เสวนาจากใจเพื่อแม่โจ้ กับ ส.จันทร และศิษย์เก่ารับเชิญ
คุยกับ ส.จันทร
[ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ][ 11 ][ 12 ][ 13 ] [ 14 ] [ 15 ][ 16 ][ 17 ][ 18 ][ 19 ][ 20 ][ 21 ][ 22 ][ 23 ][ 24 ][ 25 ][ 26 ][ 27 ][ 28 ][ 29 ][ 30 ][ 31 ][ 32 ][ 33 ][ 34 ][ 35 ][ 36 ][ 37 ][ 38 ][ 39 ][ 40 ][ 41 ][ 42 ][ 43 ][ 44 ][ 45 ][ 46 ][ 47 ][ 48 ][ 49 ][ 50 ][ 51 ][ 52 ][ 53 ][ 54 ][ 55 ][ 56 ][ 57 ][ 58 ][ 59 ][ 60 ][ 61 ][ 62 ][ 63 ][ 64 ][ 65 ][ 66 ][ 67 ][ 68 ][ 69 ][ 70 ][ 71 ][ 72 ][ 73 ][ 74 ][ 75 ][ 76 ][ 77 ][ 78 ][ 79 ][ 80 ][ 81 ][ 82 ][ 83 ][ 84 ][ 85 ][ 86 ][ 87 ][ 88 ][ 89 ][ 90 ][ 91 ][ 92 ][ 93 ][ 94 ][ 95 ][ 96 ][ 97 ][ 98 ][ 99 ][ 100 ][ 101 ][ 102 ][ 103 ][ 104 ][ 105 ][ 106 ][ 107 ][ 108 ][ 109 ][ 110 ][ 111 ][ 112 ][ 113 ][ 114 ][ 115 ][ 116 ][ 117 ][ 118 ][ 119 ][ 120 ][ 121 ][ 122 ][ 123 ][ 124 ][ 125 ][ 126 ][ 127 ][ 128 ][ 129 ][ 130 ][ 131 ][ 132 ][ 133 ][ 134 ][ 135 ][ 136 ][ 137 ][ 138 ][ 139 ][ 140 ][ 141 ][ 142 ][ 143 ][ 144 ][ 145 ][ 146 ][ 147 ][ 148 ][ 149 ][ 150 ][ 151 ][ 152 ][ 153 ][ 154 ][ 155 ][ 156 ][ 157 ][ 158 ][ 159 ][ 160 ][ 161 ][ 162 ][ 163 ][ 164 ][ 165 ][ 166 ][ 167 ][ 168 ][ 169 ][ 170 ][ 171 ][ 172 ][ 173 ][ 174 ][ 175 ][ 176 ][ 177 ][ 178 ][ 179 ][ 180 ][ 181 ][ 182 ][ 183 ][ 184 ][ 185 ][ 186 ][ 187 ][ 188 ][ 189 ][ 190 ][ 191 ][ 192 ][ 193 ][ 194 ][ 195 ][ 196 ][ 197 ][ 198 ][ 199 ][ 200 ][ 201 ][ 202 ][ 203 ][ 204 ][ 205 ][ 206 ][ 207 ][ 208 ][ 209 ][ 210 ][ 211 ][ 212 ][ 213 ][ 214 ][ 215 ][ 216 ][ 217 ][ 218 ][ 219 ][ 220 ][ 221 ][ 222 ][ 223 ][ 224 ][ 225 ][ 226 ][ 227 ]
ข้อความ 131
สวัสดีครับพี่สงวน,คุณอรุณ69
พี่สงวนครับผมได้ส่งอีเมล์ถึงพี่สงวนฉบับหนึ่งพร้อม file แนบอีเมล์ทางyahooครับถ้าพี่สงวนว่างกรุณาเปิดดูนะครับ มาพิมพ์ต่อครับ ในระหว่างที่ผมกับเพื่อนที่ทำนาถัดกันช่วยกันทำคันนาใหม่นั้นพอดีอาจารย์สุรัตน์ท่านเดินมาตรวจนักเรียนทำนาพอดีผมเลยถือโอกาสเรียนให้ท่านทราบถึงเหตุผลที่ผมกับเพื่อนช่วยกันทำคันนาและขออนุญาต อาจารย์ท่านก็อนุญาตท่านบอกย้ำให้ทำคันนาสูงหน่อยและบดอัดให้แน่นๆ ผมก็รับคำและก้มหน้าก้มตาทำคันนาต่อจนเที่ยงจึงเดินมากินอาหารเที่ยงที่โรงอาหารกินเสร็จก็เดินกลับไปนากับเพื่อนพอผ่าน co-op bar เหลือบมองเห็นว่างอยู่เลยชวนเพื่อนแวะเข้าไปกินโอยัวะใส่มาการีนหนึ่งช้อนชาตามสูตรของพี่ช่วยเพื่อแก้เหนื่อยกินเสร็จก็ซื้อโอเลี้ยงใส่ถุงไปกินที่นาอีกไม่รู้ว่าเป็นอุปทานหรือเปล่าพอกินโอยัวะใส่มาการีนหนึ่งช้อนชาเข้าไปสักพักความเหนื่อยค่อยบรรเทาลงก็แปลกดีครับ ถึงนาก็ทำคันนาต่อจนเย็นก็ยังไม่เสร็จเหลืออีกประมาณสามเมตรเลยต้องทำต่อวันรุ่งขึ้นเพราะเย็นมากแล้วและได้เวลาอาหารเย็นต้องรีบไปกินเพราะถ้าช้ากับข้าวหายหมดแน่พอเพื่อนร่วมวงกินเสร็จลุกออกไปเพื่อนวงข้าวข้างๆนึกว่าไม่มากินก็จะมาตักไปกินจนหมดผมเคยเจอคือผมมากินก่อนเสร็จลุกออกไปเพื่อนร่วมวงมากินที่หลังปรากฎว่ากับหมดเกลี้ยงพอเจอหน้าตอนเย็นก็ต่อว่าต่อขานผมหาว่ากินกับข้าวหมดไม่เหลือให้เลยผมก็อธิบายว่าไม่ได้กินหมดเหลือไว้ให้แน่ๆก็เลยรู้ว่าต้องมีใครเอาไปกินแน่เป็นอันรู้กันว่าถึงเวลาแล้วต้องไปกินจะมัวโอ้เอ้ไม่ได้ไม่อย่างนั้นกับข้าวหมดกินข้าวเสร็จก็กลับหอล้างจอบล้างปุ้งกี๋เอาขึ้นไปเก็บผลัดเสื้อผ้าลงมาอาบน้ำหน้าหอวันนี้คนอาบน้ำมากหน่อยต้องรอกันมองไปทางหอช่วงเกษตรศิลปการและหอศรีเกษตรซึ่งอยู่ต้นทางขึ้นไปคนก็อาบน้ำกันแน่นเหมือนกันแสดงว่าคนที่อยู่ทางหอชาญกสิกิจและหอสหศิลป์ซึ่งเป็นปลายน้ำก็ต้องอาบน้ำขี้ไคลและสบู่จากหอที่อยู่ต้นน้ำแต่ก็ไม่เป็นไรเพราะพอน้ำไหลมาถึงเราก็เป็นสีแดงขุ่นๆของสีลูกรังไม่มีคราบขี้ไคลหรือคราบสบู่ให้เห็นบางคนที่ไม่อยากรอก็เดินไปที่บ่อน้ำขุดหลังหอชาญกสิกิจแล้วใช้ที่ตักน้ำรู้สึกเรียกว่าน้ำทุ่งไม่รู้ว่าจะจำผิดหรือเปล่าตักน้ำขึ้นมาอาบทีละน้ำทุ่งแต่พี่วุฒิ คงเจริญ หัวหน้าหอเคยบอกว่าถ้าไปอาบน้ำที่บ่อหลังหอห้ามอาบที่ริมบ่อให้ตักน้ำแล้วเดินไปอาบให้เลยชานบ่อ(ริมบ่อจะมีชานบ่อโบกปูนซีเมนต์รอบบ่อเป็นวงกลม)บนดินเลยไม่ค่อยมีคนไปอาบเพราะขี้เกียจตักน้ำแล้วเดินเข้าเดินออกเพื่ออาบน้ำถ้าถามว่าทำไมไม่ซื้อถังสังกะสีมาตักทีเดียวแล้วไปอาบเล่าเล่าก็ต้องตอบว่าถ้าซื้อมาใช้ได้ไม่กี่ครั้งถังนั้นก็กลายเป็นที่ต้มถั่วเขียวใส่น้ำตาล ที่ต้มไก่หรือกลายเป็นหม้อใส่อาหารที่ปรุงกันเองไว้กินตอนกลางคืน ทั้งๆที่ตอนเย็นก็กินข้าวจนอิ่มแล้วแต่พอตกกลางคืนก็อดกินอีกไม่ได้สรุปแล้วกินวันละสี่มื้อแต่ก็ไม่มีใครอ้วนเพราะกินมากสักคนคงเนื่องจากต้องเรียนภาค
ปฎิบัติกันหนักนั่นเองพลังงานจึงถูกเผาผลาญไปหมดโดย ชาญกสิกิจ [23 พ.ย. 2548 , 16:33:56 น.] ( IP = 58.11.41.18 : : )
ข้อความ 132
ต่อตอนที่สอง
อ้อแล้วอีกอย่างถังราคาแพงสู้เก็บเงินไว้ไปเที่ยงในเวียงดีกว่าพอบ่ายวันเสาร์รถเข้าเวียงแน่นจนต้องห้อยโหนทุกคันทุกเที่ยวเพราะยังไงต้องเข้าไปเที่ยวฉุยฉายในเมืองดูแสงสีดูสาวๆหรือไปเที่ยวอย่างอื่นตามสภาพกระเป๋าของแต่ละคนวันอาทิตย์เย็นถึงกลับเข้าแม่โจ้ บางคนยังมันอยู่ก็อาจกลับมาเช้าวันจันทร์แต่ต้องก่อนลงงานหอนะไม่อย่างนั้นต้องใช้งานหอภายในอาทิตย์นั้นและชั่วโมงก็ต้องคูณด้วยสอง กลับมาตอนที่อาบน้ำหน้าหอก็อาบปนกันทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องครับระหว่างอาบน้ำถ้ารุ่นพี่ที่ใจดีหน่อยก็จะคุยกันสนุกสนานยิ่งถ้าตอนที่ทำนารุ่นพี่ก็จะเล่าถึงเทคนิคในการทำนาให้รุ่นน้องฟังผมได้ความรู้จากการอาบน้ำนี้เยอะทีเดียวอาบน้ำเสร็จก็ขึ้นมาผลัดผ้าบนหอแล้วสูบบุหรี่กันคนละมวนนัดกันว่าพอเริ่มมืดก่อนที่รุ่นพี่จะขึ้นมาคุยพอแม่ค้าหาบขนมมาขายที่ใต้ต้นสนหน้าหอสหศิลป์ก็จะลงไปกินขนมกันพอจวนมืดแม่ค้าก็หาบขนมมาสองเจ้าก็รีบลงไปเพราะตอนนี้ไม่ค่อยมีรุ่นพี่ลงไปกินเพราะส่วนใหญ่จะเดินไปเที่ยวตลาดหรือเที่ยวในหมู่บ้านรอบๆแม่โจ้ซึ่งมีหลายหมู่บ้านเท่าที่พยายามนึกก็มีเช่นหมู่บ้านแม่โจ้ บ้านทุ่งหมื่นน้อย บ้านแม่แก้ด ไปหาขนมกินหรือคุยกับสาวๆในหมู่บ้านซึ่งถ้าเราเข้าไปพูดคุยแบบสุภาพนุ่มนวลไม่เกะกะชาวชาวบ้านเขาก็ยินดีต้อนรับมีหลายคนที่ได้สาวชาวบ้านเป็นคู่ชีวิต อันนี้ผมมารู้เมื่อขึ้นเป็นนักเรียนปีที่สองครับ พอลงไปที่หาบขนมก็ถามว่ามีอะไรขายบ้างซึ่งขนมต่างๆที่เอามาขายนั้นส่วนใหญ่เป็นขนมแห้งเช่นขนมจ๊อก ขนมชั้น กล้วยฉาบ กล้วยต้มกินกับมะพร้าวคลุกน้ำตาล กล้วยเชื่อมเป็นต้น ส่วนอีกเจ้านั้นเป็นทั้งของคาวและขนมพวกน้ำเช่นกล้วยบวดชี มันเทศต้มน้ำตาล ส่วนของคาววันที่ผมลงไปกินเป็นครั้งแรกเป็นขนมเส้นและเส้นก้วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยวก็ดีนะครับที่มากันสองเจ้าขายของคนละชนิดจะได้ไม่แย่งกันขายผมเลยกินทั้งสองเจ้าคือกินก้วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยวกับขนมชั้นแล้วรีบกลับขึ้นหอเพราะเริ่มมีรุ่นพี่เดินมาบ้างแล้วขึ้นมาบนหอก็จุดตะเกียงนั่งพักผ่อนเพื่อนที่นอนเตียงเหล็กซึ่งเป็นเตียงที่พื้นเตียงเป็นเหล็กเส้นแบนสานกันเวลานอนที่นอนก็จะหย่อนลงคล้ายกับเตียงสปริงบ่นว่านอนแล้วปวดหลังผมเลยคิดในใจว่าดีแล้วที่เราเลือกเตียงไม้ พรุ่งนี้จะมาพิมพ์ใหม่ครับโดย ชาญกสิกิจ [23 พ.ย. 2548 , 17:17:07 น.] ( IP = 58.11.41.18 : : )
ข้อความ 133
สวัสดีครับพี่ส.จันทรและคุณอรุณ69
ตอนนี้อากาศที่ผมอยู่นี่ปกติอากาศจะค่อนข้างร้อนเกือบทุกวันแต่ช่วงสองสามวันมานี่อากาศเย็นสบายจะบอกว่าหนาวก็ยังไม่ได้พอจะเรียกได้ว่าเย็นเท่านั้น มาฟื้นความจำต่อครับความจริงบรรยากาศกลางคืนที่หอนี่มานึกทบทวนดูแล้วเวลาจุดตะเกียงนี่แปลกๆดีครับดูสงบดีเดี๋ยวนี้บางวันเวลากลางคืนผมจะดับไฟฟ้า โทรทัศน์ วิทยุหมดแล้วจุดเทียน(อยากจะซื้อตะเกียงแบบเก่าที่เคยใช้แต่หาซื้อไม่ได้)และจุดตะเกียงมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์แล้วนั่งเงียบๆใจก็นึกถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมาปรากฎว่านึกได้มากมายหลายเรื่องแต่บางวันก็นึกอะไรไม่ออกเลยครับเมื่อซักราวสามปีที่ผ่านมาเคยไปเชียงใหม่กับลูกชายแล้วแวะเข้าไปเยี่ยมแม่โจ้เพื่อระลึกถึงความหลังสมัยที่เรียนอยู่เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนปรากฎว่าจำไม่ได้เลยแม่โจ้สมัยนี้เจริญขึ้นมีอาคารเกิดขึ้นมากมายเกือบไม่เหลือสภาพเก่าเลยผมเข้าไปลูกชายขับรถวนเวียนอยู่หลายตลบผมมาทางเส้นทางอำเภอสันทรายเข้าทางประตูแรกที่ถึงเข้าใจว่าเป็นถนนบางเขนขับรถวนเวียนจนพบตึกอำนวยการเดิมเดี้ยวนี้เปลี่ยนชื่อเป็นตึกช่วงเกษตรศิลป ต้นตีนตุ๊กแกที่เลื้อยเกาะผนังถูกรื้อออกทาสีแทนและพบศาลแม่โจ้เป็นศาลที่สร้างใหม่จึงจอดรถและยกมือไหว้คารวะท่าน เพราะผมป่วยเดินเหินไม่สะดวกและพบตึกสำนักงานอธิการบดีผมจำได้เพราะสร้างขึ้นสมัยผมเรียนปีห้าจวนจะจบแล้วตอนนั้นแม่โจ้ได้งบประมาณมาก่อสร้างตึกและอาคารประชุมนอกจากนี้ผมไปขอทรานสคริปส์ผลการเรียนเทคนิคเกษตรเพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตร์ศาสตร์เคยขึ้นไปขอพบท่านผ.อ.วิภาต บุญศรี วังซ้ายเพื่อคารวะท่านที่ชั้นสองได้พูดคุยกับท่านหลายเรื่องทั้งเรื่องการทำงานและเรื่องเรียนท่านสอนผมหลายเรื่องคุยกันจนพอสมควรแล้วผมจึงลาท่านลงมาข้างล่างเพื่อขอรับทรานสคริปส์ครับ วกมาเรื่องอดีตอีกทีรุ่งขึ้นผมรีบตื่นแต่เช้าจัดเรื่องส่วนตัวแล้วเดินไปโรงอาหารกินข้าวต้มกับถั่วลิสงทอดอาหารประจำกับข้าวอีกอย่างไม่แตะเลยเพราะเป็นปลาทอดกระป๋องตัวขนาดนิ้วชี้แต่เหม็นคาวมากๆแล้วรีบเดินไปนาผ่าน co-op bar พี่ช่วยกำลังกวาดทำความสะอาดพื้นอยู่พี่ช่วยก็ร้องทักว่าไม่แวะกินโอยัวะก่อนหรือผมเลยตอบว่าไว้ตอนเที่ยงจะมากินตอนนี้ต้องรีบไปทำคันนาก่อน ที่ต้องรีบไปทำตอนเช้าก่อนฝึกงานภาคปฏิบัติเพราะคนอื่นเขาขุดพลิกดินไปตั้งเยอะแล้วผมยังไม่ได้ขุดเลยเพราะมัวแต่ทำคันนาไปถึงก็รีบทำก่อนเลยสักพักเพื่อนที่ต้องทำคันนาร่วมกันก็ตามมาช่วยกันทำจนเกือบเสร็จจึงหยุดแล้วพากันเดินมาหน้าตึกอำนวยการเนื่องจากได้ยินเสียงระฆังตีบอกเวลาแปดโมงเช้าโดย ชาญกสิกิจ [24 พ.ย. 2548 , 15:28:55 น.] ( IP = 58.11.41.18 : : )
ข้อความ 134
ต่อตอนที่สอง
เมื่ออาจารย์เรียกชื่อแล้วก็ให้แยกกลุ่มไปทำงานวันนี้โชคดีที่การลงงานเบากว่าทุกวันคืออาจารย์ให้ไปทำงานที่คอกไก่ซึ่งผมก็ชอบอยู่แล้ววันนั้นอาจารย์ให้ผมล้างคอกเลี้ยงลูกไก่ไก่เพื่อเตรียมเอาลูกไก่รุ่นใหม่ลงเลี้ยงโดยใช้น้ำล้างให้สะอาดหมดจดแล้วใช้น้ำยาไลโซลราดเพื่อฆ่าเชื้อจากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งระหว่างรอให้พื้นคอกแห้งก็เอารถเข็นไปเอาแกลบจากโรงสีข้าวของวิทยาลัยซึ่งอยู่ข้าง co-op bar เอาใส่กระสอบมาเตรียมไว้เพื่อปูพื้นจากนั้นก็เก็บกวาดใบไม้แห้งบริเวณคอกไก่เก็บไปเผาระหว่างนั้นคนงานก็ต่อไฟมาประจำคอกช่องที่จะใช้เลี้ยงลูกเจี๊ยบพอพักเที่ยงก็ไปกินข้าวตามปกติวันนี้ไม่ค่อยเหนื่อยเลยกินข้าวไม่มากเหมือนทุกวันเสร็จแล้วก็ไปที่ co-op bar เพื่อจะกินโอยัวะใส่มาการีนหนึ่งช้อนชา(ตอนนั้นรู้สึกว่าจะราคาถ้วยละสองหรือสามบาทนี่แหละครับ)พอไปถึงก็เข้าไปนั่งโต๊ะสั่งโอยัวะพี่ช่วยมากินวันนี้เผอิญมีรุ่นพี่มานั่งน้อยกว่าทุกวันผมเลยมีโอกาสนั่งโต๊ะที่ติดกับห้องที่พี่ทิพย์เปิดเพลงจากแผ่นเสียงให้คนที่มานั่งกินกาแฟฟังผมเลยเรียบๆเคียงๆไปดูพี่ทิพย์เปิดแผ่นเสียงและถามเรื่องเกี่ยวกับแผ่นเสียงนิดหน่อย สักพักจึงเดินกลับไปคอกไก่เข้าไปนอนพักที่ใต้ต้นตะขบพลางเก็บลูกตะขบมากินเล่นๆรสชาติหวานเอียนๆอย่างไรก็ไม่รู้เผลองีบไปมาสะดุ้งติ่นเพราะได้ยินเสียงระฆังดังกังวาลมา(ความจริงระฆังใบใหญ่ที่ใช้ตีบอกเวลานี่ดังไปไกลมากขนาดอยู่กลางนาซึ่งไกลจากตึกอำนวยการมากโขอยู่ก็ยังได้ยินชัดเจน) จึงลุกขึ้นทำงานต่อช่วยคนงานผสมอาหารลูกไก่และไก่รุ่นโดยอาจารย์ให้สูตรไว้ทั้งรำก็ใช้รำจากโรงสีของวิทยาลัยไม่ต้องซื้อปลายข้าวก็เช่นกันจะซื้อเฉพาะปลาป่น หางนมผง กากถั่วเหลือง เปลือกหอยป่นและไวตามินใบกระถินป่นก็ทำเองตอนนั้นหัวอาหารหรืออาหารข้นอย่างที่ขายกันในเวลานี้ยังไม่ค่อยมีขายในตลาด ช่วยคนงานผสมไปพูดคุยซักถามกันไปพอผสมเสร็จก็ใช้พลั่วตักใส่กระสอบนำไปเก็บไว้ในห้องเผลอเดี้ยวเดียวก็เย็นเสียแล้ววันนี้อาจารย์ให้เลิกเร็วเป็นพิเศษเหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าโรงอาหารถึงจะเปิดจึงแบกจอบไปที่นาเพื่อทำนาคันนาให้เสร็จแต่งให้ดูดีแล้วจึงเริ่มขุดพลิกดินไล่ตามเพื่อนๆที่เขาขุดล่วงหน้าไปแล้วปกติการทำนาสมัยนั้นนิยมใช้ควายตัวหนึ่งลากไถพลิกดินแดนต้องมีฝนตกลงมาให้ดินชุ่มเสียก่อนจึงไถแต่นักเรียนต้องใช้จอบขุดพลิกดินแทนไถเนื่องจากอาจารย์อนุญาตให้ใช้เครื่องมือสามชนิดเท่าทำนาอย่างที่บอกไว้ข้างต้นจอบจึงเป็นเครื่องมือหลักขุดพลิกดินจนเพลินมาฉุกคิดคิดขึ้นได้ว่าเสียงระฆังตีบอกเวลานานแล้วพอนึกได้ก็เลิกขุดรีบเดินมาโรงอาหารเพราะถ้ามัวโอ้เอ้มาช้ากับข้าวหมดแน่ๆ มาถึงก็เดินเข้าไปในโรงอาหารโดย ชาญกสิกิจ [24 พ.ย. 2548 , 18:48:06 น.] ( IP = 58.11.41.18 : : )
ข้อความ 135
ต่อตอนที่สาม
พอเดินเข้ามาในโรงอาหารมองไปที่วงอาหารที่ผมกินเป็นประจำรู้สึกโล่งใจเพราะเพื่อนร่วมวงยังนั่งกินอยู่เดินไปหยิบจานเคลือบมาตักข้าวเดินมานั่งกินพร้อมกับคุยกับเพื่อนเรื่องการนาทำแปลงผักก็ยังไม่เสร็จเหมือนกันเลยตกลงกันว่าพอกินข้าวเสร็จจะเดินไปทำแปลงผักซักหน่อยแล้วจึงกลับหอพอกินข้าวกินน้ำเสร็จก็เดินไปแปลงผักขุดดินพลิกตากแดดได้เพิ่มอีกหนึ่งแปลงแล้วจึงเดินกลับหอผลัดผ้าแล้วเอาชุดทำงานไปซักแล้วอาบน้ำจากนุ้นจึงชวนเพื่อนเดินไปเที่ยวในตลาดวนจนทั่วมองไปในร้านอาหารตามสั่งซึ่งีอยู่สองร้านตรงข้ามกันเห็นรุ่นพี่นั่งกันเต็มร้านจึงเดินเลยตลาดไปทางสำนักงานส่วนไร่ยาสูบและสำนักงานกีฏะวิทยาพอเลยไปเล็กน้อยก็มีต้นซุงขนาดประมาณหนึ่งคนโอบอยู่สามต้นวางเรียงกันอยู่ริมถนนคงจะเป็นซุงที่ชักลากมาจากป่าที่ไหนสักแห่งแน่ๆเพราะที่ปลายท่อนซุงเจาะรูไว้สำหรับร้อยโซ่ไว้ให้ช้างชักลากก็เลยพากันนั่งคุยกันบนต้นซุงและขนานนามกันว่าสำนักซุงสามต้นและนัดกันว่าถ้าว่างๆจะมานั่งคุยกันที่นี่อีกและซุงสามต้นนี้จนผมอยู่ปีที่ห้าแล้วเมื่อเดินไปก็ยังอยู่แต่ป่านนี้คงหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ พอบรรยากาศพลบจวนค่ำแล้วจึงกันเดินกลับหอจุดตะเกียงแล้วสูบบุหรี่กันคนละมวนรุ่นพี่ก็เริ่มเดินขึ้นมาบนหอมาคุยด้วยก็เป็นเหมือนทุกวันที่ผ่านมา รุ่งขึ้นพออาบน้ำผลัดเสื้อผ้าเป็นชุดทำงานก็รีบไปกินข้าวต้มกับถั่วลิสงทอดกับผักกาดดองกระป๋องเสร็จแล้วก็รีบเดินไปนาขุดพลิกดินเพื่อให้ทันเพื่อนพอได้ยินเสียงระฆังจึงรีบเดินหน้าตึกอำนวยการเพื่อรอการเรียกชื่อจากอาจารย์ วันนี้โชคดีเหมือนเมื่อวานคือเมื่อเรียกชื่อแล้วอาจารย์ก็ให้กลุ่มผมไปทำงานที่คอกไก่อีกไปถึงคอกไก่อาจารย์ให้เอาแกลบที่ขนมาเมื่อวานโรยพื้นคอกที่จะเลี้ยงไก่รุ่นเกลี่ยให้เสมอกันพร้อมทั้งตรวจดูตาข่ายฝากรงดูว่มีที่ไหนรั่วหรือขาดบ้างถ้าเจอก็ช่วยกันซ่อมโดยคนงานเป็นหัวหน้ากลุ่มสอนให้นักเรียนซ่อมจุดที่ขาดให้ดีและให้เอาผ้ากระสอบปูบนพื้นกรงที่จะใช้เลี้ยงลูกเจี๊ยบจัดวางรางอาหารและขวดน้ำไว้ตามจำนวนที่กำหนด พอสายๆรถวิทยาลัยก็กลับจากในเมืองบรรทุกลูกเจี๊ยบและไก่รุ่นกระทงมาจากในเมืองก็ช่วยกันขนลงไปไว้ที่ตรงเลี้ยงตอนนี้สนุกครับเพราะเสียงลูกเจี๊ยบและไก่รุ่นกระทงร้องกันลั่นไปหมดผมอยู่ฝ่ายที่ต้องขนลูกเจี๊ยบขึ้นกรงเลี้ยงต้องจับออกจากกรงพร้อมนับจำนวนไปด้วยเสร็จแล้วเอาวัคซีนหยอดจมูกไปด้วย(ถ้าจำไม่ผิด)ก่อนปล่อยลงกรงเอาน้ำผสมยาเทอรามันซิน ผสมแล้วน้ำเป็นสีแดงๆให้ลูกเจี๊ยบกินลูกเจี๊ยบน่ารักขนฟูสีเหลืองเท้าเป็นสีชมพูทำงานนี้เพลินดีทำจนถึงเวลาพักเที่ยงไม่รู้ตัว พรุ่งนี้จะมาพิมพ์ใหม่ครับโดย ชาญกสิกิจ [24 พ.ย. 2548 , 19:40:00 น.] ( IP = 58.11.41.18 : : )
ข้อความ 136
สวัสดีครับพี่ส.จันทร,คุณอรุณ69
วันนี้ผมเข้าweb board ทาง mejo.net เพื่อดูหัวข้อเรื่องต่างๆและนึกทบทวนหลายเรื่องเช่นเรื่องมหาวิทยาลัยโอคลาโฮม่าซึ่งคลับคล้ายคับคลาว่าท่านผ.อ.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ท่านก็จบจากมหาวิทยาลัยนี้ใช่หรือไม่ครับพี่ส.จันทรครับเรื่องต่อมาคือเรื่องต้นเสียงเพลงชาติแม่โจ้คนแรกพี่แผ่พืชน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยาแม่โจ้รุ่นสอง ความจริงผมน่าจะเรียกท่านว่าคุณพ่อมากกว่าเพราะบุตรของท่านคนหนึ่งชื่อแผ่เกียรติ เทพหัสดิน ณ อยุธยาเป็นเพื่อนนักเรียนมัธยมห้องเดียวกับผมและสมัยโน้นคนที่สนิทกันเรามักใช้เรียกชื่อบิดาแทนชื่อตัวจนบางครั้งพอจะเรียกหรือเขียนชื่อจริงต้องนึกกันนานถึงจะนึกออกเมื่อจบมัธยมหกแล้วผมก็ไปทำงานเกี่ยวกับการส่งอาหารให้เรือน้ำมันอยู่ปีหนึ่งแล้วก็มาเรียนที่แม่โจ้ส่วนแผ่เกียรติก็เรียนต่อมัธยมปลายเรามาเจอกันอีกทีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยแผ่เกียรติเรียนเศรษศาสตร์เกษตรผมเรียนศึกษาศาสตร์เกษตร เรื่องที่สามคืออาจารย์ธนิต มะลิสุวรรณรุ่น20 อาจารย์ธนิตสอนผมตอนเรียนเทคนิคเกษตรครับท่านเพิ่งจบจากอเมริกาและมาพร้อมอาจารย์อานนท์ เที่ยงตรงกลับมาสอนที่แม่โจ้ทั้งสองท่านซึ่งอาจารย์ทั้งสองท่านก็สอนผมแต่ผมนึกไม่ออกจริงๆว่าท่านสอนวิชาอะไรนึกออกแต่ว่าท่านพักอยู่ในแม่โจ้บ้านบ้านอยู่ติดกันอยู่เลยแปลงผักนักเรียนไปหน่อยพอสอนมาได้ซักราๆปีหนึ่ง อาจารย์ธนิตแต่งงานภรรยาท่านจบวิทยาลัยวิชาการศึกษาและท่านมาทำงานเป็นครูใหญ่โรงเรียนเทพศาสตร์ ผมกับเพื่อนยังไปขอช่วยสอนวิชาเกษตรกับนักเรียนชั้นมัธยมท่านก็อนุญาตตอนนั้นเป็นยังไงก็ไม่รู้มีความรู้สึกอยากเป็นครูจริงๆแต่ก็อย่างเคยผมนึกชื่อภรรยาอาจารย์ธนิตซึ่งท่านเป็นครูใหญ่โรงเรียนเทพศาสตร์ไม่ออกและที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ตรงข้ามกับหอสุมิตรใกล้กับสระเกษตรสนานอาจารย์อานนท์ยังโสดอยูครับท่านมาแต่งงานภายหลังเมื่อผมจบแม่โจ้มาแล้ว ผมพบอาจารย์อานนท์ครั้งล่าสุดเมื่อสามปีก่อนที่สนามบินดอนเมืองผมเดินสวนกับท่านโดยลูกชายผมช่วยเดินประคองกำลังจะไปขึ้นเครื่องบินผมผมมองท่านพร้อมกับนึกทบทวนว่าเราเคยเห็นที่ไหนหนอแต่นึกไม่ออกท่านก็มองผมและคงจะนึกว่าเคยพบผมที่ไหนต่างคนต่างนึกไม่ออกเพราะตอนนั้นความจำผมยังสับสนอยู่แต่พอเดินสวนมาได้สักพักผมก็นึกออกแว๊บขึ้นมาว่าน่าจะเป็นอาจารย์อานนท์ จึงบอกให้ลกชายให้เดินกลับไปกับผมย้อนไปหาอาจารย์อานนท์พบท่านกำลังยืนอยู่หน้าร้านอาหารผมจึงเข้าไปสวัสดีท่านแล้วถามว่าอาจารย์อานนท์ใช่ไหมครับท่านหันมาแล้วตอบว่าใช่ผมก็เลยแนะนำตัวเองและบอกว่าอาจารย์เคยสอนผมที่แม่โจ้ก็เลยถึงบางอ้อเลยยืนคุยกันสักพักใหญ่ราวครึ่งชั่วโมงแล้วผมก็ขอลาท่านไปขึ้นเครื่องบินเพราะเขาประกาศให้ขึ้นเครื่องแล้วโดย ชาญกสิกิจ [25 พ.ย. 2548 , 13:09:44 น.] ( IP = 58.11.41.67 : : )
ข้อความ 137
ต่อตอนที่สอง
ตอนนั้นท่านบอกว่านอกที่แม่โจ้แล้วท่านยังเป็นที่ปรึกษาและเป็นคณะสภาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่อีกด้วย อีกอันก็คืออาจารย์ดร.เปลื้อง อุไรพงษ์ อาจารย์เปลื้องสอนผมตอนอยู่ปีที่สามท่านเพิ่งจบปริญญาเอกมาหมาดๆท่านพักในแม่โจ้เหมือนกันบ้านพักท่านอยู่ริมถนนที่ผ่านหน้าหอพักตัดผ่านถนนบางเขนตรงไปผ่านบ้านหมอโกเมนจนเกือบสุดถนนซึ่งถนนนี้มีทางเดินตรงไปวัดวิเวกหลังแม่โจ้ได้ บุตรชายของท่านก็เรียนที่แม่โจ้หลังผมสี่ปีจำชื่อจริงไม่ได้แต่ผมเรียกชื่อเล่นว่าไอ้ปื้ด ไอ้ปื้ดมีพี่สาวสวยอยู่คนหนึ่ง เรียนในเมืองเหมือนกันพอกลับจากโรงเรียนในเมืองเดินกลับบ้านต้องผ่านหอพักมักจะถูกแซวเสมอวันไหนไอ้ปื้ดเดินมาคนเดียวก็จะถูกเรียก มาซักถามเรื่องพี่สาวแต่ไอ้ปื้ดก็หวงพี่สาวไม่ค่อยยอมบอกบางครั้งถูกแกล้งเอากระเป๋าหนังสือไปซ่อนหาไม่เจอไอ้ปื้ดก็เดินร้องไห้กลับบ้านคนที่เอากระเป๋าไปซ่อนต้องวิ่งตามเอากระเป๋าไปคืนให้พร้อมปลอบให้หยุดร้องไห้ผมเคยบอกเพื่อนที่ชอบแกล้งว่าระวังไอ้ปื้ดไปฟ้องอาจารย์เปลื้องเดี๋ยวอาจารย์เปลื้องโมโหมาเตะเข้าให้หรอก พอสี่ปีให้หลังไอ้ปื้ดก็เข้าเรียนแม่โจ้กลายเป็นรุ่นน้องไปแล้วเรื่องแกล้งก็เลยเลิกไปแต่ผมไม่เคยแกล้งนะครับแล้วที่เรียกชื่อเล่นของลูกชายอาจารย์เปลื้องว่าไอ้ปื้ดนั้ไม่ใช่หยาบนะครับเป็นการเรียกแบบเอ็นดูในสมัยก่อนผู้ใหญ่มักจะเรียกเด็กๆว่าไอ้ตามด้วยชื่อเล่นก็เพราะเรียกแบบเอ็นดูครับ มาต่อเรื่องฟิ้นความจำดีกว่าครับ ส่วนไก่รุ่นกระทงนั้นตัวค่อนข้างโตขนขึ้นเต็มตัวลักษณะเป็นไก่ใหญ่แต่ยังร้องเจี๊ยบๆอยู่ก็เลี่ยงในกรงด้านล่างโดยเอาแกลบปูพื้นแล้วจึงปล่อยไก่ลงมีรางอาหารและรางน้ำวางเป็นระยะน้ำไก่รุ่นอาจารยฺให้ใส่ออริโอมัยซินน้ำจะเป็นสีเหลืองแต่อาจารย์บอกว่าให้กินเพียงสามวันแล้วหยุดให้เพราะถ้าให้กินนานๆจะทำให้ไก่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก ไก่นี่พอปล่อยลงกรงแล้วก็วิ่งหารางน้ำและรางอาหารกินทันทีทั้งลูกเจี๊ยบและไก่รุ่นอาจารย์บอกว่าความจริงควรจะให้กินแต่น้ำเพียงอย่างเดียวก่อนตอนเย็นค่อยให้อาหารเพราะไก่เพิ่งมาถึงใหม่ๆยังเครียดจากการเดินทางอยู่ส่วนลูกเจี๊ยบก็ทดสอบไฟกกว่าใช้ได้ดีความจริงไก่พันธุ์นี่วิทยาลัยก็มีคอกไก่พันธุ์อยูด้านหน้าใกล้กับถนนมีคูน้ำกั้นรอบๆคอกมีไม้ยืนต้นเช่นตะขบเป็นร่มใกล้คอกถัดออกไปมีต้นยูคาลิปอีกชั้นในคอกหนึ่งมีไก่ตัวผู้ตัวหนึ่งตัวเมียหกถึงสิบตัวไข่ที่ออกมาคนงานก็มาเก็บไปฟักในตู้ฟักซึ่งตอนนั้นมีตู้ฟักใหญ่ใช้ไฟฟ้าหนึ่งตู้และตู้เล็กใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดอีกประมาณห้าตู้ ไก่พันธุ์ที่เลี้ยงมีหลายพันธุ์เท่าที่นึกออกก็มีเล็กฮอร์นเป็นพันธุ์ไก่ไข่ขนสีขาวตัวค่อนข้างเล็กโดย ชาญกสิกิจ [25 พ.ย. 2548 , 14:17:17 น.] ( IP = 58.11.41.67 : : )
ข้อความ 138
ต่อตอนที่สาม
พันธุ์โร้ดไอร์แลนด์แดงขนสีน้ำตาลแดงเป็นไก่พันธุ์เนื้อและพันธุ์ไข่จะเลียงเป็นไก่เนื้อหรือไก่ไข่ก็ได้เพราะไข่ดกน้อยกว่าเล็กฮอร์นเล็กน้อยแต่ตัวโตเป็นไก่พันธุ์เนื้อ พันธุ์บาร์พลีมัทร้อคเป็นไก่พันธุ์เนื้อและไข่เหมือนกับบาร์พลีมัทร้อคขนลายปนสีขาวปนสีเทาปนสีดำปัจจุบันก็ยังมาเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่กระทงอยู่ พันธุ์โคชินไชน่าเป็นไก่พันธุ์เนื้อตัวใหญ่มากแต่ก็กินอาหารจุตามตัวเท่าที่นึกออกมีเท่านี้ครับอ้อนึกได้อีกอย่างแต่ไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องหรือไม่คือเขาเอาไก่พันธุ์บาร์พลีมัทร้อค และโร้ดไอร์แลนด์แดงมาผสมกันเอาไข่ไปฟักออกมาเป็นลูกเจี๊ยบสามารถแยกเพศได้จากสีของขนคือตัวเมียจะสีขนลายแบบบาร์พลีมัทร้อค ตัวผู้สีขนจะเป็นน้ำตาลปนสีดำ ไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องหรือไม่บางทีผมพิมพ์สลับกันก็ได้ แล้วเอามาเลี้ยงเป็นไก่กระทง เย็นนั้นเมื่อเลิกงานแล้วผมก็เดินไปนาขุดพลิกดินเพื่อเร่งให้ทันเพื่อนทำอยู่จนเย็นเป็นเลิกไปกินข้าวที่โรงอาหารเย็นนั้นเจริญอาหารเป็นพิเศษกับข้าวก็มีสองอย่างตามเคยมีไข่ลูกเขยคนละฟองกับแกงจืดผักกาดขาวกับหมูสามชั้น น้ำราดไข่ลูกเขยเอามาคลุกข้าวอร่อยดี รสหวานปนเค็มมีเปรี้ยวปนเล็กน้อยทำให้เจริญอาหารดีจริงๆ วันนั้นผมนั่งโต๊ะหันหน้าไปทางประตูกินข้าวไปมองออกไปเห็นพวกพี่ที่เรียนเทคนิคเกษตรกินอาการด้วยถาดหลุมไปคุยไป ผมนึกอยากจะกินถาดหลุมบ้างเพราะดูเป็นสัดส่วนดีนึกต่อว่าจะต้องเรียนเทคนิคเกษตรให้ได้ถ้าทางบ้านจะส่งให้เรียน กินอาหารเสร็จแล้วก็เดินกลับหอทางถนนบางเขน(ไม่รู้ว่าผมเรียกชื่อถนนถูกหรือเปล่าพยายามนึกทบทวนหลายครั้งก็ยังนึกว่าชิ่อถนนบางเขนอยู่นั่นเอง)ผ่านแปลงผักเห็นมีเพื่อนๆหลายคนที่ขยันกำลังขุดแปลงกันอยู่ผมเกิดขี้เกียจขึ้นมาเลยนึกผลัดว่าพรุ่งนี้ค่อยมาทำวันนี้เดินสำรวจเส้นทางดีกว่าเดินไปตามถนนพอเลยแยกถนนที่มาจากหอตัดกันไปได้สักพักก็สวนกับอาจารย์บำเพ็ญท่านขี่รถจักรยานสวนมาพร้อมผิวปากไปด้วยฟังเพราะดีผมกับเพื่อนก็หยุดเดินคำนับอาจารย์ท่านก็พยักหน้ารับคำนับเดินไปอีกนิดกลิ่นขี้หมูก็โชยมาเดินข้ามห้วยแม่โจ้ก็หยุดบนสะพานก้มลงมองเห็นมีน้ำไหลผ่านเอื่อยๆลักษณะภายในลำห้วยมีสภาพเหมือนในป่าทั่วไปเดินต่อไปเรื่อยผ่านหน้าบ้านอาจารย์ทองอินทร์ หินคำ ทางแยกเข้าหอสุมิตรและบ้านอาจารย์บุญเลิศ อินทะพันธุ์ ทางแยกเข้าหอฝ.ค.ต่อไปอีกหน่อยก็สุดถนนซึ่งต่อเชื่อมกับถนนที่มาจากสถานีกสิกรรมแม่โจ้ไปตลาดเดินเลี้ยวซ้ายไปจนถึงทางแยกเข้าสโมสรอาจารย์และสนามเทนนิสก็เลี้ยวเข้าไปมุ่งผ่านโรงเรียนเทพศาสตร์ สระเกษตรสนานแวะนั่งพักริมสระเพราะเย็นร่มรื่นดีจนอากาศเย็นมากแล้วจึงออกเดินตรงไปผ่านหน้าหอผดุงศิลป์ หอเทพนฤมิตร(หอพยาบาล) ตรงไปเข้าหอชาญกสิกิจด้านหลังหอแล้วก็ดำเน้นกิจกรรมเหมือนทุกวันต่อไป พรุ่งนี้จะมาพิมพ์ต่อนะครับโดย ชาญกสิกิจ [25 พ.ย. 2548 , 15:19:51 น.] ( IP = 58.11.41.67 : : )
ข้อความ 139
เรียนพี่สงวนที่เคารพ ขอบพระคุณสำหรับเร่องงานศพแม่ผมไม่ค่อยได้แจ้งข่าวให้ทราบมากนักเห็นและได้อ่านข้อเขียนของพี่ชาญกสิกิจแล้วคิกถึงบรรยากาศเก่าๆในแม่โจ้ซึ่งมันคงไม่มีทางที่จะย้อนกลับมาได้อีกแล้วมีแต่ความทรงจำที่ฝังอยู่ในส่วนลึกๆของความคิดของพวกเราทุกคน ถ้ามีเวลาผมอาจจะเขียนมาร่วมบรรยากาศด้วย พี่สงวนครับช่วยเพิ่มเติมข้อมูลในหัวข้อทำเนียบแต่ละรุ่นในส่วนของรุ่น 35 ให้ครบถ้วนให้ผมด้วย ดังนี้ ในส่วนจำนวนนักศึกษาที่เรียนประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย ( 3 ปี)รุ่นผมมี 27 คน ส่วนพวกที่เรียนเทคนิดเกษตร ( ปวส ที่มาเรียนต่อ ปี 4-5 ) มี 47 คน ผมเป็นคณะทำงานที่ทำหนังสืออนุสรณ์ของรุ่นผมซ่งได้ทำร่วมกับรุ่น 36 และผมก็ได้เขียนบทความลงในหนังสือนี้ด้วย ทุกวันนี้หนังสืออนุสรณ์เล่มดังกล่าวผมยังเก็บไว้อยู่ พี่สงวนช่วยกรุณาเพิ่มเติมข้อมูลรุ่น 35 ให้ครบถ้วนด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง ว่างๆจะส่งข่าวมาอีก
โดย สันติ แม่โจ้ 35 [25 พ.ย. 2548 , 20:56:29 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : )
ข้อความ 140
พี่สงวนครับผมขอเพิ่มเติมคือ ให้ช่วยเพิ่มใน "การเรียกชื่อรุ่นในแม่โจ้ใช้ปี พ.ศ. ที่เข้าเรียน" ส่วนรายละเอียดก็คือ พวกเรียน 3 ปี มี 27 คนพวกเรียนปี 4ปี 5 มี 47 คนทั้งรุ่นมี 74 คน โดนต้อนรับน้องใหม่น่วมเลยเพราะปีหนึ่งมีน้อยกว่ารุ่นพี่มากประมาณว่าหน่งต่อสิบคน จึงสาหัสมากในคืนวันนั้น
โดย สันติ แม่โจ้ 35 [25 พ.ย. 2548 , 21:17:31 น.] ( IP = 203.113.60.71 : : ) [ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ][ 11 ][ 12 ][ 13 ] [ 14 ] [ 15 ][ 16 ][ 17 ][ 18 ][ 19 ][ 20 ][ 21 ][ 22 ][ 23 ][ 24 ][ 25 ][ 26 ][ 27 ][ 28 ][ 29 ][ 30 ][ 31 ][ 32 ][ 33 ][ 34 ][ 35 ][ 36 ][ 37 ][ 38 ][ 39 ][ 40 ][ 41 ][ 42 ][ 43 ][ 44 ][ 45 ][ 46 ][ 47 ][ 48 ][ 49 ][ 50 ][ 51 ][ 52 ][ 53 ][ 54 ][ 55 ][ 56 ][ 57 ][ 58 ][ 59 ][ 60 ][ 61 ][ 62 ][ 63 ][ 64 ][ 65 ][ 66 ][ 67 ][ 68 ][ 69 ][ 70 ][ 71 ][ 72 ][ 73 ][ 74 ][ 75 ][ 76 ][ 77 ][ 78 ][ 79 ][ 80 ][ 81 ][ 82 ][ 83 ][ 84 ][ 85 ][ 86 ][ 87 ][ 88 ][ 89 ][ 90 ][ 91 ][ 92 ][ 93 ][ 94 ][ 95 ][ 96 ][ 97 ][ 98 ][ 99 ][ 100 ][ 101 ][ 102 ][ 103 ][ 104 ][ 105 ][ 106 ][ 107 ][ 108 ][ 109 ][ 110 ][ 111 ][ 112 ][ 113 ][ 114 ][ 115 ][ 116 ][ 117 ][ 118 ][ 119 ][ 120 ][ 121 ][ 122 ][ 123 ][ 124 ][ 125 ][ 126 ][ 127 ][ 128 ][ 129 ][ 130 ][ 131 ][ 132 ][ 133 ][ 134 ][ 135 ][ 136 ][ 137 ][ 138 ][ 139 ][ 140 ][ 141 ][ 142 ][ 143 ][ 144 ][ 145 ][ 146 ][ 147 ][ 148 ][ 149 ][ 150 ][ 151 ][ 152 ][ 153 ][ 154 ][ 155 ][ 156 ][ 157 ][ 158 ][ 159 ][ 160 ][ 161 ][ 162 ][ 163 ][ 164 ][ 165 ][ 166 ][ 167 ][ 168 ][ 169 ][ 170 ][ 171 ][ 172 ][ 173 ][ 174 ][ 175 ][ 176 ][ 177 ][ 178 ][ 179 ][ 180 ][ 181 ][ 182 ][ 183 ][ 184 ][ 185 ][ 186 ][ 187 ][ 188 ][ 189 ][ 190 ][ 191 ][ 192 ][ 193 ][ 194 ][ 195 ][ 196 ][ 197 ][ 198 ][ 199 ][ 200 ][ 201 ][ 202 ][ 203 ][ 204 ][ 205 ][ 206 ][ 207 ][ 208 ][ 209 ][ 210 ][ 211 ][ 212 ][ 213 ][ 214 ][ 215 ][ 216 ][ 217 ][ 218 ][ 219 ][ 220 ][ 221 ][ 222 ][ 223 ][ 224 ][ 225 ][ 226 ][ 227 ]
พูดคุยฉันท์พี่น้อง คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด