Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code


สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


ขุนช้างขุนแผน (พลายงามพบพ่อ)




เอ่อ… คือ…. ไปเปิดกรุหนังสือเรียนมาอ่ะกั๊บ เป็นทุเร๊ศศศศศศศศศศ ทุเรศ ที่ไม่รู้อุตริตอนเรียนเขียนเข้าไปได้ยังไง แบบจะลบทิ้งก็… ถึงจะทุเรศไปหน่อยก็เถอะ แต่ไหนๆ ก็อุตส่าห์เขียนแล้ว ก็เลยเอามาโพสต์ซะเลย <สังเกตดีๆ ตอนนั้นสำนวนภาษาชั่วสุดๆ ^____^'>

นานมาแล้ว (คิดว่านะ) มีครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก (ไม่เห็นแปลก) ตัวแม่นั้นนาม ‘วันทอง’ ตัวลูกนั้นนาม ‘พลายงาม’ ส่วนตัวพ่อนั้นนาม ‘ขุนช้าง’
มากล่าวฝ่ายพระเอกรูปหล่อของเราดีกว่า น้องพลายงามค่ะ เป็นเด็กที่สดใส
ร่าเริงน่ารักเท่ดีด้วย (ถูกใจพวกโลลิค่อนล่ะสิ) ตอนนี้น้องพลายงามของเราอายุ 12 ปีเองล่ะ แต่ก็ต้องออกเดินทางไปจ๊ะเอ๋กับความยากลำบากซะแล้ว น่าสงสารเนอะ ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา เพราะถ้าขืนอยู่ที่บ้านต่อไปจะต้องโดนอีตาพ่อเลี้ยงขุนช้างฆ่าตายแน่เลย ก็ดูเหมือนว่าขุนช้างจะรู้ความจริงแล้วล่ะเรื่องที่พลายงามไม่ใช่ลูกของมัน (It’ เลยวุ้ย) ก็เลยหลอกพลายงามไปฆ่าหมกศพแบบเชอร์รี่แอน แต่ก็รอดมาได้ด้วยบุญบารมีที่สั่งสมมาแต่ชาติปางก่อนแต่ก็เกือบเดี้ยงเหมือนกันแหละ
ในตอนที่วันทองได้รู้เรื่องนี้น่ะนะก็เลยบอกความจริงกับพลายงามซะ แล้วให้พลายงามไปหาย่าทองประศรีที่กาญจนบุรี (รัมย์ + เปอร์)
พอวันรุ่งขึ้น น้องพลาย (ประกายมาศ) ก็ออกเดินทางลาจากท่านแม่ไปสู่จุดหมายที่ท่านย่า แต่กว่าจะลาได้ท่านแม่ก็สั่งเสียแล้วสั่งเสียอีกจนน้องพลายรำคาญก็เลยบอกท่านแม่ไปว่า
“ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก ถ้าโชคดีมีบุญเราคงได้พบกันอีก” ว่าแล้วพี่แกก็หันหลังเผ่นแน่บไปเลยเพราะกลัวท่านแม่ที่รักจะสั่งเสียอะไรอีก (ถ้าจะรำคาญจริงๆ)
ระหว่างทางคุณท่านก็เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย เช้าผ่านไป สายผ่านไป เที่ยงผ่านไป บ่ายผ่านไป จวบจนเย็น น้องพลายก็เริ่มอ่อนล้าอ่อนเพลีย ก็หยดพักนั่นนอนอยู่กลางป่า อยู่ดีๆ ก็คิดถึงท่านแม่ขึ้นมา หยาดน้ำตาก็พร่างพรูไหลริน (ทีเมื่อกี่ล่ะวิ่งหนี) ก็เลยตั้งสัตย์
สาบาญวาจาสิทว่าจะต้องตามหาท่านพ่อให้พบให้ได้
รุ่งเช้าคุณท่านก็เดินทางต่อไป เวลาก็ผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น (แบบ…ขี้เกียจจะบรรยายง่ะ) จนกระทั่ง…Midnight… (สรุปก็คือ เหตุเกิดในคืนต่อมา) น้องพลายของเราก็นอนหลับพักผ่อนด้วยความอ่อนเปลี้ยเพลียแรง (เหมียนเดิม) ก็ปรากฏฝูงโจรป่า แต่มีอยู่คนเดียวนะ ย่องเข้ามาหวังขโมยสัมภาระของเด็กชายวัย 12 ขวบ (ดูมันสิขโมยกระทั่งเด็ก) แต่น้องพลายของเราก็มีประสาทสัมผัสที่ 6 ดีค่ะ รู้สึกตัวขึ้นมาซะก่อนที่เจ้าโจรนั่นจะหยิบฉวยทรัพย์สมบัติไป
“นั่นใครน่ะ ?! ”
ว้าย…! ตายแล้ว! เจ้าโจร 500 SEL มันเอาดาบมาจ่อคอน้อยพลายเฉยเลย ดูสิ…นี่ แต่น้อยพลายก็ไม่กลัวเลยค่ะ นั่งมองหน้าโจรเฉยตาไม่กระพริบ คงจะหลงเสน่ห์มันเข้าแล้วล่ะ พูดตามตรงเลยนะ เจ้านี่ถึงจะเป็นโจรแต่มันก็สวยนะ อายุก็ประมาณ 14-15 ปีแหล่ะ ไว้ผมยาวด้วยแต่รวบเอาไว้หลวมๆ หน้างี้เนียนเกลี้ยงเลย
“อย่าคิดสู้นะ ไม่งั้นเจ้าตายแน่”
ว้าย…! เสียงเพราะด้วยล่ะ ยังงี้น้องพลายของเราก็ชักจะถูกใจแล้วสิ เชื้อขุนแผนเริ่มสำแดงฤทธิ์แล้วสิ (ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น) น้องพลายของเราก็ทำตามที่เค้าบอก ไม่คิดสู้ค่ะ (แต่คิดอย่างอื่น) แถมยังทำตาเจ้าชู้ใส่ด้วย และในขณะที่จดๆ จ้องๆ กันอยู่นั่นเอง น้องพลายของเราก็ตัดสินใจเล่นเกมรุก พี่แกเอามือจับคมดาบแล้วกระชากให้หลุดจากมือของคุณโจร 500 SEL โหเลือดงี้กระฉูดเลย คุณโจรนะงงเป็นไก่ได้พลอยเลย (…?…) ไม่คิดว่าเด็ก 12 ขวบจะใจกล้าขนาดนี้ล่ะมั้ง นั่นยังไม่เท่าไหร่นะ เด็กๆ น้องพลายของเรากระโจนผลักเจ้าโจร 500 ล้มลงนอนบนพื้นหญ้า แล้วใช้มือขวาไอ้ข้างที่เปื้อนเลือดนั่นแหละ ถือดาบจ่อคอคุณโจรเค้าบ้างล่ะ (เอาคืนซะ)
“เจ้าน่ะแหละอย่าคิดสู้ข้าดีกว่า” โถๆ ๆ (หนึ่งใบ สองใบ) พ่อคู้ณใครมันจะไปเชื่อเจ้าคะ ก็ดูสิคุณโจรนั่นรีบตบน้องพลายเรา เอาคืนซะหน้าหันเลย
“ข้าบอกว่าอย่าคิดสู้!”
ว่าแล้ว พี่แกก็แทงดาบแหลมเฟี้ยวนั่นเข้าให้ที่หัวไหล่ของพี่โจรทะลุเลยล่ะ เสร็จแล้วก็ดึงดาบออกอย่างไร้ความปราณี เลือดสีแดงฉานงี้พุ่งกระฉูดไหลซ่าซาบซ่านกระเซ็นเต็มหน้าน้องพลายเลย (เด็ก 12 ขวบแน่นะเนี่ย) จากนั้นพี่แกก็ดึงหนังควายสะพายดาบของตน (สายสะพายดาบน่ะแหล่ะ) มัดมือของคุณโจรอย่างแน่นหนา (เหตุที่ใช้หนังควายก็เพราะว่า หากใช้เชือก หรือผ้า หรือเสื้อ อะไรพวกนี้จะง่ายต่อการฉีกขาด เพราะงั้นหนังควายจึงแน่นอนกว่า ทั้งเหนียว ทั้งทน เสกเข้าท้องได้อีกด้วย) แล้วก็ต่อด้วยการฉีกเสื้อผ้าออกเป็นชิ้นๆ จากนั้นก็ลงมือเลย (คงไม่ต้องบอกนะว่าลงมือทำอะไร) คุณโจรก็ดิ้นสุดชีวิตเลยสิคะ
“จะทำบ้าอะไรน่ะ!”
“ไม่ได้ทำบ้า แต่ทำดีๆ” โห… ตอบหน้าตาเฉยเลย (ว่ะ)
รู้สึกว่าน้องพลายจะเมามันส์ในอารมณ์ตัวเองอย่างมากเลยค่ะ พี่แกทั้งจูบ ทั้งซุก ทั้งไซ้ ทั้งลูบ ทั้งคลำ อย่างสนุกสนานเลย (ถึงตอนนี้ข้าพเจ้าชักไม่แน่ใจแล้วล่ะว่าไอ้เด็กบ้านี้มันอายุ 12 ขวบจริงอ๊ะเปล่า)
“หยุดนะ! ไอ้เด็กบ้า!” นั่นแหละประโยคเดียวกระอักเลยค่ะ น้องพลายเราเล่นตบเค้าซะหน้าหัน เลือดกระฉูดออกจากปากเชียวแหล่ะ (น่าสงสาร)
“ถ้าไม่ยอมหุบปากนะ ข้าตัดลิ้นเจ้าแน่” (อึ๋ย…สยองแฮะ) ว่าแล้วน้องพลายก็แยกเรียวขา 2 ข้างของคุณโจรยกขึ้นสูงฉีกออก ‘แควก’ (เฮ้ยบ้าเปล่าวะ) แล้วก้มหน้าไล้โลมส่วนล่างไปเรื่อยๆ ด้วยปลายลิ้นและปลายนิ้ว
ป้าดโธ่! แล้วใครมันจะไปยอม (ฟะ) ไม่ให้พูดหนูโจรก็ไม่พูดค่ะ แต่คุณท่านเล่นเอาเท้าถีบหน้าน้องพลายซะกระเด็นเลย (ท่าเดียวกับหนูมิสึกิน่ะ แต่แรงกว่า) น้องพลายเราก็อารมณ์ค้างสิคะ เลยเกิดน้ำโหขึ้นมาคว้าเอา

 จาก LEVELC เล่ม 1 หน้า 66 ช่องล่าง)

ดาบ (เล่มเดิม) มาแทงฉึกลงไปที่เข่าข้างขวา เสียงหวานน่ารักของคุณโจรก็ร้องออกมากลายเป็นเสียหมาหอนเลยค่ะ จากนั้นก็ดึงดาบออกมาแล้วแทงฉึกเข้าที่เข่าซ้ายอีกที
“ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ อย่าขัดขืนดีกว่าท่านพี่…” (ไอ้เด็กเลว)
ว่าก็ว่าเหอะ ยังไงหนูโจรก็หมดแรงขัดขืนแล้วล่ะ ส่วนน้องพลายก็ทำภารกิจต่อไปอย่างสะใจในอารมณ์
รุ่งขึ้นน้องพลายของเราก็ลึกขึ้นจัดแจงแต่งเนื้อแต่งตัว แล้วออกเดินทางไปโดยทิ้งคุณโจร 500 SEL นอนสะบักสะบอมอยู่กลางป่า
กว่าจะถึงเมืองกาญฯ ก็เกือบพลบค่ำ (เรื่องจริงของเค้าเดินทางแค่ 1 วันเท่านั้นแหล่ะ) ก็ดันไม่รู้จักอีกว่าบ้านยายทองประศรีอยู่ไหน แต่ไงๆ ก็ใกล้ค่ำแล้วอ่ะ คงต้องหาที่สิงสถิตก่อนล่ะมั๊ง (นี่พลายงามเค้าคิดว่างี้ล่ะ) พี่แกก็เดินสุ่มหาที่พักไปเรื่อยๆ จนไปจ๊ะเอ๋บ้านน้อยน่ารักหลังหนึ่ง (ที่ท่าทางน่าจะพักได้) พี่แกก็เดินเข้าไปเคาะประตู ‘ก๊อกๆ ๆ’
“มาหาใคร?” พลันก็ปรากฏเด็กชาย น่าร๊าก……มาก โผล่หน้ามาเปิดประตู อายุประมาณ 7 ขวบได้มั้ง เด็กกว่าน้องพลายของเรานิดหนึ่ง
“เราอยากจะขอพักที่นี่ซักคืนได้ไหม?” อ้าว… ก็ต้องได้อยู่แล้วสิคะ ไม่งั้นน้องพลายก็ต้องไปนอนกลางป่าอีกคืนลำบากแย่เลย
บ้านนี้เค้ามีกันอยู่แค่ 2 คนค่ะ มีคนแม่อยู่คน พี่แกก็ต้อนรับน้องพลายของเราอย่างดีค่ะ ทำกับข้าวให้กิน ต้มน้ำให้อาบ สุขสบายทุกอย่างค่า… ส่วนอีกคนก็น้องหนูคนที่มาเปิดประตูเมื่อกี้ไง พลายงามของเราก็ต้องนอนห้องเดียวกับน้องหนูนี้แหล่ะค่ะ ด้วยว่า มันเป็นเวลาที่ยามดึกมากแล้ว น้องหนูผู้น่ารักกับน้องพลายของเราก็เลยต้องรีบข้านอนเพื่อออมแรงไว้ไปหาย่าทองประศรีในวันพรุ่งนี้
ไอ้เราก็ไม่ค่อยแน่ใจนะว่าการรีบนอนของสองคนนี่มันเป็นการออมแรงหรือการเปลืองแรง ก็ไอ้น้องพลายที่มันเดินทางมาเป็นระยะทางยาวไกล ทั้งขี่ทั้งวัน ซึ่งมันก็น่าจะเหนื่อยนะ สมควรที่จะหัวถึงหมอนแล้วก็หลับเลย แต่มันกลับไม่หลับแฮะ (เค้านอนไม่หลับอ่ะ) พี่แกก็พลิกตัวไปพลิกตัวมาจนน้องหนูที่นอนอยู่ข้างๆ รำคาญ (เมื่อไหร่มันจะหลับซักทีวะ) ก้อเลยถามไปด้วยความสงสัย
“พี่เป็นอะไรรึเปล่าฮะ? นอนไม่หลับเหรอ?”
น้องพลายแกหันมาดูหน้าเจ้าของคำถามแล้วก็ยิ้ม (แฝงซ่อนเล่ห์เหลี่ยม) นิด
“ใช่…นอนไม่หลับ พี่กำลังเซ็งน่ะ” ว่าแล้วพี่แกก็เอามือล้วงลึกเข้าไปในใต้เสื้อของเด็กชายผู้น่ารัก (เราว่าน่าสงสารมากกว่า) “พี่ว่า…เรามาหาอะไรเล่นแก้เซ็งกันเถอะ” (เชยจังเลยคำพูดประโยคนี้)
“เล่นอะไรฮะ?” น้องหนูยังไม่รู้เรื่องค่ะ
“ก็เล่นแบบนี้ไง…”
ว่าแล้วน้องพลายก็ KISS ลงเบาๆ ที่ริมฝีปากเล็กๆ น่ารัก จากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มความหนักหน่วงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ (เห็นเด็กๆ อย่างงี้ ความจริงมันเป็นพวก ‘มาโซฯ’ น่ะ) แต่น้องหนูผู้อ่อนอาวุโส (In No Sense) ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเล้ย ปล่อยให้คุณพี่พลายงามถอดเสื้อผ้าของตนออกทีละชิ้นๆ และยอมให้คุณพี่ไล้โลมเรือนร่างบอบบางแต่โดยดี ไม่ว่ากล่าวขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น
* ก็ขอตัดฉากนี้ไปก่อนแล้วนะ (จินตนาการต่อกันเอาเอง) ความจริงแล้วเราไม่กล้าเขียนน่ะ เราออกจะ Baby อย่างนี้จะให้เขียนอะไรโจ่งแจ้งได้ยังไง จริงเปล่า? (เรื่องของเรื่องขี้เกียจบรรยาย)
พอรุ่งเช้าน้องพลายก็ออกเดินทางต่อไปพบย่าทองประศรีก็ไม่ค่อยรู้เรื่องราวเท่าไหร่หรอกนะ ไม่รู้ด้วยว่าเรือนท่านย่าอยู่ที่ไหน พี่แกก็เดินดุ่มๆ เข้าไปหาเด็กเลี้ยงควายเพื่อถามทาง
“พี่จะไปทำอะไรที่เรือนยายแก่ฮะ?” ด้วยความงงสงสัยจึงถามไป
“จะถามไปทำไม?” ถามกลับทันใดเป็นนัยว่ามึกเสือก (ใช้คำไม่เพราะเลยดูสิ)
โธ่… ม่ายรู้จะไปเบรคเค้าทำไป จ๋อยเลยดูสิ แต่ก็ดีนะที่เค้ายังอุตส่าห์ตอบให้
“แกอยู่บ้านไร่โน่นแน่ะที่หน้าบ้านมีมะยมต้นใหญ่ๆ ฉันชอบแอบไปเก็บกินบ่อยๆ”
“แล้วแกไม่ว่าเอารึไง?”
“ถ้าจับได้ก็ตีตายเลยแหล่ะ”
น้องพลายหยุดครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วก็บอกกับคุณน้องว่า “พาพี่ไปดูหน่อยสิ แล้วพี่จะเก็บมะยมให้กิน” (ดูมัน…เอาของกินมาล่อ)
“เจ๋งเป้ง!” ขานี้ก็ชอบสิคะ รีบ O.K. เลย
และแล้วทั้งสองก็เดินลิ่วตรงดิ่งไปหาท่านทองประศรีเมื่อถึงที่หมายน้องพลายก็จัดแจงปีนป่ายขึ้นต้นมะยม แล้วขย่มให้มะยมร่วงลงมา ฝ่ายที่อยู่ข้างล่างก็ใช้ผ้ารองรับกระหอบกลับเป็นกระบุงโกย พอย่าทองประศรีได้ยินเสียงมะยมหล่นเท่านั้นแหล่ะ โห…รีบแจ้นออกมาเลยค่ะ (งกจริงๆ) หยิบไม้กระบองอันเท่าขาช้างติดออกมาด้วย พอเจ้าหนูที่มากับน้องพลายเราเห็นก็รีบเผ่นเลยค่ะ (ทิ้งพี่ชายที่แสนเลวไว้ได้ยังไง) ย่าทองประศรีก็มาเจอกับน้องพลายที่อยู่บนต้นไม้ แกก็ด่าเปิงเลย น้องพลายก็สยองสิคะ จะลงไปเดี๋ยวก็ถูก จะไม่ลงก็ไม่ได้ เลยกล้าๆ กลัวๆ อยู่บนต้นไม้นั่นแหล่ะ ท่านรุกขเทวดาที่สิงสถิตอยู่ในต้นมะยมเห็นดังนั้นก็เกิดอาการสมเพศเวทนาเป็นเหลือหลาย จึงดลบันดาลให้กิ่งมะยมที่พลายงามท่านนั่งอยู่หักลงดังเปาะ ก็ร่วงสิคะ คงเป็นเวรเป็นกรรมของหนูพลายน่ะนะ พอถึงพื้นปุ๊บก็โดนไม้กระบองใหญ่ฟาดเข้าที่กลางหลัง มิทันได้ระวังก็โดนปับให้อีกที โดนซ้ำอยู่อย่างนี้จึงหมดแรงที่จะหนี นอนกองตายคาที่ หน้าทองประศรีผู้ทารุณ (เอามันเข้าไป) ยังไม่ตายหรอกค่ะ (พอดีอารมณ์กลอนมันพุ่งน่ะ) ก็พอย่าทองประศรีเห็นพลายงามหายใจพะงาบๆ ใกล้ตายก็เลยไปถามถึงหัวนอนปลายเท้าว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร? มาจากไหน? พ่อแม่ชื่ออะไร? (เคยสั่งสอนลูกรึเปล่า?…) พอน้องพลายตอบไปคุณย่าก็ไม้กระบองหลุดมือเลยสิคะ ก็เล่นอัดหลานตัวเองซะปางตายเลย (ไม่รู้จักสอบถามให้ดีก่อน) เนี่รีบเข้าไปโอ๋หนูพลายใหญ่ ลากขึ้นเรือนทาหยูกทายาให้เรียบร้อย แล้วก็ร้องห่มร้องไห้ขอโทษขอโพยน้องพลายใหญ่ หลังจากทำการปลอบขวัญกันเสร็จสรรพ ท่านย่าทองประศรีก็ถามถึงรายละเอียดต่างๆ อีกที
“เจ้าชื่อไรใครบอกออกเนื้อความ จึงได้ตามขึ้นมาถึงย่ายาย” (โทษทีนะ ตัดกลอนตอนนี้มาได้แค่ท่อนเดียวเอง มันมีอยู่แค่นี้อ่ะ)
น้องพลายพอฟังคำถามที่ท่านย่าทองประสรีถามมาก็เกิดอาการเศร้าจัดกระทันหันค่ะ (เซ็งชีวิตน่ะ) น้ำตาไหลหลั่งรินเป็นสายฝน (โห…อะไรจะเวอร์ปาน) แล้วเล่าทุกอย่างให้ย่าฟัง
“เจ้าพลายน้อยสร้อยเศร้าแล้วเล่าเรื่อง แต่อยู่เมืองสุพรรณเหมือนมั่นหมาย
แม่วันทองครองเลี้ยงไว้เคียงกาย ให้ชื่อพลายงามน้อยแก้วกลอยใจ”
“ให้ไหวบุญขุนช้างเหมือนอย่างพ่อ มันลวงล่อหลานหลงไม่สงสัย
พาหลานเที่ยวเลี้ยวทางไหกลางไพร เอาขอนไม้ทับคอแทบมรณา
แม่จึงบอกออกว่าพ่อชื่อขุนแผน ขุนช้างแค้นเคืองริษยา
อยู่ไม่ได้ในสุพรรณจึงดั้นมา ขอพึ่งบุญคุณยาประสาจน”

ว่าไปว่ามาน้องพลายก็น้ำตาไหลเป็นสายโลหิตเลยค่ะ (แบบปก Bronze น่ะ ร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด) คิดๆ ดูก็สงสารเค้าเหมือนกันนะ เฮ้อ… ชีวิตรันทด แต่พอเราคิดถึงวีรกรรมในหน้าแรกๆ แล้วอยากรู้จริงๆ ว่าไอ้ที่มานั่งร้องห่มร้องไห้เนี่ย มารยาหรือเปล่า (วะ)?
พอพลบค่ำ น้องพลายของเราก็เข้านอน (คืนนี้ไม่มีใครมานอนด้วยเหงาหน่อยนะ) แต่ยังไง้ ยังไง มันก็ไม่ยอมหลับ ดันไปคิดถึงเรื่องที่ไม่อยากคิดเข้าจนได้ ก็ไอ้ตอนที่ถูกขุนช้างมันลวงไปฆ่าน่ะสิ ถ้ามันจะฆ่าอย่างเดียวก็ไม่เป็นอะไรหรอกนะ แต่นี่มันเล่น…ด้วยนะสิ ฮือ…น่าฉงฉาน…
ก็ตอนนั้นน่ะนะ เจ้าขุนช้างมันหลอกน้องพลายเข้าไปในป่าลึกมาก… และในขณะที่น้องพลายกำลังเผลอ อ้ายขุนช้างมันก็ชักดาบออกมาฟันเข้าให้ที่กลางหลัง แต่หลบทันค่ะ พลาดไปโดนแขนเท่านั้น (เฮ้อ…โล่งอก) แต่ก็เล่นเอาเลือดกระฉูด น้องพลายตกใจมากค่ะ
“ท…ท่านพ่อ!?”
“หุบปาก!” ไอ้ขุนช้างมันจับข้อเท้าน้องพลายกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง น้องพลายเสียหลัก (ของตาย) ล้มตึงลงกับพื้น เสร็จแล้วก็เอาดาบแทงฉึกลงไปที่ไหล่ของน้องพลาย เลือดสีแดงสาดซ่าซ่านกระเซ็น (?) กระเด็นโดนหน้าน้องพลายของเรา ผิวขาวเลือดแดง กรี๊ด…เซ็กซี่ (…..)
“จ…จะทำอะไรข้าน่ะ!?” โห…ตัวสั่นงันงกเป็นลูกหมู เอ๊ย! ลูกหนูค่ะ
“ก็จะฆ่าเจ้าน่ะสิ!” แล้วพี่แกก็เอาสองมือ (มีแค่สองมือเท่านั้นแหล่ะ) บีบคอน้องพลายกดลงกับพื้น แล้วอยู่ๆ ก็ปล่อยมือออกเฉย “คิดดูแล้วยังไม่รีบฆ่าดีกว่า” ว้าย! มันยิ้มมีเลศนัยด้วยง่ะ
อยู่ดีๆ เจ้าขุนช้างมันก็เอาเชือกมามัดน้องพลายแน่นจนมือแทบหลุดแน่ะ (ถูกมัดแบบเดียวกับ Gold 3 หน้า 57 ฉากห้องพยาบาลนะคะ แต่แน่นกว่าหน่อย เราก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเอาเชือกมาจากไหน แต่ยังไงมันก็เอามาแล้วล่ะ) เสร็จแล้วก็ฉีกเสื้อออกเป็นชิ้นๆ เลยฮะ แล้วก็ต่อด้วยการระดมจูบอย่างรุนแรงด้วยความสะใจในอารมณ์
“หยุด…หยุดเถอะ ท่านพ่อ”
เจ้าขุนช้างก็ยังไม่ยอมหยุดกระทำการอันอุกอาจ ซุกไซร้ทรวงอก เรียวแขน ซอกคอ ฯลฯ ต่อไปอย่างรีบร้อน (จะรีบไปไหนๆ)
“ปล่อยข้าไปเถอะ…ท่านพ่อ…ข้า…” เฮ้อ…เขนก็เจ็บ มือก็ถูกมัด น้องพลายก็ยังออกแรงที่ไม่ค่อยจะมีดันไอ้เจ้าช้างยักษ์อีก โธ่…แล้วมันจะไปสะดุ้งสะเทือนอาไร้

 ท่าคล้ายกับโคจิ-อิซึมิ

‘ปึก’ หมัดเป้งๆ กระแทกจังๆ ที่ท้องของน้องพลาย สลบไปแล้วค่ะ หลังจากนั้นก็ตามด้วยการถอดกางเกง ไล้โลมส่วนล่าง พรืด… เลื่อนขึ้นส่วนบน พรืด… เลื่อนมาส่วนล่างใหม่ ไล้โลมจนสะใจแล้วก็ถอดกางเกงตัวเองออก แล้วก็… (ป้ายทักษิณเหมือนเดิม คงไม่ต้องบอกนะว่าป้ายไหน) น้องพลายก็ตาเหลือกเลยค่ะ (ฟื้นพอดี)
“Help Me!” (Help Me แปลว่า อย่าทำฉันเลย สงสารฉันบ้าง) โอ้… โหยหวนเป็นเสียงหอนของสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลเลย (ที่บ้านเลี้ยงตัวหนึ่ง เสียงหอนมันน่ารักดี)
“Ho! I’m Sorry?” (Sorry แปลว่า จะทำแล้วมีปัญหาอะไร)
รู้สึกเจ้าช้างมันจะเสียบๆ ถอดๆ ได้ประมาณ… โห! อานเลยเจ้าค่ะ เลือดโชกเลยด้วย ก็มัน อื้อหือ! สิบกว่าครั้งล่ะมั้ง (ไม่แน่ใจว่าถึง 20 อ๊ะเปล่า เพราะไม่ได้ไปนับ) เมื่อกระทำการต่างๆ จนสาแก่ใจแล้วก็หยิบดาบขึ้นมา Again แทงฉึกลงไปที่อกซ้ายของน้องพลาย แล้วหันหลังหายจากไปอย่างไม่หวนคืนมา
จะบุญหรือบารมีเราก็ไม่รู้หรอกนะ แต่พอดี๊พอดี น้องพลายของเรามีหัวใจอยู่ข้างขวาค่ะ (นันทนาฮะ) ประกอบกับรุกขเทวดาที่สิงสถิตอยู่ตามต้นไม้แถวนั้นทนสมเพชไม่ไหว ก็เลยช่วยเอาไว้ (ไอ้เรื่องที่ว่าช่วยยังไงเนี่ยเราก็ไม่รู้ด้วยหรอกนะ เพราะไม่ได้เป็นคนช่วย) เลยทำให้รอดมาได้อย่างปาฏิหารพิศวง
และแล้วรุ่งเช้าก็มาเยือน Again (Again แปลว่า Good Morning) น้องพลายของเราก็ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน เสร็จแล้วก็ออกมาหาย่า ถามถึง Daddy (Daddy แปลว่า ขุนแผน)
“เจ้าพลายงามถามย่าว่าพ่อแผน ต้องคับแค้นเคืองเข็ญเป็นไฉน
ไม่เคยคุ้นคุณย่าช่วยพาไป พอให้หลานได้เห็นหน้าบิดาตัว”

พอย่าทองฯ (ขี้เกียจเขียนยาวๆ น่ะ) ได้ฟังดังนั้น ก็ชี้หน้าน้องพลายแล้วบอกว่า “พ่อแกขี้คุก!” แหะๆ ล้อเล่นนะ ใครมันจะไปโหดร้ายปานนั้น คือย่าทองฯ แกน้ำตาตกน่ะ ร้องไห้ไปท่องกลอนไป

“ได้ฟังหลานท่านย่าน้ำตาตก สะอื้นอกอาดูรว่าทูนหัว
พ่อเอ็งย่าว่าไรเขาไม่กลัว เพราะเมามัวเมียลาวนางชาววัง
ไปทูลขอพระองค์ทรงพระโกรธ ให้ลงโทษทนทุกข์ใส่คุกขัง
แต่ไม่ต้องจองจำอยู่ลำพัง ถึงสิบปีแล้วยังไม่พ้นเลย”

ร้องไห้กันไปร้องไห้กันมา ย่าทองฯ แกก็เลยพาหลานไปหาพ่อซะเลย พอไปถึงขุนแผนแกก็ต้อนรับขับไล่ เอ้ย! ขับสู้จ้ะ คือท่อนนี้เค้าขี้เกียจบรรยาย เอากลอนไปถอดความกันเอาเองละกัน

จะกล่าวฝ่ายนายขุนแผนที่แสนทุกข์ แต่ติดคุกขัดข้องให้หมองหมาง
อยู่หับเผยเคยสะอาดขาดสำอาง จนผอมซูบร่างดูรุงรัง
ผมยาวเกล้ากระหวัดตัดไม่เข้า เหตุด้วยเขาคงทนทั้งมนต์ขลัง
อยู่เปล่าเปล่าเล่าก็จนพ้นกำลัง อุตส่าห์นั่งทำการสารกระทวย
ให้นางแก้วกิริยาช่วยหารัก ขันแผนถักขอบรัดกระหวัดหวาย
ใบละบาทคาดได้ด้วยง่ายดาย แขวนไว้ขายทั้งเรือนออกเกลื่อนไป
พอมารดามาถึงรับเข้าห้อง ทั้งข้างของผู้คนขนมาให้
เห็นลูกชายพลายงามถามทันใด นี่ลูกใครหน้าตาน่าเอ็นดูฯ

จบหนึ่งตอนพอดี มาขยันกันใหม่ดีกว่า ก็พอขุนแผนถามถึงลูกลายเสร็จแล้วใช่ม๊า ย่าทองแกก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้พ่อแผนฟัง (แต่เปล่าเล่าเรื่องที่น้องพลายถูกทารุณกรรมทางเพศนะ เพราะย่าแกไม่ได้มารู้ด้วยหรอก น้องพลายไม่ได้เล่าให้ฟัง) พอพ่อแผนรู้ว่าน้องพลายคือลูกตัวเองก็ดีใจ (ได้มีลูกแถมไม่เป็นกุมารทองด้วย) ดึงน้องพลายเข้ามากอดลูบหัวลูบหาง (คือน้องพลายเราคงจะใกล้ๆ จะเป็นปีศาลแล้วละ เลยมีหางงอกออกมาด้วย) ร้องห่มร้องไห้กันใหญ่ (ชีวิตรันทด) แล้วก็สั่งเสียให้ย่าทองดูแลลูกชายให้สอนวิชาความรู้ให้ อบรมกิริยามารยาทต่างๆ แล้วบอกน้องพลายว่าให้เชื่อฟังย่าทอง ให้คารพบูชาสักการะขึ้นหิ้งได้ยิ่งดี (ขนาดนั้น…) เสร็จแล้วก็ถอดลูกประคำไว้ให้เป็นที่ระลึก น้องพลายเราก็สงสารคุณพ่อมาก ร้องไห้ใหญ่เลยแล้วก็ขออยู่ที่คุกนี่กับ Daddy ด้วยคน (อยู่ดีไม่ว่าดีอยากติดคุก)

‘เจ้าพลายงามความแสนสงสารพ่อ น้ำตาคลอคลอตกซกซกไหล
รับประคำร่ำว่าประสาใจ ฉันจะใคร่อยู่ด้วยช่วยบิดา
ได้ตักน้ำตำข้าวทุกเช้าค่ำ ที่พอทำฟืนผักจะหักหา
ให้พ่อพ้นทนทุกข์แล้วลูกยา จะอุตส่าห์เล่าเรียนค่อยเพียรไปฯ’

ไงล่ะ กตัญญูดีมั๊ยพระเอกเรา? คงไม่ต้องบรรยายมากนะ (ขี้เกียจอ้ะ) ยังไงพี่แผนแกก็ไม่ยอมชัวร์ แกบอกลูกชายว่า ชีวิตในคุกนี้มันลำบากยากเย็นนัก แต่พอดีพี่แผนแกเส้นใหญ่เลยได้อยู่สบายหน่อย เพราะงั้นจะให้น้องพลายมาอยู่ด้วยไม่ได้หรอก ต้องเกรงใจคนที่เค้าให้เส้นบ้าง น้องพลายเราเลยต้องหน้าแตกกลับบ้านไปตามระเบียบ (เฮ้!…)
ต่อจากนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วจ้ะ หาสาระอะไรไม่ได้หรอก (ตัดจบเลยดีมั๊ยเนี่ย?) น้องพลายแกก็นั่งๆ นอน เรียนวิชาฝึกไสยดำ (…?…) ปิ้งกุมารทอง (…?…) เล่นไปตามเรื่อง สรุปคือ มันไม่มีอะไรเล้ย แล้วพลายชุมทอง ผู้ ‘งามเลิศ’ คนนี้จะเขียนอะไรต่อดีเนี่ย…? (คือเราเพิ่งคิดนามปากกาออกน่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมีความหมายยังไง) อ้อ! นึกออกแล้ว ให้มันโตเลยก็แล้วกัน จะได้จบไวๆ ขี้เกียจเขียนมันแล้ว (เฮ้อ… กลุ้ม…)
วันเวลามันก็ได้ผ่านไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะโลกมันก็ยังไม่หยุดหมุน โอ้พูดมากไปหน่อยเลยนึกไม่ออกแล้วว่าจะต่อยังไง เข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน น้องพลายของเราตอนนี้ก็อายุได้ 18 ปีแล้วล่ะ สมควรจะเรียกว่าพี่พลายได้แล้ว เพราะพี่พลายคนนี้ก็หล่อมากค่ะ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของพระเอก และเราก็จะไม่บรรยายหรอกนะว่าหน้าตามันเป็นยังไง (ขี้เกียจจ้ะ ขี้เกียจ3 + 33 x 33 เลย) สรุปว่ามันหล่อก็แล้วกัน แต่ยังไงก็สู้ Ren ของเราไม่ได้หรอกเน้อ… ( รักตลอดกาล Forever จ้ะ)
พี่พลายของเราก็ได้เข้ารับราชการทหารก็เก่งมาก (ปกติของพระเอก) ได้เลื่อนขั้น + พระราชทานชื่อให้ใหม่เป็น ‘จหมื่นไวยฯ’ (ชื่อมันยาวน่ะจำได้ไม่หมด มันจะค่อนข้างทุลักทุเลหน่อยนะ เพราะต้นฉบับดั้งเดิมของเรามันจบแล้ว เรื่องต่อจากนี้ต้องอาศัยสิ่งที่มันอยู่ในความทรงจำ + กึ๋นของเราเท่านั้น) และก็ได้เกิดเหตุ (ซึ่งจะทำให้มีผลตามมา) กรุงศรีอยุธยาของไทยเราอยากทำศึกขึ้นมา โดยส่งกองทัพไประรานเมืองเพื่อนบ้าน (เมืองไหนก็จำไม่ได้แล้ว) และผู้นำกองทัพก็คือพระไวสุดหล่อ สุดเท่ห์ แสนเลวของเรานั่นเอง แต่ว่าพระไวยเค้าบอกว่าศึกนี้มันหนักเกินไปเจ้าค่ะ (หนักเกินไปแล้ว new ความลับสุดขอบฟ้า) รับไม่ไหว เลยอยากจะได้ผู้ช่วยและผู้ช่วยเก๊าะคือ ท่านขุนแผน นายเอกของเรานั่นเอง ต๊าย… น่าดีใจนะ ถูกขับคุกลืมมาตั้งไม่รู้กี่ปีได้เปิดหูเปิดตาก็คราวนี้แหล่ะ
หลังจากเสร็จศึก (ออกศึกแล้วจ้ะ ชนะแล้วด้วย เร็วทันใจดีม๊ะ?) ทั้งสองคนพ่อลูกก็เดินทางกลับกรุงศรีฯ ซึ่งเป็นช่วงเวลาพอดีกับที่อีตาขุนแผนมันเดินทางมากรุงศรีฯ เหมือนกัน เหตุผลนะเหรอ ก็ได้ข่าว (จากไหนเราก็ไม่รู้เหมือนกัน) การเลื่อนขั้นและการออกรบของพระไวยกะป๊ะป๋าขุนแผน มันก็เลยรู้ว่าเจ้าพลายงามตัวเปี๊ยกนั้นยังไม่ตาย เลยตามมาฆ่าถึงเนี่ย (อะไรจะจองล้างจองผลาญ)
และแล้วขุนช้างก็ตามพระไวยของเราพบแล้วก็ได้เจอกับขุนแผนด้วยเช่นกัน เราก็ไม่ค่อยเข้าใจจิตใจของไอ้ตัวร้ายตัวนี้ซักเท่าไหร่หรอกนะ มันรู้จักกับขุนแผนมาตั้งนานนมเนกาเลเทน้ำเทท่า (?) แต่ทำไมมันถึงเพิ่งจะมานึกรักนึกชอบท่านแผนตอนนี้ สงสัยมันจะเป็นพวกความรู้สึกช้าแฮะ จะยังไงเราก็ไม่รู้หรอกนะแต่ไอ้ขุนช้างมันก็จับตัวท่านแผนไปแล้ว (อ้าว? จุดประสงค์ที่มากรุงศรีฯ มันไม่ใช่อย่างนี้นี่นา คิดจะเหมาทั้งพ่อทั้งลูกเลยเรอะ?) ดูสิแถมยังเอาไปไว้ในบ้านที่ต้องบุกป่าฝ่าดงอีกกว่าจะไปถึง (ยากต่อการช่วยเหลือและหลบหนี แต่ยังไงพระไวยก็ตามมาช่วยจนได้แหล่ะน่า)
ช้างน้ำ (ขุนช้างไง) : Good Morning ? ไม่ได้พบหน้ากันซะนานนะขุนแผน (Good Morning แปลว่า ฟื้นแล้วเหรอ?
ขุนแผน ค่อยๆ ลืมตา) ที่นี่ที่ไหน? (ถูกขึงอยู่บนเตียงแบบอิซึมิ)
ช้างน้ำ : บ้านข้าเอง (เพิ่งสร้างขึ้นมา เพื่อการนี้โดยเฉพาะ)
ขุนแผน : พาข้ามาที่นี่ทำไม?
ช้างน้ำ : ก็พามา… (ข่มขืน) น่ะสิ
ขุนแผน : จะบ้าเหรอ!? พูดเพ้อเจ้ออะไรน่ะ!? (ตวาดเสียงดัง)
ช้างน้ำ : …(ไม่พูดอะไร แต่กระชากเสื้อออก เผยให้เห็นอกกว้างๆ ขาวจั๊ว น่าขย้ำ)
ขุนแผน : จะทำอะไรน่ะ!? หยุดนะ! Stop! (Stop แปลว่า เชิญขย้ำฉันได้ตามใจคุณ)
ช้างน้ำ : …(ไม่พูด ไม่ตอบ แต่ Kiss)
ประตู : ปัง! (เสียงถูกถีบ)

ดูสิ เขียนไปเขียนมาทำไมมันกลายเป็นบทละครไปได้ล่ะนี่ ช่างเถอะมาเข้าเรื่องดีกว่า ก็หลังจากที่ประตูมันถูกถีบ ท่านพระยาไวยฯ ก็ยิ่งหน้าตั้งเข้ามาชักดาบกระบวนท่าเดียวกับพี่หลวิชัย (ชิเอ + เคนชิน) ฟันเจ้าช้างซะปางตาย (แต่ไม่ตาย) เสร็จแล้วก็เข้าไปช่วยพ่อแผน อุ้มคุณพ่อบุกป่าฝ่าดงเพื่อพากลับบ้าน แต่พอถึงกลางทาง ขุนแผนท่านก็เกิดอาการเหนื่อย (ขนาดให้ลูกชายอุ้มนะ) แกก็เลยอยากจะขอพัก (งี้แหละคนแก่)
ในขณะที่ท่านขุนแผนแกนั่งพักอยู่นั่นเอง พระไวยท่านก็สังเกตเห็นว่าบิดาของตนเนี่ยแต่งกายไม่เรียบร้อยเอาซะเลย ยั่วให้เกิดอารมณ์จริงๆ ก็เสื้อมันถูกให้ช้างฉีกกระจุยไปแล้วนี่นาทำไงได้ อีตาพระไวยก็ดันเกิดอารมณ์จริงๆ ซะด้วยสิ อยู่ดีๆ พี่แกก็เดินเข้าไปผลักป๊ะป๋าให้นอนลงเฉยเลย
“เกิดอะไรขึ้น?” เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีการแปลกใจ
คุณพี่พระไวยแกก็ไม่ว่าไม่ตอบอะไร ใช้สายตาเพ่งพินิจเรือนร่างสัดส่วนและใบหน้าของท่านขุนแผน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมไอ้ใบหน้านี้มันถึงได้เกิดมางดงามเอาตอนนี้ พระไวยเราก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงล่ะค่ะ บรรเลงเลย ก้มลงประทับจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากของท่านขุนแผน (น่าเกลียดจริงๆ คนอื่นนะมันเล่นซะรุนแรง ทีพ่อมันเองล่ะถนอมสุดชีวิต)
“จะทำอะไรของเจ้าน่ะพลายงาม!?” พ่อแผนแกตกใจค่ะ (ไม่เห็นแปลก) ใช้สองมือจับไหล่ท่านพระไวยแล้วดันให้ออกห่างตัว (อะไรจะรังเกียจลูกชายปานน้าน) แต่แรงอันน้อยนิดของพ่อรึจะสู้แรงช้างพลายของลูกได้
“อย่าขัดขืนเลยท่านพ่อ ข้าไม่อยากทำร้ายท่าน” (ต๊าย! ดูมันพูดเข้าสิ หน้าไม่อาย ด้านจริงๆ) ว่าแล้วพี่แกก็ก้มหน้าจูบไซ้ไล้เลียเรือนร่างของท่านขุนแผนต่อ
‘เปรี้ยง!’ เสียงปืน เอ้ย! เสียงพระไวยแกถูกคุณพ่อชกเอาน่ะ เลือดกลบปากเลย ดูสิ (สมน้ำหน้ามัน)
“เจ้าอย่าทำอะไรบ้าๆ กับข้านะ!” (ดูสิคนเค้าอุตส่าห์ช่วยมาว่าเค้าอีก แค่เค้าช่วยแล้วซ้ำเติมก็เท่านั้นเอง)
ทำไงดีล่ะ? พระไวยเค้าทนไม่ไหวแล้วอะ ถอดเสื้อของตัวเองมามัดแขนป๊ะป๋าซะแน่นหนา (น่าสงสารนะคงจะเจ็บหน้าดู) เสร็จแล้วท่านก็ถอดกางเกง Daddy ขุนแผนซะ!
“พลายงาม!”
“ข้ารักท่านนะ ท่านพ่อ” แล้วคุณชายก็ Kiss ลงไปอีกซักที “ข้าต้องการท่าน I need You” (I need You แปลว่ายอมฉันเถอะ)
“พลายงาม เจ้า…” กำลังขัดขืนอยู่ค่ะ แต่ไม่สำเร็จ
“เข้าใจข้าเถอะ ข้ารักท่าน ข้าต้องการท่านจริงๆ” โอ้! คุณชายพระไวย ท่านยกขาขุนแผนขึ้นมาแล้ว (ท่าเริ่มต้นความสัมพันธ์) จากนั้นก็… (ยิงปืนใหญ่)
“พลาย…!” มีเสียงออกแค่นี้แหละ (มันเจ็บจนพูดไม่ออกง่ะ)
วันเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง กิจกรรมต่างๆ ของสองพ่อลูกก็ผ่านพ้นเสร็จสิ้นไป พระไวยของเราก็จัดการแต่งเนื้อแต่งตัว แล้วก็เสียสละเสื้อของตนให้ป๊ะป๋าขุนแผนใส่ (ก็ไอ้ตัวที่ใช้มัดนั่นน่ะแหละ จากนั้นก็อุ้มพ่อ (ที่กำลังนอนหมดแรงอยู่) ขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างอบอุ่น (ว้าว!)
“ทำไมถึงทำกับพ่อยังงี้?” (ยังไม่หายข้องใจแฮะ)
“จะให้ข้าต้องพูดสักกี่ครั้งกัน ท่านพ่อ ข้ารักท่าน ข้าสัญญา ข้าจะรักและดูแลปกป้องท่านตลอดไป” ว่าแล้วพระไวยท่านก็ก้มลง Kiss คุณพ่อขุนแผนเบาๆ อย่างหวานชื่น

----------------------The End--------------------

>>
>>
>>
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

เฮ้อ… จบจนได้ อะไรมันจะหวานชื่นปานน้าน… จะยังไงก็ตาม นิยายเรื่องนี้มันก็ได้กลายเป็นเรื่องสั้นไปอีกแล้ว (ชาตินี้เราจะเขียนอะไรที่มันยาวๆ กับเค้าได้บ้างมั๊ยเนี่ย กลุ้ม) แต่ไม่เป็นไรจ้ะ เพราะมีต่อภาค 2 และจากการคาดเดา (แต่คาดเดาเฉยๆ นะอย่าจริงจัง) ภาค 2 ของเรานี้มันคงจะจบภายใน 5-6-7 หน้านี้แหละ (หนักเข้าไปใหญ่ …..) ก็เป็นเรื่องของพี่ๆ น้องๆ นี่แหละ (จิตใจมนุษย์เรา) มาว่ากันถึงในเรื่องดีกว่า ดูดูมันก็ไม่มีอะไร ไร้สาระเป็นบ้าเลย อ้อไอ้ตอนท้ายเรื่องเนี่ยถ้าจะถามว่า พระไวยมันเกิดอารมณ์รักลึกซึ้งกับท่านขุนแผนตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็ขอบอกได้เลยว่าเมื่อตอนนั้นแหล่ะ คือจริงๆ แล้วแค่มันคิดจะงาบท่านพ่อเท่านั้นแหล่ะ ไม่ได้คิดรักชอบอะไรเลย แต่ท่านขุนแผนไม่ยอม จะทำร้ายพ่อเหมือนที่ทำกับคนอื่นก็ไม่ได้ (มันบาปค่ะ) เลยต้องใช้ไม้อ่อนยังงี้แหล่ะ

By…..อดีต ‘ศรีประหลาด’
ที่ตอนนี้กลายเป็น ‘พลายชุมทาง’ ไปเรียบร้อยแล้ว

โดย พลายชุมทาง^.^ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 ธ.ค. 2545 , 04:49:21 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.180 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ

ข้อเขียน 1

รับนะ

โดย pong (tong.pong) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [12 ส.ค. 2547 , 11:03:23 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.61.68 )

ข้อเขียน 2

ขอรายละเอียดเกื่ยวกับเรื่องขุนช้างขุนแผนได้ไหมอ่ะจะเอาไปทำรายงาน

โดย nes (nes) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [3 ก.ย. 2547 , 20:35:51 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )

ข้อเขียน 3

ตอนพายงามพบพ่อนะ อย่าได้มาก

โดย nes (nes) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [3 ก.ย. 2547 , 20:39:08 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )

ข้อเขียน 4

ตอนพายงามพบพ่อนะ อย่าได้มาก

โดย nes (nes) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [3 ก.ย. 2547 , 20:39:33 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )

ข้อเขียน 5

ขอนะคับ

โดย max (dektep2004) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [14 ก.ย. 2547 , 11:02:52 น.] ( IP = 202.176.115.17 : : 192.168.1.17 )

เขียนกันให้มันมือ
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : -
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด



Present by: RenRenGang Po.Box.260 Dusit Bkk.10300
ตู้ปณ 260 ปณจ ดุสิต กทม 10300
email:pemagazine@yahoo.com