Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code


สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


บังเอิญเหลือเกิน "สีเขียว" ถูกระบุว่า "เป็นตัวอิจฉา" จาก wikipedia





บังเอิญเหลือเกิน "สีเขียว" ถูกระบุว่า "เป็นตัวอิจฉา" จาก wikipedia

(จาก http://en.wikipedia.org/wiki/Envy)

In the arts

In Britain, the United States and other English-speaking cultures, envy is often associated with the color green, as in "green with envy". The phrase "green-eyed monster" refers to an individual whose current actions appear motivated by envy. This is based on a line from Shakespeare's Othello. Shakespeare mentions it also in The Merchant of Venice when Portia states: "How all the other passions fleet to air, as doubtful thoughts and rash embraced despair and shuddering fear and green-eyed jealousy!" Envy is known as one of the most powerful human emotions for its ability to control one as if envy was an entity in itself.

ในประเทศอังกฤษ อเมริกา รวมทั้งประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐาน คำว่า "ขี้อิจฉา"มักเกี่ยวข้องกับสีเขียว ดังเช่น "ตัวเขียวขี้อิจฉา" วลีที่ว่า "สัตว์ประหลาดมีตาสีเขียว" หมายถึงพวกที่มักชอบอดทนไม่ได้กับการถูกกระตุ้นด้วยความอิจฉาภายในใจของตนเองและตรงกับลครเช็กสเปียร์เช่นกัน ความขี้อิจฉายังเป็นตัวการสำคัญที่บ่อนทำลายความเป็นมนุษย์อีกด้วย.

โดย ทัด [18 ธ.ค. 2552 , 16:16:29 น.] ( IP = 117.47.86.43 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้

ข้อความ 1

ส่วนของบ้านเรา เขียวอาชีพคือทหารที่ยอมพลีชีพและเสียสละเพื่อแผ่นดินแบบแท้จริง พวกนี้มักไม่มีเส้นสาย ต้องไปประจำการที่ชายแดน เช่น3จังหวัดภาคใต้หรือตามชายแดนเขมร

ส่วนเขียวการเมือง เขียวพวกนี้เป็นพวกชอบทำลายล้าง สิ่งใดเจริญก้าวหน้า มักไม่ค่อยพอใจต้องทำลายให้สูญสิ้นหมดไป เขียวแบบนี้เป็นเขียวขี้อิจฉาจริงๆครับ

โดย aeaw [18 ธ.ค. 2552 , 20:50:23 น.] ( IP = 113.53.204.218 : : )

ข้อความ 2



"Moral indignation is in most cases 2 per cent moral, 48 per cent indignation and 50 per cent envy."

Vittorio de Sica (1901- ) Italian-born French actor. The Observer, 'Sayings of the Decade', 1961




"ภายใต้ความเกรี้ยวกราดแห่งศีลธรรมทั้งหลาย มีร้อยละ 2 เกิดมาจากปัญหาทางศีลธรรมจริงๆ, มีร้อยละ 48 เกิดมาจากความเกรี้ยวกราดไม่พอใจ และที่สำคัญที่สุดร้อยละ 50 ของปัญหาทั้งหมดนั้น เกิดขึ้นมาจากความขี้อิจฉา"

Vittorio de Sica (1901- ) Italian-born French actor. The Observer, 'Sayings of the Decade', 1961



(จาก The Macmillan Dictionary of Quotations, p. 189)

โดย ทัด [19 ธ.ค. 2552 , 00:14:18 น.] ( IP = 117.47.86.43 : : )

ข้อความ 3


อ้าย aeaw ครับ บังเอิญเหลือเกิน อันที่สองอีกแล้วครับอ้ายค้นไปเจออีกจนได้


ลองดูคำนี้สิครับ


"jaundice (n.) หมายถึง โรคดีซ่าน (สี..........), อคติอันเกิดจากความอิจฉาริษยา/ความขุ่นเคืองใจ

jaundice (v.) หมายถึง ทำให้เป็นโรคดีซ่าน (สี..........), ทำให้มีอคติ, ทำให้อิจฉาริษยา

jaundiced (adj.) หมายถึง ซึ่งเป็นโรคดีซ่าน (สี..........), ซึ่งมีอคติ, ขี้ระแวง"


(จาก Talking-Dict)

โดย ทัด [19 ธ.ค. 2552 , 00:45:58 น.] ( IP = 117.47.86.43 : : )

ข้อความ 4


Key words: ขี้อิจฉา, ริษยา, envy, jealousy


อิจฉา หมายถึง เห็นเขาได้ดีแล้วไม่พอใจ อยากจะมีหรือเป็นอย่างเขาบ้าง (มีความหมายเบากว่า ริษยา)

ริษยา หมายถึง อาการที่ไม่อยากให้คนอื่นได้ดี, เห็นเขาได้ดีแล้วทนนิ่งอยู่ไม่ได้

(จาก พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๒)



Envy (also called invidiousness) may be defined as an emotion that "occurs when a person lacks another's (perceived) superior quality, achievement, or possession and either desires it or wishes that the other lacked it."
Envy can also derive from a sense of low self-esteem that results from an upward social comparison threatening a person's self image: another person has something that the envier considers to be important to have. If the other person is perceived to be similar to the envier, the aroused envy will be particularly intense, because it signals to the envier that it just as well could have been he or she who had the desired object.
Bertrand Russell said envy was one of the most potent causes of unhappiness. It is a universal and most unfortunate aspect of human nature because not only is the envious person rendered unhappy by his envy, but also wishes to inflict misfortune on others. Although envy is generally seen as something negative, Russell also believed that envy was a driving force behind the movement towards democracy and must be endured in order to achieve a more just social system.
(จาก http://en.wikipedia.org/wiki/Envy)


ความขี้อิจฉา (อาจหมายรวมถึง ความขี้อิจฉาริษยาที่ก่อให้เกิดความอันตรายรุนแรง) กำหนดไว้เป็นอารมณ์ของบุคคลที่เกิดขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้อื่นได้ดีเหนือกว่าตน ทั้งด้านศักยภาพ ความสำเร็จ หรือ มีทรัพย์สมบัติใดใด โดยที่พวกขี้อิจฉามีความต้องการที่สูง ความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะได้ของเขาเพราะตนเองไม่มีปัญญาทำเช่นนั้น
ขี้อิจฉา เกิดจากสภาพแห่งความด้อยค่าในตนเองของพวกขี้อิจฉา เมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลที่เขาหมายปองหรือให้ความสำคัญอยู่ แล้วถ้าเกิดมีคนอื่นอิจฉาเช่นเดียวกันกับตน พวกขี้อิจฉาก็จะเพิ่มดีกรีความขี้อิจฉาขึ้นอีก
Bertrand Russell กล่าวว่า ขี้อิจฉาเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คนเราไม่มีความสุข และมันยังเป็นหายนะของมนุษยชาติที่ติดตัวมากับมนุษย์ ก็เพราะว่านอกจากมันจะเผาผลาญจิตใจของผู้ที่อิจฉาแล้ว มันยังส่งผลถึงการมุ่งหวังทำลายล้างผู้ที่ตนอิจฉาอีกด้วย นอกจากนั้นเขายังเชื่ออีกว่าเมื่อใดก็ตามที่เกิดการขี้อิจฉาขึ้น ก็จะเป็นเหตุการณ์เริ่มต้นของการที่จะมีประชาธิปไตยที่แท้จริงเกิดขึ้นตามมา

โดย ทัด [19 ธ.ค. 2552 , 01:28:48 น.] ( IP = 117.47.86.43 : : )

ข้อความ 5


ในทางจิตวิทยา
"พวกหลงตัวเอง" นับได้ว่าเป็นพวกที่มีความอิจฉา มากที่สุด และซ้ำร้าย"พวกหลงตัวเอง"ดันโยนไปว่าคนอื่นนั้นอิจฉาพวกตัวเองที่ฉลาดกว่า

ในทางปรัชญา
อริสโตเติล เชื่อว่า ขี้อิจฉา คือ ความเจ็บปวดในใจที่เห็นคนอื่นเขาได้ดีหรือโชคดี
คานต์ เชื่อว่า พวกขี้อิจฉามักจะเปรียบเทียบกับคนอื่นแทนที่จะพอใจในตนเอง

พุทธศาสนา ใช้คำที่มีความหมายที่ดี(คำที่3จาก4คำ) คือคำว่า มุทิตา ซึ่งกล่าวไว้ว่าคือ ความรู้สึกยินดีในสิ่งที่เป็นโชคดีของผู้อื่น (หรือเขาได้ดีก็ยินดีด้วย)
เป็นยารักษาที่ดีในโรคต่อมอิจฉาแตกหรือ โรคขี้อิจฉา อีกทั้งคำดีดีคำนี้ยังตรงกันข้ามกับคำในภาษาเยอรมัน
(schadenfreude)ที่หมายถึงว่า ความสะใจที่ได้เห็นคนอื่นพบกับความหายนะ(พบได้มากในพวกหลงตัวเองและเป็นความคิดของพวกปีศาจร้าย)

(จาก http://en.wikipedia.org/wiki/Envy)

In psychology
Individuals with narcissistic personality disorder are often envious of others or believes others are envious of him or her.

In philosophy
Aristotle (in Rhetoric) defined envy (phthonos) "as the pain caused by the good fortune of others",while Kant defined it as
"a reluctance to see our own well-being overshadowed by another's because the standard we use to see how well off
we are is not the intrinsic worth of our own well-being but how it compares with that of others" (in Metaphysics of Morals).
In Buddhism the third of the four divine abidings is mudita, taking joy in the good fortune of another.
This virtue is considered the antidote to envy and the opposite of schadenfreude.

โดย ทัด [20 ธ.ค. 2552 , 00:06:21 น.] ( IP = 117.47.86.43 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด