ชมรมคนรักษ์พระเครื่องเมืองสงขลา


“พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗ ของแท้หรือเก๊...ดูกันตรงไหน”





พระเครื่อง คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔

“พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗ ของแท้หรือเก๊...ดูกันตรงไหน”

โดย สายตรงหลวงพ่อทวด วิจิตร ปิยะศิริโสฬส ( แพะ สงขลา )

จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นที่ประจักษ์มาแล้วมากมายจนนับครั้งไม่ถ้วน กับผู้ที่บูชาพระเครื่องหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ไว้กับตัว จึงได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ได้หนุนนำให้ความศรัทธาของประชาชนทั่วประเทศ ที่มีต่อองค์สมเด็จหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ณ เวลานี้ ได้ส่งผลให้วัตถุมงคลทุกรุ่นที่ทัน ท่านพระอาจารย์ทิม ธมฺมธโร อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้ ปลุกเสก ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเป็นวงกว้าง ทำให้พระเครื่องของท่านมีเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดพระเครื่องพระบูชา

โดยเฉพาะ พระหลวงพ่อทวด รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ ที่เป็นเนื้อว่าน เกือบจะกลายเป็นพระในตำนานไปแล้ว เพราะหาดูพระแท้ได้ยากมาก เนื่องจากนักสะสมพระรุ่นแรกๆ เก็บพระไปบูชาจนเกือบหมด ทำให้เป็นที่เล่าขานกันในตลาดพระ ว่า “พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ ดูยาก”

ส่งผลให้นักสะสมพระรุ่นใหม่ๆ ไม่สามารถหาพระแท้มาดูได้ อีกทั้งไม่ได้รับการชี้แนะอย่างถูกต้องจากผู้รู้จริง ส่วนใหญ่มักไปเจอแต่พระฝีมือ (พระเก๊) บ่อยๆ เข้า จึงมาสรุปเอาเองว่า “พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ ดูยาก” ประกอบกับดูพระเนื้อว่านไม่เป็น ไม่เข้าใจถึงธรรมชาติของพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗

ในโอกาสนี้ผู้เขียนจึงขออธิบายถึง องค์ประกอบอย่างคร่าวๆ เพื่อจะได้เป็นหลักเบื้องต้น ในการดูพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ อย่างถูกวิธี ดังนี้

องค์ประกอบแรก เราต้องมาทำความเข้าใจ ในเบื้องต้นก่อนว่า “การที่จะดูว่าพระแท้หรือเก๊” นั้น นอกจาก พิมพ์ทรง ขององค์พระแล้ว ส่วนสำคัญอย่างยิ่ง คือ “เนื้อพระ” เราต้องรู้ก่อนว่า พระที่เราต้องการจะพิจารณานั้น เขาใช้วัสดุหรือมีส่วนผสมอะไรบ้างที่นำมาสร้างเป็นองค์พระ ทุกคนก็ทราบมาแล้วว่า “พระหลวงพ่อทวด รุ่นแรก เนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗” ทำมาจาก ว่านสด ๑๐๘ อย่าง ผสมกับ ดินกากยายักษ์ มาตำมาบดแล้วผสมรวมกัน หลังจากนั้นก็นำไปกดลงในเบ้าพิมพ์ออกมาเป็นองค์พระ

ผู้เขียนเองก็หลงทาง ในการดูพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ อยู่หลายปี อาศัยว่าไม่เคยขี้เหนียวในการหาความรู้ ได้ซื้อตำราเอาไว้มากมาย พร้อมทั้งได้เสียเงินจ้างช่างถ่ายรูป ถ่ายรูปพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ ที่ผ่านมือตัวเองไปทุกองค์

จากการอ่านหนังสือที่เขียนถึงพระหลวงพ่อทวด ก็ไม่มีหนังสือเล่มใดเลยที่เขียนให้ความกระจ่างแจ้งว่า เขาดูพระเนื้อว่านแท้กันอย่างไร? มีแต่ลงรูปพระให้ดูกันเอาเอง ดูรูปพระแล้วดูเล่าอยู่หลายปี ก็ยังมองไม่ออก ถามเซียนพระเขาก็บอกว่า องค์นี้แท้ องค์นั้นเก๊ โดยไม่รู้เหตุผลว่า ทำไมถึงแท้ ทำไมถึงเก๊ ถามใครก็ให้ความกระจ่างไม่ได้

ดังนั้น ผู้เขียนจึงย้อนมามองตัวเอง หลังจากถามตัวเองก็ได้ข้อสรุปมาว่า “ถ้าเรายังเป็นเช่นนี้อยู่อีก ก็คงเล่นพระ หรือสะสมพระ ไม่ก้าวหน้าแน่ๆ” การเล่นพระแบบนี้ ก็เหมือนให้คนอื่นจูงจมูก พระจะแท้หรือเก๊ก็ขึ้นอยู่กับการชี้ขาดของคนอื่นทั้งสิ้น โดยตัวเราไม่รู้เรื่อง หากยังเป็นแบบนี้อยู่อีกก็เปรียบเสมือน ยืมจมูกคนอื่นหายใจ เล่นพระแบบตามหลังคนอื่นตลอดเวลาแน่ๆ

เพราะฉะนั้นอย่ากระนั้นเลย จึงได้คิดว่า เราต้องมาหาวิธีใหม่ ที่ทำให้เรามีข้อสรุป และมีเหตุผลสามารถอธิบายได้ว่า พระแท้ๆ เป็นอย่างไร หลังจากมาพิจารณาแล้ว ก็ไม่มีวิธีไหนเลยที่จะดีไปกว่า “การศึกษาพระแบบวิทยาศาสตร์” เมื่อได้คิดเช่นนั้น ก็เลยมีแนวทางที่จะศึกษาขึ้นมาทันที

โดยเริ่มจากความรู้เบื้องต้นที่ได้ทราบมาก่อน คือ พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ สร้างมาจาก ว่านสด ๑๐๘ อย่าง ผสมรวมกับดินกากยายักษ์ จึงหยิบพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ที่ตัวเองมีอยู่ เอามาส่องดูด้วยกล้อง ได้เห็นมวลสารของพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ ว่า มีความแตกต่างจากพระของวัดอื่นขึ้นมาทันที

หลังจากนั้นก็เอารูปพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ ที่ได้ถ่ายเก็บไว้ ซึ่งเป็นไฟล์ดิจิทัล มาขยายดูด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์อีกอย่างหนึ่งก็คือ คอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถขยายภาพให้ใหญ่ขนาดไหนก็ได้ หรือดูเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งก็ได้ ดูภาพพระของตัวเองที่มีอยู่ทุกองค์ จนได้ข้อสรุปว่า

โดย แพะ สงขลา [31 ส.ค. 2554 , 22:00:06 น.] ( IP = 202.91.19.169 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ] [ 2 ]

ข้อความ 1


องค์ประกอบที่ ๑ มวลสารของพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ ไม่ว่าจะแก่ดิน หรือแก่ว่าน หรือมีเฉดสีใดก็ตาม ล้วนมีมวลสารที่เห็นได้ชัดเจนทุกองค์ ว่าจะต้องประกอบไปด้วย เม็ดดำ เม็ดแดง(สีอิฐเผา) และเม็ดขาว

โดย แพะ สงขลา [31 ส.ค. 2554 , 22:03:13 น.] ( IP = 202.91.19.169 : : )

ข้อความ 2


องค์ประกอบที่ ๒ เม็ดแร่ ที่โรยอยู่ด้านหลังพระหลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ หรือที่มีประปรายอยู่ด้านหน้าองค์พระนั้น เป็นแร่ที่ท่านคหบดี อนันต์ คณานุรักษ์ นำมาจากเหมืองแร่ของท่าน เนื่องจากในขณะนั้นท่านประกอบธุรกิจด้านเหมืองแร่ด้วย ท่านเรียกแร่ชนิดนี้ว่า “กิมเซียว” ซึ่งเป็นคำภาษาจีน แปลว่า ทองน้อย หรือทองอ่อน เมื่อมาพิจารณาสีของเม็ดแร่ ปรากฏว่ามีสีทองอ่อนๆ ดังนั้นน่าจะสันนิษฐานว่า ท่านคหบดี อนันต์ คณานุรักษ์ คงจะตั้งชื่อแร่ชนิดนี้เป็นภาษาจีน ตามสีสันของแร่ที่ท่านเห็น

เม็ดแร่ที่มีในองค์พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗นี้ มีสีเหลืองอ่อนๆ แบบสีของทอง หากส่องล้อแสงอาทิตย์ เม็ดแร่ดังกล่าวจะสะท้อนแสง มองเห็นเป็นแบบสีของเหล็กโครเมียม หรือนิเกิ้ล (พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี๒๔๙๗ บางองค์ก็ไม่มีเม็ดแร่ชนิดนี้)

โดย แพะ สงขลา [31 ส.ค. 2554 , 22:05:34 น.] ( IP = 202.91.19.169 : : )

ข้อความ 3


องค์ประกอบที่ ๓ ที่จะทำให้พิจารณาพระหลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ ได้ง่ายขึ้น ต้องย้อนกลับไปดูกรรมวิธีขึ้นรูปเป็นองค์พระ นั่นคือ เขาเอาว่านสด ๑๐๘ อย่าง ผสมกับดินกากยายักษ์ มาตำมาบดแล้วผสมรวมกัน ส่วนผสมมวลสารทั้งหมดในขณะนั้นยังเปียก และมีน้ำว่านอยู่(ว่านเป็น) แล้วนำไปกดลงในเบ้าพิมพ์ให้ออกมาเป็นองค์พระ ต้องกดแรงพอสมควร เพื่อให้ขึ้นเป็นรูปองค์พระได้ชัดเจนทุกสัดส่วน เมื่อกดแรง น้ำยางว่าน ก็จะไหลไปอยู่ที่ผิวรอบนอก (เหมือนกับบิดผ้าเปียกน้ำ น้ำก็จะถูกบีบออกมาภายนอก) ทำให้องค์พระมีน้ำว่านมาเคลือบที่ผิวนอก มีลักษณะคล้ายกล้วยฉาบน้ำตาลบางๆ

ในกรณีนี้ ทำให้สังเกตได้ว่า พระเนื้อว่านเก๊จะไม่มีลักษณะเช่นนี้ เนื่องจากทำมาจากว่านตาย (ว่านที่ซื้อมาจากร้านขายยาจีนหรือร้านขายยาโบราณ ที่ตากแห้งแล้วจึงไม่มีน้ำยางว่าน)

องค์ประกอบที่ ๔ ต้องพิจารณาถึงความแห้งเก่า อายุ ขององค์พระ ซึ่งต้องนำมาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาอีกชั้นหนึ่งด้วย

ที่ได้กล่าวมาแล้วทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากแนวความคิดของผู้เขียน ที่ต้องการศึกษาพระแบบวิทยาศาสตร์ หาเหตุผลมาอธิบาย ว่าพระแท้เป็นอย่างไร? และพระเก๊ก็ต้องมีเหตุผลมารองรับด้วยว่า ทำไมถึงเก๊ ไม่ใช้อารมณ์หรือความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการพิจารณาตัดสินพระแท้-เก๊ เป็นการนำเอาประสบการณ์ของผู้เขียน ที่ได้คลุกคลีอยู่ในวงการพระเครื่องพระบูชามาตลอดหลายสิบปี กลั่นกรองจนได้ข้อสรุปออกมาเป็นบทความนี้ ซึ่งท่านผู้อ่านอาจจะมีความคิดเห็นแตกต่างไปจากนี้ก็ได้...ขอขอบพระคุณ

โดย แพะ สงขลา [31 ส.ค. 2554 , 22:08:09 น.] ( IP = 202.91.19.169 : : )

ข้อความ 4

ขอบคุณครับ

โดย WUT_SMK [31 ส.ค. 2554 , 22:30:42 น.] ( IP = 14.207.238.43 : : )

ข้อความ 5

ขอบคุณอาจารย์แพะครับ สำหรับข้อมูลดีๆ

โดย คนดีหลวง [1 ก.ย. 2554 , 08:10:50 น.] ( IP = 122.154.16.246 : : )

ข้อความ 6

ดีครับ...ขอบคุณครูแพะ ที่ให้ความรู้เป็นวิทยาศาสตร์ กลืนกินได้ หวังว่าจะมีข้อมูลดี ๆ แบบนี้มาเรื่อย ๆ นะครับ

โดย ศิษย์ ท่านแปลง - [1 ก.ย. 2554 , 09:20:39 น.] ( IP = 113.53.13.69 : : )

ข้อความ 7


ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้นี้

ขอเชิญท่านผู้รู้ทั้งหลายร่วมแจมนะครับ ถือว่าเรามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ที่เขียนมาผมอาจจะผิดก็ได้ ทุกท่านกรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่านข้อความที่ผมเขียนมาด้วย อย่าเชื่อเสียทีเดียว

คิดก่อนว่าควรเชื่อหรือไม่ ไม่มีใครรู้ดีไปหมดทุกอย่าง อาจจะมีขาดตกบกพร่องไปบ้างก็ได้

ขอเชิญทุกท่านร่วมวิจารณ์ได้อย่างเต็มที่

ขอบคุณท่านWUT_SMK ที่เข้ามาเยี่ยมชม

ขอบคุณท่านคนดีหลวง ที่เข้ามาเยี่ยมชม

ขอบคุณท่านศิษย์ ท่านแปลง - ที่เข้ามาเยี่ยมชม

และขอบคุณทุกท่านที่หยบเข้ามาชม

โดย แพะ สงขลา [1 ก.ย. 2554 , 23:25:35 น.] ( IP = 115.67.249.130 : : )

ข้อความ 8

ขอบคุณอาจารย์แพะครับ กับความรู้ในพระหลวงพ่อทวดเนื้อว่านที่ดีมากๆ

ผมสงสัยว่า เนื้อว่าน 97 ของเลียนพิมพ์ สามารถทำเนื้อได้เหมือนมั้ยครับ ส่วนตำหนิพิมพ์ทรงก็อาจคลาดเคลื่อนได้ ผมเองไม่ยึดถือตำหนิพิมพ์เต็มร้อยนัก ไม่รู้จะผิดหรือถูก ที่ยึดหลักๆก็คราบน้ำว่าน แร่ เนื้อหามวลสาร และพิมพ์ทรง ส่วนแร่ตามตำราว่าก็มีหลายตัวนักหนา บ้างก็ว่าแร่สีเทาประกายเงิน บ้างก็ว่าสีดำซีดๆ บ้างก็ว่าเหลืองอ่อนซีดๆ

ตัวผมเองสมัยก่อนเป็นคนทำเหมืองแร่ ถ้าเป็นดีบุก ก็อีกสีหนึ่ง ไม่ใช่ที่พบเห็นในเนื้อว่าน 97 แบบทั่วๆไปที่วางตามแผงแน่ๆ

แต่จากการดูภาพพระที่ติดรางวัลหลายๆองค์ ดูเม็ดแร่แล้วก็ มันเหมือนกับขี้แร่ครับ แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว ปกติขี้แร่มีได้หลายสี แต่ทุกสีต้องแวววาว ส่วนของเนื้อพระ 97 บอกว่าเป็นแร่ แต่ต้องซีด แร่ถ้าซีด ก็คืตะกรัน ขี้ตะกรันมีหลายสี ตั้งแต่ เทาซีดไปจนถึงเหลืองโอวัลติน และไปถึงดำแก่ก็มี แต่ทุกสีของตะกรัน จะไม่แวววาวครับ

ตัวผมเองไม่เคยมี 97 แท้ ก็เลยได้แต่สงสัยเรื่องแร่ อาจารย์แพะบอกว่าน่าจะเป็นแร่กิมเซียว แร่ตัวนี้มีแต่ผมไม่เคยเจอ ในชีวิตการทำเหมืองแร่ เคยพบแร่มากมายหลายชนิด แต่แร่ก็คือแร่ พูดง่ายๆก็เหมือนหินชนิดนึง ทีนี้ขอถามว่า ในพระ 97 นั้น เม็ดแร่ดูเหมือนหินมากกว่า หรือว่าดูเหมือนโลหะมากกว่าครับ ขอบคุณครับ

โดย hotspring [4 ก.ย. 2554 , 13:11:03 น.] ( IP = 118.173.98.231 : : )

ข้อความ 9

เข้าห้องเรียนและขอเก็บบันทึกไว้ศึกษาครับ ครูแพะ

โดย เด็กบ้านใหม่ [9 ก.ย. 2554 , 17:21:16 น.] ( IP = 180.180.204.96 : : )

ข้อความ 10

ผมเคยเขียนเรื่อง " !!!!! เขาดูพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗ ว่าแท้หรือเก๊กันอย่างไร ????? "ไปครั้งหนึ่งแล้ว ในกระทู้ที่ 06144 เมื่อวันที่ 27 มีค. 2554 จึงขอนำคำตอบของน้องปพัทลุงมาลงให้ชมกันไหมนะครับ เกี่ยวกับเรื่องแร่นี้

ความคิดเห็น 38

ตัวแร่ กิมเซียว หรือขี้แร่ จากการทำเหมืองแร่ดีบุกของคุณอนัน คณานุรักษ์ นั้น ผมขอตั้งข้อสังเกตุว่า น่าจะเป็นแร่ --อิลเมไนต์-- เป็นหลักครับ หรือเป็นส่วนมากครับ

ผมเองก็พยายามสืบหาค้นคว้าแหล่งที่มา จึงขอนำมาเพื่อประกอบการพิจารณาร่วมกันครับ ลองร่วมพิจารณาดูครับ

ตามรูปด้านบนครับ
ชื่อแร่ อิลเมไนต์ มาจากชื่อภูเขาอิลเมน ( Ilmen ) ในประเทศรัสเซีย แร่ประเภทเดียว กับอิลเมไนต์ คือ แร่ ไกคีไลต์ ( Geikielike : MgTio ) ซึ่งมาจากซื่อของ SirArchibald Geikie เป็นนักธรณีวิทยาชาวอังกฤษ กับแร่ ไพโรฟาไนต์ ( Porophanite : MnTio ) มาจากภาษากรีกว่า Pyro หมายถึง fire ( ไฟ ) และ Phane หมายถึง appear คือ เป็นแร่ที่มีสีทองราวกับไฟ

คุณสมบัติทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบเฮกซะโกนาล-คือผลึกหกเหลี่ยม- ครับ- ผลึกมักจะเป็นแผ่นหนาหรือเป็นชั้น ผลึก มักจะใกล้เคียงกับฮีมาไทต์ อาจพบเป็นแผ่นบางๆ ซ้อนๆ กัน ปกติจะมีเนื้อสมานแน่น หรือเป็นมวลเมล็ดเท่าเม็ดทราย แข็ง 5.5-6 ถ.พ 4.7 ความวาวคล้ายโลหะหรือกึ่งโลหะ สีดำ แบบเหล็ก สีผงละเอียดดำหรือแดงน้ำตาล อาจมีคุณสมบัติแม่เหล็กได้สูง โดยไม่ต้องเผาให้ร้อน เนื้ออับแสง ( Opaque )

แหล่ง
ในประเทศไทย ขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายพบในแหล่งดีบุกทั่วๆไป สีคล้ายดีบุกจนทำให้เข้าใจผิดกันมาก พวกทำเหมืองแร่ดีบุก มักเรียกว่า ขี้แร่ (อามัง) ชนิดที่เป็นแผ่นบางๆ ซ้อนๆ กัน พบในแหล่งพลอยที่จันทบุรี และตราด

ข้อมูลส่วนหนึ่งผมนำมาจากข้อมูลข่าวสารของกรมทรัพยากรธรณี ต้นสังกัดเดิมของผม ก่อนที่จะแยกกรมกองมาในยุคท่านทักษิณ ครับ

เผื่อข้อมูลจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านสมาชิกครับ

โดย ปพัทลุง [28 มี.ค. 2554 , 16:46:19 น.] ( IP = 119.63.93.129 : : )

ความคิดเห็น 39

อนึ่ง กระบวนการแยกแร่ดีบุกให้สะอาดขึ้นหรือให้ได้เปอร์เซนต์ดีบุกมากขึ้น จำเป้นต้องมีกระบวนการแยกมลทินหรือสิ่งที่เป็นเพื่อนแร่ออกจากตัวแร่ดีบุก และโดยแหล่งแร่ของเหมืองท่านอนันต์ แหล่งลาบู ปินเยาะร์ และถ้ำทะลุ มีแร่จำพวก อิลเมไนต์ การ์เนตหรือโกเมน และมัสโคไวต์ชนิดไบโอไทต์ซึ่งมีสีดำปะปน และไพไรต์ หรือกระทั่ง อะซิโนไพไรต์ ปะปนอยู่บ้าง นอกนั้นก็จะมีเม็ดทราย หรือแร่ควอร์ท ซึ่งมีค่าถ่วงจำเพาะใกล้เคียงกัน อาจติดเข้ามาในกลุ่มขี้แร่ได้

ดังนั้นขี้แร่กิมเซียวที่ผสมหรือแปะหลังพระหลวงพ่อทวดเนื้อว่านปี พ.ศ. 2497 มักจะพบ เม็ดใส คือทรายหรือแร่ควอท์ต ปะปนมาด้วยไม่มากก็น้อยครับ แต่ตัวแร่อิลเมไนต์ ที่มีธาตุ Ti เป็นธาตุหลัก น่าจะมีปริมาณมากที่สุด ครับ

โดย ปพัทลุง [28 มี.ค. 2554 , 17:02:32 น.] ( IP = 119.63.93.129 : : )

ความคิดเห็น 41

และในสภาพธรรมชาตินั้น จากสูตรทางเคมี ของ
1.ไกคีไลต์ ( Geikielike : MgTiO)
2.ไพโรฟาไนต์ ( Porophanite : MnTiO ) และ,
3. อิลเมไนต์ (Ilmanite : FeTiO3)
เราจะสังเกตุเห็นได้ว่า สูตรตัวหลัง-TiO -ไทเทเนียม-ออกซิเจน -จะเหมือนกัน และโดยในสภาพธรรมชาติในภาวะใดภาวะหนึ่งการแทนที่ของ Mn-แมงกานิส, Mg-แมกนีเซียม, แทนที่ Fe- เหล็ก เกิดขึ้นกลับไปกลับมาได้จนกว่าจะได้รูปที่เสถียรในภาวะหนึ่งๆ ครับ

โดย ปพัทลุง [28 มี.ค. 2554 , 17:25:34 น.] ( IP = 119.63.93.129 : : )

โดย แพะ สงขลา [10 ก.ย. 2554 , 09:41:42 น.] ( IP = 180.183.174.145 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด