Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code


สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


ฝาก การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์




ฝาก การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ1 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
การเขียนอุทธรณ์คำ สั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์
สำ นักพิทักษ์ระบบคุณธรรม
สำ นักงาน ก.พ.
ความเบื้องต้น
บทความนี้มุ่งให้ผู้อ่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการพลเรือนสามัญได้
เห็นภาพรวมของการอุทธรณ์และการร้องทุกข์ต่อองค์กรที่ทำ หน้าที่วินิจฉัยอุทธรณ์และร้องทุกข์
ตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่จะต้องอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ต่อ ก.พ. ทั้งนี้เนื่องจาก
สำ นักพิทักษ์ระบบคุณธรรม สำ นักงาน ก.พ. ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการเสนอ
ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่อ ก.พ. ( อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับการอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ซึ่งได้
รับมอบหมายให้ทำ หน้าที่แทน ก.พ. ในการพิจารณาเรื่องอุทธรณ์และเรื่องร้องทุกข์)นั้น ได้เห็น
ถึงสภาพปัญหาของการเขียนหนังสืออุทธรณ์หรือร้องทุกข์เป็นจำ นวนมากว่า ผู้อุทธรณ์หรือ
ผู้ร้องทุกข์ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการเขียนหนังสืออุทธรณ์หรือร้องทุกข์ที่ถูกต้อง จึงมี
ผู้อุทธรณ์หรือร้องทุกข์บางคนไปว่าจ้างทนายความให้เขียนอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ให้ หรือขอคำ
แนะนำ จากนิติกร หรือบุคคลอื่นให้ช่วยเขียนให้ ซึ่งหากบุคคลเหล่านั้นมีความรู้เกี่ยวกับวินัย
การดำ เนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ดี ก็เป็นที่น่าวางใจใน
เบื้องต้นว่า หนังสืออุทธรณ์หรือร้องทุกข์น่าจะมีเนื้อหาสาระสำ คัญถูกต้องครบถ้วนตาม
กฎหมายในอันที่จะทำ ให้องค์กรที่ทำ หน้าที่วินิจฉัยอุทธรณ์และร้องทุกข์ สามารถรับเรื่องไว้
พิจารณาได้ รวมทั้งมีการพิจารณาให้ความเป็นธรรมสมดังความตั้งใจ แต่หากบุคคลเหล่านั้น
ไม่มีความรู้เพียงพอ หรือผู้อุทธรณ์หรือผู้ร้องทุกข์ที่เขียนอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ด้วยตัวเอง
ขาดความรู้ความเข้าใจที่ดีพอแล้ว ก็อาจเกิดปัญหาตามมาภายหลัง เช่น ไม่สามารถรับอุทธรณ์ไว้
พิจารณาได้ เนื่องจากเป็นอุทธรณ์ที่ไม่มีสาระสำ คัญตามกฎหมายว่า ได้ถูกลงโทษโดยไม่
ถูกต้อง ไม่เหมาะสม หรือ ไม่เป็นธรรมอย่างไร หรือในเรื่องการขอแถลงการณ์ด้วยวาจา
ของผู้อุทธรณ์ตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 16 (พ.ศ.2540) ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์
ให้สิทธิแก่ผู้อุทธรณ์ที่จะขอแถลงการณ์ด้วยวาจา แตผู่อุ้ทธรณม์ ิไดร้ ะบุในหนังสืออุทธรณ์ว่าจะ
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ2 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
ขอใช้สิทธิดังกล่าวหรือแสดงความประสงค์ขอใช้สิทธิเกินกำ หนดระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันยื่น
หรือส่งหนังสืออุทธรณ์ โดยไม่ทราบหลักเกณฑ์ดังกล่าว ก็อาจทำ ให้ผู้อุทธรณ์นั้นเสียสิทธิที่จะ
แถลงการณ์ด้วยวาจาได้ และเป็นที่น่าเสียดาย เพราะหากผู้อุทธรณ์ได้มีโอกาสแถลงการณ์ด้วย
วาจา ได้อธิบายเหตุผลชี้แจงรายละเอียด และตอบข้อซักถามต่อ อ.ก.พ.สามัญ หรือ ก.พ โดยตรง
แล้ว ก็อาจเป็นประโยชน์แก่ตนเองยิ่งขึ้นได้
บทความนี้จึงมีเนื้อหาเป็นสองส่วน ส่วนที่ 1 การอุทธรณ์ ส่วนที่ 2
การร้องทุกข์ โดยในเนื้อหาของทั้งสองส่วนดังกล่าวนั้น ในเบื้องต้นจะอธิบายถึงความหมาย

โดย บัวสี่เหล่า [9 เม.ย. 2552 , 12:54:08 น.] ( IP = 125.25.233.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ] [ 2 ]

ข้อความ 1

หลักเกณฑ์ และวิธีการในการอุทธรณ์ หรือการร้องทุกข์อย่างกว้างๆ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจใน
เนื้อหาตามที่กฎหมายกำ หนดไว้ พร้อมตัวอย่างการเขียนหนังสืออุทธรณ์ และร้องทุกข์ที่ถูกต้อง
พฤษภาคม 2548
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ3 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
ส่วนที่ 1 การอุทธรณ์
1.ความหมายของคำ ว่า .การอุทธรณ์.
การอุทธรณ์ หมายถึง กระบวนการทางนิติธรรมในการบริหารงานบุคคล
ที่ให้ผู้ถูกลงโทษทางวินัยมีทางขอให้ผู้มีอำ นาจพิจารณาอุทธรณ์ทบทวนการลงโทษอีกครั้งหนึ่ง
(เป็นการตรวจสอบภายในฝ่ายปกครองเอง จึงทำ หน้าที่ไม่เหมือนกับศาลปกครองซึ่งเป็นองค์กร
อิสระทางตุลาการที่มาตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายปกครอง) ได้แก่ ข้าราชการที่ถูก
ลงโทษทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง (ภาคทัณฑ์ ,ตัดเงินเดือน,ลดขั้นเงินเดือน) และที่ถูกลงโทษทาง
วินัยอย่างร้ายแรง (ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ) ซึ่งเป็นโทษทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ใน
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535
หมายเหตุ ส่วนกรณีใกล้เคียงกันคือการว่ากล่าวตักเตือนด้วยวาจาหรือเป็น
หนังสือไม่ถือว่าเป็นการลงโทษทางวินัยในความหมายนี้ จึงอุทธรณ์ไม่ได้ แต่ต้องร้องทุกข์ตาม
กฎ ก.พ. ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2540) ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ขอให้แก้ไข
การปฏิบัติไม่ถูกต้อง หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
พลเรือน พ.ศ. 2535 หมวด 7 ตั้งแต่มาตรา 124-128 ประกอบกับกฎ ก.พ ฉบับที่ 16 (พ.ศ.2540)
ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์
2.องค์กรที่มีอำ นาจพิจารณาอุทธรณ์
1.การอุทธรณ์คำ สั่งลงโทษทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง (ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน
ลดขั้นเงินเดือน) ให้อุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ.สามัญ และ ก.พ. โดย
ก.ถ้าผู้บังคับบัญชาในราชการบริหารส่วนภูมิภาคที่ตํ่ากว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้สั่ง
ลงโทษ ให้อุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ.จังหวัด
ข.ถ้าผู้บังคับบัญชาในราชการบริหารส่วนกลางที่ตํ่ากว่าอธิบดีเป็นผู้สั่งลงโทษให้
อุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ.กรม
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ4 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
ค. ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัด หรืออธิบดี เป็นผู้สั่งลงโทษ ให้อุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ. กระทรวง
ง. ถ้านายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือปลัดกระทรวงเป็นผู้สั่งลงโทษ หรือผู้บังคับ
บัญชาสั่งลงโทษตามคำ สั่งนายกรัฐมนตรี หรือมติ อ.ก.พ.กระทรวง ให้อุทธรณ์ต่อ ก.พ.
2. การอุทธรณ์คำ สั่งลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง(ปลดออกหรือไล่ออกจากราช
การ) ให้อุทธรณ์ต่อ ก.พ.
ข้อสังเกต
1.สำ หรับ ก.พ. มีอำ นาจพิจารณาอุทธรณ์คำ สั่งลงโทษทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง
เฉพาะกรณีตามข้อ ง. และอุทธรณ์คำ สั่งลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง
2. โดยหลักแล้ว เมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษทางวินัยจะต้องระบุสิทธิที่ผู้ถูก
ลงโทษจะอุทธรณ์ และการยื่นอุทธรณ์ต่อองค์กรที่มีอำ นาจวินิจฉัย คือ อ.ก.พ. สามัญหรือ ก.พ.

โดย บัวสี่เหล่า [9 เม.ย. 2552 , 12:54:55 น.] ( IP = 125.25.233.36 : : )

ข้อความ 2

แล้วแต่กรณี รวมทั้งต้องแจ้งระยะเวลาสำ หรับการอุทธรณ์นั้นไว้ด้วย หากมิได้ดำ เนินการ
ดังกล่าว ระยะเวลาจากสามสิบวันจะขยายเป็นหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับคำ สั่งทางปกครอง
3.ระยะเวลาในการอุทธรณ์
ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์คำ สั่งไม่ว่าจะเป็นการลงโทษทางวินัยอย่าง
ไม่ร้ายแรง หรืออย่างร้ายแรง ต่อองค์กรที่มีอำ นาจวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วแต่กรณี ได้ภายใน 30 วัน
นับแต่วันทราบคำ สั่งลงโทษ1 โดยวันทราบคำ สั่ง ตลอดถึงการนับระยะเวลานั้นเป็นไป ตามกฎ
ก.พ. ฉบับที่ 16 (พ.ศ.2540) ซึ่งปกติจะถือวันที่ผู้ถูกลงโทษลงลายมือชื่อรับทราบคำ สั่งเป็นวัน
ทราบคำ สั่ง
ตัวอย่าง ผู้ถูกลงโทษทราบคำ สั่งลงโทษเมื่อวันศุกร์ที่ 14 มีนาคม 2546
ระยะเวลาที่เริ่มต้นนับหนึ่งคือ วันรุ่งขึ้น (ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดราชการหรือไม่ก็ตาม นั่นคือ เริ่ม
นับจากวันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2546 เป็นวันแรก ซึ่งจะครบกำ หนดระยะเวลา 30 วัน ในวันอาทิตย์
ที่ 13 เมษายน 2546 แต่เนื่องจากวันครบกำ หนดตรงกับวันหยุดราชการ และวันที่ 14-15
เมษายน 2546 ก็ยังเป็นวันหยุดราชการ(วันสงกรานต์) ส่วนวันพุธที่ 16 เมษายน 2546 ก็เป็น
1 โปรดดู พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง และมาตรา 126 วรรคหนึ่งประกอบกับ
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 40
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ5 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
วันหยุดราชการเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวันตามมติคณะรัฐมนตรี ดังนั้น ผู้ถูกลงโทษจึงมีสิทธิอุทธรณ์ได้
ในวันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน 2546 ซึ่งเป็นวันเริ่มเปิดทำ การใหม่นั้นได้เป็นวันสุดท้าย2
4.การยื่นหรือส่งหนังสืออุทธรณ์
ผู้อุทธรณ์สามารถยื่นหรือส่งหนังสืออุทธรณ์ได้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้
1.ยื่นด้วยตนเอง หรือจะมอบหมายให้ผู้อื่นนำ หนังสืออุทธรณ์มายื่นก็ได้ กรณีที่
อุทธรณ์ต่อ ก.พ.นั้น ให้มายื่นที่สำ นักงาน ก.พ. ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
(ตรงข้ามกับทำ เนียบรัฐบาล) ส่วนงานสารบรรณ อาคาร 1 ชั้น 1 และก่อนที่จะยื่นหนังสือ
อุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์สามารถขอคำ ปรึกษาแนะนำ จากนิติกร สำ นักพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ
สำ นักมาตรฐานวินัย เกี่ยวกับหนังสืออุทธรณ์ของตนได้ว่า มีสาระสำ คัญครบถ้วนถูกต้องตามที่
กฎหมายกำ หนดไว้หรือไม่อย่างไร
2.ยื่นผ่านผู้บังคับบัญชา โดยผู้บังคับบัญชาดังกล่าวจะต้องส่งหนังสืออุทธรณ์ต่อ
ไปยังผูบั้งคับบัญชาผูสั้่งลงโทษภายใน 3 วันทำ การ นับแตวั่นไดรั้บหนังสืออุทธรณ ์และผูสั้่งลงโทษ
ต้องส่งหนังสืออุทธรณ์พร้อมหลักฐานการรับทราบคำ สั่งลงโทษ สำ นวนการสืบสวน หรือการ
พิจารณาในเบื้องตน้ หรือสำ นวนการดำ เนินการทางวินัย พรอ้ มทั้งคำ ชี้แจงของผูบั้งคับบัญชาผู้สั่ง
ลงโทษ ไปยัง ประธาน อ.ก.พ.สามัญ หรือสำ นักงาน ก.พ. แล้วแต่กรณี ภายใน 7 วันทำ การ นับ
แต่วันได้รับหนังสืออุทธรณ์
3.ส่งทางไปรษณีย์

โดย บัวสี่เหล่า [9 เม.ย. 2552 , 12:55:17 น.] ( IP = 125.25.233.36 : : )

ข้อความ 3

3.1ให้ถือวันที่ที่ทำ การไปรษณีย์ต้นทางออกใบรับฝากเป็นหลักฐาน
ฝากส่ง เป็นวันส่งหนังสืออุทธรณ์ (กรณีลงทะเบียน)
3.2ให้F_________ถือวันที่ที่ทำ การไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับที่ซองหนังสือ เป็น
วันส่งหนังสืออุทธรณ์ (กรณีไม่ลงทะเบียน)
2 โปรดดู ข้อ 19 ของกฎ ก.พ. ฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2540)
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ6 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
ดังนั้น หากผู้อุทธรณ์ส่งหนังสืออุทธรณ์ทางไปรษณีย์ โดยปรากฏ
หลักฐานตามข้อ 3.1 หรือข้อ 3.2 อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ย่อมถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ผู้อุทธรณ์
นั้นได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ. สามัญหรือ ก.พ. แล้วแต่กรณี
ข้อสังเกต
1.การอุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ. จังหวัด/กรม/กระทรวง ให้ทำ หนังสืออุทธรณ์พร้อมทั้ง
หลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) พร้อมสำ เนาหนังสืออุทธรณ์อันรับรองความถูกต้องนั้น อีก 1
ชุด ไปถึงประธาน อ.ก.พ.นั้นๆ (กรณีอุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ.จังหวัด ให้นำ ไปยื่นที่ศาลากลางจังหวัด
หากอุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. กระทรวง ให้นำ ไปยื่นที่ส่วนราชการนั้น)
กรณีอุทธรณ์ต่อ ก.พ. ให้ทำ หนังสืออุทธรณ์ พร้อมทั้งสำ เนาหนังสืออุทธรณ์และ
หลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี )อันรับรองความถูกต้องอีก 1 ชุด ไปยื่นที่สำ นักงาน ก.พ.
2.เมื่อได้ยื่นหรือส่งหนังสืออุทธรณ์ไว้แล้ว ผู้อุทธรณ์จะยื่นหรือส่งคำ แถลงการณ์
หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมก่อนที่ อ.ก.พ.จังหวัด /กรม /กระทรวง หรือ ก.พ. แล้วแต่กรณี
เริ่มพิจารณาอุทธรณ์ก็ได้ โดยยื่นหรือส่งตรงต่อ อ.ก.พ. หรือ ก.พ.
3.ในกรณีที่ผู้ถูกลงโทษได้ย้ายหรือโอนไปสังกัดจังหวัด กรม กระทรวงอื่นให้
อุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ.จังหวัด/กรม/กระทรวง ที่ผู้อุทธรณ์ได้ย้ายหรือโอนไปสังกัดนั้น
4.กำ หนดเวลาอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำ สั่งนี้เป็นกำ หนดเวลา
ตามกฎหมาย หากไม่ยื่นหรือส่งอุทธรณ์ภายในระยะเวลาดังกล่าว อ.ก.พ.สามัญหรือ ก.พ. จะไม่
รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา เว้นแต่จะได้รับการขยายระยะเวลาอุทธรณ์ (ตามข้อสังเกตของ ข้อ 2 องค์กรที่
มีอำ นาจพิจารณาอุทธรณ์)
กรณีที่ยังไม่อาจเขียนอุทธรณ์ในรายละเอียดได้ ให้ผู้อุทธรณ์เขียนอุทธรณ์ให้มี
สาระสำ คัญ (ตามข้อ 6 วิธีการเขียนอุทธรณ์ ที่จะกล่าวต่อไป) โดยสังเขปแล้วยื่นอุทธรณ์ไว้ก่อน
เพื่อให้อยู่ในกำ หนดเวลา แล้วจึงเพิ่มเติมสาระสำ คัญมาภายหลัง
5.กรณีอุทธรณ์คำ สั่งลงโทษทางวินัยตามมติคณะกรรมการป.ป.ช. ซึ่งให้อุทธรณ์
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำ นาจแต่งตั้งถอดถอนมีคำ สั่งลงโทษ ก็ให้
อุทธรณ์นับแต่วันทราบคำ สั่งลงโทษเช่นกัน
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ7 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
5.สิทธิของผู้อุทธรณ์
1.สิทธิได้รับแจ้งคำ สั่งลงโทษ เพื่อประโยชน์ในการอุทธรณ์และเริ่มนับระยะ
เวลาสำ หรับการอุทธรณ์ ทั้งนี้ตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ.2539
2.สิทธิขอตรวจหรือคัดเอกสารการสอบสวนเพื่อประโยชน์ในการอุทธรณ์
ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และข้อวินิจฉัยของผู้สั่งลงโทษ โดยผู้อุทธรณ์มีสิทธิ ดังนี้
2.1ขอตรวจหรือคัดรายงานการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวน
หรือผู้สอบสวน โดยทำ หนังสือขอต่อผู้บังคับบัญชาผู้สั่งลงโทษ และผู้สั่งลงโทษต้องอนุญาต
2.2 ขอตรวจหรือคัดบันทึกถ้อยคำ บุคคล พยานหลักฐานอื่น หรือเอกสาร
ที่เกี่ยวข้องโดยทำ หนังสือขอต่อผู้บังคับบัญชาผู้สั่งลงโทษกรณีนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของ
ผู้สั่งลงโทษที่จะอนุญาตหรือไม่ โดยให้พิจารณาถึงประโยชน์ในการรักษาวินัยของข้าราชการ
ตลอดจนเหตุผลและความจำ เป็นเป็นเรื่องๆไป
เมื่อดำ เนินการแล้วหากผู้ถูกสั่งลงโทษเห็นว่าการใช้ดุลพินิจของผู้สั่งลงโทษที่ไม่
อนุญาตให้ตรวจหรือคัดข้อมูลดังกล่าวนั้น ไม่มีเหตุผลอันสมควร ผู้ถูกสั่งลงโทษอาจขอให้
ผู้บังคับบัญชาผู้สั่งลงโทษเปิดเผยบันทึกถ้อยคำ บุคคล พยานหลักฐานอื่น หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ได้ ตามนัยพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 แต่อย่างไรก็ตาม กรณีตามข้อ
2.1 หรือ 2.2 นั้น ไมเ่ปน็ การตัดสิทธิผูบั้งคับบัญชาผูสั้่งลงโทษซึ่งเปน็ ผูค้ รอบครองหรือควบคุมดูแล
ข้อมูลข่าวสารที่อาจจะลบหรือตัดทอน หรือทำ โดยประการอื่นใดที่ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าว
สารที่ไม่ต้องเปิดเผยก็ได้ เช่น การเปิดเผยจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรือความปลอดภัยของ
บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ก็อาจลบชื่อและที่อยู่ของพยานบุคคล (โปรดดูมาตรา 14 และมาตรา 15
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540)

โดย บัวสี่เหล่า [9 เม.ย. 2552 , 12:55:51 น.] ( IP = 125.25.233.36 : : )

ข้อความ 4

3.สิทธิคัดค้านผู้พิจารณาอุทธรณ์ เช่น กรณีที่ผู้พิจารณาอุทธรณ์มีส่วนได้เสียใน
การกระทำ ผิดวินัยที่ผู้อุทธรณ์ถูกลงโทษ หรือมีสาเหตุโกรธเคืองผู้อุทธรณ์ เป็นต้น (โปรดดู กฎ
ก.พ. ฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2540) ข้อ 5) โดยการคัดค้านดังกล่าวผู้อุทธรณ์ต้องแสดงข้อเท็จจริงที่เป็น
เหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสืออุทธรณ์หรือแจ้งเพิ่มเติมเป็นหนังสือก่อนที่ อ.ก.พ. หรือ ก.พ.
แล้วแต่กรณี เริ่มพิจารณาอุทธรณ์
4.สิทธิขอเข้าแถลงการณ์ด้วยวาจาต่อที่ประชุม อ.ก.พ. หรือ ก.พ. แล้วแต่กรณี
เพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องอุทธรณ์ของตน โดยต้องแสดงความประสงค์ไว้ในหนังสือ
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ8 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
อุทธรณ์ให้ชัดเจน เช่น ระบุว่า .ข้าพเจ้ามีความประสงค์ (หรือขอใช้สิทธิ)ที่จะแถลงการณ์ด้วย
วาจาต่อที่ประชุม อ.ก.พ.จังหวัด/กรม/กระทรวง (หรือ ก.พ.). ไม่ควรระบุทำ นองว่า .หาก
อ.ก.พ. จังหวัด/กรม/กระทรวง หรือ ก.พ. ประสงค์จะให้ตนเข้าแถลงการณ์ด้วยวาจา ก็ยินดีหรือ
พร้อมที่จะเข้าแถลงการณ์. เพราะการแถลงการณ์ด้วยวาจาเป็นสิทธิของผู้อุทธรณ์จึงต้องแสดง
ความประสงค์จะใช้สิทธินั้นเอง
นอกจากนี้หากผู้อุทธรณ์มิได้ใช้สิทธิขอแถลงการณ์ด้วยวาจาไว้ในหนังสือ
อุทธรณ์แต่เริ่มแรกเแล้ว ผู้อุทธรณ์ก็ยังมีสิทธิที่จะทำ เป็นหนังสือมาภายหลังว่า ประสงค์ที่จะขอ
ใช้สิทธิแถลงการณ์ด้วยวาจาต่อที่ประชุม อ.ก.พ. หรือ ก.พ. แล้วแต่กรณีได้ ภายใน 30 วัน นับแต่
วันยื่นหรือส่งหนังสืออุทธรณ์ (ครั้งแรก)
อย่างไรก็ตาม หาก อ.ก.พ. หรือ ก.พ. เห็นว่าการแถลงการณ์ด้วยวาจาไม่จำ เป็นแก่
การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ จะให้งดการแถลงการณ์ด้วยวาจาก็ได้ ในกรณีที่เปิดโอกาสให้
แถลงการณ์ด้วยวาจาจะต้องแจ้งให้ผู้ดำ รงตำ แหน่งที่สั่งลงโทษทราบ เพื่อให้โอกาสมาแถลงแก้
หรือมอบหมายให้ผู้แทนมาแถลงแก้ด้วยวาจาต่อที่ประชุมด้วย
5.สิทธิในการยื่นหรือส่งคำ แถลงการณ์ หรือเอกสารเพิ่มเติมก่อนที่ อ.ก.พ. หรือ
ก.พ. เริ่มพิจารณาอุทธรณ์
6.สิทธิในการถอนอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์มีสิทธิที่จะขอถอนอุทธรณ์ได้ ก่อนที่
อ.ก.พ. หรือ ก.พ. แล้วแต่กรณีจะพิจารณาอุทธรณ์เสร็จ โดยยื่นหรือส่งหนังสือขอถอนอุทธรณ์
ต่อ อ.ก.พ. หรือ ก.พ. ซึ่งเมื่อถอนอุทธรณ์แล้ว การพิจารณาอุทธรณ์เป็นอันระงับไป
7.สิทธิในการนำ ทนายความ หรือที่ปรึกษาเข้ามาในกระบวนพิจารณาอุทธรณ์
ตามนัยมาตรา 23 แห่ง พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
8.สิทธิที่จะฟ้องคดีต่อศาลปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธี
พิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ9 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
6.วิธีการเขียนอุทธรณ์ มีหลักเกณฑ์วิธีการเขียนอุทธรณ์ ดังนี้3
1.อุทธรณ์ต้องทำ เป็นหนังสือ (จะอุทธรณ์ด้วยวาจามิได้) และต้องลงลายมือชื่อ
ที่อยู่ของผู้อุทธรณ์ไว้ให้ชัดเจนสามารถอ่านเข้าใจได้และหากผู้อุทธรณ์เปลี่ยนแปลงที่อยู่ก็ต้อง
แจ้งให้องค์กรที่พิจารณาอุทธรณ์รับทราบด้วย เพื่อประโยชน์ในการติดต่อกับตัวผู้อุทธรณ์เอง
2. อุทธรณ์ได้เฉพาะส่วนของตนเองเท่านั้น จะอุทธรณ์แทนคนอื่นไม่ได้ เช่น
ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษทางวินัยข้าราชการ 3 คน คือ นาย ก นาย ข และนาย ค ดังนี้เมื่อ
นาย ก. ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ./ ก.พ. แล้วแต่กรณีแล้ว นาย ก. ไม่มีสิทธิที่จะเขียนอุทธรณ์
โต้แย้งคัดค้านคำ สั่งลงโทษแทน นาย ข. และนาย ค. และเป็นสิทธิเฉพาะตัวของนาย ข. และ
นาย ค. ว่าประสงค์จะใช้สิทธิอุทธรณ์หรือไม่เอง
นอกจากนี้ผู้อุทธรณ์จะมอบหมายให้ผู้อื่นอุทธรณ์แทนไม่ได้ เช่น นาย
ก. ถูกสั่งลงโทษทางวินัย นาย ก. จะมอบหมายให้นาย ข. อุทธรณ์แทนตนไม่ได้ แต่นาย ก.
อาจจะปรึกษาผูที้่มีความรูท้ างวินัยขา้ราชการ หรือจา้งทนายความ หรือผูมี้ความรูท้ างวินัยขา้ราชการ
เขียนอุทธรณ์ให้แก่ตนได้ แต่เวลาลงชื่อในหนังสืออุทธรณ์นาย ก. ต้องลงชื่อเอง
3.การอุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ. จังหวัด/กรม/กระทรวง แล้วแต่กรณีให้ระบุในหนังสือ
อุทธรณ์ว่า .เรียน ประธาน อ.ก.พ. จังหวัด/กรม/กระทรวง แล้วแต่กรณี. เช่น เรียน ประธาน
อ.ก.พ.จังหวัดจันทบุรี เป็นต้น
หากอุทธรณ์ต่อ ก.พ. ให้ระบุในหนังสืออุทธรณ์ว่า .เรียน ประธาน ก.พ. (หรือ
เลขาธิการ ก.พ.).
4.เนื้อหาในหนังสืออุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์ต้องแสดงข้อเท็จจริง และเหตุผลในการ

โดย บัวสี่เหล่า [9 เม.ย. 2552 , 12:56:36 น.] ( IP = 125.25.233.36 : : )

ข้อความ 5

อุทธรณ์ให้เห็นโดยชัดเจนว่า ตนเองถูกลงโทษโดยไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นธรรม
อย่างไรบ้าง ซึ่งโดยหลักแล้วก็คือ การโต้แย้งคำ สั่งลงโทษทางวินัย
4.1 กรณีโต้แย้งคัดค้านว่า ตนถูกลงโทษโดยไม่ถูกต้อง ผู้อุทธรณ์ต้อง
พยายามชี้ให้ อ.ก.พ.หรือ ก.พ. แล้วแต่กรณีเห็นว่าการดำ เนินการทางวินัยตนในแต่ละขั้นตอน
นั้นไม่ถูกต้องในแง่ปัญหาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายหรือไม่เป็นธรรมอย่างไรบ้าง เช่น ในปัญหา
ข้อกฎหมาย ว่า
3 โปรดดู กฎ ก.พ.ฉบับที่ 16 (พ.ศ.2540) ข้อ 3 ข้อ 7 และข้อ 8 ประกอบการพิจารณา
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ10 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
1.ในระหว่างที่ผู้อุทธรณ์ถูกสอบสวนทางวินัยนั้นปรากฏข้อเท็จจริงว่า
คณะกรรมการสอบสวนมิได้แจ้งแบบ สว.3 (บันทึกการแจ้งและรับทราบข้อกล่าวหา และสรุป
พยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา ตามข้อ 15ของกฎ ก.พ. ฉบับที่ 18(พ.ศ.2540) ว่าด้วยการ
สอบสวนพิจารณา) ให้แก่ผู้อุทธรณ์ หรือแจ้งแบบ สว.3 จริง แต่แจ้งเฉพาะข้อกล่าวหาแต่ไม่มี
การสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา (พยานบุคคล หรือ/และพยานเอกสาร) โดยแจ้ง
แต่ชื่อพยานเอกสาร หรือชื่อพยานบุคคลเท่านั้น ซึ่งกรณีดังกล่าวต้องถือว่าคณะกรรมการสอบ
สวนดำ เนินการสอบสวนโดยไม่ถูกต้อง และขั้นตอน ดังกล่าวนั้นเป็นสาระสำ คัญอันจะทำ ให้
ผู้อุทธรณ์เสียความเป็นธรรมไป เพราะทำ ให้ผู้อุทธรณ์ปราศจากโอกาสที่จะโต้แย้งและแสดง
พยานหลักฐานต่างๆว่า พยานบุคคล หรือพยานเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือตรงกับความจริง
อย่างไรบ้าง ซึ่ง อ.ก.พ. หรือ ก.พ.ก็จะพิจารณาต่อไปว่า การแจ้ง สว.3 ดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย
หรือไม่ เพียงใด และอาจมีมติให้มีการดำ เนินการเพื่อความเป็นธรรมต่อไปตามควรแก่กรณี
2. ในระหว่างที่ผู้อุทธรณ์ถูกสอบสวนทางวินัยนั้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่า
คณะกรรมการสอบสวนสอบพยานบุคคลหลายปาก แต่มิได้ให้โอกาสผู้อุทธรณ์ได้ชี้แจง นำ สืบ
แก้ข้อกล่าวหา กรณีเช่นนี้ย่อมเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ อ.ก.พ. หรือ ก.พ. ต้องนำ มาพิจารณาว่า
การที่คณะกรรมการสอบสวนไม่ให้โอกาสผู้อุทธรณ์ได้ชี้แจงและนำ สืบแก้ข้อกล่าวหานั้น
เป็นการถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้อง หรือควรมีมติให้มีการดำ เนินการให้เป็นการถูกต้องหรือ
เป็นธรรมอย่างไรต่อไป
นอกจากนี้มีอีกหลายกรณีที่ผู้อุทธรณ์สามารถโต้แย้งคัดค้านได้ หากเห็นว่าการ
ดำ เนินการสอบสวนทางวินัยตนนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยศึกษารายละเอียดในกฎ ก.พ. ฉบับ
ที่ 18 (พ.ศ.2540) ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา โดยเฉพาะข้อ 34 ,35 และข้อ 36
ข้อสังเกต หากไม่มีปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำ คัญก็ไม่มีความจำ เป็นที่ผู้
อุทธรณ์จะต้องยกปัญหาข้อกฏหมายขึ้นมาโต้แย้งคัดค้าน เพราะอาจทำ ให้การพิจารณาอุทธรณ์
เสียเวลาโดยใช่เหตุ ดังนี้ผู้อุทธรณ์จึงอาจยกแต่ปัญหาข้อเท็จจริงขึ้นมาโต้แย้งคัดค้านเพื่อแสดง
ให้เห็นว่าคำ สั่งลงโทษไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นธรรมกับตนอย่างไรจะดีกว่า
ส่วนปัญหาข้อเท็จจริง หมายถึง ปัญหาที่ยังไม่ได้ข้อยุติเป็นการแน่ชัดว่าความ
จริงเป็นอย่างไรแน่ ยังมีการโต้แย้งกันอยู่ เช่น ผู้อุทธรณ์อ้างว่าตนไม่ได้กระทำ ผิด เพราะพยาน
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ11 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
บุคคลที่คณะกรรมการสอบสวนสอบปากคำ นั้นให้การในทางเป็นคุณแก่ผู้อุทธรณ์ว่า ......
แต่คณะกรรมการสอบสวนกลับไปรับฟังว่า ...... หรือ อ้างว่าวันเวลาที่เกิดเหตุตนมิได้
ปฏิบัติหน้าที่ราชการดังกล่าว การรับฟังข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบสวนจึงไม่ถูกต้อง
เป็นต้น ซึ่ง อ.ก.พ. หรือ ก.พ. ผู้พิจารณาอุทธรณ์แล้วแต่กรณี จะพิจารณาว่าข้อเท็จจริงที่ผู้
อุทธรณ์ยกเป็นข้ออ้างมานั้นมีเหตุผลที่สามารถรับฟังได้หรือไม่ คำ กล่าวอ้างนั้นมีนํ้าหนักน่าเชื่อ
ถือเพียงใด
ตัวอย่างเช่น กรณีที่ผู้อุทธรณ์ถูกลงโทษปลดออกจากราชการฐานประพฤติชั่ว
อย่างร้ายแรง กรณีพยายามข่มขืนกระทำ ชำ เราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาตน นั้น ผู้อุทธรณ์อาจ
อุทธรณ์โต้แย้งว่า ตนมิได้พยายามข่มขืนกระทำ ชำ เราหญิงดังกล่าว แต่หญิงนั้นสมยอมเอง
เนื่องจากก่อนเกิดเหตุนั้นตนคบกับหญิงดังกล่าวในลักษณะเป็นคู่รักกันมาเป็นระยะเวลานานถึง
2 ปี เคยไปนอนค้างคืนและรับประทานอาหารบ้านฝ่ายหญิงโดยพ่อแม่ของฝ่ายหญิงรับรู้มาโดย
ตลอด และเรื่องนี้เพื่อนสนิทของฝ่ายหญิงสามารถให้การยืนยันเป็นพยานได้ ส่วนในขณะเกิด
เหตุที่ฝ่ายหญิงอ้างว่าตนพยายามข่มขืนกระทำ ชำ เรานั้น ฝ่ายหญิงให้การเป็นปรปักษ์ต่อตนเอง

โดย บัวสี่เหล่า [9 เม.ย. 2552 , 12:58:04 น.] ( IP = 125.25.233.36 : : )

ข้อความ 6

และมีข้อพิรุธอย่างยิ่งคือ..ภายหลังเกิดเหตุหญิงนั้นมิได้ไปแจ้งความหรือตรวจร่างกายที่
โรงพยาบาลในทันทีทันใด แต่กลับแจ้งความและตรวจร่างกายหลังเกิดเหตุการณ์เป็นระยะเวลา
นานถึง 1 เดือน พฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าหญิงดังกล่าวสมยอมมีเพศสัมพันธ์กับตนเอง ตนมิได้
พยายามข่มขืนหญิงนั้นแต่อย่างใด ดังนี้การที่ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษปลดตนออกจากราชการ
จึงไม่ถูกต้อง และไม่เป็นธรรมแก่ตนอย่างยิ่ง
4.2 กรณีโต้แย้งคัดค้านว่าตนถูกลงโทษโดยไม่เหมาะสม คือ โต้แย้งว่าที่ผู้บังคับ
บัญชาลงโทษตนนั้นไม่เหมาะสมกับกรณีความผิดอย่างไร เช่น โต้แย้งคัดค้านว่าแม้ตนจะกระทำ
ความผิดจริง แต่ตนไม่น่าจะต้องได้รับโทษหนักถึงขั้นปลดออกจากราชการ เพราะกรณีข้อเท็จจริง
ทำ นองเดียวกันนี้ อ.ก.พ./ก.พ. แล้วแต่กรณี เคยมีมติว่า ผู้กระทำ ความผิดวินัยควรได้รับโทษ
เพียงลดขั้นเงินเดือนเท่านั้น ดังนี้การที่ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษปลดตนออกจากราชการจึง
ไม่ถูกต้องตรงกับมาตรฐานการลงโทษทางวินัย และการลงโทษไม่เหมาะสมกับการกระทำ ความ
ผิด หรืออุทธรณ์ว่า แม้ตนจะทำ ความผิดวินัยดังกล่าวจริง แต่เป็นการกระทำ ความผิดวินัย
ครั้งแรก และตนไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยมาก่อน ดังนี้ขอให้ อ.ก.พ./ก.พ. ลดหย่อนโทษให้แก่
ตนด้วย
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ12 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
4.3 กรณีโต้แย้งคัดค้านว่าตนถูกลงโทษโดยไม่เป็นธรรม คือ โต้แย้งว่าที่ผู้บังคับ
บัญชาลงโทษตนนั้น ไม่เป็นธรรมกับกรณีความผิดของตนอย่างไร เช่น โต้แย้งคัดค้านว่า ใน
การสอบสวนความผิดวินัยนั้นมีผู้ร่วมกระทำ ผิดถึง 3 คน โดยสองคนแรกถูกลงโทษแค่
ภาคทัณฑ์ แต่ตนกลับถูกลงโทษถึงตัดเงินเดือน 5 % เป็นเวลา 3 เดือน ทั้งๆที่เป็นข้าราชการ
ระดับเดียวกัน มีพฤติการณ์กระทำ ความผิดร่วมกัน กรณีเป็นการเลือกปฏิบัติที่ทำ ให้ตนไม่ได้รับ
ความเป็นธรรมอย่างยิ่ง
7.ตัวอย่างการเขียนหนังสืออุทธรณ์
เนื่องจากตาม กฎ ก.พ. ฉบับที่ 16 (พ.ศ.2540) ว่าด้วยการอุทธรณ์และการ
พิจารณาอุทธรณ์ไม่ได้กำ หนดรูปแบบการเขียนอุทธรณ์ เพียงแต่กำ หนดหลักเกณฑ์กว้างๆไว้ว่า
การอุทธรณ์ ต้องทำ เป็นหนังสือและแสดงข้อเท็จจริงและเหตุผลในการอุทธรณ์ให้เห็นว่า ได้ถูก
ลงโทษโดยไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นธรรมอย่างไร เพื่อเป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ จึงอาจ
เขียนหนังสืออุทธรณ์แยกเป็นหลายส่วนได้ดังนี้
ส่วนที่ 1 ข้อความเบื้องต้นที่ควรระบุในหนังสือ
15 ซอย 10 หมู่บ้านคุณธรรม
ถนนรามอินทรา แขวงบางชัน
เขตมีนบุรี กทม.10510
โทรศัพท์บ้าน 02-XXXXXXX
โทรศัพท์เคลื่อนที่ 01-XXXXXXX
25 มีนาคม 2546
เรื่อง อุทธรณ์คำ สั่งลงโทษปลดออกจากราชการ
เรียน ประธาน ก.พ. (หรือ เลขาธิการ ก.พ. ก็ได้)
เขียนที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้โดย
ถูกต้องและชัดเจน หากมีการเปลี่ยน
แปลงที่อยู่ภายหลัง ให้แจ้งหน่วยงาน
ที่พิจารณาอุทธรณ์ด้วย
ระบุวันที่เขียนหนังสืออุทธรณ์ แต่ในการ
พิจารณาว่าอุทธรณ์ภายในระยะเวลาตาม
กฎหมายหรือไม่นั้น จะพิจารณาจากวันที่ยื่น
หรือส่งหนังสือเป็นสำ คัญ มิได้พิจารณาจาก
วันที่ที่ลงในหนังสือนี้
อุทธรณ์คำ สั่งลง
โทษระดับใดก็
ระบุให้ชัดเจน
หากเป็นกรณีต้องอุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ.
ใด ก็เรียนประธาน อ.ก.พ.จังหวัด/
กรม/กระทรวง นั้นแล้วแต่กรณี
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ13 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
อ้างถึง คำ สั่งกรม..ที่ XXX/ 2546 เรื่องลงโทษปลดออกจากราชการ ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์
2546
สิ่งที่ส่งมาด้วย 1.พยานเอกสารแนบท้ายหมายเลข 1-10 จำ นวน 30 แผ่น
2.สำ เนาหนังสืออุทธรณ์และสำ เนาพยานเอกสารแนบท้ายอันรับรองความถูกต้อง
ของเอกสารแล้ว จำ นวน 1 ชุด
3.สำ เนาคำ สั่งลงโทษลงวันที่ ..........
ส่วนที่ 2 เนื้อหาหนังสือ
เนื่องด้วยข้าพเจ้า...........เดิม(ปัจจุบัน-หากยังมิได้
ถูกออกจากราชการ)รับราชการตำ แหน่ง.....จังหวัด/กรม/กระทรวง........ได้
ถูก (ผู้บังคับบัญชาผู้สั่งลงโทษ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด ,อธิบดี ,ปลัดกระทรวง เป็นต้น ) โดยมติ
อ.ก.พ. จังหวัด/กรม/กระทรวง.... (หากเป็นลงโทษโดยไม่ผ่านการพิจารณาของ อ.ก.พ. ก็
ไม่ต้องระบุส่วนนี้) สั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือน/ ปลด/ไล่ ออกจากราชการ ฐาน......
ตามมาตรา.....แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 รายละเอียด
ป ร า ก ฏ ต า ม เ อ ก ส า ร แ น บ ท้า ย ห ม า ย เลข....กรณีเ มื่อครั้งที่ข ้า พ เ จ ้า ดำ ร ง

โดย บัวสี่เหล่า [9 เม.ย. 2552 , 12:59:35 น.] ( IP = 125.25.233.36 : : )

ข้อความ 7

ตำ แหน่ง........จังหวัด/กรม/กระทรวง....ได้กระทำ การ....(ระบุข้อเท็จจริงตาม
ที่ปรากฏในคำ สั่งลงโทษ) โดยข้าพเจ้าได้รับทราบคำ สั่งลงโทษเมื่อวันที่.........ราย
ละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้ายหมายเลข...
ข้าพเจ้าเห็นว่าคำ สั่งลงโทษดังกล่าวข้างต้น ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม และ
ไม่เป็นธรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.ข้าพเจ้าขอโต้แย้งคัดค้านปัญหาข้อกฎหมาย(ถ้ามี)ว่า ...(โปรดดู
คำ อธิบายปัญหาข้อกฎหมายและตัวอย่างที่อธิบายไว้ตอนต้นแล้ว)
2.ข้าพเจ้าขอโต้แย้งคัดค้านปัญหาข้อเท็จจริง ว่า....(โปรดดู
ตัวอย่างคำ อธิบายปัญหาข้อเท็จจริง และตัวอย่างที่อธิบายไว้ตอนต้นแล้ว)
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ14 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
ส่วนที่ 3 ข้อความส่วนท้ายที่ควรระบุในหนังสือ
1.คำ ขอ เช่น ขอให้ยกโทษ ลดโทษ พิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่ตน
โดย...ให้กลับเข้ารับราชการ..ฯลฯ
2.นอกจากนี้ข้าพเจ้าขอใช้สิทธิที่จะแถลงการณ์ด้วยวาจาต่อที่ประชุม
อ.ก.พ./ก.พ. แล้วแต่กรณี (หากประสงค์จะขอแถลงการณ์ด้วยวาจา) ดังนั้น เมื่อจะมีการพิจารณา
อุทธรณ์ของข้าพเจ้าเมื่อใด โปรดได้มีหนังสือแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบตามที่อยู่ดังที่ได้ระบุไว้ข้างต้น
ด้วย จะขอบคุณยิ่ง
ข้อสังเกต
1.หากผู้อุทธรณ์เขียนหนังสืออุทธรณ์ด้วยลายมือตนเอง ก็ควรเขียนให้มีตัวอักษร
ขนาดใหญ่ อ่านง่าย ไม่เขียนหวัดจนเกินไป แต่หากพิมพ์โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็ควรใช้ขนาด
ตัวอักษรตั้งแต่ ขนาด 18 ขึ้นไป เว้นวรรคและช่องไฟพอสวยงาม ทั้งนี้เพื่อให้ผู้พิจารณาอุทธรณ์
ซึ่งมีคุณวุฒิและวัยวุฒิที่สูง สามารถอ่านทำ ความเข้าใจง่าย สะดวกแก่การพิจารณาให้ความเป็น
ธรรมแก่ผู้อุทธรณ์
2.หากผู้อุทธรณ์ได้ส่งสำ เนาคำ สั่งลงโทษ พยานหลักฐานเอกสารต่างๆที่ใช้
โต้แย้งคัดค้านคำ สั่งลงโทษ แนบมาพร้อมกับหนังสืออุทธรณ์นั้น ก็ควรจะระบุในหมายเลข
เอกสารแนบท้ายอ้างอิงไว้ในเนื้อหาอุทธรณ์ด้วย และควรเขียนคำ ว่า .เอกสารแนบท้ายหมายเลข
1,2,3..ไว้ที่มุมบนด้านขวาของเอกสารแนบท้ายนั้น รวมทั้งรับรองความถูกต้องของสำ เนา
เอกสารนั้นด้วย โดยระบุว่า .สำ เนาถูกต้อง. จากนั้นก็ลงลายมือชื่อกำ กับ
หากท่านมีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับการอุทธรณ์ สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่
สำ นักพิทักษ์ระบบคุณธรรม สำ นักงาน ก.พ. โทร 02 281 9451 หรือ 02 281 3333 ต่อ 2121
หรือสอบถามผ่านทางเวปไซต์ สำ นักงาน ก.พ http:// www. ocsc.go.th
(ลายมือชื่อ) กีรติ คุณธรรมเด่นยิ่ง
(นายกีรติ คุณธรรมเด่นยิ่ง)
ผู้อุทธรณ์
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ15 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
ส่วนที่ 2 การร้องทุกข์
ความหมายของคำ ว่า .การร้องทุกข์.
การร้องทุกข์ หมายถึง กระบวนการพนักงานสัมพันธ์ในการบริหารงานบุคคล
ที่กำ หนดให้สิทธิข้าราชการพลเรือนสามัญที่จะร้องขอให้ทบทวนการสั่งให้ออกจากราชการโดย
เหตุต่างๆ4 หรือขอให้ทบทวนการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา เพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงการสั่งการ
ของผู้บังคับบัญชา5 หรือแก้ไขความคับข้องใจของผู้ร้องทุกข์6
4 กรณีถูกสั่งให้ออกจากราชการที่สามารถใช้สิทธิร้องทุกข์ได้ คือ
1.ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 54 คือ ถูกสั่งให้ออกจากราชการหลังจากทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการแล้ว
ไม่เหมาะสมที่จะให้รับราชการต่อไป
2.ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 67 คือ ถูกสั่งให้ออกจากราชการเพราะขาดคุณสมบัติทั่วไป หรือขาดคุณสมบัติ
เฉพาะสำ หรับตำ แหน่งอยู่ก่อนบรรจุ
3.ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา107 คือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา
4.ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 114 คือ ถูกสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำ เหน็จบำ นาญตามกฎหมายว่า
ด้วยบำ เหน็จบำ นาญข้าราชการ
4.1 เหตุทดแทนเพราะเลิกหรือยุบตำ แหน่ง
4.2 เหตุทดแทนเพราะเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้โดยสมํ่าเสมอ
4.3 เหตุทดแทนเพราะสมัครไปปฏิบัติงานใดๆตามความประสงค์ของทางราชการ
4.4 เหตุทดแทนเพราะขาดคุณสมบัติภายหลังบรรจุเป็นข้าราชการแล้ว
4.5 เหตุทดแทนเพราะไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็น
ที่พอใจของทางราชการ
4.6 เหตุทุพพลภาพเพราะป่วยเจ็บทุพพลภาพซึ่งแพทย์ที่ทางราชการรับรอง ได้ตรวจและแสดงความเห็น
ว่าไม่สามารถที่จะรับราชการในตำ แหน่งหน้าที่ซึ่งปฏิบัติอยู่นั้นต่อไป
4.7 เหตุรับราชการนาน ซึ่งมีกรณีตามที่กำ หนดในกฎ ก.พ.
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ16 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
กฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.

โดย บัวสี่เหล่า [9 เม.ย. 2552 , 13:00:43 น.] ( IP = 125.25.233.36 : : )

ข้อความ 8

2535 หมวด 8 มาตรา 129-130 ประกอบกับกฎ ก.พ. ฉบับที่ 16 (พ.ศ.2540) ว่าด้วยการอุทธรณ์
และการพิจารณาอุทธรณ์ (เนื่องจาก มาตรา 129 วรรคสอง ตอนท้าย บัญญัติให้นำ มาตรา 126
ตลอดจนหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำ หนดในกฎ ก.พ.ฉบับที่ 16 (พ.ศ.2540) และมาตรา 127 มา
ใช้บังคับโดยอนุโลม) ,กฎ ก.พ. ฉบับที่ 17 (พ.ศ. 2540) ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณา
เรื่องร้องทุกข์ ขอให้แก้ไขการปฏิบัติไม่ถูกต้อง หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎ ก.พ.
ฉบับที่ 22 (พ.ศ.2543) ว่าด้วยกรณีที่อาจร้องทุกข์ การร้องทุกข์ และการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ขอ
ให้แก้ไข หรือแก้ความคับข้องใจ
5.ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 115 คือ ถูกสั่งให้ออกจากราชการเพราะหย่อนความสามารถในอันที่จะ
ปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือบกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำ แหน่งหน้าที่ราชการ
6.ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 116 คือ ถูกสั่งให้ออกออกจากราชการเพราะมีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่
ถูกสอบสวน
7.ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 117 คือ ถูกสั่งให้ออกจากราชการเพราะต้องรับโทษจำ คุกโดยคำ สั่งของ
ศาล หรือโดยคำ พิพากษาถึงที่สุดในความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
8.ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 118 คือ ถูกสั่งให้ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่า
ด้วยการรับราชการทหาร
5 กรณีที่ผูบั้งคับบัญชาใช้อำ นาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนโดยไม่ถูกต้อง หรือไม่ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตามกฎหมายนั้น มี 2 กรณี
คือ
1.กรณีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 ที่มีกฎหมายกำ หนดหลัก
เกณฑ์ หรือวิธีการเป็นแนวปฏิบัติไว้ แต่ผู้บังคับบัญชาปฏิบัติต่อข้าราชการโดยไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการนั้น
หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการนั้นเช่น ในเรื่องการบรรจุ การแต่งตั้ง การย้าย การเลื่อนตำ แหน่ง การเลื่อนขั้นเงิน
เดือน การสอบสวน การสั่งให้พักราชการ ทั้งนี้ต้องเป็นกรณีที่ไม่มีสิทธิอุทธรณ์
2.กรณีการปฏิบัติตามกฎหมายอื่น
6 กรณีคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาต่อตนที่จะร้องทุกข์ได้ กำ หนดไว้ใน ข้อ 3 แห่งกฎ ก.พ. ฉบับที่ 22
(พ.ศ. 2543)ฯ ว่า . ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งมีความคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา อาจร้องทุกข์ได้
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาปฏิบัติต่อตน ดังนี้
(1) บริหารงานบุคคลโดยเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำ เนิด เชื้อชาติ
ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทาง
ศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อกฎหมาย
(2) ไม่มอบหมายงานให้ปฏิบัติ หรือ
(3) ประวิงเวลาหรือหน่วงเหนี่ยวการดำ เนินการบางเรื่องเป็นเหตุให้เสียสิทธิหรือไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อันพึงมี
พึงได้ในเวลาอันสมควร
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ17 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
2.กรณีร้องทุกข์
1.กรณีถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 129 ให้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ. โดยใช้
หลักเกณฑ์และวิธีการเช่นเดียวกับการอุทธรณ์คำ สั่งลงโทษมาตรา 126 และมาตรา 127 ประกอบ
กับกฎ ก.พ. ฉบับที่ 16 (พ.ศ.2540) ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์
2.กรณีที่ขา้ราชการพลเรือนสามัญเห็นวา่ ผูบั้งคับบัญชาปฏิบัติตอ่ ตนโดยไมถู่กตอ้ ง
หรือไม่ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือมีความคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติของผู้
บังคับบัญชาต่อตน ในกรณีตามที่กำ หนดในกฎ ก.พ. ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2540) หรือ กฎ ก.พ. ฉบับ
ที่ 22 (พ.ศ.2543) ผู้นั้นอาจร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชา อ.ก.พ.สามัญ คือ อ.ก.พ. จังหวัด/กรม/
กระทรวง หรือ ก.พ. แล้วแต่กรณีได้ ดังนี้
2.1 การร้องทุกข์ตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2540)
ก.ในกรณีที่เหตุร้องทุกข์เกิดจากผู้บังคับบัญชาในราชการบริหารส่วนภูมิภาคที่ตํ่ากว่า
ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ.จังหวัด
ข.ในกรณีที่เหตุร้องทุกข์เกิดจากผู้บังคับบัญชาในราชการบริหารส่วนกลางที่ตํ่ากว่า
อธิบดีให้ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ.กรม
ค. ในกรณีที่เหตุร้องทุกข์เกิดจากผู้ว่าราชการจังหวัด หรืออธิบดี ให้ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ.
กระทรวง
ง.ในกรณีที่เหตุร้องทุกข์เกิดจากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือปลัดกระทรวง
หรือกรณีผู้บังคับบัญชาปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติต่อผู้ร้องทุกข์ตามมติ อ.ก.พ.กระทรวง หรือกรณีที่
เหตุร้องทุกข์เกิดจากการถูกสั่งพักราชการตามมาตรา 107 ให้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.
2.2 การร้องทุกข์ตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 22 (พ.ศ.2543)
ก.ในกรณีที่เหตุความคับข้องใจเกิดจากผู้บังคับบัญชาในราชการบริหารส่วนภูมิภาคที่
ตํ่ากว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ.จังหวัด
ข.ในกรณีที่เหตุความคับข้องใจเกิดจากผู้บังคับบัญชาในราชการบริหารส่วนกลางที่ตํ่า
กว่าอธิบดีให้ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ.กรม
ค. ในกรณีที่เหตุความคับข้องใจเกิดจากผู้ว่าราชการจังหวัด หรืออธิบดี ให้ร้องทุกข์ต่อ
อ.ก.พ. กระทรวง
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ18 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
ง.ในกรณีที่เหตุความคับข้องใจเกิดจากปลัดกระทรวง รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือนายกรัฐ
มนตรี ให้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.
3.ระยะเวลาการร้องทุกข์

โดย บัวสี่เหล่า [9 เม.ย. 2552 , 13:01:12 น.] ( IP = 125.25.233.36 : : )

ข้อความ 9

1.ผู้ร้องทุกข์อาจร้องทุกข์ด้วยวาจา หรือปรึกษาหารือกับผู้บังคับบัญชาผู้เป็นเหตุ
ให้ร้องทุกข์เสียก่อนก็ได้หากต้องการ เว้นแต่กรณีร้องทุกข์คำ สั่งให้ออกจากราชการต้องทำ เป็น
หนังสือ
2.ผู้ร้องทุกข์มีสิทธิร้องทุกข์เป็นหนังสือโดยร้องทุกข์ภายใน 30 วัน นับแต่วัน
ทราบคำ สั่งให้ออกจากราชการ หรือวันทราบเรื่องอันเป็นเหตุให้ร้องทุกข์ (กรณีร้องทุกข์ว่า
ผู้บังคับบัญชาปฏิบัติต่อตนไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตามกฎหมาย 7 และ
กรณีคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา8
3.กรณีคับข้องใจที่มีการร้องทุกข์ด้วยวาจาต่อผู้บังคับบัญชาผู้เป็นเหตุให้เกิด
ความคับข้องใจซึ่งให้ผู้บังคับบัญชาแก้ไขความคับข้องใจภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการ
ร้องทุกข์ แต่ไม่มีการดำ เนินการใดๆ หรือดำ เนินการแล้ว แต่ไม่เป็นที่พอใจของผู้ร้องก็สามารถ
ร้องทุกข์เป็นหนังสืออีกต่อไปได้ แต่ต้องร้องทุกข์ภายใน 15 วัน นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลา 30
วันดังกล่าว โปรดดูข้อ 5 ของกฎ ก.พ. ฉบับที่ 22 (พ.ศ.2543)
4.การยื่นหรือส่งหนังสือร้องทุกข์
การยื่นหรือส่งหนังสือร้องทุกข์มีหลักเกณฑ์และวิธีการทำ นองเดียวกับการ
อุทธรณ์ ดังนั้นโปรดดู กฎ ก.พ. ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2540) และกฎ ก.พ. ฉบับที่ 22 (พ.ศ.2543)
ประกอบการเขียนหนังสือร้องทุกข์ กล่าวคือ
7 โปรดดู ข้อ 4 และ ข้อ 8 ของกฎ ก.พ. ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2540)
8 โปรดดูข้อ 4 และข้อ 7 ของกฎ ก.พ. ฉบับที่ 22 (พ.ศ.2543)
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ19 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
ผู้ร้องทุกข์สามารถยื่นหรือส่งหนังสือร้องทุกข์ได้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้
1.ยื่นหนังสือร้องทุกข์ด้วยตนเอง หรือจะมอบหมายให้ผู้อื่นนำ หนังสือร้องทุกข์
มายื่นแทนก็ได้ (กรณีที่มายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ ก.พ. นั้น ให้มายื่นที่สำ นักงาน ก.พ. ถนน
พิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 (ตรงข้ามกับทำ เนียบรัฐบาล) ส่วนงานสารบรรณ อาคาร
1 ชั้น 1) และก่อนที่จะยื่นหนังสือร้องทุกข์ ผู้ร้องทุกข์สามารถขอคำ ปรึกษาแนะนำ จากนิติกร
สำ นักพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือสำ นักมาตรฐานวินัย เกี่ยวกับหนังสือร้องทุกข์ของตนได้ว่า มี
สาระสำ คัญ ถูกต้องตามที่กฎหมายกำ หนดไว้หรือไม่อย่างไร
2.ยื่นหรือส่งหนังสือร้องทุกข์ผ่านผู้บังคับบัญชาซึ่งผู้รับหนังสือร้องทุกข์ดังกล่าว
จะต้องส่งหนังสือร้องทุกข์ต่อไปยังผู้บังคับบัญชาผู้เป็นเหตุแห่งการร้องทุกข์ภายใน 3 วันทำ การ
นับแต่วันได้รับหนังสือร้องทุกข์ แล้วผู้บังคับบัญชาผู้เป็นเหตุแห่งการร้องทุกข์ต้องจัดส่งหนังสือ
ร้องทุกข์พร้อมทั้งสำ เนาและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องและคำ ชี้แจงของตน (ถ้ามี) ไปยังผู้มี
อำ นาจพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 7 วันทำ การ นับแต่วันได้รับหนังสือร้องทุกข์
3.ส่งหนังสือร้องทุกข์ทางไปรษณีย์
3.1ให้ถือวันที่ที่ทำ การไปรษณีย์ต้นทางออกใบรับฝากเป็นหลักฐานฝาก
ส่งเป็นวันส่งหนังสือร้องทุกข์
3.2วันที่ที่ทำ การไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับที่ซองหนังสือ เป็นวันส่ง
หนังสือร้องทุกข์
ดังนั้น หากผู้ร้องทุกข์ส่งหนังสืออุทธรณ์ทางไปรษณีย์ โดยปรากฏ
หลักฐานตามข้อ 3.1 หรือ 3.2 อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ย่อมถือว่า วันดังกล่าวเป็นวันที่ผู้ร้องทุกข์
นั้นได้ยื่นคำ ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ. หรือ ก.พ. แล้วแต่กรณี
ข้อสังเกต
1.การร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ. จังหวัด/กรม/กระทรวง ให้ทำ หนังสือร้องทุกข์พร้อมทั้ง
หลักฐานต่างที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) พร้อมสำ เนาหนังสือร้องทุกข์และสำ เนาอันรับรองความถูกต้องนั้น
อีก 1 ชุด ไปถึงประธาน อ.ก.พ.นั้นๆ (กรณีร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ.จังหวัด ให้นำ ไปยื่นที่ศาลากลาง
จังหวัด หากร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. กระทรวง ให้นำ ไปยื่นที่ส่วนราชการนั้น)
กรณีร้องทุกข์ต่อ ก.พ. ให้ทำ หนังสือร้องทุกข์ พร้อมหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง
(ถ้ามี) พร้อมทั้งสำ เนาอันรับรองความถูกต้องอีก 1 ชุด ไปยื่นที่สำ นักงาน ก.พ.
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ20 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
2.เมื่อไดยื้่นหรือสง่ หนังสือรอ้ งทุกขไ์ วแ้ ลว้ ผูร้ อ้ งทุกขจ์ ะยื่นหรือสง่ คำ แถลงการณ์
หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมก่อนที่ อ.ก.พ.จังหวัด /กรม /กระทรวง หรือ ก.พ. แล้วแต่กรณี เริ่ม
พิจารณาเรื่องร้องทุกข์ก็ได้ โดยยื่นหรือส่งตรงต่อ อ.ก.พ. หรือ ก.พ.
3.ในกรณีที่ผู้ร้องทุกข์ได้ย้ายหรือโอนไปสังกัดจังหวัด กรม กระทรวงอื่นให้
ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ.จังหวัด/กรม/กระทรวง ที่ผู้ร้องทุกข์ได้ย้ายหรือโอนไปสังกัดนั้น
5.สิทธิของผู้ร้องทุกข์

โดย บัวสี่เหล่า [9 เม.ย. 2552 , 13:02:03 น.] ( IP = 125.25.233.36 : : )

ข้อความ 10

1.สิทธิคัดค้านผู้พิจารณาเรื่องร้องทุกข์ทำ นองเดียวกับกรณีอุทธรณ์ (โปรดดู กฎ
ก.พ. ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2540) ข้อ 7 ,กฎ ก.พ. ฉบับที่ 22 (พ.ศ.2543) ข้อ 13) โดยแสดงข้อเท็จจริง
ที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือร้องทุกข์ หรือแจ้งเพิ่มเติมเป็นหนังสือก่อนที่ อ.ก.พ.
หรือ ก.พ. แล้วแต่กรณีเริ่มพิจารณาเรื่องร้องทุกข์
2.สิทธิในการยื่นหรือส่งหนังสือร้องทุกข์ หรือเอกสารเพิ่มเติมก่อนที่ อ.ก.พ.
หรือ ก.พ. เริ่มพิจารณาเรื่องร้องทุกข์
3.สิทธิขอแถลงการณ์ด้วยวาจา ทำ นองเดียวกับกรณีอุทธรณ์ แต่ในส่วนที่ไม่ได้
ขอแถลงการณ์ด้วยวาจามาในหนังสือร้องทุกข์ และประสงค์จะขอแถลงการณ์ด้วยวาจาภายหลัง
จากนั้น จะต้องยื่นหรือส่งหนังสือแสดงความประสงค์ดังกล่าว ก่อนที่ อ.ก.พ. หรือ ก.พ. แล้วแต่กรณี
จะเริ่มพิจารณา (กรณีอุทธรณ์ ต้องทำ เป็นหนังสือมาภายใน 30 วัน นับแต่วันยื่นหรือส่งหนังสือ
อุทธรณ์)
4.สิทธิในการถอนเรื่องร้องทุกข์ เป็นไปในทำ นองเดียวกับกรณีอุทธรณ์ คือ ต้อง
ถอนเรื่องร้องทุกข์ก่อนที่ อ.ก.พ.จังหวัด/กรม/กระทรวง หรือ ก.พ. แล้วแต่กรณี เริ่มพิจารณา
เรื่องร้องทุกข์เสร็จสิ้นโดยยื่นหรือส่งหนังสือต่อ อ.ก.พ. หรือ ก.พ. ซึ่งเมื่อถอนคำ ร้องทุกข์แล้ว
เรื่องร้องทุกข์นั้นให้เป็นอันระงับ
5.สิทธิที่จะฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ
วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ21 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
6.วิธีการเขียนร้องทุกข์ สามารถแยกพิจารณาได้ 3 กรณี คือ
1.กรณีให้ออกจากราชการนั้น ผู้ร้องทุกข์ โต้แย้งคัดค้านว่า คำ สั่งให้ตนออกจาก
ราชการไม่ถูกต้อง หรือไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นธรรมอย่างไร โดยอาศัยหลักการเขียนทำ นอง
เดียวกับการเขียนอุทธรณ์ เพียงแต่แตกต่างในสาระของเนื้อหาที่โต้แย้งคัดค้าน
ตัวอย่างเช่น
นาย ก. ข้าราชการพลเรือนสามัญ ถูกสั่งให้ออกจากราชการเนื่องจาก หย่อนความ
สามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามมาตรา 115 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2535 นาย ก. ก็มีสิทธิที่จะร้องทุกข์โต้แย้งคำ สั่งให้ออกจากราชการดังกล่าวได้ว่า ตลอด
ระยะเวลาที่รับราชการมาตนได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำ ปีแต่ละครั้งไม่ว่าครึ่งปี
แรกหรือครึ่งปีหลังตนได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนไม่ตํ่ากว่าครึ่งขั้น อันเป็นสิ่งซึ่งแสดงให้เห็น
เป็นเบื้องต้นแล้วว่า ตนได้ปฏิบัติงานด้วยความสามารถ และด้วยความอุตสาหะจนเกิดผลดีหรือ
ความก้าวหน้าแก่ทางราชการ ทั้งนี้ ตามมาตรา 72 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ.2535 ประกอบกับข้อ 7(1) ของกฎ ก.พ.ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน พ.ศ.2544 เพราะหาก
ตนไม่มีผลงานที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลแต่อย่างใดแล้ว ผู้บังคับบัญชาก็ย่อมมีอำ นาจ
โดยชอบธรรมที่จะไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ตนได้ แต่เหตุที่ตนถูกสั่งให้ออกจากราชการนั้น ก็
เนื่องมาจากตนถูกกลั่นแกล้งจากผู้บังคับบัญชาที่เลือกปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะในการ
ทำ งานนั้นตนไม่เห็นด้วยกับการออกคำ สั่งของผู้บังคับบัญชา และพยายามโต้แย้งกับผู้บังคับ
บัญชาด้วยเหตุผลมาตลอด แต่ผู้บังคับบัญชาไม่ยอมรับฟังจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำ ให้ผู้บังคับ
บัญชาพยายามหาทางกลั่นแกล้งตน และไม่มอบหมายงานสำ คัญให้ตนได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อที่จะ
นำ ไปอ้างเหตุให้หัวหน้าส่วนราชการเข้าใจว่า ตนไม่มีประสิทธิภาพในการทำ งาน ไม่สามารถ
ทำ งานกับผู้ร่วมงานได้ รวมทั้งผู้บังคับบัญชาจะมอบหมายงานสำ คัญให้แต่เฉพาะพวกพ้องของ
ตนที่เห็นคล้อยตามกับผู้บังคับบัญชาเท่านั้น...ฯลฯ ดังนี้ตามเหตุผลดังกล่าวไว้ข้างต้น ตนจึง
ร้องทุกข์มาเพื่อขอให้ ก.พ. โปรดพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับตน และขอให้ผู้บังคับบัญชา
สั่งให้ตนกลับเข้ารับราชการต่อไป
2.กรณีผู้บังคับบัญชาปฏิบัติไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตาม
กฎหมายนั้น โดยหลักแล้วข้าราชการนั้นมีสิทธิที่จะปรึกษาหารือผู้บังคับบัญชาด้วยวาจาหรือ
เป็นหนังสือตามข้อ 3 ของกฎ ก.พ. ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2540) ได้ โดยผู้บังคับบัญชาจะต้องให้
โอกาสและรับฟังหรือสอบถามเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว แต่หากผู้นั้นไม่ประสงค์จะปรึกษาหารือ
การเขียนอุทธรณ์คํ าสั่งลงโทษทางวินัยและร้องทุกข์ สํ านักพิ22 ทักษ์ระบบคุณธรรม สํ านักงาน ก.พ.
หรือปรึกษาหารือแล้วแต่ไม่ได้รับคำ ชี้แจง หรือได้รับคำ ชี้แจงแต่ไม่เป็นที่พอใจ ข้าราชการผู้นั้น
ก็มีสิทธิที่จะร้องทุกข์เป็นหนังสือโดยลงลายมือชื่อและตำ แหน่งของผู้ร้องทุกข์ และผู้ร้องทุกข์
ต้องแสดงสาระสำ คัญเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และปัญหาของเรื่องให้เห็นว่าผู้บังคับบัญชา

โดย บัวสี่เหล่า [9 เม.ย. 2552 , 13:02:26 น.] ( IP = 125.25.233.36 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด