สมัครสมาชิก | สิทธิประโยชน์สมาชิก | ติดต่อโฆษณา | สินค้าโปรโมชั่น หนังสือไม้ประดับ | รับออกแบบและจัดสวนตัวอย่างลูกค้าของเรา |


Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


ทำอย่างไรให้ต้นโมกมีใบและดอกดกค่ะ




ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ ต้นโมกที่บ้านใบน้อย แถมดอกก็ไม่ค่อยจะมี เคยถามคนขาย เขาบอกว่ารากแก้วต้นโมกเยอะให้ตัดทิ้งบ้าง กระถางอาจจะเล็กไป แต่เห็บบ้านอื่นๆเขาก็ใช้กระดาษประมาณเดียวกันแต่ใบเยอะ ดอกเยอะดีจัง
ผู้รู้ใช้แนะนำหน่อยค่ะ

โดย มยุรี - [8 ธ.ค. 2551 , 13:54:40 น.] ( IP = 203.170.247.195 : : 192.168.5.183, 10.10.0.250 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้

ข้อความ 1

เรียนคุณมยุรี ต้นโมกที่ปลูกกันทั่วไปจะมีหลายสายพันธุ์ย่อย แต่จะมีชื่อวิทยาศาสตร์เดียวกันคือ
Wrightia religiosa. Benth. ex Kurz มีชื่อพ้อง W. arborea (Dennst.) Mabb. โดยมีชื่อท้องถิ่นอีกหลายชื่อ ปิดจงวา โมกบ้าน หลักป่า อยู่ในวงศ์ วงศ์ : APOCYNACEAE มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ไม้พุ่มเตี้ย ขนาดเล็กสูงประมาณ 2 - 3 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามากไม่ค่อยเป็นระเบียบ ลำต้นกลมเรียบ ผิวเปลือกมีสีน้ำตาลดำผิวแตกปริเป็นลายรูปรีเล็กๆ มีจุดเล็ก ๆ สีขาวประทั่วต้น กิ่งย่อยมักจะมีมาก ขนาดเล็ก และเรียงตัวเกือบจะอยู่ในระนาบเดียวกัน ใบเป็นใบเดียวออกเรียงกันเป็นคู่ตามก้านใบ มีขนาดเล็กรูปไข่รี ปลายใบมนแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ กว้าง 2 เซนติเมตรยาว 3-5 เซนติเมตร ออกดอกตลอดปี (ออกดอกมากช่วงปลายฤดู - ต้นฤดูหนาว) มีฝักรูปทรงกระบอกออกเป็นคู่ ลักษณะโค้งงอเข้าหากัน
ต้นโมก มีหลายสายพันธ์ย่อย คือ
1. โมกพวง มีดอกสีขาว หอม ดอกเป็นพวง ใบค่อนข้างมาก แตกพุ่มมาก
2. โมกซ้อน มีดอกสีขาว หอม กลีบดอกซ้อนใบค่อนข้างมาก แตกกิ่งกระโดงปานกลาง
3. โมกบ้าน/โมกลา มีดอกสีขาว หอม ใบค่อนข้างน้อย เป็นพันธุ์โมกที่มีกลิ่นหอมแรงมากที่สุด
ปลูกได้ในดินสภาพ แต่ชอบดินชื้นจัด สามารถปลูกแช่น้ำได้ ถ้าดินมีช่วงแห้งสลับเปียกจะออกดอกตลอดปี ถ้าอยู่ในที่ร่มรำไรใบจะเข้มและบาง แต่ถ้าอยู่กลางแดดใบจะมีสีเขียวเหลือง
มีคำถามที่เกี่ยวกับการปลูกต้นโมกแล้วไม่ออกดอกหรือมีแต่ใบ สาเหตุ ที่ต้นโมกไม่ออกดอกมีอยู่หลายปัจจัยคือ
1. ต้นไม้มีสภาพของต้นไม่สมบูรณ์
2. สภาพความสมบูรณ์ของดินมีน้อย(ธาตุอาหาร)
3. การตัดแต่งทรงพุ่ม
4..ปริมาณแสงที่ได้รับ
ปัจจัยเหล่านี้จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นโมกและต้นไม้อื่นๆทั่วไป เช่น การตัดแต่งทรงพุ่มบ่อยครั้งเกินไป จะทำให้แตกยอดอ่อน จึงทำให้ไม่ค่อยออกดอก หือการให้น้ำมากจนเกินไป จนเฝื่อใบ/งามใบ ก็ไม่ค่อยออกดอก ควรให้น้ำอาทิตย์ละ 1-2คครั้งก็พอ จะช่วยให้การออกดอกดีขึ้น
การบังคับโมกให้ออกดอกทำได้โดยการควบคุมน้ำและการใส่ปุ๋ยที่เหมาะสม
โมกเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบแสงแดดตลอดวันไม่ชอบร่มเงา การปลูกโมกในที่มีแสงแดดไม่เพียงพอจะทำให้ต้นสูงชะลูดและไม่ค่อยออกดอก
โมกลามีฝักและเพาะเมล็ดได้ จึงขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ด ปักชำ และตอนกิ่ง ส่วนโมกซ้อนขยายพันธุ์ได้โดยวิธีการปักชำและตอนกิ่ง หรือตัดชำราก โมกลาชอบดินชื้นจัดมากกว่าโมกซ้อน และสามารถปลูกแช่น้ำได้ดี ถ้าดินมีช่วงแห้งสลับเปียกจะออกดอกได้ตลอดปี ปลูกเป็นไม้ประดับกระถางได้ดี การปลูกลงแปลงในที่ร่มรำไรจะมีใบบางสีเขียวเข้มและพุ่มโปร่ง ในขณะที่ต้นอยู่กลางแจ้งและได้รับแดดเต็มที่ ใบจะมีสีเขียวอมเหลือง มีใบมากและทรงพุ่มแน่น
โมกพวง เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง นิยมปลูกในกระถางเพราะสามารถตัดแต่งทรงพุ่มได้สวยงาม โมกพวงเหมือนโมกซ้อน และโมกลา ก็ตรงที่ชอบแดดจัดกลางแจ้ง หากเลี้ยงในแดดรำไรหรือแดดร่มใบโมกจะใหญ่ ดอกจะน้อย โมกพวงมีดอกชั้นเดียวเหมือนโมกลา แต่ช่อดอกจะเป็นพวงสวยงาม และออกดอกตลอดปี ทำให้ดอกดกขาวพราวทั้งต้น ดอกโมกมีกลิ่นหอมเย็น สามารถนำดอกร่วงไปลอยน้ำประดับเพิ่มกลิ่นหอมในสถานที่นั้นๆได้ โมกชอบแดดจัด น้ำปานกลาง

โดย วัฒน์plantname@hotmail.com [8 ธ.ค. 2551 , 15:43:32 น.] ( IP = 202.28.169.166 : : 10.8.101.230 )

ข้อความ 2

โมกพวง

โดย วัฒน์plantname@hotmail.com [8 ธ.ค. 2551 , 15:44:03 น.] ( IP = 202.28.169.166 : : 10.8.101.230 )

ข้อความ 3

โมกซ้อน

โดย วัฒน์plantname@hotmail.com [8 ธ.ค. 2551 , 15:44:48 น.] ( IP = 202.28.169.166 : : 10.8.101.230 )

ข้อความ 4

โมกลา

โดย วัฒน์plantname@hotmail.com [8 ธ.ค. 2551 , 15:45:13 น.] ( IP = 202.28.169.166 : : 10.8.101.230 )

ข้อความ 5

ฝักและเมล็ด

โดย วัฒน์plantname@hotmail.com [8 ธ.ค. 2551 , 15:45:40 น.] ( IP = 202.28.169.166 : : 10.8.101.230 )

ข้อความ 6

ขอบคุณคุณวัฒน์มากค่ะ อาจจะเป็นเพราะรดน้ำมากเกินไป เพราะรดให้ทุกวันเลยค่ะ
อยากถามเพิ่มเติมค่ะ
ปุ๋ยที่ใช้สำหรับต้นโมกใช้สูตรไหนค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ



โดย มยุรี [8 ธ.ค. 2551 , 17:05:07 น.] ( IP = 203.170.247.195 : : 192.168.5.183, 10.10.0.250 )

ข้อความ 7

เรียนคุณมยุรี การปลูกต้นไม้ให้ต้นไม้เจริญงอกงามดี ออกดอกและติดผลตามที่เราต้องการ หรือการดูแลรักษาต้นไม้อย่างไรที่จะทำให้ต้นไม้ไม่เป็นและมีแมลงมารบกวน ผมขอสรุปข้อมูลการใช้ปุ๋ยต่างๆและข้อมูลการเลี้ยงดูต้นไม้ถ้าคุณมยุรีและเพื่อนๆได้ทำความเข้าใจดังนี้ครับ
ปุ๋ย หมายถึง สารหรือสิ่งซึ่งเราใส่ลงไปในดิน เพื่อวัตถุประสงค์ให้ปลดปล่อยธาตุอาหารพืชโดยเฉพาะไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ที่พืชยังขาดอยู่ให้พืชได้รับอย่างเพียงพอ พืชสามารถเจริญเติบโตงอกงามดีและให้ผลิตผลสูงขึ้น
โดยทั่วไปปุ๋ยแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์
1. ปุ๋ยอินทรีย์
ปุ๋ยพวกนี้ ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และวัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรมบางชนิดซึ่งเป็นพวกอินทรียสาร
ปุ๋ยคอก
ที่สำคัญก็ได้แก่ ขี้หมู ขี้เป็ด ขี้ไก่ ฯลฯ เป็นปุ๋ยคอกที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ในบรรดาสวนผักและสวนผลไม้ ปุ๋ยคอกโดยทั่วไปแล้วถ้าคิดราคาต่อหน่วยธาตุอาหารพืชจะมีราคาแพงกว่าปุ๋ยเคมี แต่ปุ๋ยคอกช่วยปรับปรุงดินให้โปร่งและร่วนซุย ทำให้การเตรียมดินง่าย การตั้งตัวของต้นกล้าเร็วทำให้มีโอกาสรอดได้มาก นาข้าวที่เป็นดินทราย เช่น ดินภาคอีสาน การใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์อื่น ๆ เท่าที่จะหาได้ในบริเวณใกล้เคียง จะช่วยให้การดำนาง่าย ข้าวตั้งตัวได้ดี และเจริญเติบโตงอกงามอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เนื่องจากดินทรายพวกนี้มีอินทรียวัตถุต่ำมาก การใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ลงไปจะทำให้ดินอุ้มน้ำและปุ๋ยได้ดีขึ้น การปักดำกล้าทำได้ง่ายขึ้น เพราะ หลังทำเทือกแล้วดินจะไม่อัดกันแน่น
ปุ๋ยคอกมีปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมค่อนข้างต่ำ โดยหยาบ ๆ แล้วก็จะมีไนโตรเจนประมาณ 0.5% N ฟอสฟอรัส 0.25% P2O5 และโพแทสเซียม 0.5% K2O
ปุ๋ยขี้ไก่และขี้เป็ด จะมีปริมาณธาตุอาหารสูงกว่าขี้หมู และขี้หมูจะปริมาณธาตุอาหารสูงกว่าขี้วัว และขี้ควาย ปุ๋ยคอกใหม่ ๆ จะมีปริมาณธาตุอาหารสูงกว่าปุ๋ยคอกที่เก่าและเก็บไว้นาน ทั้งนี้เนื่องจากส่วนของปุ๋ยที่ละลายได้ง่ายจะถูกชะล้างออกไปหมด บางส่วนก็กลายเป็นก๊าซสูญหายไปดังนั้นการเก็บรักษาปุ๋ยคอกอย่างระมัดระวังก่อนนำไปใช้ จะช่วยรักษาคุณค่าของปุ๋ยคอกไม่ให้เสื่อมคุณค่าอย่างรวดเร็ว
การเก็บรักษาปุ๋ยคอกอาจทำได้ เช่น นำมากองรวมกันเป็นรูปฝาชี แล้วอัดให้แน่ ถ้าอยู่ภายใต้หลังคาก็ยิ่งดี ถ้าอยู่กลางแจ้งควรหาจากหรือทางมะพร้าวคลุมไว้ด้วยก็จะดี ปุ๋ยคอกที่ได้มาใหม่ ๆ และยังสดอยู่ถ้าจะใส่ปุ๋ยซูเปอร์ฟอสเฟตชนิดธรรมดา (20% P O ) ลงไปด้วยสักเล็กน้อยก็จะช่วยป้องกันไม่ให้มีการสูญเสียไนโตรเจนโดยการระเหิดกลายเป็นก๊าซได้เป็นอย่างดี ถ้าเลี้ยงสัตว์อยู่ในคอกควรใช้แกลบ ขี้เลื่อยหรือฟางข้าวรองพื้นคอกให้ดูดซับปุ๋ยไว้ เมื่อฟางข้าวอิ่มตัวด้วยปุ๋ยก็รองเพิ่มเป็นชั้น ๆ เมื่อสะสมไว้มากพอก็ลอกเอาไปกองเก็บไว้ อัตราปุ๋ยคอกที่ใช้นั้นไม่เคร่งครัดเหมือนกับปุ๋ยเคมี ปกติแนะนำให้ใส่อัตรา 1-4 ตันต่อไร่ โดยใส่ค่อนข้างมากในดินเหนียวจัดหรือดินทรายจัด หลังจากใส่ปุ๋ยคอกแล้วถ้ามีการไถหรือพรวนดินกลบลงไปในดิน ก็จะช่วยให้ปุ๋ยเป็นประโยชน์แก่พืชได้เร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ปุ๋ยหมัก
ปุ๋ยพวกนี้ก็ได้แก่ปุ๋ยที่เราได้จากการหมักเศษพืช เช่น หญ้าแห้ง ใบไม้ ฟางข้าว ฯลฯ ให้เน่าเปื่อยเสียก่อน จึงนำไปใส่ในดินเป็นปุ๋ย ปุ๋ยเทศบาลที่บรรจุถุงขายในชื่อของปุ๋ยอินทรีย์เบอร์ต่าง ๆ นั้น ก็คือปุ๋ยหมัก ได้จากการนำขยะจากในเมือง พวกเศษพืช เศษอาหารเข้าโรงหมักเป็นขั้นเป็นตอนจนกลายเป็นปุ๋ย ปุ๋ยหมักสามารถทำเองได้โดยการกองสุมเศษพืชสูงขึ้นจากพื้นดิน 30-40 ซม. แล้วโรยปุ๋ยคอกผสมปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 ประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม ต่อเศษพืชหนัก 1,000 กิโลกรัม เสร็จแล้วก็กองเศษพืชซ้อนทับลงไปอีกแล้วโรยปุ๋ยคอกผสมปุ๋ยเคมี ทำเช่นนี้เรื่อยไปเป็นชั้น ๆ จนสูงประมาณ 1.5 เมตร ควรมีการรดน้ำแต่ละชั้นเพื่อให้มีความชุ่มชื้น และเป็นการทำให้มีการเน่าเปื่อยได้เร็วขึ้น
กองปุ๋ยหมักนี้ทิ้งไว้ 3-4 สัปดาห์ ก็ทำการกลับกองปุ๋ยครั้งหนึ่ง ถ้ากองปุ๋ยแห้งเกินไปก็รดน้ำ ทำเช่นนี้ 3-4 ครั้ง เศษพืชก็จะเน่าเปื่อยเป็นอย่างดีและมีสภาพเป็นปุ๋ยหมัก นำไปใช้ใส่ดินเป็นปุ๋ยให้กับพืชที่ปลูกได้ เศษหญ้าและใบไม้ต่าง ๆ ถ้าเก็บรวบรวมกองสุมไว้แล้วทำเป็นปุ๋ยหมัก จะดีกว่าเผาทิ้งไป ปุ๋ยหมักจะช่วยปรับปรุงดินให้มีคุณสมบัติทางฟิสิกส์ดีขึ้นและปลูกพืชเจริญงอกงามดีเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพืชผักสวนครัว และไม้ดอกไม้ประดับ
ปุ๋ยพืชสด
เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการปลูกพืชบำรุงดินซึ่งได้แก่ พืชตระกูลถั่วต่าง ๆ แล้วทำการไถกลบเมื่อพืชเจริญเติบโตมากที่สุด ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังออกดอก พืชตระกูลถั่วที่ควรใช้เป็นปุ๋ยพืชสดควรมีอายุสั้น มีระบบรากลึก ทนแล้ง ทนโรคและแมลงได้ดี เป็นพืชที่ปลูกง่าย และมีเมล็ดมาก ตัวอย่างพืชเหล่านี้ก็ได้แก่ ถั่วพุ่ม ถั่วเขียว ถั่วลาย ปอเทือง ถั่วขอ ถั่วแปบ และโสน เป็นต้น


โดย วัฒน์plantname@hotmail.com [9 ธ.ค. 2551 , 10:37:38 น.] ( IP = 202.28.169.166 : : 10.8.101.230 )

ข้อความ 8

ปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์
ปุ๋ยพวกนี้เป็นปุ๋ยที่ได้มาจากการผลิตหรือสังเคราะห์ทางอุตสาหกรรมจากแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ได้ตามธรรมชาติ หรือเป็นผลพลอยได้ของโรงงานอุตสาหกรรมบางชนิด ปุ๋ยเคมีมีอยู่ 2 ประเภท คือ แม่ปุ๋ย หรือปุ๋ยเดี่ยวพวกหนึ่ง และปุ๋ยผสมอีกพวกหนึ่ง
ในปุ๋ยทุกชนิด จะมีธาตุอาหารหลักอยู่๓ตัว ธาตุอาหารรองและอื่นๆอีก ไม่ขอพูดถึง
เวลาไปซื้อปุ๋ยเม็ดหรือเรียกอีกอย่างว่าปุ๋ยเคมี จึงเห็นสูตรต่างๆเช่น ๑๖-๑๖-๑๖, ๘-๑๒-๒๔, .....๓๖-๒๔-๓๖(สูตรนี้หาซื้อยากมาก) เป็นต้น
ธาตุอาหารหลัก๓ตัวนั้นได้แก่ N,P,K
N,P,Kนั้น ขอเรียกง่ายๆว่า ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสฯ และโปรตัสเซียมฯ(ให้สังเกตไปรยางค์น้อย-บอกแค่นี้เพื่อให้จำง่ายๆ)
ท่องจำไว้ได้เลย เอ็นพีเค ใบดอกต้น
เพราะธาตุเหล่านี้ไปบำรุงต้นไม้
N(ไนโตรเจน) เร่งใบ คือเร่งให้ออกใบ ให้ต้นโตเร็ว
(ฟอสฟอรัส)เร่งดอก ช่วยให้ออกดอก
K(โปรแตสเซียม) ดูแลความแข็งแรงโดยรวม
ในปุ๋ยคอกทั่วไปจะมีNมาก
ในปุ๋ยมูลไก่,มูลค้างคาว จะมี Pมาก แต่ก็ยังมีNและKด้วย ปุ๋ยตัวนี้เร่งดอกดี
คือที่จริงก็มีทั้ง๓ตัว มากน้อยต่างกัน
ตอนซื้อปุ๋ยเม็ด หากซื้อสูตรเสมอ เช่น ๑๖-๑๖-๑๖ ก็คือจะมีNPKเท่ากันทั้ง๓ตัว ถ้าใส่สูตรเสมอนี้ เวลาดอกออก ดอกจะโตแข็งแรง แต่นานๆจะออกดอกทีนึง
หากใช้สูตรตัวกลางสูงเช่น๑๒-๒๔-๑๒ ดอกจะออกบ่อยหน่อย แต่ดอกเล็ก
สูตรเสมอพวก ๑๕-๑๕-๑๕ , ๑๖-๑๖-๑๖ จะเป็นสูตรเสมอเหมือนกัน แต่ ๒สูตรนี้ต่างกันตรงระยะเวลาแสดงผลของปุ๋ย
สูตร๑๖ ต้องใส่ทุกเดือน
สูตร ๑๕ เป็นปุ๋ยละลายช้า มี ๓เดือนกับ ๖เดือน(ควรอ่านฉลากข้างถุง,กล่อง ก่อนใช้งาน
ความถี่ห่างที่ใส่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของปุ๋ยนั้นๆ
ปุ๋ยเคมีบางตัวอาจจะต้องใส่เดือนละครั้ง บางชนิดใส่๓,๖เดือนครั้งก็มี
และให้ระวังปุ๋ยปลอมเพราะปุ๋ยปลอมก็มีขายทั่วไป ซึ่งสี รูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนของจริงจนดูแทบไม่ออก จึงควรซื้อปุ๋ยกับร้านที่เชื่อใจได้เท่านั้น ไม่เช่นนั้นอาจได้แป้งมันอัดเม็ดมาใส่ต้นไม้ก็ได้

ไม่จำเป็นไม่ควรใช้ปุ๋ยเคมี เพราะชื่อก็บอกแล้วว่ามาจากกรรมวิธีทางเคมี ซึ่งมีผลเสียคือทำให้ดินแข็ง และสภาพแวดล้อมอื่นๆเสียหายได้อีกมากมาย

สำหรับปุ๋ยเคมีมีสูตรต่างๆให้เลือกใช้ดังนี้ครับ
46-0-0 ยูเรีย ให้ไนโตรเจนสูง เร่งต้น และใบใส่ทางดิน เช่น ปุ๋ยแห่งชาติ, ปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้ง
16-16-16 ปุ๋ยสูตรเสมอ บำรุงทุกอย่าง ต้น ดอก ผล ใส่ทางดิน เช่น ปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้ง
12-24-12 ปุ๋ยมีฟอสฟอรัสสูง เร่งดอก ใส่ทางดิน เช่น ปุ๋ยตรากระทิง, ปุ๋ย GARDEN
8-24-24 ปุ๋ยมีฟอสฟอรัส และโปรแตสเซี่ยมสูง เร่งดอก และผลรสชาดดีใส่ทางดิน เช่น ปุ๋ยแห่งชาติ, ปุ๋ย GARDEN
15-5-5 ปุ๋ยน้ำไนโตรเจนสูง เร่งต้น และใบ ฉีดพ่นทางใบ เช่นปุ๋ยนาเชอร์ส
10-10-10 ปุ๋ยน้ำสูตรเสมอ บำรุงทุกอย่าง ต้น ดอก ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยนาเชอร์ส
9-18-9 ปุ๋ยน้ำมีฟอสฟอรัสสูง เร่งดอก ฉีดพ่นทางใบ เช่นปุ๋ยนาเชอร์ส
3-18-18 ปุ๋ยน้ำมีฟอสฟอรัส และโปรแตสเซียมสูง เร่งดอก และผลรสชาดดี ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยนาเชอร์
30-20-10 ปุ๋ยเกร็ดมีไนโตรเจนสูง เร่งต้น และใบ ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยทวินเฟอร์ตี้
10-52-17 ปุ๋ยเกร็ดมีฟอสฟอรัสสูง เร่งดอก ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยทวินเฟอร์ตี้
21-21-21 ปุ๋ยเกร็ดสูตรเสมอ บำรุงทุกอย่าง ต้น ดอก ผล ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยทวินเฟอร์ตี้, โพคอน, อัลตราโซน
13-27-27 ปุ๋ยเกร็ดมีฟอสฟอรัส และโปรแตสเซียมสูง เร่งดอก และผลรสชาดดี ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยทวินเฟอร์ตี้

โดย วัฒน์plantname@hotmail.com [9 ธ.ค. 2551 , 10:43:15 น.] ( IP = 202.28.169.166 : : 10.8.101.230 )

ข้อความ 9

ความหมายของชื่อปุ๋ยและชื่อการค้าของปุ๋ยแต่ละชนิดและฮอร๋โมนพืชที่ใช้กับต้นไม้ทั่วไป
1.ปุ๋ยอินทรีย์
ปุ๋ยคอก มูลวัวแห้ง ใส่เพื่อบำรุงดิน มีธาตุอาหารพอสมควร เช่น ปุ๋ยดวงตะวันเพชร, ทองดี, น้องใหม่
ปุ๋ยมูลไก่ มูลไก่แห้งอัดเม็ด ใส่เพื่อบำรุงดิน มีธาตุอาหารพอสมควร เช่น ปุ๋ยมูลไก่ เค.ยู, ปุ๋ยตรากรีนช้อยซ์
ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยทำจากวัสดุธรรมชาติ ใส่เพื่อบำรุงดิน มีธาตุอาหารพอสมควร เช่น ปุ๋ยหมอดิน, ปุ๋ยตราวัวอินทรีย์, ปุ๋ยดวงตะวันเพชร, ปุ๋ยไบโอฟอสก้า
จุลินทรีย์ เป็นเชื้อจุลินทรีย์ ย่อยสลายปุ๋ย และอินทรีย์สาร ให้เป็นประโยชน์แก่พืช และทำลายเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคพืช เช่น หัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติ, ไบโอคิง, ดวงตะวันเพชร
กากน้ำตาล อาหารเริ่มต้นของเชื้อจุลินทรีย์ ใช้หมักจุลินทรีย์ให้เพิ่มจำนวนมาก

2.ฮอร์โมนพืช ธาตุ อาหารเสริม วิตามิน
ฮอร์โมนเร่งดอก ฮอร์โมนเร่งดอก ขั้วเหนียว ทำให้ออกดอกและขั้วเหนียว เช่น ฟ้าลั่น, เนฟทอล, แพลนโนฟิกซ์, มาลีน่า
ฮอร์โมนช่วยแตกตาข้าง ฮอร์โมนช่วยแตกตาข้าง เป็นได้ทั้งตาดอก และตากิ่ง เช่น ซีทราน, มอลต้า 200 จี
ฮอร์โมนเร่งราก ช่วยทำให้เกิดราก ในการตอน และปักชำ ล้อมไม้ เช่น ซุปเปอร์ B 1, แอบเบิ้ล รูสโกร-ฮอร์โมน, เซราดิกซ์, รูเบิล, เอ็กโซติก
ฮอร์โมนยืดกิ่ง ฮอร์โมนยืดกิ่ง ยืดช่อ เพื่อให้ติดดอกได้ดีขึ้น เช่น จิบโซติก, จิบนันโตะ
ฮอร์โมนทำให้ต้นเตี้ย ช่อสั้น ฮอร์โมนทำให้ต้นเตี้ย ช่อสั้น เพื่อให้เกิดความสวยงาม เช่น คอร์สัน
ธาตุอาหารเสริม เป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการ เพียงเล็กน้อย แต่ขาดไม่ได้ หรือมีไม่มากพอก็จะทำให้พืชไม่แข็งแรง ไม่ออกดอก ผลร่วง สังกะสี มีความต้องการมากในช่วงออกดอกและสร้างผลเช่น ซิงค์เพาเวอร์, ไบโอซิงค์ โบรอน ช่วยทำให้ดอกสมบูรณ์ ติดผลดี เช่น แคบโบรอน, โบร่า, ไฮโปส แคลเซียม เนื้อเยื่อแข็งแรง เพิ่มการติดผล เช่น ยูนิเลท, ฮอท 100, คีเลท เหล็ก ช่วยสร้างสี และขยายผลได้ดี เช่น ยูนิเลต, ฮอด 100, คีเลท-191 แม็กนีเซียม ส่วนประกอบของคลอโรฟิลด์ สะสมอาหารดี เช่น ยูนิเลท, ฮอท 100กำมะถัน ช่วยให้เกิดกิจกรรมภายในขบวนการเจริญเติบโต เช่น ยูนิเลท, ฮอท 100, คีเลท
ฮอร์โมน ทำให้ผลสุก ฮอร์โมน ทำให้ผลสุก คือ สารเอธีฟอน (ETHEPHON) เช่น ไรด์
ฮอร์โมนควบคุมการเจริญเติบโต ออกดอกนอกฤดู ฮอร์โมนควบคุมการเจริญเติบโต ออกดอกนอกฤดู ใช้ในมะม่วง, ทุเรียน เช่น พรีดิก, พาโคลเมท, คัลทาร์

โดย วัฒน์plantname@hotmail.com [9 ธ.ค. 2551 , 10:49:28 น.] ( IP = 202.28.169.166 : : 10.8.101.230 )

ข้อความ 10

สารกำกำจัด แมลง, หอย, หนู
ยาฆ่าหนอน เพลี้ย ชนิดดูดซึม ยาฆ่าหนอน เพลี้ย ชนิดดูดซึม สามารถกำจัดหนอน, เพลี้ยได้ แล้วยังป้องกันได้ยาวนานขึ้น เช่น เบสทริล, แอมแรม, แลนเนท
ยาฆ่าหนอน เพลี้ย ชนิดไม่ดูดซึม ยาฆ่าหนอน เพลี้ย ชนิดไม่ดูดซึม สามารถกำจัดหนอน เพลี้ยได้ โดยพ่นถูกตัวแมลง เช่น S-85, มาลาไทออน, โพลิดอล
ยาฆ่าหนอน เพลี้ย แบบเฉียบพลัน ยาฆ่าหนอน เพลี้ย แบบเฉียบพลัน สามารถน๊อคแมลงได้ทันที แต่มีความปลอดภัยต่อคนสูง เช่น อินคาไซค์, คาราเต้, ไซเรน, เดวิส
ยาฆ่าเพลี้ย เป็นยาฆ่าเพลี้ย โดยเฉพาะแมลงปากดูด เช่น พอสซ์, ซาบาเม็ก, ไดโควิน, แอสเซ้นท์
ยาฆ่าไร เป็นยาฆ่าไร พวกแมงแปดขา โดยเฉพาะ เช่น โอไมท์, อิลิกอน
ยาฆ่ามด ปลวก ด้วง เป็นยาฆ่าแมลงปีกแข็งโดยเฉพาะ แต่มีพิษตกค้างนาน เช่น บาซูดิน, เชลล์ไดรท์, S-85, เอ๊าท์ไซด์
สมุนไพรป้องกัน และกำจัดแมลงศัตรูพืช เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง เช่น สะเดาไทย 111 (น้ำ), 222 (เม็ด), 444 (บด), ซาพาเม็ก
ยาฆ่าหอยในน้ำ ยาฆ่าหอยในน้ำทุกชนิด ซึ่งเป็นศัตรู และจะดูดน้ำเลี้ยงของต้นพืช เช่น แองโกลสลัก, เดอแฮม, ไบลูไซด์
สารกำจัดหนู สารกำจัดหนู ซึ่งเป็นศัตรูกัดกินต้นพืช เช่น สะตอม, บัซซาร์ด, สะตั้น

สารปราบเชื้อรา
ยาฆ่าเชื้อราชนิดดูดซึม ยาฆ่าเชื้อราชนิดดูดซึม สามารถรักษา และป้องกันได้ ได้แ ก่โรคแอนแทร็คโนสใบไหม้ ใบจุด ใบเหลือง เช่น ซี.บี, เบนเลท, โปรเทน-45, เบ็นทอกซ์, ลูบี้
ยาฆ่าเชื้อราผิวสัมผัส ยาฆ่าเชื้อราผิวสัมผัส สามารถใช้ป้องกันได้ดี ได้แก่โรคใบจุดดำ เช่น ซุปเปอร์ไมโครเอ็กซ์, คูปร๊อกส์ - สีฟ้า, ออโธ่ไซด์, กำมะถันทอง, แคงเกอร์เอ็กซ์, แอนตี้ฟังซ์จัย
ยาฆ่าเชื้อราโรครากเน่าโคนเน่า ยาฆ่าเชื้อราโรครากเน่าโคนเน่า เช่น อาลีเอท, เมทาซิน, ฟอสฟอรัสแอซิค, ไบโอเน็ท, ซุปเปอร์ไมโครเอ็กซ์, เมตาแล็กซิล, โฟลิ – อาร์ฟอส-400, แอนตี้ฟังซ์จัย

สารปราบวัชพืช
ยาฆ่าหญ้าชนิดดูดซึม ยาฆ่าหญ้าชนิดดูดซึม สามารถเข้าทางใบ เพื่อทำลาย เหง้า หัว ใต้ดิน จะค่อย ๆ ตายภายใน 10-14 วัน เหมาะกับหญ้าใบแคบ เช่น ซีรี่ย์, ราวด์อั้พ, สปาร์ค, ทอร์ดอน (ฆ่าตอไม้)
ยาฆ่าหญ้าชนิดไม่ดูดซึม ยาฆ่าหญ้าชนิดไม่ดูดซึม สามารถทำลายทันที ฉีดวันนี้ พรุ่งนี้แห้ง เหมาะกับหญ้าใบกว้าง เช่น กรัมม็อกโซน, เอชโซนัด 85
ยาคุมหญ้า ยาคุมหญ้า สามารถใช้ฉีดพ่น เพื่อควบคุมเมล็ดหญ้า ไม่ให้งอกได้ เช่น ซินลิค-พรี 80, ดาราพอน, อาทาซิน

สำหรับข้อมูลต่างๆเหล่านี้คงมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ได้นำความรู้ตรงนี้ไปใช้ในการดูแลรักษาต้นไม้ในบ้านของเรานะครับ

โดย วัฒน์plantname@hotmail.com [9 ธ.ค. 2551 , 10:52:25 น.] ( IP = 202.28.169.166 : : 10.8.101.230 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

| หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | เว็บบอร์ด | สินค้าของเรา| บริการของเรา | สารบัญเว็บไซต์ไทย | ข้อเสนอแนะ | ติดต่อโฆษณา| ทีมงานและที่ปรึกษา |

Copyright © by maipradabonline.com All rights reserved .
สงวนสิทธิ์ในภาพและข้อความ ตามกฏหมาย การนำข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ กรุณาขออนุญาตก่อน
โทร :(01)8469556 E-mail :webmaster@maipradabonline.com
ข้อตกลงการใช้บริการ  นโยบายสิทธิส่วนบุคคล