View Topic

Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


11 Days Lonely in Nepal (12)




เหลี่ยมซื้อตั๋วค่าเข้าชมในราคา 100 รูปี Krissana เดินจูงจักรยานพร้อมพยายามอธิบายเรื่องราว เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ขณะที่เดินชมสถานที่

สถูป Bhodanath แห่งนี้ถือเป็นสถูปที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นปีใด แต่คาดว่าคงจะราว ๆ ศตวรรษที่ 14 รูปทรงของสถูปมีลักษณะเช่นเดียวกันกับสถูป Sawayambhunath คือมีลักษณะเป็นรูปทรงโอคว่ำหรือรูปครึ่งวงกลมคว่ำสีขาว ตั้งอยู่บนฐานเหลี่ยมสามชั้น ด้านบนเป็นบัลลังก์รูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสมีดวงตาธรรมขนาดใหญ่หรือ Wisdom Eye เขียนไว้ทั้งสี่ด้าน ถัดขึ้นไปเป็นปล้องไฉนสีทองอร่ามสร้างลดหลั่นขึ้นไป 13 ชั้นลักษณะคล้ายฉัตร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนระดับธรรม 13 ขั้นก่อนบรรลุพระนิพพาน มีผืนผ้าหลากสีประดับโดยรอบ สายโยงจากยอดสู่ฐานรอบองค์สถูปติดธงมนตราหลากสี สร้างสีสันให้ดูสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ และดูสงบ เยือกเย็น อ่อนโยนในยามที่ชายผ้าและธงมนตราสะบัดไหวตามจังหวะแรงลม ส่วนรอบฐานองค์สถูปประดิษฐานพระพุทธรูป 108 องค์ และกงล้อภาวนา ชาวเนปาลเชื่อว่านี่เป็นเจดีย์พุทธนิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรูปแบบเชิงสถาปัตยกรรมเชื่อว่าได้รับอิทธิพลมาจากทางอินเดียและศรีลังกา

บริเวณโดยรอบสถูป Bhodanath แห่งนี้เป็นที่ตั้งชุมชนชาวทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางศาสนาพุทธแบบทิเบตที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สาเหตุที่สถานที่แห่งนี้กลายเป็นวัดของชาวทิเบตโดยสมบูรณ์ก็เมื่อครั้งที่ทิเบตกับจีนเกิดปัญหาระหว่างกันเมื่อปี ค.ศ. 1959 องค์ดาไลลามะเสด็จออกนอกประเทศพร้อมกับประชาชนชาวทิเบต ซึ่งบางคนได้มาอาศัยอยู่ในชุมชนโดยรอบวัดแห่งนี้อย่างถาวร ปัจจุบันทางการเนปาลประมาณการว่ามีชาวทิเบตอาศัยอยู่มากกว่า 120,000 คน ซึ่งก่อนที่จะมีการแบ่งเขตแดนประเทศระหว่างทิเบตกับเนปาล ก็มีชาวทิเบตเดินทางมาจาริกแสวงบุญ ณ สถานที่แห่งนี้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจนถือเป็นประเพณีเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะพวกเขาเชื่อว่าอย่างน้อยซักครั้งหนึ่งในชีวิตควรหาโอกาสเดินทางมาแสวงบุญบนแผ่นดินพุทธภูมิให้ได้

โดย Noah [10 ส.ค. 2552 , 13:00:31 น.] ( IP = 160.62.4.10 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ] [ 2 ]

ข้อความ 1

เพราะความยิ่งใหญ่และเก่าแก่ขององค์สถูปจึงทำให้นอกจากชาวพุทธทิเบตแล้ว ยังมีนักแสวงบุญจากทั่วโลก เดินทางมาสักการะองค์สถูปแห่งนี้อย่างไม่ขาด จนทำให้องค์การ UNESCO ขึ้นทะเบียนให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของเนปาล ณ สถานที่แห่งนี้ เหลี่ยมได้เห็นถึงศรัทธาอันแรงกล้าของผู้คนในดินแดนแถบเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ ความรู้สึกทึ่งระคนตื่นตาตื่นใจกับภาพและบรรยากาศที่ได้เห็นและสัมผัส ทำให้รู้สึกอิ่มเอมใจจนยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด ความสงบและสุขใจท่วมท้นจนรู้สึกคล้ายกำลังล่องลอยไปตามจังหวะพลิ้วไหวของธงมนตราและผืนผ้าที่ประดับเหนือดวงตาเห็นธรรมอันศักดิ์สิทธิ์นั้น เหลี่ยมสุขใจที่ได้เห็นภาพของผู้คนที่ยึดมั่นในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ อันเป็นหลักธรรมคำสอนที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าปฏิบัติแล้วจะได้รับผลเช่นไร นั่นหมายถึงหากมนุษย์ทุกคน ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักศาสนาไม่ว่าจะศาสนาใดก็ตาม เมื่อนั้นความสงบสุขและปรองดองจะเข้ามาแทนที่ความขัดแย้งและสงคราม เพราะทุกศาสนาล้วนแล้วแต่ต้องการให้ทุกคนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งสิ้นนั่นเอง

Krissana พาเหลี่ยมเดินพร้อมจูงจักรยานของเขารอบองค์สถูปใหญ่แห่งนี้จนครบรอบ เหลี่ยมลืมไปว่ายังไม่ได้กินอะไรเลย นอกจากช็อกโกแล็ตและคุ้กกี้ไม่กี่ชิ้น ทั้ง ๆ ที่เดินทางมาทั้งวันแต่กลับไม่รู้สึกหิวแม้แต่น้อย ถึงแม้จะบ่ายคล้อยแล้ว แต่ก็ยังมีแดดพอทำให้มีเหงื่ออยู่บ้าง เจอร้านไอศกรีมที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ บริเวณ เหลี่ยมจึงถามความเห็น Krissana

Do you like ice cream?
Yes, I like.
Good, let's have it. I'll compensate you
Krissana ยิ้มแต่ก็แกมอาการเกรงใจเล็กน้อย
เหลี่ยมเลือก ice cream กลิ่นวนิลาให้กับ Krissana ส่วนของตัวเองขอเป็น ช็อกโกแลตก็แล้วกัน ได้ไอติมกันคนละโคน จากนั้นก็พากันเดินรอบสถูปพลางคุยแลกเปลี่ยนนานาทัศนะระหว่างกันอย่างออกรส โดยมือข้างหนึ่งของ Krissana ยังคงจูงจักรยานคู่ใจ ส่วนมืออีกข้างก็ถือ ice cream โคนพร้อมกับการแทะ ๆ เลีย ๆ ice cream ไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อย

โดย Noah [10 ส.ค. 2552 , 13:01:57 น.] ( IP = 160.62.4.10 : : )

ข้อความ 2

รับผิดชอบ ice cream กันเสร็จเรียบร้อย เหลี่ยมขอตัวเดินขึ้นไปบนองค์สถูป ปล่อยให้ Krissana ยืนเผ้าจักรยานรออยู่ด้านล่าง ตอนแรกเหลี่ยมตั้งใจจะเดินให้ครบสามรอบ แต่ดันเดินหลงทางแทนที่จะเดินเวียนขวาเหมือนคนอื่นเค้า เหลี่ยมกลับสะเหร่อเดินเวียนซ้ายแทนเสียนี่ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เดินสวนกับลามะทิเบตที่กำลังเดินท่องมนต์โดยมือข้างหนึ่งของท่านถือกงล้อภาวนาขนาดเล็กหมุนแกว่งเป็นวงกลม ส่วนมืออีกข้างก็ถือสร้อยลูกปะคำดูน่าเลื่อมใส เหลี่ยมกลับมานึกดูสภาพตัวเองที่ไม่มีอะไรพอที่จะแสดงได้ว่าเป็นพุทธมามกะที่ดีเลยแม้แต่น้อย แถมยังเดินผิดทิศผิดทางอีก ในเมื่อเป็นเช่นนี้เหลี่ยมคงไม่หาญกล้าสะเหร่อให้อายผู้คนอีกต่อไป ตัดสินใจรีบเดินลงจากองค์สถูปในบัดดล ท่าทางเราคงจะบาปหนัก แค่ตั้งใจจะเดินรอบองค์สถูปแค่สามรอบยังทำไม่ได้เลย เหลี่ยมลึกซึ้งถึงความศรัทธาของผู้คนที่อุทิศทั้งชีวิตให้กับศาสนาก็คราวนี้เอง มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ

การแสดงออกซึ่งความศรัทธาของชาวพุทธทิเบตไม่ได้มีแค่ที่เหลี่ยมเห็นแค่นี้เท่านั้น เหลี่ยมทราบมาว่ามีชาวทิเบตบางคน เดินทางรอนแรมจากที่ราบสูงทิเบตเพื่อมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยสองเท้าเปล่า แต่ที่น่าทึ่งก็คือแทนที่จะเดินด้วยลักษณะการเดินธรรมดา แต่กลับเป็นว่าทุก ๆ ครั้งที่เดินครบสามก้าว พวกเขาจะล้มตัวคว่ำหน้าราบให้ทั้งตัวแนบชิดกับพื้นครบแปดจุด ซึ่งได้แก่เท้า 2 เข่า 3 มือ 2 แขน 2 อก 1 และหน้าผาก 1 เรียกการเดินแบบนี้ว่า อัษฏางคประดิษฐ์ ถือเป็นวิธีการแสดงออกถึงความเลื่อมใสศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้าอีกวิธีหนึ่งที่ชาวทิเบตนิยมปฏิบัติกัน จากดินแดนหลังคาโลกผ่านหิมาลัยลูกแล้วลูกเล่า ผ่านร้อนผ่านหนาวเผชิญหลากหลายสารพัดความยากลำบาก นับวันนับเดือนกว่าจะมาถึงสถานที่แห่งนี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์และไม่น่าเชื่อว่าแรงศรัทธาสามารถทำให้มนุษย์สามารถทำได้ขนาดนี้

พวกเราใช้เวลาในการเดินชมรอบ ๆ สถูปแห่งนี้ไม่นาน เหลี่ยมเลยชวน Krissana เดินทางกลับ นั่งซ้อนท้ายจักรยานกลับเส้นทางเดิม Krissana เห็นว่ายังพอมีเวลาเลยขอให้เหลี่ยมไปเที่ยวที่บ้านเขาสักครั้ง ท่าทางงานนี้เหลี่ยมคงจะปฏิเสธไม่ได้เสียแล้ว

โดย Noah [10 ส.ค. 2552 , 13:04:12 น.] ( IP = 160.62.4.10 : : )

ข้อความ 3

OK, let's go.
Krissana ยิ้มอย่างดีใจหลังจากที่พยายามตื๊อให้เหลี่ยมไปบ้านเค้าหลายครั้งหลายครา
บ้านของ Krissana เป็นตึกใหญ่ 4 ชั้น ทาสีชมพูสดใส เขาอาศัยอยู่กับพ่อ แม่ พี่ชายคนโต พี่สะไภ้ พี่ชายคนรอง และหลายชายและหลานสาว ซึ่งเป็นลูกของพี่ชายคนโตและพี่สะไภ้ ส่วนพี่ชายคนรองของเขายังไม่มีครอบครัว เหลี่ยมเห็นสภาพบ้านของเขาแล้ว ถ้าเทียบกับที่เมืองไทย คนที่มีบ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้ถือว่าเป็นผู้มีอันจะกินทีเดียว แต่สำหรับชาวเนปาลแล้ว หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ พ่อแม่ของเค้ายังทำงานเป็นลูกจ้างธรรมดา ส่วนพี่ชายคนโตมีอาชีพขับรถรับจ้าง ส่วนพี่ชายคนรองยังไม่มีงานทำที่แน่นอน ทุกคนต่างต้องช่วยกันทำมาหากินเพื่อเลี้ยงดูคนในครอบครัว บ้านที่มีสี่ชั้นนี้ ชั้นบนสุดจะเป็นที่อยู่ของเจ้าบ้าน ซึ่งก็คือครอบครัวของ Krissana นี่เอง ส่วนชั้นล่าง ๆ มีไว้สำหรับให้ครอบครัวอื่นมาเช่าอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นญาติสนิท เพื่อนสนิท หรือคนอื่น ๆ ที่เจ้าบ้านเห็นสมควรและยินดีให้เช่า นับว่าเป็นความรู้ใหม่เกี่ยวกับสังคมเนปาลที่เหลี่ยมก็เพิ่งเคยทราบ ถ้าเป็นที่เมืองไทย คงไม่มีเจ้าบ้านคนใดยอมเสียความเป็นส่วนตัวโดยยอมให้คนอื่นมาร่วมอาศัยภายใต้ชายคาเดียวกันแน่ ๆ

โดย Noah [10 ส.ค. 2552 , 13:05:04 น.] ( IP = 160.62.4.10 : : )

ข้อความ 4

บ้านของ Krissana ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ จึงยังหาคนมาเช่าชั้นล่าง ๆ ไม่ได้ มิน่าเขาถึงอยากให้เหลี่ยมมาชมบ้านของเขานักหนา เพราะอยากอวดบ้านใหม่นี่เอง Krissana นำเหลี่ยมขึ้นไปชั้นบนสุด อันเป็นชั้นที่ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ ซึ่งตอนนี้มีพี่สะไภ้และหลานชายคนเล็กกำลังนั่งดูทีวีอยู่ เขาแนะนำให้เหลี่ยมรู้จักกับพี่สะไภ้และหลายชายตัวน้อย พี่สะไภ้ของ Krissana ดูรูปร่างหน้าตาเป็นมองโกลอยด์เหมือนคนไทยคนจีนหรือทิเบต ดูท่าทางเธอเป็นคนใจดีและดูอบอุ่น ส่วนเด็กน้อยก็หน้าตาค่อนไปทางลูกครึ่งอินเดียนคอเคซอยด์ กับมองโกลอยด์ ดูท่าทางเป็นเด็กดีเลี้ยงง่าย พอเหลี่ยมทักก็ออกอาการอายเล็กน้อย อมยิ้มแล้ววิ่งไปหลบอยู่หลังแม่ หลังจากนั่งคุยกันได้ซักพัก Krissana เริ่มใช้งานเหลี่ยมเนื่องจากเขารู้ว่าเหลี่ยมทำงานเกี่ยวกับด้าน IT Krissana บอกว่าพี่ชายซื้อแผ่นหนังมา แต่กลับเปิดดูไม่ได้ มีแต่เสียงแต่ภาพไม่มี เหลี่ยมก็งมโง่อยู่ตั้งนาน มารู้ตอนหลังว่าแผ่นที่เขาซื้อมามันเป็นแผ่นดีวีดี ซึ่งไดรว์ CD ของเขามันอ่านได้เฉพาะกับแผ่น CD เท่านั้น

แดดยามบ่ายแก่ ๆ เริ่มอ่อนลงแล้ว Krissana อยากให้เหลี่ยมเห็นอะไรดี ๆ เลยพาปีนขึ้นไปบนดาดฟ้า โอ้!! แม่เจ้า ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาเห็นภาพแบบ panorama เช่นนี้ ภาพสภาพชุมชน บ้านเรือนและวิวทิวทัศน์ที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาในมุมแบบ bird eye view เช่นนี้คงหาดูไม่ได้ง่าย ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป เหลี่ยมรู้สึกขอบคุณเจ้าบ้านมาก ๆ Krissna ปล่อยให้เหลี่ยมชื่นชมกับภาพบรรยากาศและสูดอากาศเย็นสบายยามแดดร่มลมตกอย่างเต็มที่ ผลัดเปลี่ยนกันถ่ายภาพกันไว้เป็นที่ระลึกจนจุใจ จากนั้นก็นั่งคุยกันรับลมเย็น ๆ แต่ก็เริ่มค่อนไปทางหนาวนิดหน่อยบ้างแล้ว

โดย Noah [10 ส.ค. 2552 , 13:10:28 น.] ( IP = 160.62.4.10 : : )

ข้อความ 5

หลากหลายเรื่องราวและประสบการณ์ดี ๆ ที่เหลี่ยมได้พบเจอตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ ณ ดินแดนแห่งนี้ จนกระทั่งถึงวันใกล้ที่จะต้องอำลาจากไป โดยเฉพาะ ในช่วงเวลานี้ ที่ที่มีเพื่อนที่เหลี่ยมสามารถไว้ว่างใจได้อย่างสนิทใจอย่าง Krissana มันทำให้เหลี่ยมรู้สึกรักประเทศนี้นับเท่าทวีคูณ ความรู้สึกภาคภูมิใจ และประทับใจมันล้นเอ่อจนอยากจะร้องตะโกนออกมาดัง ๆ เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกตื้นตันและเปี่ยมสุขที่สุมแน่นอยู่ในอกให้ออกมาเสียบ้าง ทุกครั้งที่ออกเดินทาง ไม่ว่าจุดหมายปลายทางจะเป็นที่ใดบนโลกใบนี้ เหลี่ยมมั่นใจเสมอว่า มิตรภาพสามารถเกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่ง และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเหลี่ยมถึงพิสมัยการเดินทางรูปแบบนี้เป็นอย่างมาก เพราะเหลี่ยมคิดว่าการได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนใหม่ ๆ มันจะช่วยเปิดโลกทัศน์ของเราให้กว้างมากขึ้น และเมื่อใดก็ตามที่เราได้เรียนรู้ได้เห็นอะไรที่แตกต่างมากขึ้น มันจะช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติและรอบคอบมากยิ่งขึ้น การเปิดใจให้กว้างและพร้อมรับกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างมีสติ คือผลึกความคิดที่ได้ตกสะเก็ดจากประสบการณ์ที่ได้รับจากการเดินทาง คำกล่าวที่ว่า "Travel Broaden Mind" จึงเป็นคำกล่าวที่เหลี่ยมคิดว่ามันเป็นอมตะ เป็นทฤษฏีที่สามารถพิสูจน์ได้ ไม่ใช่เพียงคำกล่าวที่ปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อความโก้เก๋แต่อย่างใด

โดย Noah [10 ส.ค. 2552 , 13:11:14 น.] ( IP = 160.62.4.10 : : )

ข้อความ 6

Krissana บอกว่าเขาชอบมานั่งเล่นบนดาดฟ้าคนเดียวในยามเย็น ๆ เช่นนี้ นั่งมองพระอาทิตย์ลาลับเหลี่ยมเขา ดูผู้คนที่เดินผ่านไปมา บางครั้งเขาก็อยากจะมีเพื่อนมานั่งคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันบ้างตามประสาวัยรุ่นที่มีความอยากรู้อยากเห็น และนั่นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เขาพยายามชวนเหลี่ยมให้มาที่บ้านของเขานั่นเอง เหลี่ยมสอบถามเรื่องอนาคตการเรียนของเขา Krissana ตอบว่าเขาอาจจะหยุดการเรียนหลังจากจบ High School เพราะพ่อแม่และพี่ชายคงไม่มีเงินส่งให้เรียน การเรียนในระดับวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยต้องใช้เงินในจำนวนค่อนข้างสูง ซึ่งเหลี่ยมคิดว่าคงเหมือนกับเด็กบ้านนอกในเมืองไทยสมัยก่อนที่รัฐบาลไม่มีเงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้กู้ยืมเรียน และหากนโยบายสนับสนุนการศึกษาของรัฐบาลไทยยังคงเหมือนกับเนปาลในขณะนี้ เหลี่ยมก็คงเป็นเด็กบ้านนอกอีกคนหนึ่งที่คงขาดโอกาสในการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างแน่นอน เหลี่ยมจึงเข้าใจในทุกความรู้สึกที่ Krissana พูดมาอย่างชัดเจน

Krissana พูดต่อว่า เขาคงต้องออกมาช่วยครอบครัวหารายได้อีกแรง เนื่องจากเนปาลยังเป็นประเทศที่ยังล้าหลังอยู่ในแง่ของการพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุนจากต่างชาติยังถือว่าน้อยมาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็น land lock ไม่มีทางออกทะเล มีพื้นที่สูงค่อนข้างมาก การคมนาคมขนส่งไม่สะดวก ทำให้นักลงทุนไม่มีแรงจูงใจในการเข้ามาลงทุนมากนัก จะมีก็แต่ธุรกิจท่องเที่ยวเท่านั้นที่พอจะมีความเป็นไปได้บ้าง เหตุผลทั้งปวงเหล่านี้นี่เองที่ Krissana ไม่คิดจะเรียนต่อ เพราะขืนเรียนต่อไป แต่หากสภาพเศรษฐกิจยังคงเป็นแบบนี้ ก็อาจจะไม่คุ้มกับเงินและเวลาที่จะเสียไป เพราะอัตราการจ้างงานในภาคธุรกิจยังค่อนข้างต่ำ ส่วนใหญ่การจ้างงานในประเทศนี้ยังไม่ต้องการคนที่มีความรู้สูงมากนัก ถึงแม้ในใจลึก ๆ เหลี่ยมนึกค้านอยู่ว่ายังไงการศึกษาก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า แต่เหลี่ยมก็เข้าใจสภาพการเงินของครอบครัวของ Krissana เหลี่ยมเลยลองเสนอไอเดียว่าให้เค้าลองฝึกพูดภาษาอังกฤษให้เชี่_ยวชาญ แล้วผันตัวเองเข้าสู่ธุรกิจท่องเที่ยว เนปาลเป็นประเทศที่มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวมากมาย หากเขารู้ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ มากขึ้น มันก็จะสามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับเขาได้อีกทางหนึ่ง Krissana แสดงท่าทีเห็นด้วย แล้วบอกให้เหลี่ยมรอเดี๋ยว จากนั้นก็รีบวิ่งลงจากดาดฟ้าไป ซักพัก Krissana ก็ขึ้นมาพร้อมกับหนังสือแบบเรียนภาษาอังกฤษเล่มเก่า ๆ เขาบอกว่าเขาชอบอ่านหนังสือเล่มนี้มาก พลางเปิดให้เหลี่ยมดู ซึ่งเป็นหนังสือฝึกพูด ฝึกอ่านภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การอธิบายถึงสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณีต่าง ๆ ของเนปาล เหลี่ยมชมว่าเป็นหนังสือที่ดีและน่าสนใจมาก Krissana ยิ้มอย่างดีใจ ที่เหลี่ยมก็คิดเช่นเดียวกันกับเขา

โดย Noah [10 ส.ค. 2552 , 13:18:18 น.] ( IP = 160.62.4.10 : : )

ข้อความ 7

ซักพัก Bishnu พี่ชายคนรองของ Krissana ก็อุ้มหลานชายคนเล็กและหลานสาวที่เพิ่งเลิกเรียนขึ้นมาบนดาดฟ้า หลังจากที่ได้ทราบข่าวจากพี่สะไภ้ว่า Krissana พาแขกมาเที่ยวที่บ้าน ดูทุกคนตื่นเต้นและยินดีมาก ที่มีแขกมาที่บ้าน ซึ่งมันทำให้เหลี่ยมรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนพิเศษของครอบครัวนี้ไปแล้ว Bishnu เป็นคนเงียบ ๆ แต่แววตากลับส่อแววประกายอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก เขาจะพยายามตั้งใจฟังเรื่องราวที่เหลี่ยมและ Krissana พูดคุยกัน นาน ๆ เขาจะป้อนคำถามมาถามเหลี่ยมซักครั้ง โดยมักจะถามเกี่ยวกับความคิดเห็นว่าเหลี่ยมรู้สึกยังไงกับประเทศนี้ ผู้คน สถานที่ท่องเที่ยว อาหารและอื่น ๆ ขณะเดียวกันเขาก็ไม่เคยได้ยินและรู้จักเมืองไทยเลย จึงพยายามขอร้องให้เหลี่ยมอธิบายเกี่ยวกับเมืองไทยให้เขาฟัง ซึ่งเหลี่ยมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งเพราะเลือดรักชาติและความภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยนั้นมีอยู่เต็มเปี่ยม งานนี้ Bishnu ได้แต่อ้าปากฟังตาค้าง เพราะเขาไม่เคยเห็นทะเล ไม่ค่อยได้กินอาหารทะเล ไม่เคยรู้ภาษาไทย แต่ก็ดีใจที่รู้ว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ถึงแม้ว่าครอบครัวของเขาจะนับถือฮินดู แต่พุทธกับฮินดูในประเทศเนปาล ก็กลมกลืนกันจนแทบแยกไม่ออก เช่นเดียวกับวิถีพุทธในเมืองไทย ที่ยังคงมีพิธีกรรมทางพราหมณ์หรือฮินดูสอดแทรกอยู่ไม่น้อย อีกทั้งคนไทยจำนวนมากก็นับถือเทพเจ้าฮินดูอย่างพระพิฆเนศ พระพรหม พระศิวะ พระพิษณุหรือพระนารายณ์อยู่ไม่น้อยเช่นกัน

โดย Noah [10 ส.ค. 2552 , 13:19:13 น.] ( IP = 160.62.4.10 : : )

ข้อความ 8

ได้เวลาอาหารเย็น ครอบครัวของ Krissana เชิญเหลี่ยมร่วมรับประทานมื้อเย็น ซึ่งตอนนี้สมาชิกครอบครัวของเขาอยู่กันเกือบพร้อมหน้า ขาดก็แต่พ่อกับแม่ ซึ่งยังไม่กลับมาจากที่ทำงาน พี่ชายคนโตของ Krissana กลับมาแล้ว เห็นหน้าตาของพี่ชายคนโตของ Krissana แล้วเหลี่ยมรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เพราะทั้ง Krissana และ Bishnu นั้นรูปร่าง สีผิว หน้าตา ออกไปทางแขกอินเดีย แต่พี่ชายคนโตกลับออกไปทางฝรั่งหรือแขกขาว นัยน์ตาค่อนไปทางสีฟ้า ซึ่งนั่นก็ทำให้ลูกสาวของเขามีหน้าตาออกไปทางแถบคนอาหรับค่อนไปทางฝรั่งคอเคซอยด์ไปเลย ความแตกต่างค่อนข้างชัดเจนมากจนเหลี่ยมต้องเก็บความสงสัยมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่กล้าถามว่าเหตุใดสามคนพี่น้องจึงไม่เหมือนกันเลย แต่สิ่งที่ยืนยันได้ว่าสามคนพี่น้องเป็นพี่น้องสืบสายเลือดเดียวกันก็คือความรักใคร่ปรองดองกันอย่างเหนียวแน่นและมั่นคง เห็นความรักความอบอุ่นของสมาชิกในครอบครัวนี้แล้ว เหลี่ยมรู้สึกภาคภูมิใจแทนพวกเขาไม่น้อย

เหลี่ยมถูกเชิญให้ไปนั่งล้อมวงบนโต๊ะรับประทานอาหารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ตั้งอยู่กลางห้องครัว ทุกคนนั่งประจำเก้าอี้ของแต่ละคน พี่ชายคนโตยืนดูพวกเราอยู่ข้างพี่สะไภ้ที่กำลังนำแผ่นจาปาตีนาบกับกะทะร้อนเพื่อให้แผ่นแป้งสุก ก่อนที่จะทยอยส่งมาให้พวกเราคนละแผ่น หลานสาวตัวดีของ Krissana พูดไปกินไปอย่างไม่หยุดปาก เธอพูดเก่งมาก เรียกได้ว่าเป็นเด็กอัจฉริยะคนหนึ่งได้เลยทีเดียว ท่าทางฉลาดปราดเปรียวและทันคน พูดภาษาอังกฤษคล่องปร๋อจนเหลี่ยมเองที่เป็นฝ่ายต้องคอยเงี่ยหูฟังว่าเธอพูดอะไร

"Do you eat beef? "
"Ofcourse, I like to eat beef."
"I hate you. We are Hindu, we don't eat beef."

ทุกคนหัวเราะ ในความไร้เดียงสาของเด็ก แต่เหลี่ยมเองก็รู้สึกเกรงใจไม่น้อย ที่รู้ตัวว่าเป็นคนชอบกินเนื้อซึ่งเป็นสัตว์ที่ชาวฮินดูนับถือเสมือนหนึ่งเป็นเทพเจ้าอีกองค์

แต่ถึงเธอจะบอกว่าเกลียดเหลี่ยม เธอก็ยังชวนคุยไม่หยุดทั้ง ๆ ที่ปากก็กำลังเคี้ยวจาปาตีอยู่เต็มคำ เหลี่ยมบอกว่าเพื่อเป็นการขอโทษ เดี๋ยวจะพาลงไปเลี้ยง ice cream ดีไหม เธอตอบอย่างไม่ลังเลว่า

"OK, you are a good guy"
Ummmm!! เด็กคนนี้แสบจริง ๆ

โดย Noah [10 ส.ค. 2552 , 13:21:01 น.] ( IP = 160.62.4.10 : : )

ข้อความ 9

รสชาติจาปาตีจืด ๆ จิ้มกับซอสผักอะไรซักอย่างที่รสชาติจืดชืดแต่เผ็ดซาบซ่านไปด้วยเครื่องเทศ รสชาติคล้าย ๆ วาซาบิของญี่ปุ่น โชคดีที่มีชานมหวาน ๆ ร้อน ๆ มาซดพอให้คล่องคอได้บ้าง เหลี่ยมพยายามรับผิดชอบจาปาตีแผ่นนั้นให้หมด ทุกคนกินหมดก่อนเหลี่ยมไปนานแล้ว ต่างจ้องมองมาที่เหลี่ยมด้วยสีหน้าที่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี

Do you like it? Bishnu ถามเหลี่ยม
Ummmm!!, it's OK
เหลี่ยมพยายามสรรหาคำมาตอบเพื่อให้เจ้าบ้านรู้สึกดีบ้าง แต่ก็คิดได้แค่นั้น เพราะหากจะอธิบายจนเกินความรู้สึกที่แท้จริงนั้นมันยากไม่ใช่ย่อยเลยทีเดียว ขณะกินไป เหลี่ยมก็โดนสัมภาษณ์ไปตลอดเวลา โดยเฉพาะพี่ชายคนโตของ Krissana ที่เพิ่งมาเจอกันในห้องครัวนี้นี่เอง

และในที่สุดเหลี่ยมก็รับผิดชอบจาปาตีแผ่นนั้นหมด รอดตายจนได้ หลังจากกินเสร็จ พวกเราก็นั่งคุยกันต่อซักพัก จนคิดว่าถึงเวลาที่เหลี่ยมจะต้องเดินทางกลับเสียที เหลี่ยมกล่าวขอบคุณพี่ชายคนโต พี่สะไภ้ และ Bishnu สำหรับอาหารมื้อค่ำและการต้อนรับที่อบอุ่น ที่เหลี่ยมเองไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มีโอกาสมาสัมผัสกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเนปาลได้แบบ inside ถึงก้นครัวขนาดนี้ Krissana ขันอาสาพาไปส่ง โดยมีสาวน้อยตัวแสบเดินนำหน้าไปยังร้านขายของชำประจำหมู่บ้าน เหลี่ยมปล่อยให้เธอเลือกขนมและ ice cream ที่เธออยากกินอย่างเต็มที่ เหลี่ยมถาม Krissana ว่าซื้อ ice cream ไปเลี้ยงพี่ ๆ ที่บ้านด้วยดีมั๊ย Krissana ตอบว่าอย่าดีกว่า ลำบากเปล่า ๆ แค่เลี้ยงสาวน้อยคนนี้คนเดียวก็พอแล้ว Krissana พูดพลางตบหัวหลานสาวตัวเองอย่างเอ็นดู ส่งสาวน้อยกลับเข้าบ้าน เหลี่ยมและ Krissana ก็เดินมุ่งหน้าไปยังจุดขึ้นรถประจำหมู่บ้าน พี่ชายคนโต และ Bishnu ยืนโบกมืออำลาอยู่บนระเบียงบ้านชั้นบน เหลี่ยมโบกมือตอบกลับพร้อมกับโค้งตัวเพื่อแสดงความขอบคุณอีกครั้ง

โดย Noah [10 ส.ค. 2552 , 13:25:27 น.] ( IP = 160.62.4.10 : : )

ข้อความ 10

Krissana พาเหลี่ยมมายังจุดขึ้นรถกลางหมู่บ้าน ซึ่งจะมีรถตู้วิ่งจากคิวรถแห่งนี้ไปยังเขตเมืองกาฐมัณฑุชั้นในทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง มีรถตู้หนึ่งคันจอดรอผู้โดยสารอยู่ โดยมีเหลี่ยมเป็นผู้โดยสารคนแรก Krissana เปิดประตูรถด้านหน้าเพื่อให้เหลี่ยมนั่งด้านหน้ากับคนขับ รถยังไม่ถึงเวลาออกพวกเราจึงยังพอมีเวลาคุยกัน Krissana บอกว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันเริ่มต้นเทศกาล Tihar โรงเรียนเขาหยุดเรียนหลายวัน หากเหลี่ยมยังไม่รีบเดินทางกลับเมืองไทยในวันพรุ่งนี้ เขาจะไปพักที่ทาเมลเป็นเพื่อนและวันรุ่งขึ้นจะอาสาพาเที่ยวรอบกรุงกาฐมัณฑุด้วย ซักครู่เหลี่ยมก็เห็นพี่ชายคนโตของ Krissana เดินตามมาส่งอีกคน แกยิ้มให้แล้วบอกขอให้โชคดีสำหรับการเดินทาง

"Do not forget me" เป็นคำพูดสุดท้ายที่ Krissana ฝากไว้สำหรับแทนความทรงจำดี ๆ ที่บังเอิญฟ้าดลบันดาลให้พวกเราได้รู้จักกัน ถึงแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่สำหรับเหลี่ยมแล้ว นี่คือความมหัศจรรย์อีกครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะคงอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน เหลี่ยมสัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมเยือนเพื่อนที่แสนดีคนนี้อีกอย่างแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่งหากตราบใดที่ผืนดินยังไม่กลบหน้า

โดย Noah [10 ส.ค. 2552 , 13:30:12 น.] ( IP = 160.62.4.10 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด