กองคลัง กรมสามัญศึกษา

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code


สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


สอบถามเรื่องค่าเช่าบ้าน




ขอถามดังนี้
ข้าพเจ้าได้แต่งงานกับแฟนเป็นข้าราชการหน่วยงานอื่นได้เบิกค่าเช่าซื้อบ้าน(ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน) และได้ชำระหมดและต่อมาได้ขายเรียบร้อยแล้ว ต่อมาแฟนได้ย้ายมาอยู่กำแพงเพชร ต่างอำเภอและได้เช้าบ้านอยู่เองอยากทราบว่า
1. ข้าพเจ้าสามารถใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้หรือไม่
2. ถ้าไม่ได้ข้าพเจ้าสามารถใช้สิทธิขออยู่บ้านพักครูได้หรือไม่
3. ถ้าอยู่ในบ้านพักครูได้ถ้ามีคนอื่นจะอยู่หรืออยู่ก่อนข้าพเจ้าจะได้อยู่หรือต้องออกจากบ้านพัก
4. ถ้าบ้านไม่ว่างเพราะมีบางคนขออยู่แต่ไม่อยู่จะต้องทำอย่างไรกับผู้ไม่อยู่เพราะมีบ้านอยู่ในเมืองด้วยทำให้บ้านเสียเพราะไม่อยู่ประจำจริง
จากครูผู้เดือดร้อนที่อยู่

โดย ครูกำแพงเพชร [1 เม.ย. 2545 , 16:36:06 น.] ( IP = 202.183.195.118 : : 202.183.195.118 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้ลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail

ข้อความ 1

กองคลังขอตอบว่า
1. อาจารย์กำแพงเพชรหมดสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน
2-4 ตามหลักเกณฑ์การจัด ของแนวปฏิบัติการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในบ้านพักของสถานศึกษา ข้อ 5.1 กำหนดว่า บ้านพักของสถานศึกษาต้องจัดให้กับข้าราชการผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านเข้าพักอาศัยในลำดับแรกก่อน หากไม่มีผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านหรือผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านสละสิทธิการเข้าพักอาศัย จึงจัดให้ข้าราชการผู้ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านซึ่งได้ยื่นคำร้องแสดงความประสงค์เจ้าพักอาศัยต่อไปได้
และข้อ 5.2 กำหนดว่า ตามหลักเกณฑ์ข้อ 5.1 ให้ยกเว้นสำหรับข้าราชการที่ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้าน ซึ่งได้เข้าพักอาศัยในบ้านพักครูอยู่ก่อนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2526 ให้ข้าราชการผู้นั้นพักอาศัยอยู่ในบ้านพักนั้นต่อไปได้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น รื้อถอนบ้านพักหลังนั้น หรือกรณีที่เข้าพักอาศัยในบ้านพักครูโสดรายหลังทำการสมรสการจะย้ายไปพักอาศัยในบ้านหลังอื่น ก็จะต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ 5.1
หมายเหตุ กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบ้านพักครูกรุณาสอบถามหน่วยตรวจสอบภายใน กรมสามัญศึกษา

โดย กองคลัง [9 เม.ย. 2545 , 09:02:52 น.] ( IP = 203.146.206.31 : : )

ข้อความ 2

ในกรณีครูกำแพงเพชรขอเข้าบ้านพักควรจัดลำดับอย่างไร ในการเข้าบ้านพัก

โดย ผู้อยากรู้ [18 เม.ย. 2545 , 09:08:31 น.] ( IP = 203.146.139.206 : : )

ข้อความ 3

1. ให้คนที่มาถึงก่อน
2. ถ้ามาพร้อมกัน ให้คนที่มีเงินเดือนมากกว่า(เบิกได้มากกว่า)
3. ถ้า 1 และ 2 เท่ากัน ให้คนที่อายุราชการการมากกว่า
ถ้า 1, 2 และ 3 เท่ากัน ให้คนที่อายุตัวมากกว่า
4. นอกเหนือจากนี้ ควร "ฮั้ว" กัน แต่อย่าให้มีหลักฐานว่า ฮั้ว เพราะการฮั้ว เป็นการผิดกติกา จ๊า..........

โดย คนเคยมา [2 พ.ค. 2545 , 08:26:13 น.] ( IP = 203.113.57.36 : : )

ข้อความ 4

รับไปเลยครับ ผมพบแล้ว แต่ว่าตัดมาเป็นบางส่วนครับ


เนื่องจากบางส่วนของเรื่องมีตารางด้วย ผมจึงตัดบางส่วนออก คงเหลือแต่ข้อความล้วน ๆ
ไม่ทราบว่าจะเป็นที่ถูกใจหรือเปล่า
แนวปฏิบัติการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในบ้านพักของสถานศึกษา
เนื่องจากตามแนวปฏิบัติการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในบ้านพักของสถานศึกษาที่แจ้งตามหนังสือกรมสามัญศึกษา ที่ ศธ 0803/98 ลงวันที่ 3 มกราคม 2533 กำหนดให้กรณีมีข้าราชการหลายรายที่อยู่ในข่ายจะต้องเข้าอยู่บ้านพักของทางราชการก็ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษาที่จะจัดให้ผู้ใดเข้าอยู่อาศัยก็ได้ตามความเหมาะสมเพื่อประโยชน์ของทางราชการนั้น ปรากฎว่ามีข้อปัญหาในทางปฏิบัติมากมายจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ จึงเห็นสมควรปรับปรุงแนวปฏิบัติใหม่ให้เข้าใจตรงกัน
1. “สถานศึกษา” หมายถึงสถานศึกษาในสังกัดกรมสามัญศึกษา
2. “บ้านพัก” หมายถึง แฟลต เรือนแถว อาคารบ้านเรือน หรือสถานที่อื่นใดซึ่งกรมสามัญศึกษากำหนดให้เป็นที่พักอาศัยของข้าราชการในสถานศึกษา
3. บ้านพักของสถานศึกษา ให้แยกเป็น 3 ประเภท และมีจำนวนข้าราชการที่จะเข้าพักอาศัย ดังนี้
3.1 บ้านพักครูชายโสด จัดให้ข้าราชการโสดชายเข้าพักอาศัยห้องละ 1 คน
3.2 บ้านพักครูโสดหญิง จัดให้ข้าราชการโสดหญิงเข้าพักอาศัยห้องละ 1 คน
3.3 บ้านพักครอบครัว สำหรับข้าราชการที่สมรสแล้วและได้นำครอบครัวเข้าพักอาศัยด้วยให้จัดเข้าพักอาศัยหลังละ 1 ครอบครัว
4. สถานศึกษาต้องมีการตรวจสอบสภาพของบ้านพักก่อนที่จะจัดให้ข้าราชการเข้าพักอาศัยโดยให้มีสภาพสมควรที่บุคคลจะพึงพักอาศัยได้อย่างปกติสุข
5. หลักเกณฑ์การจัด
5.1 บ้านพักของสถานศึกษาต้องจัดให้กับข้าราชการผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านเข้าพักอาศัยในลำดับแรกก่อน หากไม่มีผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านเข้าพักอาศัยจึงจัดให้ข้าราชการผู้ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านซึ่งได้ยื่นคำร้องแสดงความประสงค์เข้าพักอาศัยต่อไปได้
5.2 ตามหลักเกณฑ์ของข้อ 5.1 ให้ยกเว้นสำหรับข้าราชการที่ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้าน ซึ่งได้เข้าพักอาศัยในบ้านพักครูอยู่ก่อนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2526 ให้ข้าราชการผู้นั้นพักอาศัยอยู่ในบ้านพักนั้นต่อไปได้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น รื้อถอนบ้านพักหลังนั้น หรือกรณีที่เข้าพักอาศัยในบ้านพักครูโสดภายหลังทำการสมรส การจะย้ายไปพักอาศัยในบ้านหลังอื่นก็จะต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ 5.1
5.3 ข้าราชการที่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านไม่ว่าจะเป็นการเช่าบ้านหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านหรือผ่อนชำระค่าเช่าซื้อบ้านจากท้องที่เดิม เมื่อย้ายไปปฏิบัติราชการประจำในท้องที่แห่งใหม่หากสถานศึกษาแห่งใหม่มีบ้านพักว่างและได้ถูกจัดเข้าอยู่ในบ้านพักที่ว่างแล้วข้าราชการผู้นั้นย่อมไม่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านได้อีก
ทั้งนี้ ให้รวมถึงการย้ายจากสถานศึกษาแห่งหนึ่งไปยังสถานศึกษาแห่งใหม่ในท้องที่เดียวกันด้วย
5.4 ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2529 เป็นต้นมา ข้าราชการที่ย้ายไปปฏิบัติราชการประจำในท้องที่ใหม่ และขณะที่ย้ายไปสถานศึกษาไม่มีบ้านพักว่างอยู่หรือไม่ได้จัดบ้านพักให้อยู่อาศัย จึงทำให้ข้าราชการที่ย้ายมาใหม่ได้ไปใช้สิทธิเบิกค่าเช่าซื้อบ้าน หรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านหรือในกรณีที่ยังมิได้ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านในลักษณะผ่อนชำระเงินกู้ แต่ได้มีการทำสัญญาเช่าซื้อบ้าน หรือทำสัญญาเงินกู้และสัญญาซื้อขายบ้านหรือสัญญาจ้างปลูกบ้าน ซึ่งมีผลผูกพันตามกฎหมายอันจะทำให้ข้าราชการต้องชำระหนี้ตามมูลหนี้ค่าบ้าน หากต่อมาภายหลังสถานศึกษามีบ้านพักว่างอีกก็ไม่ต้องจัดให้ข้าราชการผู้นี้เข้าอยู่บ้านพักและให้ใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านในลักษณะเช่าซื้อบ้านหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านได้ต่อไป
กรณีทีเคยใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านในลักษณะเช่าซื้อบ้านหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านและได้ถูกจัดให้เข้าอยู่บ้านพักไปก่อน วันที่ 4 เมษายน 2539 ไม่ว่าจะได้เข้าอยู่ในบ้านพักที่จัดให้หรือสละสิทธิไม่ยอมเข้าพักอาศัยในบ้านพักที่สถานศึกษาจัดให้ก็ตาม ก็จะใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านไม่ได้
6. วิธีการจัด
6.1 การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ที่จะต้องเข้าพักอาศัยในบ้านของทางราชการ ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 5.1 ทันทีที่บ้านพักว่างลงสถานศึกษาต้องจัดผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านเข้าอยู่อาศัยในบ้านพักเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านที่ต้องจัดเข้าอยู่ในบ้านพักที่ว่างจะหมายถึงผู้มีสิทธิเบิกในลักษณะเช่าบ้าน ผู้มีสิทธิที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิเบิกและข้าราชการที่ย้ายมาใหม่ ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 5.3 ในกรณีที่สถานศึกษามีผู้ใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านดังกล่าวหลายรายให้สถานศึกษาจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ที่จะเข้าอยู่ตามลำดับก่อนหลัง โดยแยกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านที่ใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านจากทางราชการแล้วให้แยกประเภทไว้เป็น 3 ประเภท คือ ชายโสด หญิงโสด และครอบครัว ในแต่ละประเภทให้เรียงลำดับตามจำนวนเงินที่เบิกจริง ผู้ที่เบิกเงินค่าเช่าบ้านในจำนวนเงินสูงสุดให้อยู่ในลำดับแรกเรียงต่อๆลงไป


อนึ่ง กรณีที่ผู้ใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านที่ต้องจัดลำดับตามกลุ่มที่ 1 มีจำนวนเงินที่เบิกค่าเช่าบ้านเท่ากันหลายรายให้ผู้ที่ใช้สิทธิเบิกก่อนอยู่บ้านพักก่อน กรณีที่นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวก็ให้รายงานกรมสามัญศึกษาเพื่อพิจารณาเป็นรายๆ ไป
กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านที่ยังไม่ได้เบิกเงินค่าเช่าบ้าน ให้แยกไว้เป็น 3ประเภท คือ ชายโสด หญิงโสด และครอบครัว ในแต่ละประเภทให้เรียงตามลำดับตามอัตราที่ข้าราชการแต่ละรายจะมีสิทธิเบิก ผู้ที่มีสิทธิเบิกในอัตราสูงสุดจะอยู่ในลำดับแรกเรียงต่อ ๆ ลงไป
อนึ่ง ในกรณีที่ผู้เบิกมีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านมีอัตราการเบิกค่าเช่าบ้านได้เท่ากันหลายรายให้ใช้เกณฑ์ที่มีอัตราเงินเดือนสูงสุดเข้าอยู่ก่อน หากอัตราเงินเดือนยังเท่ากันอีกให้ผู้ที่มีอายุราชการน้อยที่สุดเข้าอยู่บ้านพักก่อน กรณีนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้เสนอกรมสามัญศึกษาพิจารณาเป็นรายๆไป
6.2 วิธีการเรียกเข้าอยู่บ้านพัก เมื่อบ้านพักของสถานศึกษาว่างลงให้หัวหน้าสถานศึกษาเรียกผู้มิเทธิเบิกค่าเช่าบ้านจากบัญชีรายชื่อที่จัดทำไว้แล้วตามข้อ 6.1 โดยให้เรียกจากผู้มีสิทธิในกลุ่มที่ 1 ตามประเภทของบ้านพักที่ว่างก่อน หากไม่มีผู้มีสิทธิในกลุ่มที่ 1 ของประเภทบ้านพักนั้นๆ เข้าอยู่อาศัย หรือมีแต่ได้สละสิทธิการเข้าอยู่อาศัยก็ให้เรียกผู้มีสิทธิในกลุ่มที่ 2 ของประเภทบ้านพักที่ว่างนั้นๆ เข้าอยู่ในลำดับถัดไป และหากไม่มีผู้มีสิทธิในกลุ่มที่ 2 เข้าอยู่อีก ก็ให้ผู้ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านที่ได้ยื่นเบกเงินค่าเช่าบ้านที่ได้ยื่นความประสงคขอเข้าอยู่อาาศัยได้ต่อไป
ตัวอย่าง โรงเรียนรัตนบุรีวิทยาคม มีบ้านพักครูประเภทชายโสดว่างอยู่ 1 ห้อง มีผู้มิสิทธิประเภทชายโสดที่ได้ขึ้นบัญชีรายชื่อไว้ในแต่ละกลุ่มดังนี้
กลุ่มที่ 1ประเภทชายโสด ที่กำลังใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้าน ได้แก่
กลุ่มที่ 2 ประเภทชายโสด ที่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านแต่ยังมิได้ใช้สิทธิเบิก
- มีผู้ไม่มีผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านประเภทชายโสดที่ได้ยื่นความประสงค์ขอเข้าอยู่อาศัยในบ้านพัก 1 ราย คือ นายเฉลิม มั่นเหมาะ
จากข้อมูลข้างต้น เมื่อบ้านพักครูประเภทชายโสดว่างอยู่ 1 ห้อง การจัดบ้านพักตามหลักเกณฑ์ข้างต้นปฏิบัติได้ดังนี้
(1) เรียกผู้มีสิทธิในกลุ่มที่ 1 ประเภทชายโสดลำดับที่ 1 เข้าอยู่อาศัย คือนายวชิระ บรรจง
(2) หากนายวชิระ บรรจง ผู้มีสิทธิตาม (1) สละสิทธิการเข้าพักอาศัยก็ให้เรียกผู้มีสิทธิกลุ่มที่ 1 ลำดับที่ 2 คือนายธีระ เดชา เข้าอยู่อาศัย
(3) เมื่อได้เรียกผู้มีสิทธิในกลุ่มที่ 1 ประเภทชายโสด ตามลำดับที่ได้ขึ้นบัญชีไว้หมดแล้วและได้สละสิทธิการเข้าอยู่อาศัย จึงทำให้บ้านพักครูชายโสดว่างอยู่อีกก็ให้เรียกผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านทั้งที่กำลังใช้สิทธิและไม่ได้ใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านที่จะเข้าพักอศัย สถานศึกษาก็สามารถจัดให้ครูที่ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านประเภทชายโสดที่ได้ยื่นความประสงค์ไว้เข้าอยู่อาศัยในบ้านว่างได้ต่อไป
(4) หากสถานศึกษาได้เรียกผู้มีสิทธิในกลุ่มที่ 2 ประเภทชายโสดเข้าอยู่บ้านพักแล้วแต่ได้สละสิทธิการเข้าอยู่อาศัยจึงทำให้ห้องพักว่างอยู่อีก กรณีนี้จึงถือว่าสถานศึกษาไม่มีผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านทั้งที่กำลังใช้สิทธิและไม่ได้ใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านที่จะเข้าพักอาศัย สถานศึกษาก็สามารถจัดให้ครูที่ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านประเภทชายโสดที่ได้ยื่นความประสงค์ไว้ เข้าอยู่บ้านพักที่ว่างได้ต่อไป
7. กรณีที่บ้านพักครูโสดว่างทั้งหลัง และขณะนั้นตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิที่ได้จัดทำไว้มีแต่ผู้มีสิทธิประเภทครอบครัว จะต้องจัดให้ผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านที่เป็นครอบครัวเข้าพักอาศัย โดยให้หมายเหตุในทะเบียนคุมบ้านพักว่า ได้จัดเป็นบ้านพักครอบครัวแล้ว ในทำนองเดียวกันกรณีบ้านพักครอบครัวที่ว่างลงแต่ผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านในขณะนั้นมีแต่ข้าราชการโสดก็จะต้องจัดให้ข้าราชการโสดที่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านเข้าพักอาศันด้วยเช่นกัน
8. การปรับปรุงบัญชีรายชื่อผู้ที่ต้องเข้าพักอาศัยในบ้านพักของทางราชการ เมื่อสถานศึกษาได้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านที่จะต้องเข้าอยู่อาศัยเมื่อมีบ้านพักว่างลงตามหลักเกณฑ์ในข้อ 6 ไว้แล้วนั้น จะต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงบัญชีรายชื่อดังกล่าาวให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ หากมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ข้าราชการผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านที่ขึ้นบัญชีรายชื่อในกลุ่มที่ 2 (กลุ่มที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้าน) ได้ไปใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านในลักษณะการเช่า หรือไปใช้สิทธิในลักษณะการเช่า หรือไปใช้สิทธิในลักษณะผ่อนชำระเงินกู้หรือชำระค่าเช่าซื้อบ้าน หรือข้าราชการที่ขึ้นบัญชีรายชื่อในประเภทโสดได้ทำการสมรสและนำครอบครัวมาเข้าพักอาศัยด้วย หรือในกรณีอัตราเงินดือนมีการเปลี่ยแปลงจนทำให้อัตราการเบิกค่าเช่าบ้านเปลี่ยนแปลงไปด้วย
9. ข้าราชการโสดที่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านที่ได้เข้าอยู่บ้านพักแล้ว ภายหลังได้ทำการสมรสและได้นำครอบครัวมาอยู่ด้วย (ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ประจำหรือครั้งคราว) ก็ให้สถานศึกษาจัดบ้านพักครอบครัวให้ หากบ้านครอบครัวไม่ว่างและข้าราชการผู้นี้จำเป็นต้องเช่าบ้านพักเพื่ออยู่อาศัยร่วมกับครอบครัวก็ให้ใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านได้
10. ข้าราชการที่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านซึ่งได้สมรสแล้วแต่มิได้นำครอบครัวมาอยู่ด้วยเลย ก็ให้จัดข้าราชการผู้นี้เข้าอยู่บ้านพักโสด และหากภายหลังได้นำครอบครัวมาอยู่ด้วยก็ให้พิจารณาเช่นเดียวกับหลักเกณฑ์ข้อ 9
11. กรณีสถานศึกษาที่มีบ้านพักประจำตำแหน่งหัวหน้าสถานศึกษาหรือได้กำหนดไว้เป็นบ้านพักของหัวหน้าสถานศึกษา ให้หัวหน้าสถานศึกษาเข้าพักอาศัยได้โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้หรือไม่ หากหัวหน้าสถานศึกษาไม่เข้าอยู่ก็จะขอใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้ และบ้านพักนี้จะจัดให้ข้าราชการผู้ใดเข้าพักอาศัยไม่ได้ทั้งสิ้น
12. สถานศึกษาใดที่กำหนดบ้านพักครูให้เป็นบ้านพักประจำตำแหน่งหัวหน้าสถานศึกษาไว้แล้วก็ให้ถือเป็นบ้านพักประจำตำแหน่งหัวหน้าถานศึกษาตลอดไป และไม่อนุญาตให้เปลี่ยนกลับมาเป็นบ้านพักครูอีก
สำหรับสถานศึกษาใดที่จะขอเปลี่ยนบ้านพักครูเป็นบ้านพักประจำตำแหน่งสำหรับหัวหน้าสถานศึกษา ให้เสนอเหตุผล ความจำเป็นให้กรมสามัญศึกษาพิจารณาอนุญาตเป็นรายๆไป
13. กรณีสถานศึกษาไม่มีบ้านพักประจำตำแหน่งสำหรับหัวหน้าสถานศึกษา หากบ้านพักครูของสถานศึกษาว่างลงและหัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านเพียงคนเดียวหัวหน้าสถานศึกษาจะต้องเข้าอยู่บ้านพักหลังที่ว่างนั้น หากไม่เข้าอยู่ก็จะขอใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านไม่ได้
14. การได้รับสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านของข้าราชการตามพระรากฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 ซึ่งได้กำหนดไว้ว่าข้าราชการรายใดที่ทางราชการได้มีคำสั่งให้ไปปฏิบัตติราชการเป็นการประจำในต่างท้องที่ (ท้องที่ หมายถึง อำเภอ กิ่งอำเภอ กรุงเทพมหานคร) ที่มิใช่ท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรก หรือท้องที่ที่กลับเข้ารับราชการใหม่ และในท้องที่แห่งใหม่ทางราชการไม่ได้จัดบ้านพักให้อยู่อาศัย และไม่มีเคหสถานของตนเอง หรือคู่สมรส ในชั้นนี้ข้ราชการจึงมีสิทธินำหลักฐานการเช่าบ้านหรือเช่าซื้อบ้านหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน ยื่นขอเบิกจากทางราชการได้ ทั้งนี้การจะได้รับเงินค่าเช่าบ้านตามที่ยื่นขอเบิกก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการและตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด
15. การแจ้งให้เข้าอยู่บ้านพัก เมื่อบ้านพักว่างหัวหน้าสถานศึกษาต้องแจ้งเป็นหนังสือทันที ถึงผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านรายที่ต้องเข้าอยู่ตามบัญชีรายชื่อซึ่งสถานศึกษาได้จัดทำบัญชีไว้แล้ว ตามวิธีการในข้อ 6 ของแนวปฏิบัติข้างต้น หนังสือที่แจ้งให้ระบุด้วยว่าข้าราชการที่ถูกจัดให้เข้าอยู่บ้านพักต้องบันทึกการเข้าอยู่บ้านพักตามแบบท้ายแนวปฏิบัตินี้ และให้ส่งให้สถานศึกษาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ส่งหนังสือให้รับทราบ
เมื่อหัวหน้าสถานศึกษาดำเนินการแจ้งเป็นหนังสือแล้ว ถือว่าสถานศึกษาได้จัดบ้านพักให้แล้ว จ้าราชการผู้นั้นจะเข้าอยู่หรือไม่ก็ตามก็จะไม่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านได้อีก
 ผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านรายใดเพิกเฉยหรือไม่ยอมรับทราบคำสั่งให้เข้าอยู่บ้าพักหรือไม่กรอกความประสงค์การเข้าอยู่บ้านพัก ให้สถานศึกษาบันทึกไว้ว่าผู้นั้นได้รับทราบคำสั่งแล้วตั้งแต่วันที่สถานศึกษาแจ้งและให้ถือว่าไม่ประสงค์จะเข้าอยู่บ้านพัก
16. ให้สถานศึกษาจัดทำทะเบียนคุมการเข้าอยู่บ้านพักแต่ละหลัง ตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายแนวปฏิบัตินี้และให้เก็บหลักฐานตามข้อ 15 ไว้เป็นเอกสารประกอบทะเบียนคุมการเข้าอยู่บ้านพักด้วย
17. ข้อปฏิบัติในการพักอาศัยในบ้านพัก ข้าราชการที่เข้าอยู่ในบ้าพักของสถานศึกษาจะต้องถือปฏิบัติเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้
17.1 บ้านพักครูโสด ไม่อนุญาตให้นำบุคคลอื่นใดพักอาศัยในบ้านพัก
17.2 บ้านพักครอบครัว อนุญาตให้นำบุคคลในครอบครัวมาพักอาศัยในบ้านพักได้ ดังนี้
(1) คู่สมรส
(2) บิดามารดาของตนหรือของคู่สมรส
(3) บุตร
(4) พี่น้องร่วมบิดามารดา พี่น้องร่วมบิดา หรือมารดา ซึ่งข้าราชการผู้นี้จะต้องอุปการะเลี้ยงดู
17.3 ข้าราชการที่เข้าอยู่บ้านพักจะนำบุคคลภายนอกมาเข้าพักอาศัยในบ้านพักไม่ได้ ยกเว้นบุคคลตามข้อ 17.2 การที่จะนำบุคคลภายนอกมาเข้าพักอาศัยอยู่ด้วยต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าสถานศึกษาก่อน
17.4 ข้าราชการที่พักอาศัยอยู่ในบ้านพักจะต้องไม่กระทำการใดๆ อันผิดกฎหมาย หรือทำความเสื่อมเสีย หรือกระทำการอันเป็นที่รบกวนผู้อยู่อาศัยในบ้านพักด้วยกันหรือบ้านพักข้างเคียงหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น และข้าราชการที่พักอาศัยในบ้านพักครอบครัวจะต้องดูแลควบคุมบุคคลในครอบครัวที่พักอาศัยอยู่ด้วยไม่ให้กระทำการใดๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้นด้วยเช่นเดียวกัน
17.5 กรมสามัญศึกษาไม่อนุญาตให้สถานศึกษาหรือผู้เข้าพักอาศัยนำบ้านพักครูไปประกอบกิจกรรมอื่นใด หรือไปประกอบธุรกิจอื่นๆ
17.6 ข้าราชการครูที่เข้าพักอาศัยในบ้านพักมีหน้าที่และรับผิดชอบการใช้กระแสไฟฟ้าและน้ำประปาในนบ้านพักของตนเอง ซึ่งอาจเลือกดำเนินการได้ 2 วิธี คือ
(1) ให้สถานศึกษาดำเนินการทำสัญญาหรือข้อผูกพันระหว่างผู้เข้าพักอาศัยแต่ละบ้านกับสถานศึกษาตามแบบท้ายระเบียบนี้ เพื่อแสดงวัตถุประสงค์ว่า “สถานศึกษายินยอมให้ผู้พักอาศัยร่วมใช้กระแสไฟฟ้าและน้ำประปา โดยแต่ละเดือนผู้พักอาศัยจะเป็นผู้จ่ายกระแสไฟฟ้าและน้ำประปาให้แก่สถานศึกษาตามสัดส่วนที่ได้ใช้” ทั้งนี้เพื่อสมทบจ่ายค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปาร่วมกับสถานศึกษา
(2) ให้มีการแยกเครื่องวัดกระแสไฟฟ้าและมาตรวัดน้ำประปาประจำบ้านพักในแต่ละหลังออกต่างหากจากที่ใช้ในสถานศึกษา และให้การไฟฟ้า การประปา เรียกเก็บเงินค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำประปาจากผู้อยู่อาศัยโดยตรง
17.7 การต่อเติมบ้านพักครูต้องขออนุญาตหัวหน้าสถานศึกษาก่อนและให้หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาถึงความเหมาะสม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัย แล้วจึงเสนอขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสามัญศึกษา
การต่อเติมหรือปรับปรุงบ้านพัก ให้ถือว่าสิ่งที่ต่อเติมปรับปรุงไปนั้นเป็นสมบัติของทางราชการ จะรื้อถอนหรือขอคืนภายหลังมิได้
18. ข้าราชการที่เข้าพักอาศัยในบ้านพัก หากฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ตามข้อ 17 ให้หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาว่ากล่าวตักเตือนก่อน หากไม่ได้ผลให้เสนอกรมสามัญศึกษาดำเนินการทางวินัยและหรือให้มีการย้ายออกนอกท้องที่ตามแต่กรมสามัญศึกษาจะเห็นสมควร
19. การคืนบ้านพัก
19.1 ข้าราชการที่ย้ายออกจากบ้านพัก จะต้องแจ้งให้หัวหน้าสถานศึกษาทราบ
19.2 เมื่อมีเหตุที่ข้าราชการต้อย้ายจากบ้านพัก หรือไม่มีสิทธิพักอาศัยในบ้านพักต่อไปให้ออกจากบ้านพักภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้นๆ ทั้งนี้ให้รวมถึงบุคคลในครอบครัที่พักอาศัยอยู่ด้วยก็จะต้องย้ายออกจากบ้านพักด้วยเช่นกัน
20. การให้ข้าราชการที่ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านเข้าพักอาศัยในบ้านพัก การเข้าอยู่อาศัยในบ้านพักของข้าราชการที่ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ตามข้อ 5.2 นั้น ให้สถานศึกษาดำเนินการจัดให้ได้เมื่อ
20.1 ได้จัดให้ข้าราชการผู้มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของแนวปฏิบัติข้างต้น
20.2 เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ 20.1 หากยังคงมีบ้านพักครูว่างอยู่อีกจึงจัดให้ข้าราชการผู้ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านที่ได้ยื่นความประสงค์ขอเข้าอยู่บ้านพักที่ว่างได้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น รื้อถอนบ้านพักหลังนั้น หรือกรณีเข้าพักอาศัยในบ้านพักครูโสดต่อมาได้ทำการสมรสการจะย้ายไปพักอาศัยในบ้านพักครูหลังอื่นได้ก็จะต้องถือปฏิบัติตามข้อ 20.1 ก่อน
20.3 เมื่อสถานศึกษาได้ดำเนินการตามข้อ 20.1 – 20.2 แล้ว สถานศึกษาจะไม่มีบ้านพักว่างเป็นผลให้ข้าราชการที่เพิ่งย้ายมาในภายหลังไม่มีบ้านให้พักอาศัย ก็ให้ข้าราชการรายนี้ไปใช้สิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้านได้
21. ข้าราชการที่กรมสามัญศึกษาสั่งให้ปฏิบัติราชการเป็นการประจำ ณ สาขาโรงเรียนและเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีการค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 หากมีความจำเป็นต้องเช่าบ้านเพื่ออยู่ออาศัยจริงก็ให้เบิกเงินค่าเช่าบ้านได้
ในกรณีที่ข้าราชการดังกล่าวได้เข้าพักอาศัยในบ้านพักของโรงเรียนผู้ดำเนินการจัดสาขาไปแล้วและสมัครใจจะพักอาศัยอยู้ต่อไป ก็ให้พักอาศัยได้จนกว่าสาขาโรงเรียนจะได้ประกาศจัดตั้งเรียบร้อยแล้ว และสำหรับกรณีที่ยังไม่เข้าพักอาศัยบ้านพักครูของโรงเรียนผู้ดำเนินการจัดสาขาแต่ประสงค์จะขอเข้าพักอาศัย ก็ให้โรงเรียนผู้ดำเนินการจัดสาขาพิจารณาจัดให้ได้เช่นนเดียวกับข้าราชการที่ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่าเช่าบ้าน ตามข้อ 20 และสามารถพักอาศันได้จนกว่าสาขาโรงเรียนประกาศจัดตั้งเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน
22. การพิจารณาอนุญาตให้ข้าราชการเข้าพักอาศัยในบ้านพักของสถานศึกษา ให้หัวหน้าสถานศึกษาควบคุมดูแลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของแนวปฏิบัติ มิฉะนั้นแล้วหากมีกรณีอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ เช่น ถูกทักท้วงเรียกเงินคืน หัวหน้าสถานศึกษาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้เงินคืน
สำหรับหลักเกณฑ์อื่นใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในแนวปฏิบัตินี้ หรือกรณีไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นี้ได้ก็ให้เสนอผ่านตามลำดับสายงานให้กรมสามัญศึกษาอนุญาตเป็นกรณีๆ ไป
23. การจัดข้าราชการเข้าอยู่ในบ้านพักของสถานศึกษาที่ได้กระทำถูกต้องตามแนวปฏิบัติการจัดครูเข้าพักอาศัยบ้านพักครูตามหนังสือกรมสามัญศึกษา ที่ ศธ 0803/98 ลงวันที่ 3 มกราคม 2533 ไปแล้วก่อนที่แนวปฏิบัติที่ปรับปรุงใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ก็ให้เเป็นไปตามเดิมและเมื่อสถานศึกษามีบ้านพักว่างลงก็ให้ใช้แนวปฏิบัติที่ปรับปรุงใหม่นี้แทน
---------------------------------------------

ถ้าต้องการเพิ่มเติม ติดต่อนพรัตน์ ประสีระเตสัง noppharat@hunsa.com

โดย คนเคยมา [7 พ.ค. 2545 , 21:31:17 น.] ( IP = 203.113.57.38 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด