เสวนาจากใจเพื่อแม่โจ้ กับ ส.จันทร และศิษย์เก่ารับเชิญ

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code


สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


คุยกับ ส.จันทร




กระดานนี้ใช้เขียนคุยกันระหว่างพวกเรา ลูกแม่โจ้ ด้วยกัน ครับ
ใครมีอะไรจะเล่าหรือถาม ก็ลองเขียนมานะครับ
จะเกี่ยวเรื่องราวเก่าๆ ในอดีต บุคคลที่ท่านอยากพบ อยากคุย หรืออยากพบ เป็นข่าวฝากถึงกันแบบกันเองครับ

ข้อห้าม.. ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และการบริหารงาน ของ องค์กรใดๆ ในแม่โจ้ ทั้งสิ้น
โปรดอย่าถามมานะครับ

กระดานนี้มีกระดานเดียวครับ โปรดอย่าเปิดกระทู้ใหม่ ผมจะลบทิ้งครับ ขอให้ไปใฃ้กระดานข่าว ที่มีของแต่ละรุ่นอยู่แล้วครับ

ขอบคุณครับ

โดย ส.จันทร - [10 ส.ค. 2548 , 11:50:22 น.] ( IP = 58.147.49.102 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ][ 11 ][ 12 ][ 13 ] [ 14 ] [ 15 ][ 16 ][ 17 ][ 18 ][ 19 ][ 20 ][ 21 ][ 22 ][ 23 ][ 24 ][ 25 ][ 26 ][ 27 ][ 28 ][ 29 ][ 30 ][ 31 ][ 32 ][ 33 ][ 34 ][ 35 ][ 36 ][ 37 ][ 38 ][ 39 ][ 40 ][ 41 ][ 42 ][ 43 ][ 44 ][ 45 ][ 46 ][ 47 ][ 48 ][ 49 ][ 50 ][ 51 ][ 52 ][ 53 ][ 54 ][ 55 ][ 56 ][ 57 ][ 58 ][ 59 ][ 60 ][ 61 ][ 62 ][ 63 ][ 64 ][ 65 ][ 66 ][ 67 ][ 68 ][ 69 ][ 70 ][ 71 ][ 72 ][ 73 ][ 74 ][ 75 ][ 76 ][ 77 ][ 78 ][ 79 ][ 80 ][ 81 ][ 82 ][ 83 ][ 84 ][ 85 ][ 86 ][ 87 ][ 88 ][ 89 ][ 90 ][ 91 ][ 92 ][ 93 ][ 94 ][ 95 ][ 96 ][ 97 ][ 98 ][ 99 ][ 100 ][ 101 ][ 102 ][ 103 ][ 104 ][ 105 ][ 106 ][ 107 ][ 108 ][ 109 ][ 110 ][ 111 ][ 112 ][ 113 ][ 114 ][ 115 ][ 116 ][ 117 ][ 118 ][ 119 ][ 120 ][ 121 ][ 122 ][ 123 ][ 124 ][ 125 ][ 126 ][ 127 ][ 128 ][ 129 ][ 130 ][ 131 ][ 132 ][ 133 ][ 134 ][ 135 ][ 136 ][ 137 ][ 138 ][ 139 ][ 140 ][ 141 ][ 142 ][ 143 ][ 144 ][ 145 ][ 146 ][ 147 ][ 148 ][ 149 ][ 150 ][ 151 ][ 152 ][ 153 ][ 154 ][ 155 ][ 156 ][ 157 ][ 158 ][ 159 ][ 160 ][ 161 ][ 162 ][ 163 ][ 164 ][ 165 ][ 166 ][ 167 ][ 168 ][ 169 ][ 170 ][ 171 ][ 172 ][ 173 ][ 174 ][ 175 ][ 176 ][ 177 ][ 178 ][ 179 ][ 180 ][ 181 ][ 182 ][ 183 ][ 184 ][ 185 ][ 186 ][ 187 ][ 188 ][ 189 ][ 190 ][ 191 ][ 192 ][ 193 ][ 194 ][ 195 ][ 196 ][ 197 ][ 198 ][ 199 ][ 200 ][ 201 ][ 202 ][ 203 ][ 204 ][ 205 ][ 206 ][ 207 ][ 208 ][ 209 ][ 210 ][ 211 ][ 212 ][ 213 ][ 214 ][ 215 ][ 216 ][ 217 ][ 218 ][ 219 ][ 220 ][ 221 ][ 222 ][ 223 ][ 224 ][ 225 ][ 226 ][ 227 ]

ข้อความ 131

สวัสดีครับพี่สงวน,คุณอรุณ69
พี่สงวนครับผมได้ส่งอีเมล์ถึงพี่สงวนฉบับหนึ่งพร้อม file แนบอีเมล์ทางyahooครับถ้าพี่สงวนว่างกรุณาเปิดดูนะครับ มาพิมพ์ต่อครับ ในระหว่างที่ผมกับเพื่อนที่ทำนาถัดกันช่วยกันทำคันนาใหม่นั้นพอดีอาจารย์สุรัตน์ท่านเดินมาตรวจนักเรียนทำนาพอดีผมเลยถือโอกาสเรียนให้ท่านทราบถึงเหตุผลที่ผมกับเพื่อนช่วยกันทำคันนาและขออนุญาต อาจารย์ท่านก็อนุญาตท่านบอกย้ำให้ทำคันนาสูงหน่อยและบดอัดให้แน่นๆ ผมก็รับคำและก้มหน้าก้มตาทำคันนาต่อจนเที่ยงจึงเดินมากินอาหารเที่ยงที่โรงอาหารกินเสร็จก็เดินกลับไปนากับเพื่อนพอผ่าน co-op bar เหลือบมองเห็นว่างอยู่เลยชวนเพื่อนแวะเข้าไปกินโอยัวะใส่มาการีนหนึ่งช้อนชาตามสูตรของพี่ช่วยเพื่อแก้เหนื่อยกินเสร็จก็ซื้อโอเลี้ยงใส่ถุงไปกินที่นาอีกไม่รู้ว่าเป็นอุปทานหรือเปล่าพอกินโอยัวะใส่มาการีนหนึ่งช้อนชาเข้าไปสักพักความเหนื่อยค่อยบรรเทาลงก็แปลกดีครับ ถึงนาก็ทำคันนาต่อจนเย็นก็ยังไม่เสร็จเหลืออีกประมาณสามเมตรเลยต้องทำต่อวันรุ่งขึ้นเพราะเย็นมากแล้วและได้เวลาอาหารเย็นต้องรีบไปกินเพราะถ้าช้ากับข้าวหายหมดแน่พอเพื่อนร่วมวงกินเสร็จลุกออกไปเพื่อนวงข้าวข้างๆนึกว่าไม่มากินก็จะมาตักไปกินจนหมดผมเคยเจอคือผมมากินก่อนเสร็จลุกออกไปเพื่อนร่วมวงมากินที่หลังปรากฎว่ากับหมดเกลี้ยงพอเจอหน้าตอนเย็นก็ต่อว่าต่อขานผมหาว่ากินกับข้าวหมดไม่เหลือให้เลยผมก็อธิบายว่าไม่ได้กินหมดเหลือไว้ให้แน่ๆก็เลยรู้ว่าต้องมีใครเอาไปกินแน่เป็นอันรู้กันว่าถึงเวลาแล้วต้องไปกินจะมัวโอ้เอ้ไม่ได้ไม่อย่างนั้นกับข้าวหมดกินข้าวเสร็จก็กลับหอล้างจอบล้างปุ้งกี๋เอาขึ้นไปเก็บผลัดเสื้อผ้าลงมาอาบน้ำหน้าหอวันนี้คนอาบน้ำมากหน่อยต้องรอกันมองไปทางหอช่วงเกษตรศิลปการและหอศรีเกษตรซึ่งอยู่ต้นทางขึ้นไปคนก็อาบน้ำกันแน่นเหมือนกันแสดงว่าคนที่อยู่ทางหอชาญกสิกิจและหอสหศิลป์ซึ่งเป็นปลายน้ำก็ต้องอาบน้ำขี้ไคลและสบู่จากหอที่อยู่ต้นน้ำแต่ก็ไม่เป็นไรเพราะพอน้ำไหลมาถึงเราก็เป็นสีแดงขุ่นๆของสีลูกรังไม่มีคราบขี้ไคลหรือคราบสบู่ให้เห็นบางคนที่ไม่อยากรอก็เดินไปที่บ่อน้ำขุดหลังหอชาญกสิกิจแล้วใช้ที่ตักน้ำรู้สึกเรียกว่าน้ำทุ่งไม่รู้ว่าจะจำผิดหรือเปล่าตักน้ำขึ้นมาอาบทีละน้ำทุ่งแต่พี่วุฒิ คงเจริญ หัวหน้าหอเคยบอกว่าถ้าไปอาบน้ำที่บ่อหลังหอห้ามอาบที่ริมบ่อให้ตักน้ำแล้วเดินไปอาบให้เลยชานบ่อ(ริมบ่อจะมีชานบ่อโบกปูนซีเมนต์รอบบ่อเป็นวงกลม)บนดินเลยไม่ค่อยมีคนไปอาบเพราะขี้เกียจตักน้ำแล้วเดินเข้าเดินออกเพื่ออาบน้ำถ้าถามว่าทำไมไม่ซื้อถังสังกะสีมาตักทีเดียวแล้วไปอาบเล่าเล่าก็ต้องตอบว่าถ้าซื้อมาใช้ได้ไม่กี่ครั้งถังนั้นก็กลายเป็นที่ต้มถั่วเขียวใส่น้ำตาล ที่ต้มไก่หรือกลายเป็นหม้อใส่อาหารที่ปรุงกันเองไว้กินตอนกลางคืน ทั้งๆที่ตอนเย็นก็กินข้าวจนอิ่มแล้วแต่พอตกกลางคืนก็อดกินอีกไม่ได้สรุปแล้วกินวันละสี่มื้อแต่ก็ไม่มีใครอ้วนเพราะกินมากสักคนคงเนื่องจากต้องเรียนภาค
ปฎิบัติกันหนักนั่นเองพลังงานจึงถูกเผาผลาญไปหมด

โดย ชาญกสิกิจ [23 พ.ย. 2548 , 16:33:56 น.] ( IP = 58.11.41.18 : : )

ข้อความ 132

ต่อตอนที่สอง
อ้อแล้วอีกอย่างถังราคาแพงสู้เก็บเงินไว้ไปเที่ยงในเวียงดีกว่าพอบ่ายวันเสาร์รถเข้าเวียงแน่นจนต้องห้อยโหนทุกคันทุกเที่ยวเพราะยังไงต้องเข้าไปเที่ยวฉุยฉายในเมืองดูแสงสีดูสาวๆหรือไปเที่ยวอย่างอื่นตามสภาพกระเป๋าของแต่ละคนวันอาทิตย์เย็นถึงกลับเข้าแม่โจ้ บางคนยังมันอยู่ก็อาจกลับมาเช้าวันจันทร์แต่ต้องก่อนลงงานหอนะไม่อย่างนั้นต้องใช้งานหอภายในอาทิตย์นั้นและชั่วโมงก็ต้องคูณด้วยสอง กลับมาตอนที่อาบน้ำหน้าหอก็อาบปนกันทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องครับระหว่างอาบน้ำถ้ารุ่นพี่ที่ใจดีหน่อยก็จะคุยกันสนุกสนานยิ่งถ้าตอนที่ทำนารุ่นพี่ก็จะเล่าถึงเทคนิคในการทำนาให้รุ่นน้องฟังผมได้ความรู้จากการอาบน้ำนี้เยอะทีเดียวอาบน้ำเสร็จก็ขึ้นมาผลัดผ้าบนหอแล้วสูบบุหรี่กันคนละมวนนัดกันว่าพอเริ่มมืดก่อนที่รุ่นพี่จะขึ้นมาคุยพอแม่ค้าหาบขนมมาขายที่ใต้ต้นสนหน้าหอสหศิลป์ก็จะลงไปกินขนมกันพอจวนมืดแม่ค้าก็หาบขนมมาสองเจ้าก็รีบลงไปเพราะตอนนี้ไม่ค่อยมีรุ่นพี่ลงไปกินเพราะส่วนใหญ่จะเดินไปเที่ยวตลาดหรือเที่ยวในหมู่บ้านรอบๆแม่โจ้ซึ่งมีหลายหมู่บ้านเท่าที่พยายามนึกก็มีเช่นหมู่บ้านแม่โจ้ บ้านทุ่งหมื่นน้อย บ้านแม่แก้ด ไปหาขนมกินหรือคุยกับสาวๆในหมู่บ้านซึ่งถ้าเราเข้าไปพูดคุยแบบสุภาพนุ่มนวลไม่เกะกะชาวชาวบ้านเขาก็ยินดีต้อนรับมีหลายคนที่ได้สาวชาวบ้านเป็นคู่ชีวิต อันนี้ผมมารู้เมื่อขึ้นเป็นนักเรียนปีที่สองครับ พอลงไปที่หาบขนมก็ถามว่ามีอะไรขายบ้างซึ่งขนมต่างๆที่เอามาขายนั้นส่วนใหญ่เป็นขนมแห้งเช่นขนมจ๊อก ขนมชั้น กล้วยฉาบ กล้วยต้มกินกับมะพร้าวคลุกน้ำตาล กล้วยเชื่อมเป็นต้น ส่วนอีกเจ้านั้นเป็นทั้งของคาวและขนมพวกน้ำเช่นกล้วยบวดชี มันเทศต้มน้ำตาล ส่วนของคาววันที่ผมลงไปกินเป็นครั้งแรกเป็นขนมเส้นและเส้นก้วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยวก็ดีนะครับที่มากันสองเจ้าขายของคนละชนิดจะได้ไม่แย่งกันขายผมเลยกินทั้งสองเจ้าคือกินก้วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยวกับขนมชั้นแล้วรีบกลับขึ้นหอเพราะเริ่มมีรุ่นพี่เดินมาบ้างแล้วขึ้นมาบนหอก็จุดตะเกียงนั่งพักผ่อนเพื่อนที่นอนเตียงเหล็กซึ่งเป็นเตียงที่พื้นเตียงเป็นเหล็กเส้นแบนสานกันเวลานอนที่นอนก็จะหย่อนลงคล้ายกับเตียงสปริงบ่นว่านอนแล้วปวดหลังผมเลยคิดในใจว่าดีแล้วที่เราเลือกเตียงไม้ พรุ่งนี้จะมาพิมพ์ใหม่ครับ

โดย ชาญกสิกิจ [23 พ.ย. 2548 , 17:17:07 น.] ( IP = 58.11.41.18 : : )

ข้อความ 133

สวัสดีครับพี่ส.จันทรและคุณอรุณ69
ตอนนี้อากาศที่ผมอยู่นี่ปกติอากาศจะค่อนข้างร้อนเกือบทุกวันแต่ช่วงสองสามวันมานี่อากาศเย็นสบายจะบอกว่าหนาวก็ยังไม่ได้พอจะเรียกได้ว่าเย็นเท่านั้น มาฟื้นความจำต่อครับความจริงบรรยากาศกลางคืนที่หอนี่มานึกทบทวนดูแล้วเวลาจุดตะเกียงนี่แปลกๆดีครับดูสงบดีเดี๋ยวนี้บางวันเวลากลางคืนผมจะดับไฟฟ้า โทรทัศน์ วิทยุหมดแล้วจุดเทียน(อยากจะซื้อตะเกียงแบบเก่าที่เคยใช้แต่หาซื้อไม่ได้)และจุดตะเกียงมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์แล้วนั่งเงียบๆใจก็นึกถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมาปรากฎว่านึกได้มากมายหลายเรื่องแต่บางวันก็นึกอะไรไม่ออกเลยครับเมื่อซักราวสามปีที่ผ่านมาเคยไปเชียงใหม่กับลูกชายแล้วแวะเข้าไปเยี่ยมแม่โจ้เพื่อระลึกถึงความหลังสมัยที่เรียนอยู่เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนปรากฎว่าจำไม่ได้เลยแม่โจ้สมัยนี้เจริญขึ้นมีอาคารเกิดขึ้นมากมายเกือบไม่เหลือสภาพเก่าเลยผมเข้าไปลูกชายขับรถวนเวียนอยู่หลายตลบผมมาทางเส้นทางอำเภอสันทรายเข้าทางประตูแรกที่ถึงเข้าใจว่าเป็นถนนบางเขนขับรถวนเวียนจนพบตึกอำนวยการเดิมเดี้ยวนี้เปลี่ยนชื่อเป็นตึกช่วงเกษตรศิลป ต้นตีนตุ๊กแกที่เลื้อยเกาะผนังถูกรื้อออกทาสีแทนและพบศาลแม่โจ้เป็นศาลที่สร้างใหม่จึงจอดรถและยกมือไหว้คารวะท่าน เพราะผมป่วยเดินเหินไม่สะดวกและพบตึกสำนักงานอธิการบดีผมจำได้เพราะสร้างขึ้นสมัยผมเรียนปีห้าจวนจะจบแล้วตอนนั้นแม่โจ้ได้งบประมาณมาก่อสร้างตึกและอาคารประชุมนอกจากนี้ผมไปขอทรานสคริปส์ผลการเรียนเทคนิคเกษตรเพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตร์ศาสตร์เคยขึ้นไปขอพบท่านผ.อ.วิภาต บุญศรี วังซ้ายเพื่อคารวะท่านที่ชั้นสองได้พูดคุยกับท่านหลายเรื่องทั้งเรื่องการทำงานและเรื่องเรียนท่านสอนผมหลายเรื่องคุยกันจนพอสมควรแล้วผมจึงลาท่านลงมาข้างล่างเพื่อขอรับทรานสคริปส์ครับ วกมาเรื่องอดีตอีกทีรุ่งขึ้นผมรีบตื่นแต่เช้าจัดเรื่องส่วนตัวแล้วเดินไปโรงอาหารกินข้าวต้มกับถั่วลิสงทอดอาหารประจำกับข้าวอีกอย่างไม่แตะเลยเพราะเป็นปลาทอดกระป๋องตัวขนาดนิ้วชี้แต่เหม็นคาวมากๆแล้วรีบเดินไปนาผ่าน co-op bar พี่ช่วยกำลังกวาดทำความสะอาดพื้นอยู่พี่ช่วยก็ร้องทักว่าไม่แวะกินโอยัวะก่อนหรือผมเลยตอบว่าไว้ตอนเที่ยงจะมากินตอนนี้ต้องรีบไปทำคันนาก่อน ที่ต้องรีบไปทำตอนเช้าก่อนฝึกงานภาคปฏิบัติเพราะคนอื่นเขาขุดพลิกดินไปตั้งเยอะแล้วผมยังไม่ได้ขุดเลยเพราะมัวแต่ทำคันนาไปถึงก็รีบทำก่อนเลยสักพักเพื่อนที่ต้องทำคันนาร่วมกันก็ตามมาช่วยกันทำจนเกือบเสร็จจึงหยุดแล้วพากันเดินมาหน้าตึกอำนวยการเนื่องจากได้ยินเสียงระฆังตีบอกเวลาแปดโมงเช้า

โดย ชาญกสิกิจ [24 พ.ย. 2548 , 15:28:55 น.] ( IP = 58.11.41.18 : : )

ข้อความ 134

ต่อตอนที่สอง
เมื่ออาจารย์เรียกชื่อแล้วก็ให้แยกกลุ่มไปทำงานวันนี้โชคดีที่การลงงานเบากว่าทุกวันคืออาจารย์ให้ไปทำงานที่คอกไก่ซึ่งผมก็ชอบอยู่แล้ววันนั้นอาจารย์ให้ผมล้างคอกเลี้ยงลูกไก่ไก่เพื่อเตรียมเอาลูกไก่รุ่นใหม่ลงเลี้ยงโดยใช้น้ำล้างให้สะอาดหมดจดแล้วใช้น้ำยาไลโซลราดเพื่อฆ่าเชื้อจากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งระหว่างรอให้พื้นคอกแห้งก็เอารถเข็นไปเอาแกลบจากโรงสีข้าวของวิทยาลัยซึ่งอยู่ข้าง co-op bar เอาใส่กระสอบมาเตรียมไว้เพื่อปูพื้นจากนั้นก็เก็บกวาดใบไม้แห้งบริเวณคอกไก่เก็บไปเผาระหว่างนั้นคนงานก็ต่อไฟมาประจำคอกช่องที่จะใช้เลี้ยงลูกเจี๊ยบพอพักเที่ยงก็ไปกินข้าวตามปกติวันนี้ไม่ค่อยเหนื่อยเลยกินข้าวไม่มากเหมือนทุกวันเสร็จแล้วก็ไปที่ co-op bar เพื่อจะกินโอยัวะใส่มาการีนหนึ่งช้อนชา(ตอนนั้นรู้สึกว่าจะราคาถ้วยละสองหรือสามบาทนี่แหละครับ)พอไปถึงก็เข้าไปนั่งโต๊ะสั่งโอยัวะพี่ช่วยมากินวันนี้เผอิญมีรุ่นพี่มานั่งน้อยกว่าทุกวันผมเลยมีโอกาสนั่งโต๊ะที่ติดกับห้องที่พี่ทิพย์เปิดเพลงจากแผ่นเสียงให้คนที่มานั่งกินกาแฟฟังผมเลยเรียบๆเคียงๆไปดูพี่ทิพย์เปิดแผ่นเสียงและถามเรื่องเกี่ยวกับแผ่นเสียงนิดหน่อย สักพักจึงเดินกลับไปคอกไก่เข้าไปนอนพักที่ใต้ต้นตะขบพลางเก็บลูกตะขบมากินเล่นๆรสชาติหวานเอียนๆอย่างไรก็ไม่รู้เผลองีบไปมาสะดุ้งติ่นเพราะได้ยินเสียงระฆังดังกังวาลมา(ความจริงระฆังใบใหญ่ที่ใช้ตีบอกเวลานี่ดังไปไกลมากขนาดอยู่กลางนาซึ่งไกลจากตึกอำนวยการมากโขอยู่ก็ยังได้ยินชัดเจน) จึงลุกขึ้นทำงานต่อช่วยคนงานผสมอาหารลูกไก่และไก่รุ่นโดยอาจารย์ให้สูตรไว้ทั้งรำก็ใช้รำจากโรงสีของวิทยาลัยไม่ต้องซื้อปลายข้าวก็เช่นกันจะซื้อเฉพาะปลาป่น หางนมผง กากถั่วเหลือง เปลือกหอยป่นและไวตามินใบกระถินป่นก็ทำเองตอนนั้นหัวอาหารหรืออาหารข้นอย่างที่ขายกันในเวลานี้ยังไม่ค่อยมีขายในตลาด ช่วยคนงานผสมไปพูดคุยซักถามกันไปพอผสมเสร็จก็ใช้พลั่วตักใส่กระสอบนำไปเก็บไว้ในห้องเผลอเดี้ยวเดียวก็เย็นเสียแล้ววันนี้อาจารย์ให้เลิกเร็วเป็นพิเศษเหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าโรงอาหารถึงจะเปิดจึงแบกจอบไปที่นาเพื่อทำนาคันนาให้เสร็จแต่งให้ดูดีแล้วจึงเริ่มขุดพลิกดินไล่ตามเพื่อนๆที่เขาขุดล่วงหน้าไปแล้วปกติการทำนาสมัยนั้นนิยมใช้ควายตัวหนึ่งลากไถพลิกดินแดนต้องมีฝนตกลงมาให้ดินชุ่มเสียก่อนจึงไถแต่นักเรียนต้องใช้จอบขุดพลิกดินแทนไถเนื่องจากอาจารย์อนุญาตให้ใช้เครื่องมือสามชนิดเท่าทำนาอย่างที่บอกไว้ข้างต้นจอบจึงเป็นเครื่องมือหลักขุดพลิกดินจนเพลินมาฉุกคิดคิดขึ้นได้ว่าเสียงระฆังตีบอกเวลานานแล้วพอนึกได้ก็เลิกขุดรีบเดินมาโรงอาหารเพราะถ้ามัวโอ้เอ้มาช้ากับข้าวหมดแน่ๆ มาถึงก็เดินเข้าไปในโรงอาหาร

โดย ชาญกสิกิจ [24 พ.ย. 2548 , 18:48:06 น.] ( IP = 58.11.41.18 : : )

ข้อความ 135

ต่อตอนที่สาม
พอเดินเข้ามาในโรงอาหารมองไปที่วงอาหารที่ผมกินเป็นประจำรู้สึกโล่งใจเพราะเพื่อนร่วมวงยังนั่งกินอยู่เดินไปหยิบจานเคลือบมาตักข้าวเดินมานั่งกินพร้อมกับคุยกับเพื่อนเรื่องการนาทำแปลงผักก็ยังไม่เสร็จเหมือนกันเลยตกลงกันว่าพอกินข้าวเสร็จจะเดินไปทำแปลงผักซักหน่อยแล้วจึงกลับหอพอกินข้าวกินน้ำเสร็จก็เดินไปแปลงผักขุดดินพลิกตากแดดได้เพิ่มอีกหนึ่งแปลงแล้วจึงเดินกลับหอผลัดผ้าแล้วเอาชุดทำงานไปซักแล้วอาบน้ำจากนุ้นจึงชวนเพื่อนเดินไปเที่ยวในตลาดวนจนทั่วมองไปในร้านอาหารตามสั่งซึ่งีอยู่สองร้านตรงข้ามกันเห็นรุ่นพี่นั่งกันเต็มร้านจึงเดินเลยตลาดไปทางสำนักงานส่วนไร่ยาสูบและสำนักงานกีฏะวิทยาพอเลยไปเล็กน้อยก็มีต้นซุงขนาดประมาณหนึ่งคนโอบอยู่สามต้นวางเรียงกันอยู่ริมถนนคงจะเป็นซุงที่ชักลากมาจากป่าที่ไหนสักแห่งแน่ๆเพราะที่ปลายท่อนซุงเจาะรูไว้สำหรับร้อยโซ่ไว้ให้ช้างชักลากก็เลยพากันนั่งคุยกันบนต้นซุงและขนานนามกันว่าสำนักซุงสามต้นและนัดกันว่าถ้าว่างๆจะมานั่งคุยกันที่นี่อีกและซุงสามต้นนี้จนผมอยู่ปีที่ห้าแล้วเมื่อเดินไปก็ยังอยู่แต่ป่านนี้คงหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ พอบรรยากาศพลบจวนค่ำแล้วจึงกันเดินกลับหอจุดตะเกียงแล้วสูบบุหรี่กันคนละมวนรุ่นพี่ก็เริ่มเดินขึ้นมาบนหอมาคุยด้วยก็เป็นเหมือนทุกวันที่ผ่านมา รุ่งขึ้นพออาบน้ำผลัดเสื้อผ้าเป็นชุดทำงานก็รีบไปกินข้าวต้มกับถั่วลิสงทอดกับผักกาดดองกระป๋องเสร็จแล้วก็รีบเดินไปนาขุดพลิกดินเพื่อให้ทันเพื่อนพอได้ยินเสียงระฆังจึงรีบเดินหน้าตึกอำนวยการเพื่อรอการเรียกชื่อจากอาจารย์ วันนี้โชคดีเหมือนเมื่อวานคือเมื่อเรียกชื่อแล้วอาจารย์ก็ให้กลุ่มผมไปทำงานที่คอกไก่อีกไปถึงคอกไก่อาจารย์ให้เอาแกลบที่ขนมาเมื่อวานโรยพื้นคอกที่จะเลี้ยงไก่รุ่นเกลี่ยให้เสมอกันพร้อมทั้งตรวจดูตาข่ายฝากรงดูว่มีที่ไหนรั่วหรือขาดบ้างถ้าเจอก็ช่วยกันซ่อมโดยคนงานเป็นหัวหน้ากลุ่มสอนให้นักเรียนซ่อมจุดที่ขาดให้ดีและให้เอาผ้ากระสอบปูบนพื้นกรงที่จะใช้เลี้ยงลูกเจี๊ยบจัดวางรางอาหารและขวดน้ำไว้ตามจำนวนที่กำหนด พอสายๆรถวิทยาลัยก็กลับจากในเมืองบรรทุกลูกเจี๊ยบและไก่รุ่นกระทงมาจากในเมืองก็ช่วยกันขนลงไปไว้ที่ตรงเลี้ยงตอนนี้สนุกครับเพราะเสียงลูกเจี๊ยบและไก่รุ่นกระทงร้องกันลั่นไปหมดผมอยู่ฝ่ายที่ต้องขนลูกเจี๊ยบขึ้นกรงเลี้ยงต้องจับออกจากกรงพร้อมนับจำนวนไปด้วยเสร็จแล้วเอาวัคซีนหยอดจมูกไปด้วย(ถ้าจำไม่ผิด)ก่อนปล่อยลงกรงเอาน้ำผสมยาเทอรามันซิน ผสมแล้วน้ำเป็นสีแดงๆให้ลูกเจี๊ยบกินลูกเจี๊ยบน่ารักขนฟูสีเหลืองเท้าเป็นสีชมพูทำงานนี้เพลินดีทำจนถึงเวลาพักเที่ยงไม่รู้ตัว พรุ่งนี้จะมาพิมพ์ใหม่ครับ

โดย ชาญกสิกิจ [24 พ.ย. 2548 , 19:40:00 น.] ( IP = 58.11.41.18 : : )

ข้อความ 136

สวัสดีครับพี่ส.จันทร,คุณอรุณ69
วันนี้ผมเข้าweb board ทาง mejo.net เพื่อดูหัวข้อเรื่องต่างๆและนึกทบทวนหลายเรื่องเช่นเรื่องมหาวิทยาลัยโอคลาโฮม่าซึ่งคลับคล้ายคับคลาว่าท่านผ.อ.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ท่านก็จบจากมหาวิทยาลัยนี้ใช่หรือไม่ครับพี่ส.จันทรครับเรื่องต่อมาคือเรื่องต้นเสียงเพลงชาติแม่โจ้คนแรกพี่แผ่พืชน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยาแม่โจ้รุ่นสอง ความจริงผมน่าจะเรียกท่านว่าคุณพ่อมากกว่าเพราะบุตรของท่านคนหนึ่งชื่อแผ่เกียรติ เทพหัสดิน ณ อยุธยาเป็นเพื่อนนักเรียนมัธยมห้องเดียวกับผมและสมัยโน้นคนที่สนิทกันเรามักใช้เรียกชื่อบิดาแทนชื่อตัวจนบางครั้งพอจะเรียกหรือเขียนชื่อจริงต้องนึกกันนานถึงจะนึกออกเมื่อจบมัธยมหกแล้วผมก็ไปทำงานเกี่ยวกับการส่งอาหารให้เรือน้ำมันอยู่ปีหนึ่งแล้วก็มาเรียนที่แม่โจ้ส่วนแผ่เกียรติก็เรียนต่อมัธยมปลายเรามาเจอกันอีกทีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยแผ่เกียรติเรียนเศรษศาสตร์เกษตรผมเรียนศึกษาศาสตร์เกษตร เรื่องที่สามคืออาจารย์ธนิต มะลิสุวรรณรุ่น20 อาจารย์ธนิตสอนผมตอนเรียนเทคนิคเกษตรครับท่านเพิ่งจบจากอเมริกาและมาพร้อมอาจารย์อานนท์ เที่ยงตรงกลับมาสอนที่แม่โจ้ทั้งสองท่านซึ่งอาจารย์ทั้งสองท่านก็สอนผมแต่ผมนึกไม่ออกจริงๆว่าท่านสอนวิชาอะไรนึกออกแต่ว่าท่านพักอยู่ในแม่โจ้บ้านบ้านอยู่ติดกันอยู่เลยแปลงผักนักเรียนไปหน่อยพอสอนมาได้ซักราๆปีหนึ่ง อาจารย์ธนิตแต่งงานภรรยาท่านจบวิทยาลัยวิชาการศึกษาและท่านมาทำงานเป็นครูใหญ่โรงเรียนเทพศาสตร์ ผมกับเพื่อนยังไปขอช่วยสอนวิชาเกษตรกับนักเรียนชั้นมัธยมท่านก็อนุญาตตอนนั้นเป็นยังไงก็ไม่รู้มีความรู้สึกอยากเป็นครูจริงๆแต่ก็อย่างเคยผมนึกชื่อภรรยาอาจารย์ธนิตซึ่งท่านเป็นครูใหญ่โรงเรียนเทพศาสตร์ไม่ออกและที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ตรงข้ามกับหอสุมิตรใกล้กับสระเกษตรสนานอาจารย์อานนท์ยังโสดอยูครับท่านมาแต่งงานภายหลังเมื่อผมจบแม่โจ้มาแล้ว ผมพบอาจารย์อานนท์ครั้งล่าสุดเมื่อสามปีก่อนที่สนามบินดอนเมืองผมเดินสวนกับท่านโดยลูกชายผมช่วยเดินประคองกำลังจะไปขึ้นเครื่องบินผมผมมองท่านพร้อมกับนึกทบทวนว่าเราเคยเห็นที่ไหนหนอแต่นึกไม่ออกท่านก็มองผมและคงจะนึกว่าเคยพบผมที่ไหนต่างคนต่างนึกไม่ออกเพราะตอนนั้นความจำผมยังสับสนอยู่แต่พอเดินสวนมาได้สักพักผมก็นึกออกแว๊บขึ้นมาว่าน่าจะเป็นอาจารย์อานนท์ จึงบอกให้ลกชายให้เดินกลับไปกับผมย้อนไปหาอาจารย์อานนท์พบท่านกำลังยืนอยู่หน้าร้านอาหารผมจึงเข้าไปสวัสดีท่านแล้วถามว่าอาจารย์อานนท์ใช่ไหมครับท่านหันมาแล้วตอบว่าใช่ผมก็เลยแนะนำตัวเองและบอกว่าอาจารย์เคยสอนผมที่แม่โจ้ก็เลยถึงบางอ้อเลยยืนคุยกันสักพักใหญ่ราวครึ่งชั่วโมงแล้วผมก็ขอลาท่านไปขึ้นเครื่องบินเพราะเขาประกาศให้ขึ้นเครื่องแล้ว

โดย ชาญกสิกิจ [25 พ.ย. 2548 , 13:09:44 น.] ( IP = 58.11.41.67 : : )

ข้อความ 137

ต่อตอนที่สอง
ตอนนั้นท่านบอกว่านอกที่แม่โจ้แล้วท่านยังเป็นที่ปรึกษาและเป็นคณะสภาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่อีกด้วย อีกอันก็คืออาจารย์ดร.เปลื้อง อุไรพงษ์ อาจารย์เปลื้องสอนผมตอนอยู่ปีที่สามท่านเพิ่งจบปริญญาเอกมาหมาดๆท่านพักในแม่โจ้เหมือนกันบ้านพักท่านอยู่ริมถนนที่ผ่านหน้าหอพักตัดผ่านถนนบางเขนตรงไปผ่านบ้านหมอโกเมนจนเกือบสุดถนนซึ่งถนนนี้มีทางเดินตรงไปวัดวิเวกหลังแม่โจ้ได้ บุตรชายของท่านก็เรียนที่แม่โจ้หลังผมสี่ปีจำชื่อจริงไม่ได้แต่ผมเรียกชื่อเล่นว่าไอ้ปื้ด ไอ้ปื้ดมีพี่สาวสวยอยู่คนหนึ่ง เรียนในเมืองเหมือนกันพอกลับจากโรงเรียนในเมืองเดินกลับบ้านต้องผ่านหอพักมักจะถูกแซวเสมอวันไหนไอ้ปื้ดเดินมาคนเดียวก็จะถูกเรียก มาซักถามเรื่องพี่สาวแต่ไอ้ปื้ดก็หวงพี่สาวไม่ค่อยยอมบอกบางครั้งถูกแกล้งเอากระเป๋าหนังสือไปซ่อนหาไม่เจอไอ้ปื้ดก็เดินร้องไห้กลับบ้านคนที่เอากระเป๋าไปซ่อนต้องวิ่งตามเอากระเป๋าไปคืนให้พร้อมปลอบให้หยุดร้องไห้ผมเคยบอกเพื่อนที่ชอบแกล้งว่าระวังไอ้ปื้ดไปฟ้องอาจารย์เปลื้องเดี๋ยวอาจารย์เปลื้องโมโหมาเตะเข้าให้หรอก พอสี่ปีให้หลังไอ้ปื้ดก็เข้าเรียนแม่โจ้กลายเป็นรุ่นน้องไปแล้วเรื่องแกล้งก็เลยเลิกไปแต่ผมไม่เคยแกล้งนะครับแล้วที่เรียกชื่อเล่นของลูกชายอาจารย์เปลื้องว่าไอ้ปื้ดนั้ไม่ใช่หยาบนะครับเป็นการเรียกแบบเอ็นดูในสมัยก่อนผู้ใหญ่มักจะเรียกเด็กๆว่าไอ้ตามด้วยชื่อเล่นก็เพราะเรียกแบบเอ็นดูครับ มาต่อเรื่องฟิ้นความจำดีกว่าครับ ส่วนไก่รุ่นกระทงนั้นตัวค่อนข้างโตขนขึ้นเต็มตัวลักษณะเป็นไก่ใหญ่แต่ยังร้องเจี๊ยบๆอยู่ก็เลี่ยงในกรงด้านล่างโดยเอาแกลบปูพื้นแล้วจึงปล่อยไก่ลงมีรางอาหารและรางน้ำวางเป็นระยะน้ำไก่รุ่นอาจารยฺให้ใส่ออริโอมัยซินน้ำจะเป็นสีเหลืองแต่อาจารย์บอกว่าให้กินเพียงสามวันแล้วหยุดให้เพราะถ้าให้กินนานๆจะทำให้ไก่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก ไก่นี่พอปล่อยลงกรงแล้วก็วิ่งหารางน้ำและรางอาหารกินทันทีทั้งลูกเจี๊ยบและไก่รุ่นอาจารย์บอกว่าความจริงควรจะให้กินแต่น้ำเพียงอย่างเดียวก่อนตอนเย็นค่อยให้อาหารเพราะไก่เพิ่งมาถึงใหม่ๆยังเครียดจากการเดินทางอยู่ส่วนลูกเจี๊ยบก็ทดสอบไฟกกว่าใช้ได้ดีความจริงไก่พันธุ์นี่วิทยาลัยก็มีคอกไก่พันธุ์อยูด้านหน้าใกล้กับถนนมีคูน้ำกั้นรอบๆคอกมีไม้ยืนต้นเช่นตะขบเป็นร่มใกล้คอกถัดออกไปมีต้นยูคาลิปอีกชั้นในคอกหนึ่งมีไก่ตัวผู้ตัวหนึ่งตัวเมียหกถึงสิบตัวไข่ที่ออกมาคนงานก็มาเก็บไปฟักในตู้ฟักซึ่งตอนนั้นมีตู้ฟักใหญ่ใช้ไฟฟ้าหนึ่งตู้และตู้เล็กใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดอีกประมาณห้าตู้ ไก่พันธุ์ที่เลี้ยงมีหลายพันธุ์เท่าที่นึกออกก็มีเล็กฮอร์นเป็นพันธุ์ไก่ไข่ขนสีขาวตัวค่อนข้างเล็ก

โดย ชาญกสิกิจ [25 พ.ย. 2548 , 14:17:17 น.] ( IP = 58.11.41.67 : : )

ข้อความ 138

ต่อตอนที่สาม
พันธุ์โร้ดไอร์แลนด์แดงขนสีน้ำตาลแดงเป็นไก่พันธุ์เนื้อและพันธุ์ไข่จะเลียงเป็นไก่เนื้อหรือไก่ไข่ก็ได้เพราะไข่ดกน้อยกว่าเล็กฮอร์นเล็กน้อยแต่ตัวโตเป็นไก่พันธุ์เนื้อ พันธุ์บาร์พลีมัทร้อคเป็นไก่พันธุ์เนื้อและไข่เหมือนกับบาร์พลีมัทร้อคขนลายปนสีขาวปนสีเทาปนสีดำปัจจุบันก็ยังมาเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่กระทงอยู่ พันธุ์โคชินไชน่าเป็นไก่พันธุ์เนื้อตัวใหญ่มากแต่ก็กินอาหารจุตามตัวเท่าที่นึกออกมีเท่านี้ครับอ้อนึกได้อีกอย่างแต่ไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องหรือไม่คือเขาเอาไก่พันธุ์บาร์พลีมัทร้อค และโร้ดไอร์แลนด์แดงมาผสมกันเอาไข่ไปฟักออกมาเป็นลูกเจี๊ยบสามารถแยกเพศได้จากสีของขนคือตัวเมียจะสีขนลายแบบบาร์พลีมัทร้อค ตัวผู้สีขนจะเป็นน้ำตาลปนสีดำ ไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องหรือไม่บางทีผมพิมพ์สลับกันก็ได้ แล้วเอามาเลี้ยงเป็นไก่กระทง เย็นนั้นเมื่อเลิกงานแล้วผมก็เดินไปนาขุดพลิกดินเพื่อเร่งให้ทันเพื่อนทำอยู่จนเย็นเป็นเลิกไปกินข้าวที่โรงอาหารเย็นนั้นเจริญอาหารเป็นพิเศษกับข้าวก็มีสองอย่างตามเคยมีไข่ลูกเขยคนละฟองกับแกงจืดผักกาดขาวกับหมูสามชั้น น้ำราดไข่ลูกเขยเอามาคลุกข้าวอร่อยดี รสหวานปนเค็มมีเปรี้ยวปนเล็กน้อยทำให้เจริญอาหารดีจริงๆ วันนั้นผมนั่งโต๊ะหันหน้าไปทางประตูกินข้าวไปมองออกไปเห็นพวกพี่ที่เรียนเทคนิคเกษตรกินอาการด้วยถาดหลุมไปคุยไป ผมนึกอยากจะกินถาดหลุมบ้างเพราะดูเป็นสัดส่วนดีนึกต่อว่าจะต้องเรียนเทคนิคเกษตรให้ได้ถ้าทางบ้านจะส่งให้เรียน กินอาหารเสร็จแล้วก็เดินกลับหอทางถนนบางเขน(ไม่รู้ว่าผมเรียกชื่อถนนถูกหรือเปล่าพยายามนึกทบทวนหลายครั้งก็ยังนึกว่าชิ่อถนนบางเขนอยู่นั่นเอง)ผ่านแปลงผักเห็นมีเพื่อนๆหลายคนที่ขยันกำลังขุดแปลงกันอยู่ผมเกิดขี้เกียจขึ้นมาเลยนึกผลัดว่าพรุ่งนี้ค่อยมาทำวันนี้เดินสำรวจเส้นทางดีกว่าเดินไปตามถนนพอเลยแยกถนนที่มาจากหอตัดกันไปได้สักพักก็สวนกับอาจารย์บำเพ็ญท่านขี่รถจักรยานสวนมาพร้อมผิวปากไปด้วยฟังเพราะดีผมกับเพื่อนก็หยุดเดินคำนับอาจารย์ท่านก็พยักหน้ารับคำนับเดินไปอีกนิดกลิ่นขี้หมูก็โชยมาเดินข้ามห้วยแม่โจ้ก็หยุดบนสะพานก้มลงมองเห็นมีน้ำไหลผ่านเอื่อยๆลักษณะภายในลำห้วยมีสภาพเหมือนในป่าทั่วไปเดินต่อไปเรื่อยผ่านหน้าบ้านอาจารย์ทองอินทร์ หินคำ ทางแยกเข้าหอสุมิตรและบ้านอาจารย์บุญเลิศ อินทะพันธุ์ ทางแยกเข้าหอฝ.ค.ต่อไปอีกหน่อยก็สุดถนนซึ่งต่อเชื่อมกับถนนที่มาจากสถานีกสิกรรมแม่โจ้ไปตลาดเดินเลี้ยวซ้ายไปจนถึงทางแยกเข้าสโมสรอาจารย์และสนามเทนนิสก็เลี้ยวเข้าไปมุ่งผ่านโรงเรียนเทพศาสตร์ สระเกษตรสนานแวะนั่งพักริมสระเพราะเย็นร่มรื่นดีจนอากาศเย็นมากแล้วจึงออกเดินตรงไปผ่านหน้าหอผดุงศิลป์ หอเทพนฤมิตร(หอพยาบาล) ตรงไปเข้าหอชาญกสิกิจด้านหลังหอแล้วก็ดำเน้นกิจกรรมเหมือนทุกวันต่อไป พรุ่งนี้จะมาพิมพ์ต่อนะครับ

โดย ชาญกสิกิจ [25 พ.ย. 2548 , 15:19:51 น.] ( IP = 58.11.41.67 : : )

ข้อความ 139

เรียนพี่สงวนที่เคารพ ขอบพระคุณสำหรับเร่องงานศพแม่ผมไม่ค่อยได้แจ้งข่าวให้ทราบมากนักเห็นและได้อ่านข้อเขียนของพี่ชาญกสิกิจแล้วคิกถึงบรรยากาศเก่าๆในแม่โจ้ซึ่งมันคงไม่มีทางที่จะย้อนกลับมาได้อีกแล้วมีแต่ความทรงจำที่ฝังอยู่ในส่วนลึกๆของความคิดของพวกเราทุกคน ถ้ามีเวลาผมอาจจะเขียนมาร่วมบรรยากาศด้วย พี่สงวนครับช่วยเพิ่มเติมข้อมูลในหัวข้อทำเนียบแต่ละรุ่นในส่วนของรุ่น 35 ให้ครบถ้วนให้ผมด้วย ดังนี้ ในส่วนจำนวนนักศึกษาที่เรียนประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย ( 3 ปี)รุ่นผมมี 27 คน ส่วนพวกที่เรียนเทคนิดเกษตร ( ปวส ที่มาเรียนต่อ ปี 4-5 ) มี 47 คน ผมเป็นคณะทำงานที่ทำหนังสืออนุสรณ์ของรุ่นผมซ่งได้ทำร่วมกับรุ่น 36 และผมก็ได้เขียนบทความลงในหนังสือนี้ด้วย ทุกวันนี้หนังสืออนุสรณ์เล่มดังกล่าวผมยังเก็บไว้อยู่ พี่สงวนช่วยกรุณาเพิ่มเติมข้อมูลรุ่น 35 ให้ครบถ้วนด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง ว่างๆจะส่งข่าวมาอีก

โดย สันติ แม่โจ้ 35 [25 พ.ย. 2548 , 20:56:29 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : )

ข้อความ 140

พี่สงวนครับผมขอเพิ่มเติมคือ ให้ช่วยเพิ่มใน "การเรียกชื่อรุ่นในแม่โจ้ใช้ปี พ.ศ. ที่เข้าเรียน" ส่วนรายละเอียดก็คือ พวกเรียน 3 ปี มี 27 คนพวกเรียนปี 4ปี 5 มี 47 คนทั้งรุ่นมี 74 คน โดนต้อนรับน้องใหม่น่วมเลยเพราะปีหนึ่งมีน้อยกว่ารุ่นพี่มากประมาณว่าหน่งต่อสิบคน จึงสาหัสมากในคืนวันนั้น

โดย สันติ แม่โจ้ 35 [25 พ.ย. 2548 , 21:17:31 น.] ( IP = 203.113.60.71 : : )
[ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ][ 11 ][ 12 ][ 13 ] [ 14 ] [ 15 ][ 16 ][ 17 ][ 18 ][ 19 ][ 20 ][ 21 ][ 22 ][ 23 ][ 24 ][ 25 ][ 26 ][ 27 ][ 28 ][ 29 ][ 30 ][ 31 ][ 32 ][ 33 ][ 34 ][ 35 ][ 36 ][ 37 ][ 38 ][ 39 ][ 40 ][ 41 ][ 42 ][ 43 ][ 44 ][ 45 ][ 46 ][ 47 ][ 48 ][ 49 ][ 50 ][ 51 ][ 52 ][ 53 ][ 54 ][ 55 ][ 56 ][ 57 ][ 58 ][ 59 ][ 60 ][ 61 ][ 62 ][ 63 ][ 64 ][ 65 ][ 66 ][ 67 ][ 68 ][ 69 ][ 70 ][ 71 ][ 72 ][ 73 ][ 74 ][ 75 ][ 76 ][ 77 ][ 78 ][ 79 ][ 80 ][ 81 ][ 82 ][ 83 ][ 84 ][ 85 ][ 86 ][ 87 ][ 88 ][ 89 ][ 90 ][ 91 ][ 92 ][ 93 ][ 94 ][ 95 ][ 96 ][ 97 ][ 98 ][ 99 ][ 100 ][ 101 ][ 102 ][ 103 ][ 104 ][ 105 ][ 106 ][ 107 ][ 108 ][ 109 ][ 110 ][ 111 ][ 112 ][ 113 ][ 114 ][ 115 ][ 116 ][ 117 ][ 118 ][ 119 ][ 120 ][ 121 ][ 122 ][ 123 ][ 124 ][ 125 ][ 126 ][ 127 ][ 128 ][ 129 ][ 130 ][ 131 ][ 132 ][ 133 ][ 134 ][ 135 ][ 136 ][ 137 ][ 138 ][ 139 ][ 140 ][ 141 ][ 142 ][ 143 ][ 144 ][ 145 ][ 146 ][ 147 ][ 148 ][ 149 ][ 150 ][ 151 ][ 152 ][ 153 ][ 154 ][ 155 ][ 156 ][ 157 ][ 158 ][ 159 ][ 160 ][ 161 ][ 162 ][ 163 ][ 164 ][ 165 ][ 166 ][ 167 ][ 168 ][ 169 ][ 170 ][ 171 ][ 172 ][ 173 ][ 174 ][ 175 ][ 176 ][ 177 ][ 178 ][ 179 ][ 180 ][ 181 ][ 182 ][ 183 ][ 184 ][ 185 ][ 186 ][ 187 ][ 188 ][ 189 ][ 190 ][ 191 ][ 192 ][ 193 ][ 194 ][ 195 ][ 196 ][ 197 ][ 198 ][ 199 ][ 200 ][ 201 ][ 202 ][ 203 ][ 204 ][ 205 ][ 206 ][ 207 ][ 208 ][ 209 ][ 210 ][ 211 ][ 212 ][ 213 ][ 214 ][ 215 ][ 216 ][ 217 ][ 218 ][ 219 ][ 220 ][ 221 ][ 222 ][ 223 ][ 224 ][ 225 ][ 226 ][ 227 ]

พูดคุยฉันท์พี่น้อง
จากลูกแม่โจ้รุ่นและชื่อ : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด