ยินดีต้อนรับค่ะ

[font color=โค๊ดสี]ข้อความ[/font]
Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code

สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


ประวัติสำเร็จลุน




เรื่องราวของ"หลวงปู่สำเร็จลุน" เป็นเรื่องที่เกิดมานานแล้ว ส่วนใหญ่มาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านในรุ่นหลานเหลนซึ่งบันทึกและรวบรวมโดย ท่านพระครูไพโรจน์ปรีชาการ (สมณศักดิ์ในขณะนั้น พ.ศ.2527) เจ้าคณะอำเภอตระการพืชผล วัดอุดมผาราม อุบลราชธานี ซึ่งท่านพิมพ์เรื่องประวัติของหลวงปู่สำเร็จลุน ในหนังสือแจกงานพระราชทานเพลิงศพของ "พระศาสนดิลก (หน่วย ขันติโก) อดีตเจ้าคณะจังหวัดศรีษะเกษ วัดหลวงสุมังคลาราม ความดังนี้(เดี๋ยวมาต่อ)

โดย เหน่ง [15 พ.ค. 2547 , 07:53:47 น.] ( IP = 203.155.227.95 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ] [ 2 ]

ข้อความ 1

หลวงปู่สำเร็จลุนเกิดที่บ้านเวินไซ ตาหลังเวินไซ(ตำบล) เมืองโพนทอง นครจำปาศักดิ์ ประเทศลาว เมื่อราว พ. ศ.2389
ท่านเป็นลูกชาวนาโดยกำเนิด บิดาชื่อ ทิดหล้า มารดาไม่ทราบชื่อ มีพี่น้อง 6 คนคือ
1นางสี
2 นางพรหม
3 หลวงปู่สำเร็จลุน
4 นางทุม
5 นายเชียงแก้ว
6 นายบุดดี
ทั้ง 5 คนพี่น้องตั้งหลักฐานอยู่ในประเทศลาว และขณะนี้สิ้นชีวิตหมดแล้ว

โดย เหน่ง [15 พ.ค. 2547 , 08:18:18 น.] ( IP = 203.155.227.95 : : )

ข้อความ 2

อายุประมาณ 13 ปี พ. ศ.2402 ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ สำนักวัดบ้านเวินไซ บ้านของท่านเอง พระอุปัชฌาย์ไม่ปรากฎ
จำพรรษาเล่าเรียนจนอายุครบ 20 ปีได้ไปอุปสมบทที่สำนัก "วัดบ้านฮีบ้านเวียง" อำเภอตระการพืชผล ประเทศไทย พระอุปัชฌาย์สืบไม่ได้ ศึกษาอยู่กี่ปีสืบไม่ได้และได้ลาอุปัชฌาย์กลับวัดบ้านเวินไซ บ้านเกิดของท่าน

โดย เหน่ง [15 พ.ค. 2547 , 09:01:02 น.] ( IP = 203.155.227.95 : : )

ข้อความ 3

ประมาณ พ.ศ. เท่าใดไม่ปรากฎ ท่านได้ร่วมกับพระซึ่งเป็นสหายรักใคร่สนิทสนมกันมาก คือ ญาท่านธรรมบาล วัดป่าน้อย เมืองอุบล ประเทศไทย
ชักชวนกันไปศึกษาเล่าเรียนค้นคว้าจากสำนัก วัดบ้านนาหลงนาหลัก เมืองสุวรรณคีรี แขวงปากเซ ประเทศลาว โดยไปด้วยกันทั้งหมด 5 รูป
เมื่อไปถึงได้เข้านมัสการแจ้งความประสงค์ขอมอบตัวเป็นศิษย์ พระอาจารย์ท่านก็ยินดีรับและมอบให้ทั้ง 5 รูปนี้ ให้ขึ้นไปบนหอไตร ซึ่งบรรจุพระคัมภีร์ต่างๆมากมาย ให้ค้นคว้าเอาเองจนกว่าจะพบ ถ้าหากไม่พบห้ามกลับลงมาฉันอาหารเพล
มีตู้บรรจุพระไตรปิฎกอยู่ 3 ใบ ท่านพร้อมกับญาท่านธรรมบาล และพระภิกษุอีก 3 รูป ได้พร้อมกันค้นคว้าจนหมดทั้ง 3 ตู้
จนกระทั่งจวนถึงเวลาฉันอาหารเพล พระภิกษุทั้ง 3 รูป จึงได้ลงมาฉันอาหารเพลก่อน คงเหลือแต่ท่านและญาท่านธรรมบาลเท่านั้น ค้นอยู่จนอ่อนใจจึงไปพบอยู่ก้นตู้ผูกหนึ่งเล็กๆ ซึ่งสำคัญมาก ท่านทั้งสองจึงได้ถือเอาลงมาด้วย และได้นำไปศึกษาเล่าเรียนในตำราเล่มเล็กนี้
ก็คงได้ศึกษาแต่ท่านสำเร็จลุนและญาท่านธรรมบาลเท่านั้นรวม 2 รูป สำหรับพระภิกษุทั้ง 3 ขาดความอดทน พระอาจารย์สั่งไม่ให้ศึกษาและมีข้อห้ามที่ว่า
"พระภิกษุที่ได้ศึกษาจากตำราเล่มนี้จะสึกมิได้ต้องอยู่ในเพศพรหมจรรย์ตลอดชีวิต"

โดย เหน่ง [15 พ.ค. 2547 , 12:56:52 น.] ( IP = 203.149.33.4 : : )

ข้อความ 4

ขณะสำเร็จลุนจำพรรษาอยู่บ้านเวินไซนั้น ยังมีพระสหธรรมิกที่รักใคร่กันอีกรูปหนึ่ง คือ
พระแก้ว ไพฑูรย์ ซึ่งรักใคร่นับถือกันมาก พระแก้วไพฑูรย์ไปยังไงมายังไง ภายหลังไม่ปรากฎชื่อเสียงเลย คงเหลือแต่พระผู้เป็นสหายเคยเล่าเรียนตำราเล่มเดียวกันมา คือ ญาพระธรรมบาล ที่อยู่ทางเมืองอุบล ซึ่งยังไปมาหาสู่กันและกันอยู่เสมอทุกปีมิได้ขาด
ถึงหน้าเข้าพรรษาจะมีเทียนขี้ผึ้งมาฝากถวายกันและกันทุกๆปีไม่ให้ขาดได้

โดย เหน่ง [16 พ.ค. 2547 , 09:15:28 น.] ( IP = 203.149.32.189 : : )

ข้อความ 5

ปฏิปทาของหลวงปู่สำเร็จลุน ท่านเป็นผู้รักสันโดษมักน้อย คือครองผ้า 3 ผืนตลอดชีวิตของท่าน ไม่รับเงินทองไม่สะสมทรัพย์สมบัติเลย ฉันอาหารมื้อเดียวและนั่งกรรมฐานทำสมาธิไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว
หลวงปู่จำพรรษาอยู่เฉพาะสำนักวัดบ้านเวินไซเท่านั้น
ไม่เคยไปจำพรรษาที่สำนักวัดอื่นเลย เว้นแต่ไปบวชเรียนดังเล่ามาข้างต้น
ท่านมรณะภาพ ณ วัดบ้านเวินไซบ้านเกิดของท่านเอง เมื่ออายุได้ 75 ปี รวมได้ 55 พรรษา นำศพไปฌาปนกิจที่ป่าทางเหนือบ้าน(เหนือน้ำ)
ณ ที่ซึ่งทำฌาปนกิจนั้น ได้เกิดต้นโพธิ์ขึ้นมา 7 ต้น ชาวบ้านได้เห็นเป็นอัศจรรย์ จึงได้ถากถางปฏิบัติทำการสมโภชทุกๆปี
ต่อมา พระอาจารย์ทองดี จากอำเภอตระการพืชผล ได้ไปสร้างเป็นวัดขึ้น ให้เรียกชื่อนี้ว่า "วัดโพธิ์"
แต่จากปากคำของชาวบ้านอำเภอโขงเจียม ที่ผู้เขียนไปได้ยินมา บางคนก็ว่าต้นโพธิ์นั้นขึ้นมาต้นเดียวก่อน แล้วจึงขึ้นต้นเล็กมาอีก 4 ต้นเป็น 5 ต้นด้วยกัน
บางคนก็ว่าขึ้นต้นเล็กมาอีก 5 ต้น ภายหลังมีต้นหนึ่งยอดกุด หรือยอดด้วนเสีย แต่จะกี่ต้นก็ตาม บัดนี้ต้นโพธิ์จากซากเถ้าถ่านของท่าน มีอายุ 70 กว่าปีแล้ว รวมเข้าเป็นต้นใหญ่เพียงต้นเดียว แตกกิ่งก้านงดงามอยู่เสมอ
สำหรับวัดที่อาจารย์ทองดีท่านไปสร้างขึ้นภายหลังนั้นชาวบ้านบางคนเขาไม่เรียกวัดโพธิ์เฉย แต่เรียกว่า วัดโพธิ์ชัย

ข้อมูลจากหนังสือพอกเก็ตบุค"หลวงปู่เทพโลกอุดร เล่ม 3 นิตยสารโลกทิพย์ อ้างอิงถึงหลวงปู่สำเร็จลุน ปล.มีต่ออีก

โดย เหน่ง [16 พ.ค. 2547 , 10:15:22 น.] ( IP = 203.149.32.189 : : )

ข้อความ 6

ขอขอบพระคุณ ๆ เหน่งมากค่ะที่กรุณาหาข้อมูลของหลวงปู่สำเร็จลุนท่าน นำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน ไม่ทราบว่าคุณน้ำใสเข้ามาอ่านหรือเปล่า

ขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ

โดย โกกนุท [17 พ.ค. 2547 , 15:00:29 น.] ( IP = 43.244.158.8 : : )

ข้อความ 7

ต่อครับ เรื่องราวของหลวงปู่สำเร็จลุน พอจะประมวลมาเล่าไว้เป็นอนุสรณ์ได้ดังนี้
เรื่องหนึ่งคือในสมัยที่ฝรั่งเศสใช้อำนาจด้วยความโลภตามสันดานของนักล่าเมืองขึ้น โดยคิดว่าชาติอื่นบ้านเมืองอื่น ด้อยอารยธรรมกว่าตนและมักอ้างว่าเข้ามาปกครองเพื่อขจัดความด้อยอารยธรรมให้แก่ชาติที่ตนเข้าไปล่าเอาเป็นเมืองขึ้นเป็นบุญคุณเสียอีก
การเข้ามาปกครองของฝรั่งเศสครั้งนั้นเป็นการแบ่งแยกเอาดินแดนไปจากอกของประเทศไทยโดยตรง ไม่ยอมก็ต้องยอมเพราะไทยในครั้ง ร.ศ. 112 นั้นมีแต่หอก ดาบ มีดพร้าไว้ทำศึกสงคราม แต่หามีปืนไฟเรือรบจะต่อกรกับเขาไม่ จำเป็นจำใจยอมให้ไปตามนโยบายรักษาประโยชน์ส่วนใหญ่ไว้โดยยอมเสียประโยชน์ส่วนน้อยไป
การเข้ามาปกครองราชอาณาจักรลาวในครั้งนั้นมีนาย ม.ปาวีร์ เป็นผู้สำเร็จราชการมีอำนาจเต็ม นาย ม. ปาวีร์ได้ข่าวว่าเจ้าผู้ครองนครจำปาศักดิ์ คิดแข็งข้อกระด้างกระเดื่องจึงคุมกำลังมาหวังจะจับกุมเอาตัวไป ตอนนั้นเจ้าผู้ครองนครจำปาศักดิ์มีความเคารพสำเร็จลุนมาก ว่ามีอำนาจอภินิหาร จึงขออนุญาตให้หลวงปู่สำเร็จลุนเดินทางไปกับตนด้วย ซึ่ง
ม.ปาวีร์ ก็ยินยอม เมื่อเจ้านครจำปาศักดิ์และหลวงปู่สำเร็จลุนไปถึงท่าจอดเรือริมฝั่งโขง เป็นเรือขุดลำใหญ่ บรรทุกคนได้หลายสิบ ม.ปาวีร์ใช้เป็นเรือประจำตำแหน่งของตน
ก่อนจะขึ้นเรือหลวงปู่ได้บอกว่า ให้ขึ้นเรือให้ดีเดี๋ยวเรือจะล่ม พอหลวงปู่ก้าวเหยียบแคมเรือเป็นก้าวแรก เรือก็เอียงวูบลง ม.ปาวีร์เห็นปาฏิหาริย์แล้วเกิดความหวั่นเกรง กลัวจะไปทำให้เรือล่มเสียกลางทาง จึงยอมปล่อยกลับมาทั้งสองคน
บางคนเล่าว่าบางครั้งหลวงปู่เอาใบไม้หรือไม่ก็ฝาบาตร วางบนผิวน้ำเหยียบลอยข้ามฝั่งมา
บางครั้งยืนกลางลำเรือให้เรือข้ามฝั่งมาโดยไม่ต้องพาย
บางครั้งท่านเห็นชาวบ้านเขาตำส้มตำมะละกอ หรือบักหุ่งกินกันแต่ขาดมะนาว ท่านจะบอกกับชาวบ้านว่าข้าจะไปเอามะนาวที่กรุงเทพมาให้ ท่านเดินออกไปพักหนึ่ง กลับเอามะนาวมาให้ เป็นที่แปลกใจงงงันไปตามกัน

โดย เหน่ง [17 พ.ค. 2547 , 16:36:11 น.] ( IP = 203.149.31.62 : : )

ข้อความ 8

ต่อครับ เรื่องราวของหลวงปู่สำเร็จลุน พอจะประมวลมาเล่าไว้เป็นอนุสรณ์ได้ดังนี้
เรื่องหนึ่งคือในสมัยที่ฝรั่งเศสใช้อำนาจด้วยความโลภตามสันดานของนักล่าเมืองขึ้น โดยคิดว่าชาติอื่นบ้านเมืองอื่น ด้อยอารยธรรมกว่าตนและมักอ้างว่าเข้ามาปกครองเพื่อขจัดความด้อยอารยธรรมให้แก่ชาติที่ตนเข้าไปล่าเอาเป็นเมืองขึ้นเป็นบุญคุณเสียอีก
การเข้ามาปกครองของฝรั่งเศสครั้งนั้นเป็นการแบ่งแยกเอาดินแดนไปจากอกของประเทศไทยโดยตรง ไม่ยอมก็ต้องยอมเพราะไทยในครั้ง ร.ศ. 112 นั้นมีแต่หอก ดาบ มีดพร้าไว้ทำศึกสงคราม แต่หามีปืนไฟเรือรบจะต่อกรกับเขาไม่ จำเป็นจำใจยอมให้ไปตามนโยบายรักษาประโยชน์ส่วนใหญ่ไว้โดยยอมเสียประโยชน์ส่วนน้อยไป
การเข้ามาปกครองราชอาณาจักรลาวในครั้งนั้นมีนาย ม.ปาวีร์ เป็นผู้สำเร็จราชการมีอำนาจเต็ม นาย ม. ปาวีร์ได้ข่าวว่าเจ้าผู้ครองนครจำปาศักดิ์ คิดแข็งข้อกระด้างกระเดื่องจึงคุมกำลังมาหวังจะจับกุมเอาตัวไป ตอนนั้นเจ้าผู้ครองนครจำปาศักดิ์มีความเคารพสำเร็จลุนมาก ว่ามีอำนาจอภินิหาร จึงขออนุญาตให้หลวงปู่สำเร็จลุนเดินทางไปกับตนด้วย ซึ่ง
ม.ปาวีร์ ก็ยินยอม เมื่อเจ้านครจำปาศักดิ์และหลวงปู่สำเร็จลุนไปถึงท่าจอดเรือริมฝั่งโขง เป็นเรือขุดลำใหญ่ บรรทุกคนได้หลายสิบ ม.ปาวีร์ใช้เป็นเรือประจำตำแหน่งของตน
ก่อนจะขึ้นเรือหลวงปู่ได้บอกว่า ให้ขึ้นเรือให้ดีเดี๋ยวเรือจะล่ม พอหลวงปู่ก้าวเหยียบแคมเรือเป็นก้าวแรก เรือก็เอียงวูบลง ม.ปาวีร์เห็นปาฏิหาริย์แล้วเกิดความหวั่นเกรง กลัวจะไปทำให้เรือล่มเสียกลางทาง จึงยอมปล่อยกลับมาทั้งสองคน
บางคนเล่าว่าบางครั้งหลวงปู่เอาใบไม้หรือไม่ก็ฝาบาตร วางบนผิวน้ำเหยียบลอยข้ามฝั่งมา
บางครั้งยืนกลางลำเรือให้เรือข้ามฝั่งมาโดยไม่ต้องพาย
บางครั้งท่านเห็นชาวบ้านเขาตำส้มตำมะละกอ หรือบักหุ่งกินกันแต่ขาดมะนาว ท่านจะบอกกับชาวบ้านว่าข้าจะไปเอามะนาวที่กรุงเทพมาให้ ท่านเดินออกไปพักหนึ่ง กลับเอามะนาวมาให้ เป็นที่แปลกใจงงงันไปตามกัน

โดย เหน่ง [17 พ.ค. 2547 , 16:38:32 น.] ( IP = 203.149.31.62 : : )

ข้อความ 9

สวัสดีครับพี่บัว สวัสดีครับคุณเหน่ง
ขอขอบคุณคุณเหน่งอย่างมากๆครับ ที่นำประวัติสมเด็จลุนมาให้อ่าน ได้ยินจากทางลาวว่าเรื่องราวคล้ายๆสมเด็จพุฒาจารย์โตของทางไทยเรา แต่ไม่มีรายละเอียดอย่างไร ผมก็พยายามค้นทางเน็ตดูก็ไม่เจอ ได้รู้เรื่องจากคุณเหน่งนำมาให้อ่านนี่แหละครับ ขอบคุณจริงๆ

ขออภัยพี่บัวด้วยที่ผมหายไปนาน มีความผันผวนหลายเรื่องเกิดขึ้นทั้งงานและที่บ้าน เหมือนล่องเรือไปเจอคลื่นลมแบบนั้นอะครับ

โดย น้ำใส [18 พ.ค. 2547 , 09:03:27 น.] ( IP = 202.133.132.89 : : )

ข้อความ 10

สวัสดีครับทุกท่าน ต่อนะครับ ครั้งหนึ่งท่านอุปสมบทมาหลายพรรษาแล้ว ถึงขั้นเป็นครูบาอาจารย์ ชาวบ้านเขาก็มาปรึกษากับโยมมารดาท่าน จะทำพิธียกท่านขึ้นเป็นสมภาร ท่านรู้เข้าก็ไม่ยอมให้ทำเพราะไม่อยากเป็น มันขัดกับความประสงค์ของท่าน ที่ต้องการอยู่อย่างมักน้อยสันโดษ มีอิสระในการท่องเทียวปฏิบัติธรรมอย่างเดียว คุณโยมมารดาก็ไม่ฟัง ต้องการให้เป็นสมภาร จึงร่วมมือกับหมู่บ้านเวินไซจัดพิธีขึ้นจนได้
ท่านต้องเป็นสมภารด้วยความจำเป็นจำใจ โดยเหตุที่ขัดกับจิตใจของท่านนับแต่นั้นมา ก็ประพฤติตัวให้ชาวบ้านหมดศรัทธาเลื่อมใสเพื่อจะหนีจากการเป็นสมภาร

โดย เหน่ง [18 พ.ค. 2547 , 16:46:01 น.] ( IP = 203.149.31.8 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด