กองคลัง กรมสามัญศึกษา

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code


สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


วิพากษ์ค่าเช่าบ้าน




ค่าเช่าบ้านชะงักการเบิกจ่ายอิกแล้ว ขอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้โปรดตีความให้ชัดเจนโดยเร็วไม่ว่าจะเป็นการงดเบิกจ่ายหรือเรียกคืน

โดย sukothai- 117621265 [8 พ.ค. 2545 , 19:22:06 น.] ( IP = 203.113.45.69 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้ลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail
[ 1 ] [ 2 ]

ข้อความ 1

คุณ sukothai-117621265
โปรดอธิบายความละเอียดให้ noppharat@hunsa.com ทราบทันทีด้วยครับ เดี๋ยวนี้เลย ขอบคุณล่วงหน้า

โดย ไม่เข้าใจ [9 พ.ค. 2545 , 14:54:33 น.] ( IP = 203.113.57.39 : : )

ข้อความ 2

ดิฉันรับราชการมาตั้งแต่ปี 2518 แต่บรรจุในกทม.ไม่ได้บรรจุ ตจว.ก่อนแล้วขอย้ายกลับเพื่อรับสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน เมื่อเช่าซื้อบ้านจึงไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้ทั้งที่ต้องผ่อนชำระจริง ตอนนั้นยังละอ่อนไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็ไม่ว่ากันเพราะยอมรับในกฎระเบียบอยู่แล้ว แต่แปลกใจว่าคนที่ย้ายมาจาก ตจว.แล้วพักอยู่กับมารดาแต่ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของพี่ชายสามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เช่าจริง และมีแปลก ๆ อีกหลายกรณีแต่ก็เบิกจ่ายได้ ด้วยความอิจฉาในโอกาสของคนอื่น ดิฉันคิดว่ารัฐน่าจะยกเลิกการเบิกค่าเช่าบ้านนี้เสีย เพราะถ้าต้องมาเช่าบ้านอยู่กให้ย้ายกลับไปภูมิลำเนาที่ตัว้องมีบ้านซะ รัฐจะเหลือเงินจากรายจ่าย (แฝง ) ส่วนนี้เป็นมูลค่ามหาศาลทีเดียวนะค่ะ

โดย คนขี้อิจฉา [11 พ.ค. 2545 , 16:21:47 น.] ( IP = 202.133.169.211 : : )

ข้อความ 3

แจ้ง nopharat@hunsa.com ผม sukothai ขอทราบรายละเอียดขอ งคุณเพื่อแลกดปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ เพราะขณะนี้ สุโขทัยงดการจ่ายค่าเช่าบ้าน เพราะมีผู้สอบถามในบางประเด็นจนต้องมีการส่งเรื่องให้สำนักงบฯตีความกัน เช่นการย้ายตามคำขอไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน แล้วกรณีใดบ้างจัดเป็นการย้ายตามคำขอฯลฯ ขอเวลารอรายละเอียนเพิ่มเติมครับ

โดย sukothai [12 พ.ค. 2545 , 07:40:28 น.] ( IP = 203.113.45.68 : : )

ข้อความ 4

ก่อนจะคุยกับคุณ sukothai ผมขออนุญาตคุยกับคนขี้อิจฉาก่อนครับ คุณขี้อิจฉาแจ้งว่า
1. ขอย้ายจาก กทม. ไป ตจว. เพื่อเบิกค่าเช่าบ้าน แต่คุณไม่ได้เบิก ข้อนี้จากเหตุผลที่คุณพูด "เพื่อเบิกค่าเช่าบ้าน" ก็ไม่ถูกต้องแล้วครับ ที่จริงคุณต้องว่า "กลับภูมิลำเนาเดิม" หรือ "เปลี่ยนบรรยากาศ" อะไรทำนองนี้ที่ใกล้เคียงกัน..
2. ที่คุณไม่มีสิทธิ คุณอาจเข้าข่ายต้องห้ามตามมาตรา 7 บางข้อ หรือหลายข้อ ก็ได้
3. อย่าอิจฉาเขาเลยครับ การมีชื่อยู่ในทะเบียนบ้านหรือไม่ (เฉพาะเช่าธรรมดา) ในหนังสือ กรมบัญชีกลาง ถึง กรมสรรพากร ที่ กค 0502/6225 วันที่ 26 พ.ย. 33 แจ้งว่า ทะเบียนบ้านเป็นเพียงตัวอย่างเอกสารประกอบการพิจารณา.......เท่านั้น และ หนังสือ กระทรวงการคลัง ถึง ม.เกษตรศาสตร์ ที่ กค 0502/8584 วันที่ 27 ก.พ. 35 แจ้งว่า การมีชื่อในทะเบียนบ้านหรือไม่ ไม่ใช่เงื่อนไขของการใช้สิทธ........ ดังนั้น การมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือไม่นั้น ไม่มีผลใด ๆ ต่อการเบิกค่าเช่าบ้านแบบธรรมดา ครับ
4. เขาจะอยู่บ้านใครก็ได้ ที่ไม่ใช่ของตนเองหรือคู่สมรส (ที่พออาศัยอยู่รวมกันได้) เขาก็มีสิทธิตามกติกาแล้วละครับ
5. บ้านผู้อื่น ยกตัวอย่างได้ดังนี้ บ้านของ พ่อ, แม่, พี่ชาย, พี่สาว, น้องสาว, พี่เขย, น้องเขย, น้องเมีย, น้องเพื่อนเมีย, น้องเพื่อนสามี, บ้านอาจารย์ใหญ่ , คอนโด , และบ้านหรืออาคารชุดใด ๆ ที่คุณเข้าไปแล้วอาจถูกข้อหาบุกรุกได้ ถ้าบุกรุกลางวันโทษเบาหน่อย แต่ถ้าบุกรุกกลางคืนละก็โทษหนักทีเดียวครับบ้านหลังนั้นคือไม่ใช่บ้านของตนเองครับผม


คุณ sukothai รออีกแป๊บหนึ่ง ขอไปหาหลักฐานก่อน อ๋อ พูดผิด ขอไปพิมพ์ข้อความให้ยาว ๆ ก่อน รออีก 2 ชั่วโมงครับ

โดย noppharat@hunsa.com [12 พ.ค. 2545 , 14:47:23 น.] ( IP = 203.113.57.37 : : )

ข้อความ 5

แถมให้คนขี้อิจฉา

ที่ กค 0502/8584 กระทรวงการคลัง
ถนนพระรามที่ 6 กท 10400
27 กุมภาพันธ์ 2535

เรื่อง ค่าเช่าบ้านข้าราชการ

เรียน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อ้างถึง หนังสือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ที่ มท. 0401.09/12793 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน2534

ตามที่ได้หารือ การเบิกค่าเช่าบ้านของนางสาว น. ซึ่งรับราชการครั้งแรกที่สถานีวิจัยดอยปุย สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นสำนักงานที่ตั้งอยู่จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้รับคำสั่งให้ย้ายไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานโครงการจัดตั้งวิทยาเขตศรีราชา สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หารือว่า นางสาว น. จะมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านหรือไม่ เพียงไร เนื่องจากมหาวิทยาลัยไม่ได้จัดที่พักให้ และถ้ามีสิทธิเบิกจะต้องย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในบ้านของผู้ให้เช่าหรือไม่ นั้น
กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า ข้าราชการที่ได้รับคำสั่งให้ไปประจำสำนักงานต่างท้องที่ หากไม่อยู่ในข่ายต้องห้าม ตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๒๗ ให้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน กรณีที่หารือหากข้อเท็จจริงปรากฎว่าการย้ายไปประจำที่นักงานโครงการจัดตั้งวิทยาเขตศรีราชา สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ไม่จัดที่พักให้ นางสาว น. ก็มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านโดยปฏิบัติตามระเบียบการเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๐ ส่วนการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของผู้เช่าหรือไม่ มิใช่เงื่อนไขของการมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน จึงไม่จำเป็นต้องย้ายทะเบียนบ้าน
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
(ลงชื่อ) ทวีเกียรติ กฤษณามระ
(นายทวีเกียรติ กฤษณามระ)
รองปลัดกระทรวงฯ ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงการคลัง
กรมบัญชีกลาง
กองกฎหมายและระเบียบการคลัง
โทร. 2739573




โดย คนเคยมา [12 พ.ค. 2545 , 15:48:33 น.] ( IP = 203.113.57.36 : : )

ข้อความ 6

ถึง คุณ สุโขทัย
ถึงคุณสุโขทัย
1. เรื่องการย้ายตามคำร้องขอของตนเอง นั้น มีเหตุว่า เมื่อ 26 มิถุนายน 2541 ทางกระทรวงการคลังแก้ไขระเบียบเบิกค่าเช่าบ้านว่า ย้ายตามคำร้องขอของตนเองไม่ให้เบิก ข้อนี้ เป็นของแท้ร้อยเปอร์เซ็นครับ
2. อย่างไรเรียกว่าได้ย้ายตามคำร้องขอ
2.1 สับเปลี่ยนตำแหน่ง ตามคำขอ(ยื่นแบบคำขอ) ตำแหน่งว่างหรือมีผู้ครองตำแหน่งก็ตาม
2.2 ย้ายไปแทนตำแหน่งว่าง (ยื่นแบบคำขอ)
2.3 ถ้ามีการส่งแบบคำขอย้าย ก็เรียกว่าตามคำขอทั้งนั้นแหละครับ ยกเว้น กรณีแบบข้อ 3
3. อย่างไรเรียกว่าไม่ตาม……คำขอ..
3.1 ได้ส่งแบบขอย้าย แต่ไม่ได้ตามที่ต้องการ เช่น ขอย้ายไปโรงเรียน โดงโดก แต่ ได้ไป ดอยเต่า
3.2 ได้ส่งแบบขอช่วยราชการ แต่ไม่ได้ไปช่วยตามที่ต้องการ เช่น ขอช่วยที่โรงเรียน นกขมิ้น แต่ ได้ไปช่วย นกขุนทอง
3.3 อยู่ดี ๆ วันหนึ่ง ผู้บริหารไม่พอใจ ก็ส่งตัวไปที่อื่น ซะเลย โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย (ถ้า 365 วันขึ้นไป ถือว่าช่วยราชการประจำ สามารถ เบิกค่าเช่าบ้านได้เลย)
3.4 มีหน่วยงาน/โรงเรียน อื่น ส่งเอกสารมาขอตัวไป ( 1 ปี ขึ้นไป เหมือน 3.3) หรือมาร้องขอให้โอนไป (อย่าเขียนเองก็แล้วกัน)
แนวทางพิจารณาว่า คุณจะเบิกได้หรือไม่ ดูที่ หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0526.5/ว 35 วันที่ 17 พ.ค. 42 หน้า 2 ข้อ 4 ครับผม
สำหรับกรณีของผม ดูข้อความถัด ๆ ไปครับ

โดย noppharat@hunsa.com [12 พ.ค. 2545 , 15:50:51 น.] ( IP = 203.113.57.36 : : )

ข้อความ 7

ที่ กค 0562.5/ว. 78 กระทรวงการคลัง
ถนนพระราม 6 กท 10400
7 กันยายน 2541
เรื่อง การมีคำสั่งให้ข้าราชการเดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ตามคำร้องขอของตนเอง

เรียน ผู้ว่าราชการจังหวัด

อ้างถึง พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2541

ตามที่พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2541 ได้กำหนดข้อยกเว้นห้ามมิให้ข้าราชการผู้ซึ่งได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ตามคำร้องขอของตนเองมีสิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้านไว้ในมาตรา 7(4) ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2541 เป็นต้นไป นั้น

กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการพิจารณาอนุมัติให้ข้าราชการใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้าน และเพื่อประโยชน์ในการควบคุมการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปในแนวเดียวกัน จึงขอให้ส่วนราชการต่างๆ ถือปฏิบัติในการออกคำสั่งกรณีให้ข้าราชการเดินทางไปปฏิบัติราชการประจำสำนักงานใม่ในต่างท้องที่ตามคำร้องขอของข้าราชการให้ระบุข้อความไว้ในคำสั่งด้วยว่า "ตามคำร้องขอของตนเอง"

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและส่วนราชการในสังกัดทราบและถือปฏิบัติต่อไปด้วย

ขอแสดงความนับถือ
มานิต วิทยาเต็ม
(นายมานิต วิทยาเต็ม)
รองปลัดกระทรวงฯ ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงการคลัง
กรมบัญชีกลาง
สำนักการเงินการคลัง 3
ส่วนกฎหมายและระเบียบการคลัง
โทร. 2739573



สำเนา
ครุฑ
ด่วนมาก
ที่ กค 0502/ว 28 กระทรวงการคลัง
ถนนพระรามที่ 6 กท 10400

9 มีนาคม 2533

เรื่อง พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

เรียน อธิบดีกรมสามัญศึกษา

ตามนัยมาตรา 16 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 “ในกรณีที่ข้าราชการซึ่งมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ได้เช่าซื้อบ้านหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ค้างชำระอยู่ในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่ เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและได้อาศัยอยู่จริงในบ้านนั้น ให้ข้าราชการผู้นั้นมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้ดังกล่าวมาเบิกเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการได้ ไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการ ท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ” นั้น เนื่องจากส่วนราชการต่าง ๆ มีปัญหาเกี่ยวกับสิทธิการเบิกเงินค่าเช่าบ้านของข้าราชการในกรณีทำสัญญากู้เงินภายหลังทำสัญญาซื้อขายบ้าน กระทรวงการคลังขอซ้อมความเข้าใจว่า การกู้เงินจากสถาบันกาารเงินที่กระทรวงการคลังกำหนดเพื่อชำระราคาบ้าน ให้พิจารณาจากข้อเท็จจริงว่าในวันยื่นคำขอกู้เงินจากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังกำหนด ถ้าข้าราชการผู้นั้นไม่เคยมีเคหสถานเป็นของตนเองอยู่ก่อนวันดังกล่าว และได้ขอกู้เงินเพื่อชำระราคาบ้านเพื่อให้ได้กรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง ก็ย่อมมีสิทธินำหลักฐานการผ่อนชำระเงินกู้ดังกล่าวมาเบิกเงินค่าเช่าบ้านจากทางราชการได้
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและแจ้งเจ้าหน้าที่ทีเกี่ยวข้องทราบและถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไปด้วย จะขอบคุณมาก
ขอแสดงความนับถือ

(ลงชื่อ) พนัส สิมะเสถียร
(นายพนัส สิมะเสถียร)
ปลัดกระทรวงการคลัง
กรมบัญชีกลาง
กองกฎหมายและระเบียบการคลัง
โทร. 2710666 ต่อ 4439




โดย noppharat@hunsa.com [12 พ.ค. 2545 , 15:54:41 น.] ( IP = 203.113.57.36 : : )

ข้อความ 8

มีต่อ ให้คุณสุโขทัย

ส่วนของผมนี่เหตุเกิดจาก ประเด็นที่หนึ่งในหนังสือ กระทรวงการคลังที่ กค 0530.3/ว.73 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2544 คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะ 3 จะวินิจฉัยประเด็นที่หนึ่ง ว่า “ข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งให้ย้ายมารับราชการประจำสำนักงานใหม่ซึ่งอยู่ในท้องที่เดียวกับที่ตนมีบ้านที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านนั้น เนื่องจากตามสิทธิสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระบ้าน ข้าราชการย่อมสามารถเข้าอยู่อาศัยในบ้านที่เช่าซื้อหรือผ่อนชำระนั้นได้ในระหว่างการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน แม้ว่าข้าราชการผู้นั้นยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในบ้านที่เช่าซื้อจนกว่าจะได้ชำระค่าเช่าซื้อครบแล้วก็ตาม กรณีย่อมถือได้ว่าข้าราชการดังกล่าวมีเคหสถานของตนเองในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ ข้าราชการผู้นั้นจึงต้องห้ามมิให้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ ตามมาตรา 7(2) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ”
ผมเห็นว่าคณะกรรมการวินิจฉัยถูกต้อง แต่กระทรวงการคลังนำมาใช้ผิด นั่นคือ ไม่กล่าวถึงมาตรา 16 ความว่า


มาตรา 16 ในกรณีที่ข้าราชการซึ่งมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้ได้เช่าซื้อบ้าน หรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ค้างอยู่ในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่ เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและได้อาศัยอยู่จริงในบ้านนั้น ให้ข้าราชการผู้นั้นมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อ หรือค่าผ่อนชำระเงินกู้ ดังกล่าวมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้ไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ ตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(1) ตนเอง และสามีหรือภริยาได้ทำการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้ เพื่อชำระราคาบ้านอยู่เพียงหลังเดียวในท้องที่นั้น
(2) จะต้องเป็นการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ หรือผ่อนชำระเงินเงินกู้กับสถาบันการเงินหรือกับรัฐวิสาหกิจหรือสหกรณ์ที่ดำเนินกิจกรรการเกี่ยวกับการเคหะ ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดและสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาเงินกู้จะต้องได้รับความเห็นชอบตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด
(3) จะต้องไม่เคยใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อ หรือค่าผ่อนชำระเงินเงินกู้สำหรับบ้านหลังหนึ่งหลังใดในท้องที่นั้นมาแล้ว เว้นแต่จะเป็นกรณีที่ได้รับแต่งตั้งให้กลับไปรับราชการในท้องที่นั้นอีก และเป็นการใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อ หรือค่าผ่อนชำระเงินกู้ตามที่ได้เคยใช้สิทธิมาแล้ว



แต่เมื่อผมเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานแล้ว พบว่า มาตรา 7 ไม่สามารถไปบังคับมาตรา 16 ได้ เพราะ วลีแรกของมาตรา 7 เขียนว่า “ภายใต้บังคับมาตรา 16 และ 17………” ดังนั้นผมจึงฟ้องกระทรวงการคลังที่ศาลปกครองว่า ใช้กฎหมายไม่เป็น” ควรจะเพิ่มข้อความในหนังสือแจ้งเวียนกระทรวง ทบวงกรมว่า “ไม่มีสิทธิตามมาตรา 7 แต่ หากรายใดเข้าข่ายตามมาตรา 16 หรือ 17 ก็ให้ใช้มาตรา 16 หรือ 17 แทน” จึงจะถูกต้อง
พร้อมกันนี้ ผมได้ส่งตัวอย่างหนังสือกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องกับกรณีของผมมาให้เพื่อน ๆ ผู้ถูกควบคุมโอกาสทั้งหลายได้นำไปวิเคราะห์เพื่อสิทธิของตนเอง ต่อไป อย่างไรก็ดี ถ้าสมาชิกที่เดือดร้อนทั้งหลาย ไม่ทราบจะปรึกษาใคร ปรึกษาผมก็ได้ ทาง E-mail ตามที่แจ้งไว้



บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ กระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง กองกฎหมายและระเบียบการคลัง โทร.๒๗๓๙๕๗๓
ที่ กค ๐๕๐๒/๒๗๓๓ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๔
เรื่อง ค่าเช่าบ้านข้าราชการ
เรียน อธิบดีกรมสรรพากร

ด้วยกรมบัญชีกลางรายงานว่า ตามหนังสือกรมสรรพากร ที่ กค ๐๘๐๔/๑๘๒๔ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๓๔ หารือกรณี นาง ม.เจ้าหน้าที่บริหารงานสรรพากร ๔ สำนักงานสรรพากร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ขอใช้สิทธิเบิกเงินกรณีผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน โดยมีข้อเท็จจริงคือ ได้ซื้อบ้านพร้อมที่ดิน เลขที่ ๘๙/๖ หมู่ ๔ ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ในราคา ๒๘๕,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ และจำนองต่อธนาคารในวันเดียวกัน กำหนดผ่อนชำระ ๑๐ ปี ได้ใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านจากทางราชการกรณีผ่อนชำระเงินกู้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๐ จนถึงปัจจุบัน ต่อมาปรากฎหลักฐานว่า นาย พ.สามีของนาง ม.เป็นเจ้าของกรรมสิทธิบ้านเลขที่ ๑๕/๑ หมู่ ๓ ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยกู้เงินจากธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาบางบังทอง จำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาท ผ่อนชำระเงินกู้ ๕ ปี ซึ่งเป็นท้องที่ที่นาง ม.ปฏิบัติราชการประจำอยู่หารือว่า นาง ม.จะยังคงมีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านกรณีผ่อนชำระเงินกู้จากทางราชการอยู่อีกหรือไม่
กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า ตามมาตรา ๗ แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.๒๕๒๗ ข้าราชการผู้ใดได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานต่างท้องที่ มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน เว้นแต่ (๒) มีเคหสถานเป็นของตนเองหรือของคู่สมรสในท้องที่ที่ปฏิบัติราชการประจำ และมาตรา ๑๖ ในกรณีข้าราชการซึ่งมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน ได้เช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ค้างชำระอยู่ในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่ เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและอาศัยอยู่จริงในบ้านนั้น ให้ข้าราชการผู้นั้นมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้มาเบิกเงินค่าเช่าบ้านจากทางราชการได้ กรณีที่หารือ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า บ้านที่นาย พ.สามีของนาง ม.มีกรรมสิทธิ์ยังมีหนี้ค้างชำระราคาบ้านกับธนาคารอยู่ และเป็นการซื้อในระหว่างสมรส จึงต้องถือว่าเป็นสินสมรสที่นาง ม.ต้องร่วมรับผิดชอบในหนี้ดังกล่าวด้วย ดังนั้น จึงถือได้ว่า นาง ม.มีเคหสถานของตนเองในท้องที่ที่รับราชการประจำทั้ง ๒ หลัง ตามมาตรา ๗(๒) แต่สามารถนำหลักฐานการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านเลขที่ ๘๙/๖ หมู่ ๔ ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งนาง ม.อาศัยอยู่ประจำมาเบิกจากทางราชการได้เพียงหลังเดียว ตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.๒๕๒๗ จนกว่าบ้านหลังใดหลังหนึ่งในท้องที่อำเภอบางบัวทองจะตกเป็นกรรมสิทธิของนาง ม.และหรือคู่สมรส โดยไม่มีหนี้สินค้างชำระ ทั้งนี้ ถ้านาย พ.มิได้ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านกรณีผ่อนชำระเงินกู้ในท้องที่นั้นจากทางราชการ

จึงเรียนมาเพื่อทราบ
(ลงชื่อ) กระจ่าง พูลพิพัฒน์
(นายกระจ่าง พูลพิพัฒน์)
รองปลัดกระทรวงฯ ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงการคลัง





พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

ประเด็นที่ 1
ภาย หมายความว่า ที่, แห่ง, ข้าง, ฝ่าย เวลา
ใต้ หมายความว่า อยู่ในที่หรือฐานะต่ำกว่าเมื่อมีการเปรียบเทียบกัน
บังคับ หมายความว่า การว่ากล่าวปกครอง, ใช้อำนาจสั่งให้ทำหรือให้ปฏิบัติ, ให้จำต้องทำ, ให้เป็นไปตามความประสงค์
มาตรา หมายความว่า บทบัญญัติในกฎหมายที่แบ่งออกเป็นข้อ ๆ โดยมีเลขกำกับรียงตามลำดับ
ภายใต้บังคับมาตรา จึงหมายถึง อยู่ภายใต้อำนาจการสั่งให้ทำของข้อที่

ดังนั้น ในมาตรา 7 คำว่า “ภายใต้บังคับมาตรา 16 และ 17” จึงหมายถึง อยู่ภายใต้การควบคุมของข้อที่ 16 และ 17 หากมาตรา 7 ขัดแย้งกับมาตรา 16 หรือ/และ 17 แล้ว มาตรา 7 เป็นอันจะต้องตกไป ไม่สามารถนำมาควบคุมมาตรา 16 และ 17 ได้ เพราะ อยู่ใต้บังคับโดยสิ้นเชิง และในการพิจารณาว่าจะเลือกข้อใด ในทางการพิจารณาความตามประเพณี ผู้พิพากษาจะใช้ มาตราที่เป็นคุณต่อจำเลยมากที่สุด
ดังนั้น กระทรวงการคลังก็ต้องเลือกข้อที่เป็นคุณต่อผู้ใช้สิทธิมากที่สุด จึงจะถือได้ว่า พิจารณาด้วยความเป็นธรรม ตามระเบียบประเพณีว่าด้วยการพิจารณาตัดสินคดีความ

โดย noppharat@hunsa.com [12 พ.ค. 2545 , 15:58:23 น.] ( IP = 203.113.57.36 : : )

ข้อความ 9

กองคลังว่าไงครับ ออกความเห็นบ้างซิ

โดย คนคอยตาม [18 พ.ค. 2545 , 13:28:56 น.] ( IP = 203.113.57.36 : : )

ข้อความ 10

ปัญหาเรื่องการเบิกค่าเช่าบ้านที่ถามตอบในกระดาน เห็นมีแต่คุณนพรัตน์เป็นผู้ตอบเท่านั้น อยากฟังความเห็นของคนกองคลังบ้าง จะได้รับความรูที่เหมือนหรือแตกต่างบ้าง ซึ่งจะเป็นการให้ความรู้กับผู้รู้น้อยเช่นผม ขอบคุณครับ

โดย กังขา [18 พ.ค. 2545 , 18:41:29 น.] ( IP = 203.113.57.37 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด