ยินดีต้อนรับค่ะ

[font color=โค๊ดสี]ข้อความ[/font]
Abuse/แจ้งลบ
ABUSE / แจ้งลบ
Your Email :
Why? !
Security Code


สมัครฟรีเวปบอร์ด | ลงประกาศ ซื้อ-ขายสินค้า | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | รับฝากเครื่อง Server
รับทำเว็บ | บริการสร้างเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา


เรื่องเล่าจากเวียงจันทน์




ขอเล่าเรื่องราวที่ผมไปเวียงจันทน์เที่ยวนี้มาขอรับ โดยเริ่มตอนที่อยู่ในเวียงจันทน์เลยนะครับ ผมหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านเจอข้อความตอนหนึ่งว่า มีการทำพิธีปลุกเศกรูปหล่อ พระบาง และ สมเด็จเจ้าฟ้างุ้ม ที่วัดองค์ตื้อ ผมเกิดสนใจตรงเจ้าฟ้างุ้มว่าหน้าตาท่าทางเป็นอย่างไร จึงบอกคนที่นั่นว่าผมสนใจ เขาก็พาผมซ้อนมอเตอร์ไซต์ไปส่งที่วัดแต่ไม่ได้เข้าไปด้วย ผมเดินเข้าไปในวัดคนเดียว พบพระภิกษุ (ที่นั่นเขาเรียกว่า ครูบา )ก็สอบถาม ท่านบอกว่าย้ายไปตั้งไว้ที่บริษัท...แล้ว ไหนๆก็มาถึงวัดแล้วผมจึงเข้าไปกราบพระประธานองค์ใหญ่ในโบสถ์ แล้วเดินดูตู้หนังสือ มีพระไตรปิฏกทั้งฉบับภาษาไทย ภาษาพม่า มองไปเห็นหนังสือเล็กๆเล่มหนึ่งเป็นประวัติสมเด็จลุน ผมจึงไปตามท่านครูบามาเปิดตู้เพื่อดูหนังสือเล่มนั้น หลังจากแนะนำตัวผมเรียบร้อยท่านครูบาก็เลยถามผมว่าสนใจพระพุทธศาสนาจากสาเหตุอันใด ผมจึงเรียนท่านว่า ผมเชื่อกฎแห่งกรรม และได้เล่าเรื่องกรรมที่ผมประสบมาให้ท่านฟัง ดังนี้ (ขอถือโอกาสเล่าให้พี่ๆฟัง เพราะผมยังไม่เคยเล่าที่ไหนเลยครับ )
เรื่องแรกเป็นสมัยผมยังเด็ก แต่ก็ยังจำได้ดีอยู่ คือว่าสมัยนั้นพ่อผมเปิดร้านขายขนมเล็กๆน้อยๆ มีลูกค้าประจำคนหนึ่ง เป็นคนชอบเที่ยวโรงน้ำชา ต่อมาเขาแต่งงานและได้ลูกชาย วันหนึ่งเขามาเล่าให้พ่อผมฟังว่า ลูกชายเขาเกิดมามีไข่ข้างเดียว
เรื่องที่สองเป็นคำบอกเล่าจากญาติผู้ใหญ่ของผม ตอนนี้หูข้างขวาของเขาไม่ได้ยินแล้ว รักษาแล้วไม่หาย หมอบอกว่าต้องลองผ่าตัดดู แต่หมอไม่กล้ารับประกันว่าหาย ญาติผู้ใหญ่คนนั้นก็เลยไม่ผ่าตัด เขาบอกว่ามั่นใจว่าผ่าตัดก็ไม่หาย เพราะเป็นผลกรรมของเขาเอง แล้วเรื่องเล่าของเขาก็ตามมาว่า ในสมัยที่เขายังเด็กชอบเอาปืนฉีดน้ำไปฉีดใส่หูสุนัข สุนัขไม่มีนิ้วมือจะหยิบจับ “คอตตอลบัด”มาชำระน้ำในหูได้คงทรมานมาก บัดนี้ผลกรรมนั้นเริ่มแสดงผลกับเขาแล้ว

โดย น้ำใส [2 ก.พ. 2547 , 16:10:01 น.] ( IP = 202.133.131.249 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ข้อความ 1

เรื่องที่สามเกิดกับคนใกล้ๆบ้านของผมเอง เขาแอบขายยาบ้าครับ มารู้เอาตอนที่สามีเขาถูกตำรวจจับ คงทำมานานทีเดียวเพราะเขารวยขึ้นๆ ซื้อบ้านตั้งหลายหลัง แต่ตอนนี้ถูกยึดทรัพย์ไปแล้ว แต่ไม่จบเพียงเท่านั้น คือเขาคลอดลูกออกมาคนหนึ่งก่อนที่จะถูกจับ ลูกเขามีปัญหาทางสมองคือสมองพัฒนาช้า และสายตาสั้นมากตั้งแต่เกิด ซึ่งก็ต้องเป็นภาระที่ต้องเลี้ยงดูกันต่อไป ทุกวันนี้ลูกเขาคนนั้นอายุสิบกว่าขวบแล้วครับ เมื่อวันก่อนผมเดินไปหาอะไรทานตอนเที่ยงยังเจอลูกคนเขาคนนี้ที่ร้านอาหาร ดูท่าทางเหมือนเด็ก ๗-๘ ขวบ คือพัฒนาช้ากว่าอายุจริงเกือบครึ่ง
ที่จริงผมจะเล่าต่ออีกแต่ท่านคงฟังจนเมื่อยแล้ว ท่านครูบาเลยรีบเล่าเรื่องของท่านให้ผมฟังก่อนที่ผมจะเล่าต่อว่า
เดิมทีท่านอยู่ทางภาคใต้แถวจำปาสัก ( คนลาวจะรู้ดีว่าย่านนั้นมีคนวิชาอาคมและไสยศาสตร์ ) สมัยรุ่นหนุ่มชอบการต่อสู้ ชอบชกต่อย และทำร้ายคนไปมาก ท่านเลยถูกทำคุณไสย โดยมีอาการที่แสดงออกคือ สีหน้าเศร้าหมอง และร็สึกหน้าจะมืดล้มลงไปบ่อยๆ จึงไปหาหมอที่แก้คุณไสย หมอคุณไสยตรวจดูแล้วบอกว่าเขาแก้ไม่ได้เพราะคนทำมีวิชาสูงกว่า เลยแนะนำให้ไปหาอาจารย์ของหมอ ท่านครูบาก็ไปหาอาจารย์ของหมอให้แก้ให้ ท่านเล่าว่ามีการใช้ไข่มาวางตามตัวทำพิธี แล้วนำไข่มาตอกดูปรากฏน้ำไข่ที่ตอกออกมาเป็นสีดำ ต่อมาทางฝ่ายคู่อริก็เปลี่ยนหมอที่เก่งกว่าทำคุณไสยอีก คราวนี้อาจารย์แนะนำว่าให้ท่านบวชเสียดีกว่า ถ้าไม่อย่างนั้นต้องตายแน่ๆ ท่านเลยตัดสินใจบวช
มาเล่าต่ออีกทีนะครับ

โดย น้ำใส [2 ก.พ. 2547 , 16:10:57 น.] ( IP = 202.133.131.249 : : )

ข้อความ 2

พี่บัวมานั่งฟังคุณน้ำใสเล่า โห สนุกตื่นเต่นดีค่ะ ดูดินั่งฟังจนยุงแมลงวันบินผ่านแล้วยังไม่ยอมกระพริบตาเลยนะค่ะ

พี่บัวได้ยินมาว่า เรื่องคุณไสย หมอคุณไสย ฯลฯ ยังมีอยู่นะคะแถบทางชนบทเขตติดต่อนะคะเขาบอกว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายและคนแปลกหน้านี่เขาห้ามไปกันเชียวล่ะค่ะ..

อืม พี่บัวเล่าบ้างนะคะ..(ขอคั่นโฆษณา ฮา....) น้องสใภ้ของพี่บัวเป็นคนสุรินท์ เขามีพี่สาวเมื่อตอนเป็นสาวนี่เห็นว่าสวยงามมากค่ะ มีหนุ่มๆมาชอบมากมายทั้งใกล้และไกล มีอยู่คราหนึ่งพี่สาวคนนี้ตามพระที่เป็นญาติกันไปบิณฑบาตรที่ต่างบ้าน (อันนี้พี่บัวไม่ทราบประเพณีเขานะคะว่าเขาให้ผู้หญิงถือปินโตตามพระปิณฑบาตรได้)

แล้วพอกลับมาถึงบ้านไม่กี่วันก็ให้มีอาการคุ้มคุ้มคลั้งร้องไห้ฟูมฟายอยากจะไปแต่บ้านของหนุ่มต่างบ้านคนนั้น เผลอไม่ได้เป็นต้องวิ่งปรู๊ดไปทันทีหรือไม่ก็จะผูกคอตายต้องมีคนคอยดูแลตลอด พวกญาติได้พากันไปหาหมอคุณไสย เพื่อหาทางแก้สาระพัดก็ไม่หายขาด มีแต่อาการป๊ำๆเป๋อๆ เดี๋ยวนี้อายุมากแล้ว อาการทั้วไปเหมือนปกติมีสามีมีลูกแล้วอ๊ะนะคะ แต่เห็นน้องสะใภ้บอกว่าบางคราก็มีอาการเพี้ยนๆมาให้เห็นเป็นบางครั้ง เฮ้อ....น่ากลัวนะคะ...พี่บัวฟังแล้วหดเลยค่ะ ถึงแม้จะแก่ๆอย่างนี้ก็เหอะ....

โดย โกกนุท [3 ก.พ. 2547 , 06:55:12 น.] ( IP = 43.244.103.201 : : )

ข้อความ 3

สวัสดีค่ะ คุณน้ำใส คุณบัว
เข้ามาอ่านด้วยคนค่ะ
เหมือนคุณบัวค่ะ อ่านจ้องเขม็งติดตามเนื้อเรื่องเลยค่ะ
เรื่องกรรมที่คุณน้ำใสเล่าให้ฟังแล้ว เนอะ กฎแห่งกรรมนี่มีจริง ไม่เรารับลูกหลานเราก็รับ แต่ก็สืบเนื่องกันไปหมด

และขอรอการเล่าต่อด้วยค่ะ

อ่านเรื่องของคุณบัวแล้ว ก็มาให้ขำ อิๆ คุณบัวนี่ ชอบมีอะไรให้ขำอยู่เรื่อย
ฟังแล้วหดเลยเหรอคะ อิๆ

โดย แม่พลอย [3 ก.พ. 2547 , 12:16:33 น.] ( IP = 219.197.4.230 : : )

ข้อความ 4

สวัสดีครับพี่บัว สวัสดีครับแม่พลอย ฟังเรื่องพี่บัวแล้วหดเลยครับ หดหู่ อ่ะครับ สงสารพี่สาวของน้องสะใภ้แฟนของน้องของพี่บัว (เรียกยากและยาวจังครับ) แม่พลอยอ่านแล้วคงจะขำกลิ้งเลยครับ
ผมเล่าต่อเลยนะครับ
ท่านเล่าว่าท่านไม่มีเงินทองอะไรจะตอบแทนอาจารย์ ท่านเลยถอดเครื่องนุ่งให้อาจารย์แทน อาจารย์เลยบอกท่านว่าท่านจะพ้นเคราะห์ก็ต่อเมื่อมีคนมาทักท่านว่ามีสีหน้าผ่องใส ดูมีราศี เมื่อนั้นแสดงว่าหมดเคราะห์แล้ว
ในตอนแรกที่บวชก็ฝึกกรรมฐานแบบเพ่งกสิณ ท่านเพ่งดินจนเห็นดินขยายใหญ่ได้เลยครับ และแล้วก็ถูกคุกคามอีกในวันหนึ่ง ท่านรู้สึกเจ็บตามร่างกายเหมือนถูกเข็มแทงทั่วตัว จึงนั่งสมาธิป้องกันตัว ปรากฏมีเสียงโลหะตกกระทบที่หลังคากุฏิหลายครั้ง พอไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วท่านไปตรวจดูพบว่าเป็นตะปูขนาดราว ๓ นิ้วตกอยู่บนหลังคา ลองหยิบมาดู เป็นตะปูที่มีน้ำหนักเบามาก แสดงว่าฝ่ายตรงข้ามส่งตะปูมาทำร้ายท่าน
ต่อมาท่านเห็นว่าอยู่ที่จำปาสักนั้นคงต้องเจอแบบนี้เรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ต้องผูกเวรต่อกันอีก ท่านจึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่เวียงจันทน์เพื่อให้ห่างไกลกัน ท่านเล่าว่าเมื่อแรกๆเล็บของท่านทั้ง ๑๐ นิ้วจะมีรอยกลมๆเป็นสีเงิน เพราะว่าทางโน้นปล่อยคุณไสยมาให้เข้าทางเล็บ แต่ตอนนี้หายไปหมดแล้ว และสีหน้าท่านก็ผ่องใส จึงเป็นอันพ้นเคราะห์แล้ว ท่านเล่าต่อไปว่า เจ้าอาวาสที่วัดนี้เป็นหลานของสมเด็จลุน หนังสือที่ผมกำลังถืออยู่นี้ สมเด็จลุน ท่านมีอภินิหารมาก เหมือน สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี ของประเทศไทย ผมสนทนาเรื่องอื่นๆอีกพอสมควรก็ลาท่านกลับ

โดย น้ำใส [3 ก.พ. 2547 , 15:18:56 น.] ( IP = 203.118.85.36 : : )

ข้อความ 5

ตอนเย็นผมก็วานคนที่นั่นขับรถพาผมไปวัด ส้างเหวย ที่คราวก่อนเคยมาถวายเครื่องเล่นซีดี และเครื่องขยายเสียงไว้ เพราะผมได้ทำการก็อปปี้แผ่นซีดีการ์ตูนเรื่อง พระพุทธประวัติ จำนวน ๑๐ แผ่น นำมาถวาย พอไปถึงเจอ ท่านเจ้าอาวาส เดินอยู่พอดีในวัดพอดี ดูท่านมีผิวพรณผ่องใสมากครับราวกับมีแสงสว่างออกมาอย่างนั้น ท่านก็รับไว้แล้วอวยพรให้ครับ ผมรู้สึกตัวเบาสบายอย่างบอกไม่ถูก
จะมาเล่าต่ออีกทีนะครับ

โดย น้ำใส [3 ก.พ. 2547 , 15:21:13 น.] ( IP = 203.118.85.36 : : )

ข้อความ 6

เข้ามาอ่านต่อค่ะ คุณน้ำใส
เป็นเรื่องที่แปลกมาก ๆ เลยนะคะ
เรื่องคุณไสยนี่ ต้องเรียกว่า แปลกแต่จริง หรือเปล่านะคะ
ของที่มองไม่เห็น ของที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่สามารถเข้าไปอยู่ในตัวได้นะคะ

เคยอ่านข่าว ไม่ทราบว่า คุณน้ำใส คุณบัวเคยอ่านกันหรือเปล่านะคะ
มีอยู่คนหนึ่ง ขาบวมขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เจ็บปวดมาก นับวันก็บวมขึ้น ไปหาหมอ ๆ ก็ไม่พบสาเหตุของโรค แต่นับวันก็บวมขึ้น จนหมอจนปัญญา สุดท้ายลองผ่าดู ปรากฎว่า ภายในขาเต็มไปด้วยตะขาบน่ะค่ะ
น่ากลัวนะคะ หมองงไปเลยค่ะ ว่าเข้าไปอยู่ได้ยังไง

และแม่พลอยก็เคยเข้าไปดูพิธีเอาของออกจากตัว สำหรับคนที่โดนของน่ะค่ะ อึ๋ย ...ๆๆๆ ....

ภาพวัดสวยจังเลยนะคะ คุณน้ำใส วัดทางเวียงจันทน์เหรอคะ
คุณน้ำใสคงได้กราบพระดีนะคะ และจิตใจเราก็บริสุทธิ์ด้วย ทำให้ได้รับปิติเต็มที่นะคะ โชคดีจังเลยค่ะ
ขออนุโมทนาด้วยนะคะ

โดย แม่พลอย [4 ก.พ. 2547 , 07:28:31 น.] ( IP = 219.197.4.230 : : )

ข้อความ 7

พี่บัวขออนุโมทนาใจกุศิลจิตที่ได้ถวายซีดีการ์ตูนเรื่อง พระพุทธประวัติ ค่ะ

ใช่นะคะเรื่องไสยศาสตร์-คุณไสยเรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ดูแล้วเหมือนสิ่งมหัศจรรย์ลึกลับแฝงไว้น่ากลัวกน่าเลื้อมใส (อึ้ย..พี่บัวไม่เอาอ๊ะ...แต่พวกที่ชอบทางนี้เขาชอบหน๊ะนะ)

อืม....เรื่องของพี่พลอยแล้วยิ่งน่ากลัวและคิดว่ามันเป็นไปได้ยังไงกัน.??บัวว่านะพวกนิยมดิ้งส์มหัศจรรย์เพิ่มพลัง (พวกนิยมยาดอง)คงจะตาลุก..อิๆเพราะตะขาบเหล่านั้นคงเอามาดองได้หลายขวดอยู่นา.....อะหุๆๆๆ

โดย โกกนุท [4 ก.พ. 2547 , 11:33:37 น.] ( IP = 43.244.150.236 : : )

ข้อความ 8

เป็นวัดที่ฝั่งลาวครับแม่พลอย
พี่บัวคิดเมนูอาหารได้พิศดารดีนะครับ
มาเล่าต่ออีกครับ...
ในตอนค่ำหัวหน้าศูนย์คอมฯเขาเลี้ยงอาหารผมด้วยครับ ตอนอยู่ในโต๊ะอาหารกลางคนทั้งหลาย ผมเลยถามปัญหาที่ข้องใจต่อหน้าคนที่นั่น คือถามว่า ช้างเผือก ที่เมืองลาวเป็นสีขาวใช่ไหม คนที่นั้นหลายคนเคยเห็นช้างเผือกมาแล้วก็ตอบว่า ไม่ใช่ขาวแบบผ้าขาว ที่จริงสีดูชมพูๆ คล้ายๆผิวหมู ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในเวียงจันทน์ เขานำไปเลี้ยงทางตอนเหนือเพราะมีป่าอุดมสมบูรณ์
คนลาวอีกคนก็เล่าว่า มีเรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้นในจังหวดบ้านเกิดเขาในขณะนี้ คือมีพระพุทธรูปผุดขึ้นมาจากดิน เป็นหินสีขาวใสๆ เมื่อแรกขึ้นมากลางบ้านคน เจ้าของบ้านเก็บเป็นความลับ ต่อมาคนในบ้านก็เจ็บป่วยกันตลอดเวลาจนทนไม่ได้ ต้องนำไปไว้ที่วัด ก็เลยมีการทำพิธีสอบถามว่าจะนำท่านไปอยู่ที่วัดไหน แล้วก็เกิดการเข้าทรงลูกสาวในบ้านเพื่อบอกวัดที่จะไปอยู่ พอนำพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่วัดนั้นก็ต้องประหลาดใจ เพราะที่วัดนั้นมีพระพุทธรูปแบบเดียวกันนี้อยู่ก่อนแล้วอีกองค์หนึ่ง ลักษณะเหมือนกันทุกอย่าง จึงตั้งไว้คู่กัน
อีกคนหนึ่งเล่าเรื่องคำทำนายจากพระป่า(ในลาว) เกี่ยวกับประเทศลาวและไทย เนื้อเรื่องพาดพิงถึงสถาบันของเรา ผมจึงไม่สามารถนำมาบอกที่นี้ได้ ขอให้เข้ามาอ่านที่นี่ http://forum.mweb.co.th/xfiles/730931.html
ผมจะคงข้อความไว้ระยะหนึ่งแล้วมีความจำเป็นที่จะต้องลบออกเพื่อความปลอดภัยนะครับ

โดย น้ำใส [4 ก.พ. 2547 , 12:50:30 น.] ( IP = 202.133.134.63 : : )

ข้อความ 9

อิๆ คุณบัวคะ แม่พลอยกลายเป็นพี่พลอยแล้วนะคะ
เมื่อไหร่จะเรียกน้องพลอยน๊า? อิๆ

ว่าแต่ข๊ำ ขำ คุณบัว มีอะไรให้แม่พลอยหัวเราะงอหายอยู่เรื่อย 555555555555555

และอ่านต่อเรื่องของคุณน้ำใสค่ะ แปลกนะคะ เรื่องพระพุทธรูป คงสวยมากนะคะ หินสีขาวใส ๆ
และแม่พลอยได้ตามเข้ามาอ่านที่บอกไว้แล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

โดย แม่พลอย [4 ก.พ. 2547 , 18:05:41 น.] ( IP = 219.197.4.230 : : )

ข้อความ 10

อืม...พี่บัวไปอ่านมาแล้วค่ะ...แต่จะไม่สงสัยหรอกนะคะว่าใครโพส..เหตุการณ์ข้างหน้าอาจจะเกิดหรือไม่เกิดอันนี้ไม่มีใครที่รับรองได้..ช่างเถอะอะไรก็ได้...

ฟังเรื่องพระพุทธรูปแล้วคล้ายๆพระหลวงพ่อโสธรเลยนะคะ..และก็มีอีกหลายๆองค์ที่มีเสียงเล่าลือกันว่าเป็นพระพี่พระน้องกัน...น่าสนใจนะคะ

เรื่องนี้ป้าของพี่บัว....(อิๆมีเรื่องมาคั่นโฆษณาอีกแล้วนะคะ) ที่ข้างสวนของป้าจะมีสระหรือคลองนี่นะค่ะ วันหนึ่งป้าไปจับปลาโดยสุ่ม อันนี้ไม่ทราบว่าคุณน้ำใสรู้จักเปล่าไม่ทราบนะคะ

เป็นที่จับปลา (ดูคล้ายกระโปงที่ใส่เลยหัวเข่าของผู้หญิง ) แล้วป้าเขาก็บอกว่าสุมไปจับอะไรแข็งๆก็งมดูก็รู้ว่าเป็นรูปทรงกลองที่ตีดัง ตุมๆๆตามวัดต่างๆนะคะ ป้าเขาก็งัดจะเอาขึ้นมาแต่ยกขึ้นมาไม่ได้ และให้เเปลกมากๆ เพราะกลองนั้นได้เลื้อนคลื้ดๆๆหนีมือของป้าไปต่อหน้าต่อตา ??วันหลังป้าชวนพวกผู้ชายไปงมหาอีกก็ไม่มีวี่แววเลยว่าจะมีกลองดังกล่าว??

อีกเรื่องหนึ่งเรื่องนี้อยู่ใกล้ๆบ้านของพี่บัว(ก็ชนบทตามเคย) เป็นสระใหญ่โตมาก หน้าน้ำพวกชาวบ้านก็จะได้อาศัยจับปูจับปลามาหาเลียงกันตามอัตธภาพ พอหน้าแล้งน้ำบางแห่งจะแห้งพวกเด็กๆจะชอบไปวิ่งเล่นกัน เขาเรียกสระนี้ว่า พะเนียด ( คือลานกว้างที่คล้องช้างหรือผูกช้างสมัยโบราณ นานเท่าใดพี่บัวไม่ทราบคะ เห็นเขาบอกว่าวันดีคืนดีก็จะเห็น ตะลุมทอง (ตอที่สำหรับผูกช้าง)โผล่ขึ้นมาให้เห็นเป็นที่อัศจรรย์ หรือตอนกลางคืนก็จะเห็นเป็นสีทองบ้าง สีสุกใสราวกับพระจันทร์บ้าง ขึ้นมาทางสระพะเนียดนั้น พวกคนที่อยากได้ก็ไปบ่นบานศาลกล่าวขอเห็นบ้าง ฯลฯ แต่ก็เงียบเขาบอกว่าจะมีปู๋โฉมเฝ้าทรัพย์คอยรักษาของพวกนี้อยู่ ท่านคงเห็นความโลบของมนุษย์แล้วท่านคงเอาแต่ส่ายหน้าอ๊ะนะคะ

และมีคำเล่าลือกันว่าไม่ใช่มีแค่ตะลุมทองเท่านี้หรอกนะ แก้วแหวนเงินทองถูกฝังอยู่ในสระนี้มากมายสมัยเมื่อสงความตอนไหนพี่บัวไม่ทราบคะ (เป็นเด็กไม่ค่อยได้สนใจที่จะถามพวกผู้เฒ่าผู้แก่ และตอนนี้มีแต่คนสมัยใหม่จึงไม่มีใครทราบข้อมูลความเป็นมาเท่าไหร่ เพราะคนสมัยใหม่เขาว่าเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น น่าเสียดายประวัติต่าง ๆ ถูกกลืนหายไปกับผู้เฒ่าผู้แก่นั้นเอง)

โดย พี่บัว [4 ก.พ. 2547 , 18:31:43 น.] ( IP = 61.44.95.64 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด