สมัครสมาชิก | สิทธิประโยชน์สมาชิก | ติดต่อโฆษณา | สินค้าโปรโมชั่น หนังสือไม้ประดับ | รับออกแบบและจัดสวนตัวอย่างลูกค้าของเรา |


Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code


สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


รบกวนคุณวัฒน์ครับ




ต้นเฟิร์นแววปีกแมลงทับ แตกยอดอ่อนแล้วโคนยอดอ่อนเน่าและหลุดออก ผมไม่ทราบสาเหตุครับ และเสียดายมากครับที่ยังไม่เท่าไรก็มาเน่าเสียก่อน เมื่อก่อนไม่มีปัญหา(เลี้ยงมาเกือบปีแล้วครับ) รบกวนคุณวัฒน์ช่วยวิเคราะห์สาเหตุหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ

โดย M [25 ส.ค. 2551 , 08:43:01 น.] ( IP = 117.47.230.118 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้

ข้อความ 1

ถ้าให้วิเคราะห์สาเหตุอาการเน่าที่โคนยอดอ่อนของเจ้าต้นเฟินปีกแมลงทับ ขอจำแนกต้นเฟินสกุลนี้ที่พบและปลูกในเมืองไทยดังนี้ครับ
เฟินปีกแมลงทับ พบว่าอยู่ในสกุล Cyclopeltis มาจากคำว่า cyclos + peltatus (cyclos = circle, ring, disk, peltatus = pelate, a small shield) หมายถึง เยื่อหุ้มอินดูเซียเป็นแผ่นรูปก้านปิด
ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นเหง้าสั้น ตั้ง มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดไม่เป็นรูปก้นปิด (peltate) ก้านใบ มีเกล็ดปกคลุมตลอด ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบขนนก มีใบย่อยจำนวนมาก โคนใบย่อยเป็นข้อ ขอบใบกึ่งเรียบ เนื้อใบบาง ผิวเหมือนแผ่นหนัง ใบสดสีเขียวเข้ม เส้นใบอิสระแตกสาขาเป็นกิ่งคู่ อับสปอร์ เกิดที่ปลายเส้นใบฝั่งล่าง ปกติจัดเรียงตัวเป็น 2-3 แถวอยู่ข้างเส้นใบหลัก อินดูเซียรูปก้านปิด
เฟินในสกุลนี้ มีราว 6-8 ชนิด กระจายพันธุ์อยู่ใน อุษาคเนย์ จีนตอนใต้ แปซิฟิคตะสันตก ในอเมริกาใต้พบ 1 ชนิด ในไทยพบ 1 ชนิด

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [25 ส.ค. 2551 , 09:47:40 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.101.227 )

ข้อความ 2

ปีกแมลงทับ (ไทย) ชื่อทางการค้า
Cyclopetis crenata ( F'ee) C. Chr.
เฟินชนิดนี้ เป็นเฟินดินขนาดเล็ก-กลาง ทรงพุ่มกลม ใบออกเวียนรอบ ในธรรมชาติมักพบอยู่บริเวณที่ชุ่มชื้น ในป่าดิบชื้นตลอดปี
ชื่อชนิด crenata มาจากคำว่า crena +atus, คำว่า crena แปลว่า notch
ลักษณะต้น ลำต้นเป็นเหง้าสั้นตั้ง มีเกล็ดปกคลุมแน่น เกล็ดมีลักษณะ บาง ขนาด 30:1.2 มม. สีน้ำตาลเข้ม ขอบหยักเป็นซี่ฟัน ก้านใบ ยาวราว 25 ซม. มีเกล็ดปกคลุมแน่นที่โคน ส่วนบนมีเกล็ดประปราย เกล็ดสีฟางอ่อน
ใบ รูปขอบขนานแกมรูปหอกอย่างกว้าง ขนาด 60:25 ซม. ค่อยๆ สอบแคบลงสู่โคนและปลาย
แกนหลักกลางใบ มีหุ้มแนบด้วยขนยาว ผิวด้านบนเป็นร่อง ใบย่อยด้านข้าง มีใบย่อยจำนวนมาก อาจมากกว่า 30 คู่ ตัวใบย่อย ไม่มีก้าน เชื่อมติดกับแกนหลักกลางใบ ใบย่อยรูปหอก ปลายเป็นติ่งหางยาว โคนใบรูปลิ่มกว้างหรือรูปหัวใจ โคนใบฝั่งล่างทับอยู่บนแกนหลัก และโคนใบฝั่งบนอยู่ใต้แกนหลัก ใบย่อยช่วงกลาง มีขนาดใหญ่สุด 13 : 1.8 ซม. ใบย่อยที่ปลายสุด มีขนาดใหญ่กว่าใบย่อยถัดลงมา กว้าง 2 ซม. ใบย่อยขอบกึ่งเรียบ หรือเป็นคลื่น ใบเหมือนแผ่นหนัง ผิวเกลี้ยง เส้นกลางใบนูนขึ้นทั้ง 2 ด้าน มีขนประปราย เส้นใบอิสระ แตกกิ่งสาขาช่วงโคนใบ ใบที่สร้างสปอร์ผอมรียวกว่าใบปกติ
อับสปอร์ เกิดที่ปลายเส้นใบ ปกติจัดเรียงตัวเป็น 2-3 แถว อยู่ข้างเส้นกลางใบ เยื่ออินดูเซียขอบเรียบ รูปก้นปิด หลุดร่วงง่าย
เฟินปีกแมลงทับ (ไทย) กระจายพันธุ์ตั้งแต่ พม่า จีนตอนใต้ อุษาคเนย์ ลงไปถึงมาเลเซียฝั่งตะวันตก
ในบ้านเรามีพบที่ แม่ฮ่องสอน นครนายก จันทบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ สตูล ยะลา


โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [25 ส.ค. 2551 , 09:56:33 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.101.227 )

ข้อความ 3

รบกวนคุณวัฒน์บอกสาเหตุและวิธีการรักษาอีกรอบนะครับ ขอบคุณมากครับ

โดย M [25 ส.ค. 2551 , 09:57:06 น.] ( IP = 117.47.230.118 : : )

ข้อความ 4

อ่อ....มาแล้ว ขอบคุณมากๆครับสำหรับคำแนะนำดีๆครับ

โดย M [25 ส.ค. 2551 , 09:58:11 น.] ( IP = 117.47.230.118 : : )

ข้อความ 5

เฟินปีกแมลงทับ (ฟิลิปปินส์) **ชื่อทางการค้า
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cyclopeltis presliana (J. Sm.) Berkeley
เฟินปีกแมลงทับ สายพันธุ์นี้ นำเข้ามา ปลูกและขยายพันธุ์ในบ้านเรา จนเป็นที่นิยมแพร่หลาย เนื่องจากปลูกเลี้ยงง่าย โตเร็ว ขยายพันธุ์เร็ว และใบเขียวเข้มเป็นเงามัน ใกล้เคียงกับสีของปีกแมลงทับ
ชนิดนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับ เฟินปีกแมลงทับ (ไทย) ที่พบในธรรมชาติบ้านเรา
ลักษณะทั่วไป เหง้าสั้น ตั้ง มีเกล็ดปกคลุมแน่นที่ยอดเหง้า
ก้านใบ ยาวราว 20 ซม. สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ มีเกล็ดปกคลุมแน่นที่โคน ส่วนบนมีเกล็ดประปราย เกล็ดที่ก้าน สีฟางอ่อน รูปแคบยาว ปลายเป็นหางยาว ขอบเรียบ ขนาด 10 : 0.5 มม. คดโค้งแนบติดกับผิวก้าน ใบ รูปขอบขนานแกมรูปหอกอย่างแคบ ขนาด 80:25 ซม. ค่อยๆ สอบแคบลงสู่โคนและปลายใบ
แกนหลักกลางใบ ผิวก้านขรุขระ มีหุ้มแนบด้วยขนยาว กระจายประปราย สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ผิวด้านบนเป็นร่องตื้นๆ ที่ขอบของร่องเป็นสันมน
ใบย่อยด้านข้าง 2 ข้างอยู่เยื้องกัน มีใบย่อยจำนวนมาก อาจมากกว่า 40 คู่ ขึ้นกับขนาดของใบ และอายุต้น ตัวใบย่อย ไม่มีก้าน โคนเชื่อมติดกับแกนหลักกลางใบ ใบย่อย แผ่กางออก รูปหอกอย่างแคบ ปลายสอบเรียวแหลม โค้งเคียวขึ้นไปทางปลายใบ ส่วนโคนใบรูปหัวใจ โคนใบฝั่งล่างเกยทับอยู่บนแกนหลัก และโคนใบฝั่งบนอยู่ใต้แกนหลัก เส้นกลางใบนูนขึ้นทั้งสองด้าน ด้านใต้มีขนประปราย สีฟางอ่อน ขอบใบกึ่งเรียบหรือเป็นคลื่น เนื้อใบหนา ผิวหน้าเกือบเกลี้ยง สีเขียวเข้ม เป็นเงามันเหมือนแผ่นหนัง ด้านล่างสีเขียวอ่อนและด้าน เส้นใบอิสระ แตกแขนง ปลายเส้นใบจรด หรือเกือบจรดถึงริมขอบใบ พอมองเห็นได้บ้าง ใบย่อยช่วงกลาง มีขนาดใหญ่สุด 8 : 2.0 ซม. ใบย่อยที่ปลายสุด ขนาดเล็กสุด รูปหอกปลายแหลม โคนไม่เป็นรูปหัวใจแบบใบย่อยส่วนล่าง คือ โคนด้านขวาแฉกลึกเกือบถึงแกน ส่วนแฉกรูปหอก ปลายมน-แหลมโคนด้านซ้ายตัดตรง หรือลดขนาด ใบย่อยด้านล่างใกล้โคน หลายคู่ เป็นรูปหอกฐานกว้าง ปลายมนถึงแหลม แผ่กางชี้ลงทางโคนใบ
ใบอ่อนใหม่ มีสีม่วงอมน้ำตาลหรือดำ เมื่อใบโตเต็มที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มปีกแมลงทับ ใบที่สร้างสปอร์รูปร่างไม่แตกต่างกับใบปกติที่ไม่สร้างสปอร์
อับสปอร์ เกิดที่ปลายเส้นใบ ปกติจัดเรียงตัวเป็น 2 แถว อยู่ข้างเส้นกลางใบ เยื่ออินดูเซียขอบเรียบ กลม รูปก้นปิด หลุดร่วงง่ายเมื่อสปอร์แก่
เฟินชนิดนี้ ปลูกเลี้ยงดูแลง่ายและโตเร็ว เครื่องปลูกระบายน้ำดี ชอบความชื้นในอากาศสูง
อยู่ร่มถึงแสงรำไร

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [25 ส.ค. 2551 , 09:59:56 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.101.227 )

ข้อความ 6

เฟินแววแมลงทับ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Microsorum thailandicum
พบกระจายพันธุ์ในป่าดงดิบทางภาคใต้ และภาคตะวันออกของไทย
เฟินชนิดนี้ ในธรรมชาติเป็นเฟินเกาะอาศัย อยู่ตามหน้าผาหินปูน และขึ้นรวมกับมอส ต้องการแสงสว่างมาก แต่ไม่ถึงกับโดนแสงแดดจัดจ้าโดยตรง
เฟินเกาะอาศัยอยู่ตามหน้าผาหิน ระบบรากต้องการอากาศถ่ายเท หรือรากสัมผัสอากาศ สูงมากกว่าเฟินประเภทอื่นๆ การนำมาปลูกเลี้ยง จำเป็นต้องปลูกด้วยเครื่องปลูกที่โปร่ง ไม่อับแน่นและไม่ขังน้ำ
ดังนั้น การปลูกเฟินแววแมลงทับ ควรใช้เครื่องปลูกที่โปร่งมาก เก็บแต่ความชื้นเอาไว้ได้นาน และน้ำไม่ขังแฉะที่ระบบราก สามารถปลูกลงกระถางด้วยเครื่องปลูกจำพวกหิน เช่น หินภูเขาไฟ หรือจะปลูกติดตอไม้ก็สามารถทได้
เฟินแววแมลงทับปลูกติดตอไม้
จากตัวอย่างดังกล่าวข้างต้นนั้น เป็นเพียงตัวอย่างของบางกรณี สำหรับการปลูกเฟินให้เหมาะสม กับประเภทของเฟิน เพื่อที่จะบอกให้คุณรู้ว่า เฟินแต่ละชนิดที่เราจะนำมาปลูกเลี้ยงนั้น เราควรต้องทราบให้ได้ว่า เฟินชนิดนั้นเป็นเฟินประเภทใด ต้องการสิ่งแวดล้อมแบบใด แล้วเราจึงจะทราบวิธีปลูกเฟินนั้นให้ตรงหรือใกล้เคีงกับความต้องการชองเฟินนั้นให้มากที่สุด
เราจะทราบได้อย่างไรว่า เฟินที่เราได้มานั้น เป็นเฟินประเภทใด
ควรใช้เครื่องปลูกแบบไหน ต้องการแสงและความชื้นมากน้อยเพียงใด
วิธีการค้นหาคำตอบเรื่องนี้ นอกจากจะสืบค้นข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในหนังสือที่เกี่ยวข้อง จากอินเตอร์เนต สอบถามจากผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์
อีกวิธีหนึ่งที่ขอแนะนำ คือการได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติอันแท้จริง ในถิ่นที่อยู่อาศัยของเฟิน ไม่ว่าจะเป็นในชนบท หรือในป่าเขตอุทยานแห่งชาติ ที่มีความชุ่มชื้น ซึ่งมีอยู่มากมายหลายแห่งในบ้านเรา จะทำให้เราได้เห็นสภาพแวดล้อมที่เฟินนั้นอยู่เป็นอย่างไร

การปลูกเฟินแววแมลงทับ เครื่องปลูกของเฟินชนิดนี้ใช้ดินปลูกธรรมดาที่ขายกันอยูทั่วไปนี่แหละครับเลือกเอาที่ใบก้ามปูมาก ๆ หน่อย จากนั้นใช้อิฐมอญทุบให้ค่อนข้างละเอียดแล้วผสมคลุกเคล้ากันในอัตราส่วน 1:1 แล้วก่อนนำเฟินปลูกลงไป ระวังอย่าให้เหง้าจมดิน ใช้ลวดยึดเหง้าไว้ให้ดีกันโยกเยก เมื่อเห็นว่ารากเดินดีแล้วก็เอาลวดที่ยึดออก

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [25 ส.ค. 2551 , 10:08:42 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.101.227 )

ข้อความ 7

ความแตกต่างระหว่าง เฟิน แววแมลงทับ กับปีกแมลงทับ
เฟินแววแมลงทับ เป็นเฟินที่อยู่ในวงศ์ polypodiadeae ส่วนเฟินปีกแมลงทับนั้นอยู่ในวงศ์ dropteridaceae
เฟินแววแมลงทับเป็นเฟินอิงอาศัยลักษณะใบจะมัสีเขียวเหลือบน้ำเงินสวยงามมาก แต่ตัองปลูกเลื้ยงไว้ในแสงรำไร
ส่วนต้นเฟินปีกแมลงทับเป็นเฟินดิน พบได้ในป่าดงดิบใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบของเฟินสองชนืดนี้ไม่เหมือนกันครับ

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [25 ส.ค. 2551 , 10:11:39 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.101.227 )

ข้อความ 8

ขอบคุณอีกรอบครับผม...

โดย M [25 ส.ค. 2551 , 10:16:50 น.] ( IP = 117.47.230.118 : : )

ข้อความ 9

ส่วนสาเหตุอาการยอดเน่า อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
1.ต้นฟินได้รับแสงแดดจัดและยอดไหม้ ทำให้ยอดเน่าตาย
2.ต้นเฟินได้รับแรงน้ำฝนตกกระทบที่ยอดมากเกินไปทำให้ยอดช้ำ และเน่า
3.เกดจากแมลงหรือสัตว์มากัดยอด ทำให้ยอดเน่าตาย
4. อาจจะได้รับปุ๋ยไนโตรเจน(N) หรือปุ๋ยอื่นๆ ที่มีความเข็มข้นมากเกินไป จึงทำให้ยอดเน่าได้
5. หรือเกิดเชื้อราราเข้าทำลายในช่วงหน้าฝน ที่มีปริมาณความชื้นในอากาศสูง
6.หรือจากเชื้อแบคทีเรียเข้าทำลายที่ยอดหรือโคนต้นทำให้เน่า ถ้าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย จะมีกลิ่นเหม็นเน่า
ก็ลองพิจารณาดูครับว่า สาเหตุการเน่า นั้นตรงหรือมาจากสาเหตุใดที่ผมได้กล่าวมาครับ

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [25 ส.ค. 2551 , 10:17:45 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.101.227 )

ข้อความ 10

ขอบคุณครับ คุณวัฒน์..

โดย M [25 ส.ค. 2551 , 10:27:37 น.] ( IP = 117.47.230.118 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

| หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | เว็บบอร์ด | สินค้าของเรา| บริการของเรา | สารบัญเว็บไซต์ไทย | ข้อเสนอแนะ | ติดต่อโฆษณา| ทีมงานและที่ปรึกษา |

Copyright © by maipradabonline.com All rights reserved .
สงวนสิทธิ์ในภาพและข้อความ ตามกฏหมาย การนำข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ กรุณาขออนุญาตก่อน
โทร :(01)8469556 E-mail :webmaster@maipradabonline.com
ข้อตกลงการใช้บริการ  นโยบายสิทธิส่วนบุคคล