สมัครสมาชิก | สิทธิประโยชน์สมาชิก | ติดต่อโฆษณา | สินค้าโปรโมชั่น หนังสือไม้ประดับ | รับออกแบบและจัดสวนตัวอย่างลูกค้าของเรา |


Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


ข้อแตกต่างระหว่าง ต้นพุทธรักษา, ต้นธรรมรักษา(เฮลิโคเนีย), กล้วยพัดและต้นเบิดร์ออฟพาราไดซ์




ข้อแตกต่างระหว่าง ต้นพุทธรักษา, ต้นธรรมรักษา(เฮลิโคเนีย), กล้วยพัดและต้นเบิดร์ออพาราไดซ์
มีคนจำนวนมากยังจำแนกชนิดของต้นไม้ทั้ง4ชนิดไม่ออก วันนี้ผมจะจำแนกให้ว่าต้นไม้ทั้ง4ชนิดนี้มีข้อแตกต่างและลักษณะพรรณไม้อย่างไร
1.ต้นพุทธรักษา
ชื่อสามัญ Canna, Indian shoot
ชื่อวิทยาศาสตร์ Canna indica L.
วงศ์ CANNACEAE
ถิ่นกำเนิด หมู่เกาะฮาวาย
ชื่ออื่นๆ บัวละวง(ลพบุรี) พุทธสร(เหนือ) ปล้ะย่ะ(กระเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ลักษณะโดยทั่วไป
พุทธรักษาเป็นพรรณไม้ล้มลุก เนื้ออ่อนอวบน้ำ ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร มีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่า เหง้า มีการเจริญเติบโตโดยแตกหน่อเป็นกอคล้ายกับกล้วย ลักษณะหน่อที่เจริญเป็นต้นเหนือพื้นดินนั้นมีลักษณะกลมแบนสีเขียวขนาดลำต้นโตประมาณ 2-4 เซนติเมตร ใบมีขนาดใหญ่สีเขียวโคนใบและปลายใบรีแหลม ขอบใบเรียบ กลางใบเป็นเส้นนูนเห็นได้ชัดโคนใบมีก้านใบซึ้งยาวเป็นกาบใบหุ้มลำต้นซ้อนสลับกัน ขนาดใบกว้างประมาณ 10-15 เซนติเมตร ยาวประมาณ 25-35 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อตรงส่วนยอดของลำต้น ช่อดอกยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร ประกอบด้วยดอก 8-10 ดอก และมีกลีบดอกบางนิ่ม ขนาดของดอกและสีสรรแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์
การดูแลรักษา
แสง ชอบแสงรำไร หรือแสงแดดจัดกลางแจ้ง
น้ำ ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 3-5 วัน/ ครั้ง
ดิน เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย
ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/กอ ปีละประมาณ 4-6 ครั้ง
การขยายพันธ์ นิยมขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ เพาะเมล็ด
โรค ไม่ค่อยมีโรคที่เป็นปัญหา
แมลง พวกเพลี้ยแป้งและเพลี้ยหอย ซึ่งจะพบมากในหน้าร้อน อาการ ถูกดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ยอดอ่อนและใบแห้ง สีน้ำตาล และแห้งเหี่ยวในที่สุด
การป้องกัน ฉีดพ่นด้วย มาลาไธออนหรือไดอาซินอนถ้าหากกอมีขนาดใหญ่และทึบอาจใช้ยาดูดซึม จำพวกไซกอนละลายน้ำรด ตามอัตราที่ระบุไว้ในฉลากก็ได้
การปลูก
การปลูกมี 2 วิธี
1. การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน ถ้าปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่ควรใช้แปลงปลูกขนาด 2 x 10 เมตร
โดยการยกร่องคล้ายแปลงปลูกผัก การเตรียมดินใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/แปลง ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 x30 แต่ถ้าปลูกเพื่อประดับบ้าน คนไทยโบราณนิยมปลูกไว้เป็นแนวรั้วบ้านหรือปลูกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ในพื้นที่ที่จำกัด ขนาดหลุม ปลูก 30 x 30 x 30 ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 1 ผสมดินปลูก
2. การปลูกในกระถางเพื่อประดับอาคารบ้านเรือน ส่วนใหญ่ใช้เป็นดอกประดับภายนอก ควรใช้กระถางทรงสูง ขนาด 10-16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก:แกลบผุ:ดินร่วนอัตรา1:1:1ผสมดินปลูกและควรเปลี่ยนกระถาง12ครั้งต่อปีเพราะการขยายตัวของหน่อแน่นเกินไป และเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ แทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป
พรรณไม้
(ในรูปต้นพุทธรักษา)

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [4 เม.ย. 2550 , 14:08:58 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.2.12 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ] [ 2 ]

ข้อความ 1

พุทธรักษาในความเชื่อว่าเป็นไม้สิริมงคลมงคล
พุทธรักษานั้น เป็นไม้ล้มลุก ที่มีชื่อเป็นสิริมงคลมาก ดังนั้นตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว ชายไทยจึงนิยมปลูกพุทธรักษาเอาไว้ในบ้าน
ชื่อของพรรณไม้ชนิดนี้นั้น มีความหมายที่ดีมาก เพราะหมายความถึง การมีพระพุทธเจ้าคอยคุ้มครองรักษาให้อยู่เย็นเป็นสุข
ดังนั้น จึงเกิดความเชื่อที่ว่า หากครอบครัวใดปลูกต้นพุทธรักษาเอาไว้แล้วล่ะก็ ครอบครัวนั้นจะมีแต่ความสุขความสงบโดยที่ไม่มีเรื่องราวร้ายๆ เข้ามากล้ำกราย ให้สมาชิกในบ้านได้รับความเดือดร้อนได้เลย
ต้นพุทธรักษานั้น จะช่วยปกป้องคุ้มครอง มิให้มีภยันอันตรายให้กับสมาชิกทุกคนภายในบ้าน รวมทั้งคอยปกป้องดูแลบ้านเรือน ให้ร่มเย็นปลอดภัย โดยที่ไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ ขึ้น
เคล็ดปฏิบัติ
การปลูกต้นพุทธรักษานั้น สมาชิกภายในบ้านสามารถปลูกได้หมด หรืออาจจะช่วยกันปลูกคนละไม้คนละมือก็ได้เช่นกัน และยังจะช่วยให้สัมพันธภาพในครอบครัวแน่นแฟ้นขึ้นด้วย
ควรปลูกต้นพุทธรักษาเอาไว้ทางทิศตะวันตก ต้นพุทธรักษา จะได้คอยปกป้องคุ้มครองครอบครัวให้แคล้วคลาดจากเรื่องร้าย
วันพุธเป็นวันที่เหมาะสำหรับการปลูกต้นไม้ชนิดนี้มากที่สุด เพราะคนโบราณเชื่อว่า หากต้องการปลูกต้นไม้ เพื่อยึดเอามงคล จากความสวยงามของดอกไม้ ก็ควรจะปลุกวันพุธ เพื่อที่ต้นไม้นั้น จะได้ออกดอกบานสะพรั่งอยู่เสมอ และเป็นสิริมงคลเสริมส่งดวงชะตาให้รุ่งโรจน์
การขยายพันธุ์: โดยการเพาะเมล็ด หรือใช้เหง้าปลูก
ประโยชน์:
เหง้า แก้โรคตับอักเสบ บิด ตกขาว ประจำเดือนไม่ปกติ ไอ วัณโรค ดอก ใช้ห้ามเลือด รักษาแผลมีหนองเมล็ดบดพอกแก้ปวดศีรษะ ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ
ความสำคัญ: เป็นดอกไม้ประจำวันพ่อ เพราะตัวชื่ออันมงคลของคำว่า "พุทธรักษา" ซึ่งหมายถึงพระพุทธเจ้าทรงปกป้องคุ้มครองให้มีแต่ความสงบสุขร่มเย็น และสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของปวงชนชาวไทย

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [4 เม.ย. 2550 , 14:35:29 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.2.12 )

ข้อความ 2

ต้นธรรมรักษา/เฮลิโคเนีย/ก้ามกุ้ง
ชื่อสามัญ (Common name) Heliconia
ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) Heliconia ssp.
ชื่อวงศ์ (Family) Heliconiaceae
ถิ่นกำเนิด (Native) เขตร้อนของทวีปอเมริกา
และหมู่เกาะในแถบทะเลแคริบเบียน ปัจจุบันพบมีประมาณ 200-250 ชนิด ทั่วโลก
ลักษณะพืช ธรรมรักษาเป็นพืชล้มลุกข้ามฤดูหรือหลายฤดูลักษณะอวบน้ำยืนต้น (Herbaceous Perenial) ลำต้นใต้ดินแบบเหง้า (Rhizome) คล้ายขิง ส่วนเหนือดินเรียกว่าลำต้นเทียม ซึ่งประกอบด้วย กาบใบเรียงซ้อนสลับกันคล้ายกาบกล้วย ใบมีลักษณะคล้ายใบกล้วย ลักษณะของกอแบ่งออก เป็น 2 ลักษณะคือ
1.กอแน่น กอลักษณะนี้ เหง้าจะมีข้อชิดกันทำให้หน่อใหม่เกิดชิดโคนต้นเดิมจึงทำให้กอมี ลักษณะแน่น
2.กอขยายกว้าง กอลักษณะนี้เหง้าจะมีข้อห่างกันทำให้หน่อเกิดใหม่เกิดห่างต้นเดิมกอขยายกว้าง อย่างรวดเร็ว
ดอก เป็นแบบช่อดอกจะเกิดขึ้นที่กลางลำต้นเทียม ช่อดอกประกอบด้วย ก้านช่อดอก (Peduncle) ก้านต่อระหว่าง ใบประดับ (Rachis) ใบประดับ (Bract) ซึ่งรองรับดอกอยู่ เรียงสลับกันเหมือนรูปเรือ ใบประดับ อาจอยู่ในระนาบเดียวกันหรือต่อกันก็ได้แล้วแต่พันธุ์ ใบประดับมีหลายสี (แดง, ชมพู, เหลือง, และแสด) ภายในกลีบประดับจะมีดอกคล้ายดอกกล้วยเล็ก ๆ เรียงกันอยู่แถวเดียว ดอกนี้เรียกว่า ดอกจริง ซึ่งเป็นดอกสมบูรณ์เพศ แต่ละดอกมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ และกลีบดอก 3 กลีบ ทั้งหมดนี้ จะหลอมติดกันเป็นหลอดภายในมีเกสรตัวผู้ 6 อัน ซึ่งจะเจริญเพียง 5 อัน อีก 1 อันเป็นหมัน รังไข่ อยู่ใต้กลีบเลี้ยงและกลีบดอก ภายในมี 3 ช่องเป็นผลนุ่ม เมล็ดคล้ายเมล็ดกล้วย แข็ง ผลสุกมีสี น้ำเงิน ถ้าเป็นชนิดที่มาจากทวีปอเมริกา และมีสีแดงถ้ามาจากหมู่เกาะแปซิฟิก

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [4 เม.ย. 2550 , 15:34:11 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.2.12 )

ข้อความ 3

ชนิดและพันธุ์ธรรมรักษา
ธรรมรักษา ถ้าแบ่งตามลักษณะของช่อดอก จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือช่อตั้งและช่อห้อย ช่อตั้งมักเรียกว่า ก้ามกุ้ง, ส่วนช่อห้อยเรียกว่า ก้ามกั้ง
ธรรมรักษาพวกช่อตั้ง (Upright)
1. พวก ซิตาคอรัม (H. psittacorum) เป็นธรรมรักษาชนิดเล็กที่มีความสูง 0.6-2 ม. ขยายกอ เป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ช่อดอกตั้งมีลักษณะคล้ายปักษาสวรรค์จึงมีการเรียกชื่อผิดบ้าง ออกดอก ตลอดปี พวกซิตาคอรัมนี้มีหลายพันธุ์ เช่น แซสซี (Sassy-สีชมพู), เลดี้ได (Lady Di-สีแดงเข้ม), แอนโดรมีดา (Andromeda-สีส้มแดง), ฟูเซีย (Fuchsia-สีแดงม่วง), พาราคีท (Parakeet-โคนใบ ประดับสีเหลืองครีม ปลายสีแดงหรือชมพู) และลูกผสมของซิตาคอรัม เช่น โกลเดนทอร์ช (Golden Torch-สีเหลือง) ซึ่งนิยมปลูกตัดดอกขายในปัจจุบันเพราะมีกลีบดอกหนา และสีสดใส
2. พวก สตริกตา (H. stricta) หรือก้ามกุ้งเล็กเป็นธรรมรักษาเล็กอีกชนิดหนึ่งความสูง 0.5-2.5 ม. ช่อดอกตั้งมีลักษณะคล้ายก้ามกุ้ง ใบประดับแบน ออกดอกตลอดปี พันธุ์ต่าง ๆ เช่น จาไมกันแคระ (Dwarf Jamaican-สีแดงหรือชมพู), บักกี้ (Bucky-สีแดง)
3. พวก แองกุสตา (H. angusta) เป็นธรรมรักษาขนาดเล็ก ความสูง 0.6-2 ม. ช่อดอกตั้ง ดอกมีสี สันสดใส และมักจะออกดอกในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ เช่นพันธุ์ ฮอลิเดย์ (Holiday- สีแดง), คริสต์มาสสีส้ม (Orange X’mas-สีส้ม), และคริสต์มาสสีเหลือง (Yellow X’mas-สีเหลือง)
4. พวก บอเจียนา (H. bougaeana) เป็นธรรมรักษาขนาดใหญ่ ความสูง 2-4 ม. ช่อดอกตั้ง มีขนาด ใหญ่ใบประดับอ้วนกลม และมีสีแดงชมพูเป็นมันคล้ายผ้าซาติน
5. พวก บีไฮ (H. bihai) หรือก้ามกุ้งใหญ่ เป็นธรรมรักษาขนาดใหญ่ ความสูง 2-4 ม. ช่อดอกตั้ง คล้ายก้ามกุ้งเสียบไม้ ดอกอาจยาวได้ถึง 16 นิ้ว มีหลายสี บางชนิดออกดอกเป็นฤดูและบางชนิด ออกดอกตลอดปี เช่น พันธุ์คาเมฮาเมฮา (Kamehamaha-สีแดง ปากสีเหลือง), ลอบสเตอร์คลอว์ วัน (Lobster Claw I-สีแดง ปากมีแถบสีขาวใต้แถบสีเขียว), ลอบสเตอร์คลอว์ ทู (Lobster Claw II-สี ส้มแดง ปากมีแถบสีเหลือง), เยลโล่ว์ แดนเซอร์ (Yellow Dancer-สีเหลือง), ชอคโกแลต แดนเซอร์ (Chocolate Dancer-สีชอคโกแลต ปากมีแถบสีเหลืองใต้แถบสีเขียว)
6. พวก แคริเบีย (H. caribaea) เป็นธรรมรักษาขนาดใหญ่ ความสูง 3-4.5 ม. ช่อดอกตั้ง มีขนาดใหญ่และซ้อนกันแน่น ออกดอกตลอดปี เช่นพันธุ์ โกลด์ (Gold-สีเหลืองทอง), เพอพูเรีย (Purpurea-สีแดง), ครีม (Cream-สีเหลืองครีม)
7. พวก แวกเนอเรียนา (H. wagneriana) เป็นธรรมรักษาขนาดกลาง ความสูง 1.8-2 ม. ช่อดอกตั้ง คล้ายกับพวกบีไฮ แต่ใบประดับที่ยังไม่บานมีลักษณะซ้อนกันเหมือนก้างปลา ออกดอกเป็นฤดู เช่น พันธุ์เรนโบว์ (Rainbow-สีเหลืองแกมเขียว แก้มสีแดงหรือชมพู)
8. พวก อินดิกา (H. indica) หรือธรรมรักษาดอกเขียว ความสูง 2-5 ม. ใบประดับจะมีสีเขียว ส่วนใบจริงจะมีได้หลายสีตั้งแต่ เขียวเหลือง, เขียว ไปจนถึงเขียวออกแดง ธรรมรักษาชนิดนี้มักใช้ ใบประกอบการปักแจกัน หรือใช้ตกแต่งสวนเพื่อเพิ่มสีสัน

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [4 เม.ย. 2550 , 15:40:30 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.2.12 )

ข้อความ 4

ธรรมรักษาชนิดดอกห้อย (Pendent)
1. พวก รอสตราต้า (H. rostrata) หรือปากนกแก้ว เป็นธรรมรักษาขนาดกลาง ความสูง 1.5-2 ม. ช่อดอกห้อย ใบประดับมีสีแดง ตอนปลายสีเหลือง ลักษณะคล้ายปากนกแก้ว ออกดอกเป็นฤดู
2. พวก ชาร์เตซี (H. chartacea) เป็นธรรมรักษาขนาดกลาง ความสูง 1.8-2 ม. ช่อดอกห้อยพันธุ์ เซ็กซีพิงค์ (Sexy Pink-สีชมพู)
3. พวก เพนดูลา (H. pendula) เป็นธรรมรักษาขนาดกลาง ความสูง 1.5-2 ม. ช่อดอกห้อย พันธุ์ ไบรท์เรด (Bright Red-สีแดงสด ดอกสีขาว) ออกดอกตลอดปี
4. พวก คอลลินเซียนา (H. collinsiana) เป็นธรรมรักษาขนาดใหญ่ ความสูง 3.6-4.5 ม. ใบประดับสีแดงเข้ม และมักจะมีนวลสีขาวทั่วไป ออกดอกเป็นฤดู

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [4 เม.ย. 2550 , 15:47:36 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.2.12 )

ข้อความ 5

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ ธรรมรักษาเป็นไม้ดอกเขตร้อนชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น มีการปลูกและนำเข้ามา นานแล้ว ส่วนมากนิยมปลูกไว้ริมน้ำที่น้ำแฉะใช้สำหรับตัดดอกบูชาพระ ปัจจุบันธรรมรักษา ได้รับความนิยมมากขึ้น มีการนำพันธุ์ใหม่ ๆ เข้ามาจากต่างประเทศที่ช่อดอกมีสีสวย ดอกบานทน เพื่อตัดดอกเป็นการค้า เกษตรกรส่วนมากจะปลูกพันธุ์ดอกเล็กสำหรับตัดดอกเป็นการค้า พันธุ์ ดอกใหญ่ยังไม่มีปลูกตัดดอกเป็นการค้ามากนัก โดยมากจะปลูกกันในหมู่นักสะสมพันธุ์เนื่องจาก ต้นพันธุ์ราคาสูงและมีการเจริญเติบโตที่ช้ากว่า
ธรรมรักษาบางพันธุ์เหมาะสำหรับปลูกดูเล่นเป็นกอ ๆ หรือจัดสวนตกแต่งบริเวณ นอกจากจะปลูก สำหรับตัดดอกใช้ในประเทศแล้วยังมีการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2534 การส่งออก ดอกและต้นธรรมรักษามีมูลค่าถึง 115,489 บาท ประเทศรับซื้อคือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และซาอุดิอาระเบีย (จากด่านตรวจพืช) ในต่างประเทศมีการปลูกเป็นค้าที่ฮาวาย ฟลอริดาประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศในทวีปอเมริกาใต้ (คอสตาริกา จาไมกา ฮอนดูรัส เป็นต้น) เนื่องจากดอกธรรมรักษามีความสวยงามหลาย หลายขนาดและยังให้บรรยากาศของเมืองร้อน ในอนาคตจึงเชื่อว่าธรรมรักษาจะเป็นไม้ตัดดอกที่อยู่ในความนิยมอีกชนิดหนึ่ง
การปลูก ระยะปลูก ควรใช้ 1 x 1 เมตร ถึง 2 x 2 เมตร รดน้ำเช้าเย็นขณะเริ่มปลูกใหม่ ๆ และช่วงแรกควรอยู่ในร่มก่อนประมาณ 1 เดือน หากต้องปลูก ลงแปลงเลยในช่วงแรกควรพรางแสงด้วยซาแรน
การเตรียมดิน ธรรมรักษาสามารถปลูกได้ดีในดินที่เป็นกรด ไปจนถึงด่างเล็กน้อย (pH ประมาณ 5.4-6.2) ดินควรเป็นดินร่วนซุยมีอินทรีย์วัตถุสูงและระบายน้ำดี ควรใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยสูตร 15-15-15, 16-16-16 ซุปเปอร์ฟอสเฟต ครึ่งช้อนชา คลุกเคล้ากัน รองก้นหลุมก่อนปลูกด้วย
การดูแลรักษาและการใช้ประโยขน์
การดูแลรักษา
1. การให้น้ำ ธรรมรักษาเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำแฉะ วิธีการให้น้ำควรให้แบบกล้วยไม้คือใช้เรือเดิน ตามร่องแล้วฉีดพ่นมาบนแปลง ถ้าธรรมรักษาได้รับน้ำไม่เพียงพอจะมีผลต่อคุณภาพของดอกและ อายุการปักแจกัน
2. การใส่ปุ๋ย ธรรมรักษาตอบสนองต่อการให้น้ำ + ปุ๋ย N(ไนโตรเจน) ในช่วงแรก ของการเจริญเติบโตเราควรใส่ปุ๋ยคอก สลับกับปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร 16-16-16 เพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโต ทางด้านลำต้นรวมทั้งการแตกหน่อแตกกอด้วย n ช่วงการออกดอก จะใช้ปุ๋ยที่มีธาตุฟอสฟอรัสสูงเพื่อเร่งดอก เช่น 10-30-10 หรือ 13-13-21 และที่สำคัญควรให้ธาตุเหล็กเพิ่มด้วยเพื่อจะทำให้ใบเข้มและสีดอกสด
3. การตัดดอก หลังจากปลูกจนต้นสูงมีใบประมาณ 4-5 ใบก็จะให้ดอก หรืออายุของต้นประมาณ 1 ปี ธรรมรักษาสามารถทำเป็นไม้ตัดดอกได้ ทั้งดอกเล็กและดอกใหญ่ แต่พันธุ์ดอกเล็กปลูกเป็น ไม้ตัดดอกได้ดีสามารถใช้ประโยชน์ได้มาก ส่วนพันธุ์ดอกใหญ่จะให้ปริมาณดอกน้อยกว่า การตัด ดอกในบ้านเรานิยมตัดดอกเมื่อบานประมาณ ฝ -1/3 ดอกแล้ว ส่วนในต่างประเทศนิยมตัดเมื่อเห็น ใบประดับแรกผลิออกมา แต่ดอกยังไม่โผล่ ดอกธรรมรักษาหลังจากตัดดอกจะคงอยู่ในสภาพเดิม จะไม่บานอีกต่อไป
การตัดดอกประเภทดอกใหญ่จะตัดระดับดิน มักจะริดใบทิ้ง และตัดก้านใบ เหนือช่อดอกเล็กน้อย เพื่อป้องกันการบอบช้ำของใบประดับส่วนดอกเล็กให้ตัดใบและเหลือใบยอดไว้ 1-2 ใบ อายุการปักแจกันจะอยู่ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ แล้วแต่พันธุ์และการดูแลรักษา ดอกไม้นั้น
4. โรคแมลง และการป้องกันกำจัด
(1) โรคโคนเน่า และรากเน่าที่เกิดจากเชื้อรา จะเป็นมากในฤดูฝน ควรฉีดพ่นยากันราเดือนละครั้ง
(2) โรครากปม เกิดจากไส้เดือนฝอย จะทำให้ต้นเหี่ยวทั้งต้น, แคระแกรนไม่สมบูรณ์ เนื่องจาก ไส้เดือนฝอยไปอุดท่อน้ำ และท่ออาหาร ป้องกันกำจัดโดยใช้ยาพวกไวเดทแอลราดลงพื้นเป็นครั้ง คราวเดือนละ 1 ครั้ง
การใช้ประโยชน์
1. ไม้ตัดดอก
2. ไม้กระถาง
3. ตกแต่งสวน

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [5 เม.ย. 2550 , 08:48:33 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.8.2.12 )

ข้อความ 6

Heliconia stricta
'Iris Bannochie`

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [5 เม.ย. 2550 , 09:05:20 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.8.2.12 )

ข้อความ 7

Golden Torch (Heliconia psittacorum x Heliconia spathocircinata) Heliconia

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [5 เม.ย. 2550 , 09:58:37 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.2.12 )

ข้อความ 8

Heliconia mariae
'Beefsteak heliconia'

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [5 เม.ย. 2550 , 10:00:36 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.2.12 )

ข้อความ 9

Heliconia rostrata

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [5 เม.ย. 2550 , 10:56:23 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.2.12 )

ข้อความ 10

กล้วยพัด
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ravenala madagascariensis F.J. Gmel.
ชื่อวงศ์ : STERLITZIACEAE
ชื่ออื่นๆ : กล้วยฝรั่ง กล้วยลังกา กล้วยศาสนา
ชื่อสามัญ Traveller's Tree
ลักษณะ ไม้ต้น ลำต้นตรงกลม มีข้อสั้นๆ คล้ายตาล สูงถึง 20 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่มากกว่าคล้ายใบกล้วย รูปใบขอบขนานเรียงเป็นสองทางสลับซ้ายขวาจนถึงยอด ทำให้มีลักษณะคล้ายพัดขนาดใหญ่ ก้านใบยาวและหุ้มลำต้นไว้ ดอกสีขาวออกเป็นช่อตามซอกใบ มีใบประดับแข็งๆ เป็นกาบคล้ายรูปเรือหุ้มช่อดอก โดยกาบนี้จะเรียงสลับกันซ้ายขวา เป็นช่อแบนๆ ดอกย่อยเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีหลายดอกในแต่ละใบประดับ ผลเมล็ดแก่สีน้ำเงินเข้ม ขนาด 0.6-0.8 ซม.รูปทรงกลม
การกระจายพันธุ์
และนิเวศวิทยา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเกาะมาดากัสคาร์ ขยายพันธุ์ด้วยหน่อและเมล็ด ขึ้นได้ดีในที่สูง 20-800 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ประโยชน์
นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป กาบดอกแข็ง ใช้ทำเครื่องประดับและหัตถกรรมได้หลายชนิด
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ปลูกประดับสวนเพื่อเป็นจุดเด่นหรือเรียงแถวเพื่อเป็นฉากบังสายตา มีใบแผ่กางสวยงาม เวลาปลูกควรเผื่อพื้นที่สำหรับใบที่แผ่กาง ไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่มีลมแรงจะทำให้ใบแตกไม่สวย
ปลูกริมทะเลได้

โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [5 เม.ย. 2550 , 11:11:01 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : 10.8.2.12 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

| หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | เว็บบอร์ด | สินค้าของเรา| บริการของเรา | สารบัญเว็บไซต์ไทย | ข้อเสนอแนะ | ติดต่อโฆษณา| ทีมงานและที่ปรึกษา |

Copyright © by maipradabonline.com All rights reserved .
สงวนสิทธิ์ในภาพและข้อความ ตามกฏหมาย การนำข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ กรุณาขออนุญาตก่อน
โทร :(01)8469556 E-mail :webmaster@maipradabonline.com
ข้อตกลงการใช้บริการ  นโยบายสิทธิส่วนบุคคล