะในตำราแพทย์ก็มีกล่าวไว้ เพียงแต่ว่าเป็นวิธีสมัยโบราณ ซึ่งทางการแพทย์เลิกใช้ไปแล้ว สิ่งสำคัญคือน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งจะทำให้ไปกัดผนังช่องคลอด จนเกิดการอักเสบได้ ทั้งนี้หากจะคุมกำเนิดจริงๆ วิธีการในสมัยปัจจุบันทันสมัยมาก ทั้งยาคุมกำเนิด ยาฉีด หรือทำหมัน ซึ่งก็มีความปลอดภัยที่ค่อนข้างสูง " น.พ.สุวชัย กล่าว

ขณะที่ พ.ญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กล่าวว่า ในตำราแพทย์แผนไทยโบราณไม่เคยมีระบุไว้ว่ามีการใช้น้ำมะนาวในการคุมกำเนิด ไม่ว่าจะใช้น้ำมะนาวหรือจะฝานสอดช่องคลอด ยิ่งเรื่องฝานแล้วสอดเข้าช่องคลอดยิ่งไม่น่ามีความเป็นไปได้เลย เพราะหญิงไทยสมัยก่อนรักนวลสงวนตัวมาก เรื่องการคุมกำเนิดด้วยวิธีแปลกๆ จึงไม่มีบันทึกไว้

"วิธีโบราณที่ใช้ จะแนะให้ลูกกินนมแม่นานๆ จนถึง 1-2 ขวบ เพราะจะช่วยให้ไข่ไม่สุก ทำให้ไม่สามารถปฏิสนธิได้ แม่ก็จะไม่ตั้งครรภ์ ส่วนเรื่องการปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในช่องคลอดนั้น ถือเป็นวิทยาการทางการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ซึ่งก็มียาเหน็บยาสอดออกมาใช้กัน" ผอ.สถาบันการแพทย์แผนไทย กล่าว

ทั้งนี้นายมีชัย วีระไวทยะ ได้ออกมากล่าวถึงผลการวิจัยดังกล่าวว่า ศาสตราจารย์โรเจอร์ วี ช็อต แห่งมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ได้ศึกษาอย่างเป็นระบบทางวิทยาศาสตร์แล้ว พบว่า ความเป็นกรด-ด่าง ที่มีค่า PH ประมาณ 2 กว่าๆ ของน้ำมะนาวสามารถฆ่าเชื้ออสุจิภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที ซึ่งเพียงพอสำหรับการสกัดกั้นไม่ให้ตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากค่า PH ในช่องคลอดสตรีมีค่าประมาณ 4.5 เมื่อมีน้ำมะนาวในช่องคลอด ทำให้ค่า PH ลดหลงเหลือ 2 กว่า เชื้ออสุจิจึงไม่สามารถดำรงอยู่ได้ โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดลองกับลิง เพื่อทดสอบถึงผลกระทบว่าจะเกิดการระคายเคืองหรือไม่หากใช้หลายครั้งใน 1 วัน แต่เบื้องต้นพบว่าสามารถฆ่าเชื้ออสุจิได้แน่นอนและมีความปลอดภัยสูง หากผ่านขั้นนี้ก็จะเริ่มทดลองกับมนุษย์ คาดว่าจะเริ่มได้ไม่เกินปีนี้

นายมีชัยเปิดเผยถึงวิธีการดังกล่าวว่า สามารถใช้มะนาวชิ้นบางๆ ใส่ไว้ในช่องคลอด บีบน้ำมะนาวใส่สำลี หรือบีบใส่ช่องคลอดก่อนมีเพศสัมพันธ์ ก็ใช้ได้ผล ส่วนน้ำส้มสายชูไม่สามารถใช้ได้เพราะมีความหวาน PH สูง ต้องมะนาวใหญ่กับมะนาวเล็ก (Lime กับ Lemon) เท่านั้น นอกจากนี้จากการวิจัยเบื้องต้นยังพบว่า น้ำมะนาวสามารถฆ่าเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเอดส์ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกของคืนวันที่ 8 ส.ค. ดร.โรเจอร์ วี ช็อต ซึ่งเป็นเจ้าของงานวิจัยได้เดินทางมาถึงประเทศไทย เพื่อเตรียมหารือ ร่วมกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน และจะมีการเตรียมการศึกษาถึงการใช้น้ำมะนาวในการฆ่าเชื้อเอชไอวี ด้วย ซึ่งได้เคยนำเสนอโครงงานวิจัยดังกล่าวต่อองค์การอนามัยโลกมาแล้ว

(คม ชัด ลึก วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2545)

โดย อ.โต้ง [9 ส.ค. 2545 , 06:17:14 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด