ABUSE REPORT!!! / แจ้งลบหน้าที่ไม่เหมาะสม close [x]
ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์

เมี้ยววววว



ติดต่อลงโฆษณา Tel. 02-630-9938


[Re-post] ปรัชญาช่างกลฯ ภาค ตั้ม - ทัต




ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ภาค ตั้ม-ทัต by aoikyosuke

โดย ~iNk~ [1 ส.ค. 2551 , 14:03:26 น.] ( IP = 125.24.161.142 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 1

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ภาคตั้ม-ทัต (แค่สบตา)

ร่างเล็กบางเดินเข้ามาภายในโรงเรียน
แม่งซวยแต่เช้า ไอ้พวกผู้ชายโรงเรียนอื่นนี่มันยังไงวะ
ขาดแคลนผู้หญิงกันมากเลยเหรอ
ถึงได้มองกันตาเป็นมัน
ลองเข้ามาสิ กูจะอัดให้เละเลย
ร่างเล็กบางของกฤษดาเดินเข้ามาพร้อมกับไม้ทีในมือ ที่เอาพาดไว้ที่บ่า
และหนังสืออีกสองสามเล่ม
เห็นหน้าตาน่ารัก หวาน ๆ แบบนี้ แต่กฤษดาเคยซัดคู่ต่อสู้หมอบไปหลายรายแล้ว
จนในแผนกก่อสร้างยกให้เป็นมือหนึ่งเรื่องการต่อยตีไปแล้ว

แผนกไหนก็ไม่ค่อยกล้ายุ่งด้วยสักเท่าไหร่ กับพี่คีเด็กโยธา ก็พอคุ้นกันดี
แฟนแกก็น่ารักดี เป็นผู้ชายเหมือนกัน ดูนิ่ง ๆ เฉย ๆ น่ารักดี ไม่ค่อยพูด
แต่พี่คีก็ไม่ค่อยสนใจคนรอบข้างนักหรอก
ก็ลองลือเรื่องพี่สนให้อับอายดิ
โดนพี่คีเล่นซะเละ ไม่มีดีเลย

แต่กับไอ้ทัตแผนกเครื่องกล ยังไม่เคยเจอกัน
ข่าวว่ามาว่ามันก็กวนตีนใช่เล่น
แต่ก็ดี ไม่เข้ามากวนตีนกับเขาก่อนถ้าแม่งเข้ามาล่ะก็
จะอัดให้หมอบเลย

เห็นว่ามันกำลังจ้องหาเรื่องเขาอยู่ในฐานะที่แผนกก่อสร้าง
กำลังจะหาทางแซงหน้าแผนกเครื่องกล

แต่กับแผนกโยธา ก็ไม่เห็นจะยุ่งกับใคร รวมทั้งแผนกอื่น ๆ ด้วย
มีก็แต่แผนกเครื่องกลนี่แหละ ที่มันทำท่าฮื่ม ๆ อยู่
เกือบยกพวกตีกันหลายครั้ง อยากเห็นไอ้ทัตแผนกเครื่องกลอยู่เหมือนกัน
ว่ามันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียววะ

ร่างบางเดินเข้ามาในแผนกด้วยความรีบเร่ง เวรแล้ว วันนี้เสือกตื่นสาย
เข้าไปไม่ทันโดนเช็คขาดอีกแน่

ทั้งที่รีบจ้ำรีบเดิน
เพราะมันปาเข้าไปกี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย
ขืนเข้าไม่ทันตายแน่ ตายหยั่งเขียด ไอ้ตั้มเอ้ย
ทั้งรีบทั้งเร่ง ทั้งตั้งหน้าตั้งตาจะวิ่ง จนกระทั่ง
"โอ้ยยยยยยยยยยย" ร่างเล็กบางไปกระแทกกับใครคนหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ
หนังสือสองสามเล่มหล่นกระจัดกระจาย

พร้อมกับไม้ทีที่ถืออยู่ก็ปลิวร่วงด้วย
แม่งเอ้ย ซวยเว้ย ซวย

มือของใครคนหนึ่งที่ไอ้ตั้มเดินชนเมื่อสักครู่
รีบช่วยมันเก็บหนังสือสองเล่มที่หล่นกระจาย
และเมื่อไอ้ตั้มเงยหน้าขึ้น ก็พบกับคน ๆ นั้น

ร่างบางสบตากับร่างสูง ที่ค่อยสบตากลับมาหลังจากเก็บหนังสือให้จนหมด
และส่งคืนให้ ในขณะที่มือยังแตะอยู่กับมือเล็ก ๆ อย่างไม่ตั้งใจ

ดวงตากลมโตสบกับดวงตาคม ๆ นั้นนิ่ง
เหมือนกับโลกทั้งโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ดวงตาคมจ้องตากลมโตนั้นนิ่ง เพียงเสี้ยววินาที
ก็เหมือนกับหัวใจถูกฉุดกระชากหายไปในทันใด

และก็พอกับร่างบาง ที่แค่มองสบตากับร่างสูงแกร่งหนานั้น
ก็เหมือนกับพบกับบางสิ่งที่ขาดหายไป

แค่เพียงได้สบตา
แค่เพียงได้สัมผัสแค่ปลายนิ้วมือ

หัวใจกลับถูกดูดกลืนไปแล้ว

แต่ก็แค่เพียงเวลาไม่นาน เมื่อออดเข้าเรียนดังขึ้น

ไอ้ตั้มก็ต้องรีบผลุนผลันวิ่งผละจาก ออกไป
และหันกลับมามองร่างสูงที่ยืนนิ่งมองมาเหมือนกัน

นายเป็นใครวะ นายเป็นใครกัน
ทำไมมันรู้สึกแปลก ๆ อย่างนี้นะ

ไอ้ตั้มรีบวิ่งไปที่แผนกเพื่อเข้าเรียนด้วยความรีบเร่ง
แต่จิตใจไม่เป็นอันทำอะไร ยังคงวิ่งไปแบบงง ๆ

และก็พอกับร่างสูงที่ยืนมองร่างบางที่ลับตาไป
ไม่เคยเห็นเลย ชื่ออะไรกันวะ ทำไมน่ารักโดนใจอย่างนี้วะเนี่ย

ไอ้ทัต แห่งแผนกเครื่องกล เอามือกุมอกไว้
หัวใจเต้นรัวไม่เป็นส่ำ
เด็กแผนกไหนวะ น่ารักโคตร ๆ สวยกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก
โอยยยยยยยยยยย ทำไงดี โดนขโมยหัวใจไปแล้วอ่ะ ใครก็ได้ช่วยทีเถอะ
ไอ้ทัตเดินเหมือนคนละเมอ หลังจากมองร่างเล็กบางนั้นวิ่งหายไปหลังตึกเรียน
แล้วมันก็เดินเหมือนวิญญาณออกจากร่างไปพร้อมกับร่างที่มันเดินชน เมื่อสักครู่นี้

***************************

โดย ~iNk~ [1 ส.ค. 2551 , 14:04:06 น.] ( IP = 125.24.161.142 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 2

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ภาคตั้ม-ทัต (ใกล้)

“ข้าวผัดแหนมครับ........แล้วก็น้ำเปล่า” ร่างสูงใหญ่ บอกกับเจ้าของร้านอาหารตามสั่ง
ถึงรายการอาหารที่จะกิน

“แหนมหมด ...เอาอย่างอื่นได้มั้ย...” เจ้าของร้านเอ่ยบอก บ่ายกว่าขนาดนี้แล้ว
อะไรก็หมดกันได้เรื่องปกติ

“งั้น....เอากระเพราปลากระป๋องแล้วกันครับ” ไอ้ทัตพงษ์สั่งซ้ำอีกครั้ง
และก็นั่งเปิดหนังสือพิมพ์หน้ากีฬา
ทำทีเป็นอ่านข่าว ผลการแข่งฟุตบอลคู่เมื่อคืนก่อน
เคาะโต๊ะเล่น อย่างเพลิดเพลิน

วันนี้เป็นเสาร์ และนี่ก็บ่ายมากแล้ว หิวจะตาย
เลยลงมาสั่งข้าวกิน
อพาร์ทเม้นที่อยู่ก็ธรรมดาแล้วก็อยู่สบายดี
อากาศร่มรื่น ถึงจะอยู่ลึกเข้าไปในซอยก็เถอะ
แต่ก็ใกล้กับโรงเรียน
บางทีเขาก็ไปรับจ็อบเขียนป้ายโฆษณากับรุ่นพี่บ้าง
ไอ้ตังค์มากินขนม
ถ้าเบื่อ ๆ ก็ไปเช่าหนังมาดู
วันเสาร์เป็นวันแสนสบาย ได้นอนกลางวันหลับอย่างมีความสุข

และตื่นมาดูแดจังกึมตอนเย็น

อือ ดี ดี ชอบวันเสาร์กับวันอาทิตย์ที่สุดเลย
ไปเช่าหนังสือดีกว่า กินข้าวเสร็จแล้ว อยากอ่านเรื่องย่อละครภาคดึก

นี่จะมีใครรู้มั้ยวะเนี่ย

ว่าพี่ทัตโคตรเท่ห์ของแผนกเครื่องกล ติดละครทุกเรื่องที่มีฉาย
บางวันมีการสลับช่องดูระหว่างช่องสาม ช่องห้า ช่องเจ็ด ช่องเก้าอีกต่างหาก
หนักกว่านั้นคือต้องอ่านเรื่องย่อละครด้วย กลัวไม่ทันสถานการณ์
และต้องไปอ่านเรื่องย่อละครจากหนังสือพิมพ์อีกต่างหาก
เวลาอ่านก็ต้องแกล้ง ๆ แง้มหน้ากีฬาไว้
แต่จุดหมายคือละครตอนต่อไปต่างหากล่ะ
ทำไมกูต้องเป็นคนมีความลับแบบนี้ตลอดด้วยวะเนี่ย

ไอ้ทัตเอาหนังสือพิมพ์กางให้ใหญ่ที่สุด เพื่อจะได้อ่านละครได้แบบไม่มีใครสนใจ
มันขมวดคิ้วมุ่น เมื่อพบข้อความ โปรดอ่านต่อพรุ่งนี้

อะไรวะ จบอีกแล้ว กำลังลุ้นเลย โหยยยยยยยยย เซ็งเลย


“ข้าวผัดแหนมครับ.....แล้วก็น้ำเปล่า” คนที่เดินมานั่งฝั่งตรงข้ามเอ่ยสั่งรายการอาหาร

“แหนมหมดครับ...เอาอย่างอื่นได้มั้ย”
เจ้าของร้านบอกประโยคเดียวกันกับที่บอกทัตพงษ์เหมือนกันเป๊ะไม่มีผิดเพี้ยน


“งั้นเอากระเพราปลากระป๋องแล้วกันครับ” คนคนนั้นสั่ง

ใครวะ
กินแบบเดียวกับกูเลย

ไอ้ทัตพับหนังสือลงด้วยความสงสัย และก็ได้พบกับคนตรงหน้า

“เฮ้ยยยยยยยยยย “ ร่างสูงตะโกนเสียงดังเหมือนกับได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในชีวิต

“เฮ้ยยยยยยยยย” ไอ้คนตรงข้ามก็ตะโกนกลับไม่แพ้กัน

“มา....มากินข้าวร้านนี้เหมือนกันเหรอเนี่ย...จำ จำ จำ เราได้ป่าว...ที่ช่วยเก็บหนังสือให้ที่โรงเรียนอ่ะ”

ไอ้ทัตรีบแนะนำตัว กลัวว่าคนตรงหน้าจะลืมมันไป
จริง ๆ แล้วมันก็เดินหาคนน่ารักคนนั้นในโรงเรียนอยู่หลายวัน
แต่ก็ไม่เจอสักที บทจะเจอทำไมมันเจอกันง่ายจังวะ

น่ารักชิบหายเลยเว้ยวันนี้ ไม่คิดว่าจะได้เจอนะเนี่ย อยู่แถวนี้หรือไงวะ

โดย ~iNk~ [1 ส.ค. 2551 , 14:07:12 น.] ( IP = 125.24.161.142 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 3

“อือ...ก็จำได้...แล้วมา มากินข้าวเหรอ” คนน่ารักคนนั้นเอ่ยถามไอ้ทัต
แล้วก็หยิบช้อนกับส้อมมาเตรียมไว้

“ใช่..อพาร์ทเม้นเราอยู่นี่เอง..ก็เลยมากินข้าว...นายอ่ะ”
ไอ้ทัตชี้ไปที่อพาร์ทเม้นท์เยื้อง ๆ ออกไป จากร้านขายข้าวเล็กน้อย

“จริงดิ...เราก็อยู่เนี่ยอ่ะ..เหมือนกันเลย” ไอ้ตั้มยิ้มให้กับคนที่ชวนคุย
มองหน้าคนตรงข้ามยิ้ม ๆ
หล่อเว้ยวันนี้ หล่อว่ะ ล่ำดีจริงเว้ย ตอนนั้นใส่ชอร์ปเห็นไม่ค่อยชัด
แต่ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดาแบบนี้นี่เห็นชัดเลย
ทำไมมันถึงได้สมเป็นผู้ชายอย่างนี้วะเนี่ย

“เฮ้ย...จริงป่าว...เพื่อนบ้านกันเลยเนี่ย...อยู่ห้องไหนอ่ะ” ไอ้ทัตชวนคุย
ดีใจจนบอกไม่ถูก แบบนี้มันต้องสานสัมพันธ์กันหน่อยแล้ว

“343...นายอ่ะ..” ไอ้ตั้มยิ้มให้ และบอกเลขที่ห้องที่มันพักอาศัยอยู่
เพราะบ้านอยู่ไกลมากจากที่เรียน ขืนเดินทางไปกลับตายกันพอดี
เลยเพิ่งมาอยู่อพาร์ทเม้นใกล้ ๆ โรงเรียน ให้อยู่หอคงไม่ไหวอึดอัดตาย

“เราอยู่ 442 ชั้นบนอ่ะดิ....เฮ้ย..อยู่เยื้องกันเลยนี่หว่า...” ไอ้ทัตยิ้มอย่างดีใจ
อ้าว อย่างนี้ก็โป๊ะเชะเลย

“กระเพราปลากระป๋องได้แล้ว....”
เจ้าของร้านยกจานข้าวมาเสริฟ กับสองคนที่นั่งคุยกันอย่างถูกคอ

กฤษดาเบะหน้า เมื่อเห็นว่าปลากระป๋องในจาน น้อยกว่าจานของคนตรงหน้า
ทำไมมันตักแบ่งไม่สมดุลอย่างนี้วะ


“ทำไม...ให้ไม่เท่ากันเลยวะ” ไอ้ตั้มบ่นเสียงเบา
ก่อนจะลงมือใช้ช้อนที่เตรียมไว้ ตักข้าวในจานกิน

“อ่ะ...” ไอ้ทัตตักปลากระป๋องในจานให้คนตรงข้ามจนเกือบหมดจาน

“เฮ้ย...มาให้เราทำไมอ่ะ...นายไม่กินเหรอวะ” ไอ้ตั้มเงยหน้าขึ้นมอง
ชอบกินอยู่หรอก แต่เล่นตักให้เกือบหมดแบบนี้ มันไม่ดี เหมือนเอาเปรียบ

“จะได้เท่า ๆ กันไง...” ทัตพงษ์ส่งยิ้มให้กับร่างบางตรงหน้า และเริ่มลงมือตักข้าวในจานเข้าปาก

“เราเกรงใจว่ะ...แบ่งไปหน่อยมั้ย” ไอ้ตั้มทำท่าจะตักคืนให้ แต่ไอ้ทัตก็ห้ามไว้

“เฮ้ย...ตักคืนนี่ไม่คุยเลยนะ...โกรธเลย” ไอ้ทัต บอกกับคนตรงข้าม ที่ตอบกลับด้วยการส่งยิ้มให้

“ขอบใจว่ะ” ไอ้ตั้มบอกกับร่างสูงที่เคี้ยวข้าวในจานอย่างเอร็ดอร่อย

ต่างคนต่างยิ้มให้กัน มีเหลือบมองกันบ้างเป็นพัก ๆ ระหว่างกิน
ก่อนจะก้มหน้าก้มตาตักข้าวกินต่อไปจนหมดจาน

*********************************
“เฮีย...ข้าวสองจานเก็บตังค์ด้วยครับ” ไอ้ทัตตะโกนเรียกเจ้าของร้าน
ร้านประจำที่มันมากินบ่อย ๆ

“60 บาท” เจ้าของร้านเอ่ยบอก และไอ้ทัตก็ยื่นเงินส่งให้ และรับตังค์ทอนกลับมา

“อ่ะ...ของเรา 30 ป่ะ” ไอ้ตั้มยื่นเงินส่งให้กับคนที่ออกค่าอาหารให้ก่อน

“เฮ้ย...เราเลี้ยงนะ...ถือว่าโชคดีที่ได้เจอกันอีกครั้งไง”
ไอ้ทัตพงษ์บอกกับร่างโปร่งบางที่เขาแอบตามหามาตลอด

“เฮ้ยได้ไงวะ...ไม่ดีหรอกแบบนี้เกรงใจว่ะเอาตังค์ค่าข้าวไปเหอะ”
เจอกันแค่ครั้งเดียวก็มาจ่ายค่าข้าวให้แล้ว
ถึงมันไม่มากมายก็เถอะ แต่ว่าก็เกรงใจ กฤษดาไม่ได้เป็นคนเห็นแก่กินนี่นา
ร่างบางยัดเยียดเงินส่งให้กับร่างสูง

“น่า...คราวหน้าเจอกันอีก...นายเลี้ยงเรามั่งก็ได้..จะได้ถือว่าหายกัน” ไอ้ทัตตอบกลับ
ส่งยิ้มให้กับคนที่มันเห็นว่าน่ารักนักหนา

และคนตัวเล็กกว่านั้นก็ส่งยิ้มตอบกลับมาให้

เออดีเว้ยที่ได้เรียนโรงเรียนเดียวกันแบบนี้ แถมอพาร์ทเม้นท์ก็อยู่ห้องเยื้องกันอีก
ดีว่ะ ไอ้เพื่อนบ้าน แถมได้เพื่อนเรียนด้วย
และไม่แน่ก็อาจได้คนรักด้วยนะเนี่ย

ไอ้ตั้มคิดอย่างขำ ๆ ตัวเอง จะให้บอกเหรอ ว่านับตั้งแต่เดินชนกันวันนั้น
มันก็แอบ ๆ เหล่ ๆมองหามาตลอด แต่ก็ไม่เจอกัน
พอเจอกัน ก็ไม่นึกว่าจะได้เจอกันเร็วแบบนี้
แถมยังได้คุยกันอย่างถูกคออีกต่างหาก
โหยยยยยยยยยย อะไรมันจะพรหมลิขิตบันดาลชักพาแบบนี้วะเนี่ย

************************

โดย ~iNk~ [1 ส.ค. 2551 , 14:07:35 น.] ( IP = 125.24.161.142 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 4

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ภาคตั้ม-ทัต (ละคร)

เฮ้ย อะไรวะเนี่ย ท็อฟฟี่ใครวะ
ร่างบางก้มลงเก็บท็อฟฟี่สีหวานที่หล่นลงมาบนระเบียง
ไอ้บ้าข้างบนมันจงใจปาลงมาให้โดนตัวเขานี่หว่า

ไอ้ตั้มแหงนหน้าขึ้นมองระเบียงห้องที่เยื้อง ๆ ทางด้านบน
เพื่อมองหาเจ้าของท็อฟฟี่เม็ดเล็กนี้

หลังจากที่ซักผ้าแล้วก็กำลังตากผ้าที่ระเบียง ด้านหลังห้อง
ก็ปรากฏว่ามีท็อฟฟี่หล่นลงมาบนระเบียงที่เขากำลัง สะบัดผ้าเพื่อตากอยู่
วันนี้แดดดี ซักผ้าแล้วผ้าคงจะแห้งเร็ว

“ตากผ้าเหรอ...” ไอ้ทัตตะโกนถามลงมา มันไม่ได้ดังมากนักหรอก
แต่ก็พอให้อีกคนที่แหงนหน้ามองได้เห็นหน้ามันชัดเจน

อ๋อ เจ้าของเม็ดท็อฟฟี่คือทัต คนที่เลี้ยงข้าวเขานี่เอง

“อ้าวนายเองเหรอ...แดดดีวันนี้...นายอ่ะ..ซักผ้ายัง” ไอ้ตั้มตะโกนถามกลับ
ส่งยิ้มให้กับร่างสูงที่ยืนยิ้มอยู่บนระเบียงด้านบน

“ตากเสร็จแล้ว...ลงไปหาได้ป่าว..” ไอ้ทัตตะโกนถามกลับ เตรียมจะเดินไปหยิบขนม
เอาขนมลงไปฝากตั้มหน่อยดีกว่า เมื่อวันก่อนกลับบ้านไป
แม่เลยขนขนมมาให้ตั้งเยอะ กินคนเดียวเวลาดูละครดึก ๆ ก็ไม่หมดสักที
เอาไปให้ตั้มช่วยกินมั่งดีกว่านะ ถือโอกาสจีบด้วย
ไอ้ทัตหัวเราะชอบใจในความคิดของตัวเอง

“ห้องรกอย่างกะรังหนู...เข้ามาไม่กลัวเจองูก็ลงมาสิ” ร่างบางสะบัดผ้าผืนต่อไป
และตะโกนบอกกับร่างสูงที่เอ่ยถาม

“เดี๋ยวลงไปหานะ” ไอ้ทัตรีบวิ่งลงไปห้องด้านล่าง พร้อมถุงขนมในมือ
เย่ เย่ ได้คุยกับตั้มแล้ว

รู้จักกับตั้มมาเกือบเดือนแล้ว แต่ไม่ค่อยได้เจอกัน เสาร์-อาทิตย์ ตั้มก็กลับบ้าน เขาก็กลับบ้าน
ที่โรงเรียนก็ไม่เคยเจอกัน หลังจากเจอกันที่ร้านข้าววันนั้น
ก็เดินสวนกันที่ทางเดินบ้าง
แล้วก็มีบางวันที่เจอกันที่ร้านข้าว ช่วงเย็น ๆ
ได้คุยกันบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว
เพราะว่าเวลาจะคุยบางทีพอมองหน้าขาว ๆ ของตั้มแล้ว
มันก็เขิน เลยหนักไปทางมองหน้า มากกว่าชวนคุย
แล้ววันนี้ ก็จะได้กระชับความสัมพันธ์ด้วยการลงไปหาที่ห้องด้านล่างแล้ว
จะว่าไป เอ เรียนก็เรียนด้วยกัน แล้วตั้มเรียนแผนกอะไรหว่า ต้องถามหน่อยแล้ว
จีบตั้ม จีบตั้ม จีบตั้ม ลงไปจีบไอ้ตั้มดีกว่า

*******************
ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้อง ทำให้ไอ้ตั้มต้องละมือจากการตากผ้า
และเดินออกไปดูว่าเป็นใครที่มาหา

โหยยยยยยย ทัตนี่หว่า วิ่งเร็วมากเลยเนี่ย หิ้วอะไรมาเต็มเลยวะ

“เข้ามาก่อนดิ...” ไอ้ตั้มเปิดประตูห้องให้คนตัวสูงกว่าเข้ามาภายในห้องพัก

“เอาหนมมาฝาก...” ฝ่ามือแกร่งยื่นถุงขนมใบใหญ่ให้กับร่างบาง

“เอาหนมมาฝากอีกแล้ว ข้าวยังไม่ได้เลี้ยงกลับคืนเล้ยยยยย นี่เอาหนมมาฝากอีกแล้ว เราเกรงใจว่ะ”
มือเล็ก ๆ รับถุงมาไว้ในมือ และนำไปวางไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ ที่ใช้วางของจุกจิกได้

“ข้างบนโคตรร้อนเลยว่ะ...ห้องตั้มเย็นดีเนอะ” หลังจากหาที่นั่งได้แล้ว
ทัตพงษ์ก็ชวนร่างบางนั้นคุย
และกฤษดาก็เดินไปปิดประตูมุ้งลวดที่ระเบียง
ก่อนจะเดินเข้ามานั่งใกล้ ๆ

“ก็ห้องนายมันสูงกว่า บ่าย ๆ ก็โดนแดดอะดิ.....” ร่างบางเอ่ยบอกกับร่างสูง
และเริ่มค้นหาไม้หนีบผ้าที่จะนำไปหนีบผ้าด้านนอกระเบียง

“ท่าจะจริงเนอะ....เดี๋ยวลงไปกินข้าวพร้อมกันป่าว..เราจะรีบมาดู..แด..เอ่อ..แด..ข่าว”
ไอ้ทัตเกือบหลุดปากบอกไปว่า
จะมาดูละครเกาหลีตอนเย็น แต่ก็ต้องรีบเปลี่ยนหัวข้อ
กลัวจะโดนหาว่าไม่แมน ดูละครอะไรเป็นสาว ๆ ไปได้

“ก็ดี..ว่าจะนอนกลางวันหน่อย...ง่วงว่ะ เดี๋ยวจะได้ตื่นมาดูละครเกาหลีช่องสาม
เราไม่ชอบดูหรอกข่าวอ่ะเราติดละครว่ะ” ไอ้ตั้มบอกออกมาหลังจากหนีบผ้าที่ระเบียงเสร็จแล้ว
และมาล้มตัวนอนลงบนเตียง

โอ้ววววววว ขาโคตรขาวเลยเนี่ย ขาวกว่าสาว ๆ บางคนเลยนะเนี่ย แล้วดูสิ เล่นนอนชันเขาขึ้นแบบนั้น
มันจะเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้วนั่นน่ะ

“อ่ะหมอน....ง่วงจริง ๆ ว่ะ..นอนป่ะ” มือเล็ก ๆ ควานหา หมอนอีกใบส่งให้ร่างสูงที่นั่งอยู่
และก็หยิบหนังสือเรื่องย่อละครที่ไปเช่าเมื่อช่วงบ่ายออก มาอ่าน

ก่อนจะรีบวางลงอย่างลืมตัว เมื่อรู้ว่าคนตัวสูงกว่านั้นนั่งมองตาโต
เหมือนกับว่า การอ่านอะไรแบบนี้เป็นเรื่องประหลาดเต็มที

“เฮ้ย .... อย่ามองเราแปลก ๆ งั้นดิ...ก็มันติดนี่หว่า...ตลกอ่ะดิที่เราดูละครน้ำเน่าแบบนี้อ่ะ”
ไอ้ตั้มยิ้มแหย ๆ บอกกับร่างสูงที่รับหมอน มาวางและเอนกายลงนอนเคียงข้าง

“ไม่ตลกเลย....ยืมเล่มดิ...เรา....เราก็ติดละครเหมือนกันอ่ะ...มัน..มันจะดูแย่มั้ยล่ะ”
ไอ้ทัตเองก็ยิ้มกลับแหย ๆ เหมือนกัน แต่ก็รู้สึกดีมาก เมื่อได้รู้ว่า อีกคนก็มีอะไรคล้าย ๆ กัน

“เฮ้ยจริงดิ....ล้อเราเล่นป่าวเนี่ย..ดีใจนะเนี่ย...” ร่างบางเอียงหน้าหันมามองคนที่นอนเหยียดยาวเคียงข้าง
ออกจะตื่นตกใจเล็กน้อยแต่ก็ดีใจมากกว่า
อยู่ที่สถาบัน ไม่รู้จะไปคุยกับใคร ในเมื่อทุกคนเขาก็พากันคิดว่า
คนตัวเล็กร่างบางนี้มีลักษณะโหด ดิบ เถื่อน
ไอ้จะมาทำเป็นหน่อมแน้มน่ารักแบบนี้ คงไม่มีใครนับถือแน่ ๆ
เดี๋ยวจะโดนหาว่าแต๋ว
อยากจะคุยกับใครก็ไม่กล้าคุย อายมาก ถ้าใครจะได้รู้เรื่องนี้
แต่คนที่นอนอยู่เคียงข้างก็อาการเดียวกัน
โชคดีจังเลย เจอพวกแล้ว

“ไม่ล้อหรอก...นายก็อย่าบอกใครนะเรื่องที่เราติดละครอ่ะ..เราอายชาวบ้านเขา”
ไอ้ทัตเองก็เอียงคอหันมาตอบกลับร่างที่นอนเคียงข้างเช่นกัน ส่งยิ้มให้กันอย่างรู้สึกสบายใจที่สุด

“แล้วตอนเย็นนายดูละครเกาหลีช่องสามเหมือนกันป่าว...” ไอ้ตั้ม อมยิ้มอย่างถูกใจ เมื่อเอ่ยถามคนตัวโตกว่า

“เราอ่ะ....โคตรติดเลยแหละ...มากด้วย” ไอ้ทัตหัวเราะเสียงเบา อย่างอาย ๆ

และในบ่ายนั้น สองหนุ่มจากสถาบันเดียวกัน แต่คนละแผนก ก็เลยพากันนอนคุยเรื่องละครรอบดึก
และละครน้ำเน่าช่วงเย็น อย่างถูกคอ
ก่อนจะค่อย ๆ ผล็อยหลับไปในเวลาไล่เลี่ยกัน

**************************

โดย ~iNk~ [1 ส.ค. 2551 , 14:08:14 น.] ( IP = 125.24.161.142 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 5

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเองภาคตั้ม-ทัต (ความเคยชิน)

"ทัตตตตตตตตต ไอ้ทัตตตตต ขี่ให้มันดี ๆ สิวะ..จะหล่นแล้ววววว"
ร่างเล็กบางเกาะเอวของคนที่เป็นคนปั่นจักรยานแน่นเพราะกลัวจะตกลงมา
วันนี้ก็แค่คิดว่าอากาศมันเย็น ๆ สบายดี
แล้วทัตก็ซื้อจักรยานมาปั่นเล่น
เพราะขี้เกียจเดินก็เลยเอาจักรยานที่บ้านมาไว้ที่อพาร์ทเม้นด้านล่าง
ที่พอมีที่จอดได้บ้าง ก็เป็นจักรยานแม่บ้านธรรมดา มีกระเช้าอีกต่างหาก
น่ารักสิ้นดี
แต่ก็พอจะปั่นไปซื้อของกินที่ปากซอยได้
ตอนเย็นกลับมาบางทีก็ไปซื้อกับข้าวมากินด้วยกัน
บางทีไม่มีอะไรกิน ต่างคนต่างขี้เกียจก็เจียวไข่กินกัน
มาม่าอะไรก็ต้มกินกันไปตามยถากรรมถ้าหากวันไหนดูละครรอบดึกแล้วมันหิว
เป็นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ

แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ คุยกันแล้วว่าจะไม่เจอกันที่โรงเรียน
เพราะสองแผนกไม่ค่อยถูกกัน
แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา
เพราะยังไงถ้าเกิดตั้มกลับมาก่อน ก็จะปั่นจักรยานไปรอรับทัตที่หน้าปากซอย
ถ้าทัตกลับก่อนก็จะปั่นจักรยานไปรอรับตั้มที่ปากซอยเหมือนกัน
มันก็เลยสนิทกัน
แทบจะอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว แต่ก็สงสัยว่าทำไมไม่อยู่ด้วยกันซะเลย

คงเป็นเพราะว่าบางครั้งอีกฝ่ายก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง
อีกคนก็เลยไม่อยากก้าวก่ายรบกวน
อยู่อย่างนี้ก็คงไม่เดือดร้อนใครสักเท่าไหร่
มีเพื่อนที่คุยเรื่องเดียวกัน คิดอะไรคล้าย ๆ กัน
ชอบเหมือน ๆ กัน แบบที่ไม่มีใครจะเข้าใจ
ก็เลยไปกันได้ อย่างไม่น่าเชื่อ

"เกาะดี ๆ เกาะดี ๆ หล่นไม่รู้ด้วยนะ...ละครมาแล้วด้วย" ไอ้ทัตหัวเราะชอบใจ
ในกระเช้ายังมีถุงกับข้าว สองสามถุงอยู่
วันนี้รุ่นพี่ให้ไปช่วยเขียนป้ายโฆษณาให้ เลยได้ตังค์ค่าขนมมาเยอะ
ก็เลยต้องเลี้ยงข้าว คนน่ารักของเขาซะหน่อย
กินไปดูละครไปดีกว่ามีความสุขที่สุดเลย
ร่างสูงปั่นจักรยานแม่บ้าน เข้ามาภายในอพาร์ทเม้นท์ และรีบจอดล็อคล้อเอาไว้
แล้วก็รีบวิ่งขึ้นอพาร์ทเม้นท์เพื่อดูละครเรื่องที่เปิดค้างไว้

"มาแล้ว มาแล้ว เร็วตั้ม..มาแล้ว..เร็ว..กำลังตอนดีเลย..เร็ว"
ไอ้ทัตนั่งแปะอยู่หน้าโทรทัศน์โดยมีไอ้ตั้มวิ่งตามเข้ามาแทบไม่ทัน
โยนเสื้อชอร์ปไปคนละทิศละทางบนเตียง
และรีบมานั่งดู ด้วยความตื่นเต้น

ต่างคนต่างจ้องทีวีตาแป๋ว เวลาพระเอกยิ้ม ไอ้บ้าสองคนนี้ก็นั่งยิ้มไปด้วย
เวลาเศร้ามันก็เศร้า ช่างอินไปกับละครได้อย่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ

"ทัต...อยากกินไข่เจียว" ไอ้ตั้มบอกกับร่างสูงที่มีฝีมือในการทอดไข่เจียวให้กรอบอร่อยสุกได้ที่ดีที่สุด

"เดี๋ยว ๆ แป๊บดิ โฆษณาก่อน" ไอ้ทัตตอบกลับพร้อมกับลากกระทะไฟฟ้าออกมาเหยาะน้ำมันลงไปรอจนร้อนได้ที่
และตีไข่ใส่ถ้วยเล็ก ๆ ก่อนจะเทลงใส่กระทะร้อน ๆ จนไข่ฟูเต็มกระทะ

"ตั้ม..เอาจานมาเร็ว.." อีกคนที่นั่งตาแป๋วดูละครรีบลุกขึ้นหยิบจานมาให้กับพ่อครัวมือดี
แล้วก็ทำตาโตก่อนจะยิ้มอย่างดีใจ

"โหยยยยย น่ากินว่ะทำไมเราทอดไม่เห็นเป็นแบบนี้เลยวะ"
ไอ้ตั้มบ่นงึมงำ และถือจานมาวางไว้ พร้อมกับแกะกับข้าวอย่างอื่นใส่จาน

"ใกล้จบยัง..." ร่างสูงยกกระทะออกไปไว้หลังห้อง และเดินเข้ามา
เตรียมจะกินข้าวที่ร่างบางตักใส่จานไว้ให้

"ตอนสุดท้ายแล้ว..." ไอ้ตั้มตอบกลับ ลุกขึ้นหยิบเสื้อชอร์ปที่โยนกระจัดกระจายเมื่อครู่นำไปแขวนไว้

"มากินข้าวเร็ว...เดี๋ยวไข่เจียวหายกรอบนะ" ทัตพงษ์เอ่ยเรียกร่างบางให้มากินข้าวพร้อมกัน

"อื้อ..." กฤษดาตอบรับและลงมือกับอาหารเย็นตรงหน้า ต่างคนก็ต่างมองหน้าจอ และตักข้าวกินกันอย่างเชื่องช้า

จนถึงช่วงสุดท้ายที่มีเพลงละครขึ้น จึงได้หันมาคุยกัน

"ไข่เจียวอร่อยป่าว.." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามร่างบาง พร้อมกับตักไข่เจียวใส่จานให้กับร่างเล็กตรงหน้า

"อร่อยดิ...นายทำอร่อยว่ะ..ทำไมเราทำไม่เห็นอร่อยแบบนี้วะ" ไอ้ตั้มยังคงบ่นงึมงำ ตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป

"อ้าวคนมันทำอร่อยนี่...ทำให้ตั้มกินคนเดียวแหละ" ร่างสูงหัวเราะชอบใจกับคำชมนั้น

"ตั้มเราสองคนอยู่แบบนี้ก็ดีเนอะ...ที่จริง..ถ้าเราสองคนได้อยู่แบบนี้ตลอดไปก็ดีสินะ..."
ไอ้ทัตพูดยิ้ม ๆ แล้วก็ค่อยหน้าเศร้าลง
จริงสินะ ทั้งทัตกับตั้ม สักวันหนึ่งก็คงแยกจากกัน จะมาอยู่อย่างนี้ไปตลอดไม่ได้หรอก
แต่ตอนนี้เขาชอบตั้มมาก ๆ
ตอนเย็นก็อยากอยู่ด้วยกันทุกวัน ทัตจะเข้าใจบ้างมั้ยนะ
ว่าเขาแอบคิดเกินเลยไปตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้ว
ยิ่งได้ใกล้ชิดก็ยิ่งรักมากขึ้นทุกวัน เพราะว่าตั้มน่ารัก ไม่เสแสร้ง เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น

"อื้อ...ถ้ามันเป็นแบบนี้ไปตลอดก็คงดีจริง ๆ นั่นแหละ" ร่างบางตอบกลับ
แล้วทำไมต้องรู้สึกหดหู่ด้วยก็ไม่รู้
ตั้งแต่อยู่กับทัต ก็ไม่เคยมีวันไหนเลยที่จะไม่ได้นอนดูละครทีวีด้วยกัน
แล้วก็ไม่มีวันไหนเลยที่จะไม่ได้พูดคุยเห็นหน้ากัน
ถ้าหากว่า วันใดวันหนึ่งอีกคนหายไป คงจะเหงามาก
เขาชอบทัตนับตั้งแต่แรกเห็น
และก็ยิ่งชอบนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของเจ้าตัวมากขึ้นทุกวัน
ทัตเป็นคนดีมาก ๆ ใส่ใจเขาตลอด อะไรทำให้ได้ก็ทำให้
แค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ทัตก็ไม่เคยละเลยสักครั้งเดียว
เขาติดใจความอบอุ่นนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว

"กินข้าวเหอะ...เรื่องของพรุ่งนี้ก็เรื่องของพรุ่งนี้ช่างมันเหอะเนอะ.." ไ
อ้ทัตหัวเราะร่าดังลั่นกลบความรู้สึกเศร้า ๆ เหงา ๆ นั้น
และไอ้ตั้มก็หัวเราะขึ้นมาพร้อม ๆ กัน
สบตากับร่างสูงที่ส่งยิ้มให้อย่างสดใส

จริงสินะ
เรื่องของพรุ่งนี้ก็คือเรื่องของพรุ่งนี้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอแล้วล่ะ
ส่วนพรุ่งนี้ก็ทำให้มันดีกว่าวันนี้เป็นพอ เนอะ

*******************

โดย ~iNk~ [1 ส.ค. 2551 , 14:08:54 น.] ( IP = 125.24.161.142 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 6

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ภาคตั้ม-ทัต (เปิดศึก)

“แม่งไอ้ห่าทัตเครื่องกลมันไม่ปล่อยแน่เลยว่ะ..”

หนึ่งในแผนกก่อสร้างนั่งหน้าเครียด และพูดออกมาเสียงเบา

“มึงมีอะไร...ไอ้ห่านั่นมันจะทำอะไร...ถ้าแม่งจะเล่น ไปบอกพวกที่แผนก ถ้ามันจะเอากูก็ไม่ขัดศรัทธา”
ร่างเล็กบางหันมาหาคนที่มาขอความช่วยเหลือ
ใบหน้าสวยหวานเครียดขรึม
เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว
เมื่อแผนกเครื่องกล กับแผนกก่อสร้าง
มีเหตุให้ต้องแบ่งเวลากันใช้สนามเล่นบอลตอนกลางวัน
เพราะเมื่อก่อน เคยแบ่งช่วงเวลากันแล้ว
แต่ไอ้พวกเครื่องกลมันอาศัยว่าแผนกมันเกิดก่อน
เหมือนเป็นรุ่นพี่ มันจะขอเวลาช่วงพัก เตะบอลกันแบบ45 นาที กับ 25 นาที
ถึงจะเป็นแผนกที่เกิดทีหลัง แต่แม่งเรื่องอะไรต้องยอม
แบบนี้มันคิดอวดศักดากันนี่หว่า
แม่งเล่นมาก็ต้องเล่นกลับ ใครจะยอมวะ

“แผนกเรามีแต่คนเกรงใจมึงนะไอ้ตั้ม..หน้าอย่างกูคงรวมคนไม่ได้ แต่มึงแค่พูดคำเดียว พวกก็มารวมกันได้แล้ว”

หน้าที่ของคนที่ถูกเลือกของแผนกเป็นของกฤษดาไปเสียแล้ว
ตั้งแต่ที่เข้ามาเรียนแล้วล้มคนที่ทั้งแผนกเลือกไว้ได้
ก็เพราะไอ้รุ่นพี่คนก่อนที่จบไปแล้วมาแซวว่าเขาเหมือนกระเทยนั่นแหละ
ตอนแรกพี่แกอาฆาตสุด ๆ แต่ตอนหลังก็คุยกันตกลงเรียบร้อย คนอื่น ๆ ก็ให้ความนับถือ
ถึงหน้าตาจะเป็นแบบนี้ แต่ฝีมือก็ไม่เคยเป็นสองรองใครเหมือนกัน
“มึงไปบอกกูสั่ง...แล้วถามไอ้พวกห่านั่นจะเอายังไง...ถ้าจะลองของกันขอเป็นหมัดต่อหมัด อาวุธไม่เกี่ยว
บอกให้ไอ้ทัตแผนกเครื่องกลมันมาเจอกับกูตัวต่อตัว เคลียร์กันได้ก็จบ แต่ถ้าไม่ได้ก็คงต้องเจอกันหน่อย
แล้วให้พวกมึงกับพวกของไอ้ฝั่งโน้นเป็นสักขีพยานด้วย”

ร่างบางบอกกับคนที่มาขอความช่วยเหลือ เรื่องมันคงไปกันใหญ่แล้ว
แต่ถ้าไม่คุยกันให้จบ
ต่างฝ่ายก็ต่างไม่พอใจกันแบบนี้
ถ้าไม่รีบเคลียร์ให้จบ เห็นทีเรื่องจะบานปลายไปกันใหญ่

ร่างบางเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือ
อ้าวเวรแล้ว ต้องรีบแล้วนี่หว่า ละครตอนอวสานด้วย
ไม่รีบกลับอดดูแน่เลย ไปดีกว่า

“กูกลับก่อน...พวกมึงอย่าเพิ่งใจร้อนแล้วกัน..เดี๋ยวกูมาเคลียร์กับแม่งเอง”
กฤษดาตะโกนบอกกับคนในแผนกเสียงเหี้ยม
และรีบผลุนผลันวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว

*****************************
“มึงไปบอกฝั่งนั้น...ตัวต่อตัวกูไม่กลัว...อย่าเสือกหมาหมู่ลอบกัดเป็นพอ แม่งเสือกมาท้าทายกู..จะเอาให้ไหว้ขอชีวติเลย .”

ไอ้ทัตนั่งชันเข่าอยู่ที่เก้าอี้หน้าแผนก
เรื่องสนามมันก็เรื่องใหญ่ เคยเล่นอยู่ก่อนแล้ว ก็ไม่อยากจะยุ่งด้วย
แต่ดูเหมือนว่า ไอ้พวกฝั่งนั้นมันมาหาเรื่องแผนกเขาก่อน
และก็มีเรื่องกันมานานแล้ว เขาก็เลยต้องหาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาอ้าง
เพื่อจะได้คุยกับไอ้ตั้มของแผนกก่อสร้าง
แล้วจะได้คุยไปถึงเรื่องอื่นด้วยเลย เพราะมีหลายอย่างคาใจกันมาเยอะแล้ว
อยากเคลียร์ให้มันจบ ๆ

น่าแปลกเรียนสถาบันเดียวกัน แต่ไม่เคยเจอกันสักที
ดีเหมือนกัน ลองของกับมันหน่อย ให้มันรู้กันไป
ถ้ามันลูกผู้ชายพอ ก็มาเจอกันเลย
จะเอายังไงก็ว่ามา ไม่ชอบให้มันค้างคาแบบนี้

“นัดมาเมื่อไหร่...ที่ไหน...แล้วบอกเด็กแผนกเราด้วย...ไปให้ครบ ๆ คนหน่อย..จะได้คุยที่เดียวจบ”
ไอ้ทัตบอกกับคนที่คาบข่าวมาบอก
และก็ค่อยหยิบโทรศัพท์ที่กระเป๋าเสื้อออกมา เพราะรู้สึกว่ามีสายเรียกเข้า

“อืออ...เดี๋ยวก็กลับแหละ..กินอะไรอ่ะ...อ๋อ..ได้..เดี๋ยวซื้อเข้าไป”

ทัตพงษ์วางสายไปแล้ว
และมองที่โทรศัพท์ในมือยิ้ม ๆ ตั้มกลับแล้วเหรอ วันนี้เลิกเร็วนี่หว่า
เดี๋ยวเขาก็คงต้องรีบกลับแล้วมั้ง เดี๋ยวไม่ทันละครช่วงเย็น

“เฮ้ย....กูกลับก่อน...ไปถามมัน..เอาไงว่ามา...กูรออยู่”
ร่างสูงผละจากไปแล้วด้วยความรีบเร่ง
และคนที่นั่งอยู่ไม่ห่าง ก็มองตาม

ทัตพงษ์นี่ไม่เสียแรง ที่ถูกเลือกมา ทั้งแข็งแกร่ง และไม่เคยยอมใคร
นี่คงจะไปเตรียมตัวและวางแผนว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ต่อแน่ ๆ
ทัตพงษ์เข้มแข็งมาก
แต่จะอ่อนให้กับคนที่โทรมาให้เท่านั้น
ที่ทัตพงษ์จะพูดเพราะ ๆ และหัวเราะทุกครั้งที่ได้คุยกับคน ๆ นั้น
แม่สาวคนนี้นี่ทำยังไงนะ
ถึงได้กุมหัวใจของร่างสูง สุดเท่ห์นั้นได้อยู่หมัด
พวกที่มองตาม พากันคิดถึงเรื่องของ ไอ้ทัตไปต่าง ๆ นา ๆ
แต่ไม่มีใครเดาได้ถูกสักคนเดียว

*****************************

โดย ~iNk~ [1 ส.ค. 2551 , 14:09:38 น.] ( IP = 125.24.161.142 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 7

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเองภาคตั้ม-ทัต (เตรียมรบ)

“กว่าจะได้ดู...อาทิตย์หน้าเลยอ่ะ”
ไอ้ตั้มบ่นงึมงำ หลังจากละครภาคดึกจบแล้ว
ก็มันกำลังสนุกดันจบซะได้ เซ็งเลย

“เนอะ...เบื่อว่ะ...”

ไอ้ทัตที่ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียนทำหน้าเบ้
เป็นอย่างนี้ประจำ โฆษณาก็เยอะ แล้วก็มีเนื้อหาจริง ๆ
แค่นิดเดียวเอง เซ็งจริง ๆ กำลังลุ้นมัน ๆ แล้วทำไมวันนี้มันร้อนแบบนี้วะเนี่ย
ไปนั่งเล่นที่ระเบียงหลังห้องดีกว่า
ร่างสูงลุกขึ้นยืนและทำท่าจะก้าวออกไปที่ระเบียงหลังห้องเพื่อรับลมเย็น ๆ ซะหน่อย

“ไปไหนอ่ะ....ไปด้วยดิ..”

คนตัวเล็กกว่าที่นอนหงายอยู่บนเตียงยื่นมือให้คนที่ยืนอยู่ดึงขึ้นเพื่อให้ลุกขึ้นนั่งได้อย่างสะดวก

“ป่ะไปนั่งหลังห้องกัน...ร้อนว่ะ”

ไอ้ทัตตอบเรื่อย ๆ โดยมีคนตัวเล็กกว่าเดินตามมานั่งด้วย
โดยการหันหลังชิดกับกำแพงห้อง และนั่งลงกับพื้น
รับลมเย็น ๆ ที่พัดแผ่ว พอให้คลายร้อนได้บ้าง

“พรุ่งนี้อาจกลับมืดนะ....ที่แผนกมีเรื่อง..”

ไอ้ตั้มที่มานั่งลงเคียงข้าง เอ่ยบอกกับร่างสูงและหลับตาลง
อากาศยามดึกนี่ก็ดีเหมือนกันนะ เย็นสบาย ปลอดโปร่งดี

“เหมือนกันแหละ...ต้องไปเหมือนกัน...เรื่องสนามบอลแหละ....สงสัยต้องยกพวกตีแน่เลย
ยอมก็ยอมไม่ได้ด้วยอ่ะ....ถ้าเกิดคุยกันไม่จบ....” ไอ้ทัตก็ตอบกลับเหมือนกัน

แผนกเครื่องกลกับแผนกก่อสร้างไม่ถูกกันอยู่ เวลาเรียกคนก็ต้องไปกันหมด จะมาหดหัวอยู่คนเดียวไม่ได้
“เฮ้ย....ถ้าเจอเราอ่ะ...ก็ชกมาเลยแล้วกัน...เดี๋ยวคนสงสัย...”

ไอ้ตั้มหันมาหัวเราะเสียงเบา
เรื่องต่อยตีมันก็เรื่องธรรมดา ชินแล้ว แต่ก็ไม่อยากต้องประทะกับทัตหรอก
ไม่อยากทำร้ายทัต ไม่อยากให้ทัตต้องเจ็บตัว

“เหมือนกัน...ชกมาเลยไม่ต้องกลัวเราเจ็บนะเว้ย...”

ไอ้ทัตก็หัวเราะเสียงเบา อย่างนึกขำ
คนตั้งเป็นร้อย เรื่องอะไรเขาจะมาเลือกชกกับตั้มล่ะ
มีคนให้ชกด้วยตั้งหลายคน โดยเฉพาะไอ้หัวหน้าแผนกก่อสร้างนั่นน่ะ

“ระวังตัวมั่งแล้วกัน....” ไอ้ตั้มหันหน้าไปบอกกับร่างสูงที่ชันเข่าขึ้นมากอดไว้

“เออ..เหมือนกันแหละ” ไอ้ทัตก็ตอบกลับ แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า และคิดอะไรตลก ๆ ได้
เออ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ลองแย้บ ๆ ไปหน่อยดีกว่า บรรยากาศเป็นใจซะขนาดนี้แล้วน่ะ

“ฟ้าสวยนะ....แต่ไม่กว้างเลย....” ร่างสูงคิดอะไรแผลง ๆ แกล้งหยอกเย้าร่างบางข้าง ๆ ที่นั่งอยู่ด้วยกัน

“ทำไมอ่ะ....ฟ้ามันก็กว้างออก”

ไอ้ตั้มหันมาถามด้วยความงง นี่มันจะพูดอะไรกันเนี่ย

“กว้างอะไรไม่เห็นกว้างเลย....เพราะไม่ว่าฟ้ากว้างแค่ไหนเราก็เขียนคำว่ารักตั้มไม่พอ”

มุกเสี่ยวโคตรของไอ้ทัตทำให้ไอ้ตั้ม ทำหน้าจะอ้วกออกมา
แล้วก็หันไปทำหน้าแบบว่า
กูไม่รู้จักมึงนะ มึงเป็นใครเหรอ อย่ามาเข้าใกล้กู ไอ้บ้าไปไกล ๆ เลยมึง

แล้วไอ้ทัตก็หัวเราะชอบใจ ที่ได้เห็นหน้าแบบนั้นของร่างบางได้ แกล้งแหย่มือเข้ามาใกล้
แล้วร่างบางก็แกล้งถอยหลังหนี
ทำหน้าเหยียดหยามเต็มที แบบว่าถ้ามึงพูดอีกทีกูเลิกคบแน่
อารมณ์นั้นเนี่ยเหมือนกับว่า มึงพูดอะไรเนี่ย กูรับไม่ได้เลย เสี่ยวแดกสิ้นคิด

แล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
“เฮ้ยตั้ม.....เราลงทุนพูดเลยนะเว้ย...แหม..อายดิ..อายเลย...เขิน ... เขิน”
ไอ้ทัตทำเป็นชี้หน้าของร่างบางที่ยังหัวเราะอยู่
ก็รู้ว่ามันเน่า เน่าโคตรพ่อจะเน่า แต่ก็เล่นไปแล้ว เล่นให้มันฮา พอเป็นพิธี
แก้อาการเครียดเรื่องของวันพรุ่งนี้

“อายมาก...อายเหลือก้ำเหลือเกิน..อายจนเสียดายข้าวเลย....ไปอ้วกก่อนนะ..”
ไอ้ตั้มทำท่าจะลุกไปจริง ๆ
แต่ก็ถูกฝ่ามือแกร่งอุ่นร้อนนั้นดึงเอาไว้ให้นั่งลงข้าง ๆ
ใบหน้าคมเริ่มจริงจังขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

“เป็นอะไรอ่ะ.....เครียดเหรอ..” คนตัวเล็กกว่าเอียงหน้ามาถาม
พรุ่งนี้เขาเองก็ต้องไปเปิดศึกกับไอ้หัวหน้าของพวกเครื่องกลเหมือนกัน
แต่ไม่อยากบอกทัต เดี๋ยวจะเป็นห่วง
ถ้าทัตรู้ว่าเขาคือคนที่ต้องไปเจรจาเรื่องสนามบอล
ทัตต้องห้ามแน่ ๆ เลย ไม่บอกทัตดีกว่า
ทัตเองก็ต้องไปรวมกลุ่มกับพวกที่แผนก
ก็ห่วงเหมือนกันกลัวโดนลูกหลงด้วย
ถ้ามีเล่นของกันด้วย ก็ยิ่งแย่ อาวุธแต่ละอย่างมันก็หนักเหมือนกัน

“พรุ่งนี้อ่ะ...ถ้าวิ่งได้ก็วิ่งนะตั้ม” ไอ้ทัตหันหน้ามาบอกกับร่างบางที่นั่งเคียงข้าง
ก็รู้ว่าเรียนแบบนี้มันก็เรื่องธรรมดา แต่ว่าตั้มมันตัวเล็กนิดเดียว มันจะไปสู้ใครได้วะแบบนี้
เขาจะคอยระวังก็ไม่ได้เพราะไอ้หัวหน้าแผนกก่อสร้าง คงจะต้องซัดเขาอยู่แน่ ๆ

“ไม่มีวิ่งหรอกน่ะ...ดูถูกกันเกินไปแล้ว...” ร่างบางหัวเราะเสียงเบา
เหม่อมองไปที่ท้องฟ้ากว้างไกลยามค่ำคืน
ฟ้ามันกว้างขนาดนี้เนี่ย
เขียนคำว่ารักตั้มไม่พอจริงหรือเปล่าทัต
อยากจะถามออกไป
แต่ก็เงียบไว้ดีกว่า
อยู่ใกล้ ๆ กันอย่างนี้ก็ดีแล้ว ไม่เอาอะไรมากหรอกน่ะ

ร่างสูงหันมายิ้มให้กับร่างบาง แกล้งกดศรีษะมนเล็กให้แนบกับไหล่ของเขา
และร่างบางนั้นก็ไม่ได้ขัดขืน
เอนซบลงมาอย่างว่าง่าย อุ่นจังเลยนะ ไหล่ของทัตเนี่ย ถ้าได้อยู่ด้วยกันทุกวันแบบนี้ ก็ดีน่ะสิ
ใบหน้าสวยหวาน ยิ้มกับตัวเอง หลับตาลงอย่างเชื่องช้า
พร้อมกับความเย็นสบายของสายลมที่พัดแผ่ว เบา

ทัตพงษ์เหลือบมองคนที่หนุนกับไหล่ของเขาแล้วก็ลอบยิ้มออกมา
เราอยากอยู่กับตั้มแบบนี้ตลอดไปนะ
ไม่อยากให้ใครมารังแกตั้มได้
พรุ่งนี้ดูแลตัวเองด้วยนะตั้ม วิ่งให้เร็ว ๆ ด้วยล่ะ รู้มั้ย
ใบหน้าคมซบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของร่างบางที่เอนซบอยู่กับไหล่ของเขา
และหลับตาลงรับสายลม เย็นยามดึกนั้น ไปพร้อม ๆ กัน


***********************

โดย ~iNk~ [1 ส.ค. 2551 , 14:10:15 น.] ( IP = 125.24.161.142 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 8

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเองภาคตั้ม-ทัต (ดวล)

"ไหนวะ....หัวหน้าพวกมึงอ่ะ..."

ทัตพงษ์ตะโกนถามแผนกก่อสร้างที่ยกพวกกันมาทั้งแผนกด้วยเสียงอันดัง
แต่สายตาสอดส่ายมองหาร่างของกฤษดา
เขาไม่สนหรอกว่าไอ้เวรหัวหน้าแผนกก่อสร้างนั่นจะหน้าตาเป็นอย่างไร
แต่ที่เขาสนใจก็คือคนร่างโปร่งบางนั้นต่างหากล่ะ ว่าอยู่ตรงไหน
กลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย กลัวว่าจะหลบไม่ทันขึ้นมาแล้วจะทำยังไง
เขาจะไปปกป้องไม่ทันน่ะสิ

และก็ได้เห็น..
.อือดีแล้ว อยู่แถวหลัง ๆ อ่ะดีแล้ว แล้วนั่นใครกันที่กระซิบอยู่นั่นน่ะ
ดูเหมือนว่าตั้มจะไม่รู้เลยว่าเขา
คือหัวหน้าของแผนกเครื่องกล เดี๋ยวกลับบ้านไปแล้วค่อยคุยกันอีกที
แหม ก็ไม่อยากบอกตั้มนี่นา ว่าไอ้บ้าที่นอนดูละครรอบดึกด้วยกันทุกวัน เป็นคนที่ได้รับการยอมรับของแผนกน่ะ
ไม่อยากบอกหรอกเดี๋ยวหาว่าเขาขี้คุย ก็เขาทั้งบ้าบอ บ่อน้ำตาตื้น ดูละครซึ้ง ๆ ก็นั่งร้องไห้นี่นา
ตลกจะตายไป

และเขาก็เริ่มมองหาหัวหน้าของไอ้แผนกก่อสร้าง
ทั้งแถวที่ยืนสุมหัวกัน ค่อย ๆ เดินออก เหลือพื้นที่ว่างให้ร่างเล็กบางที่ยืนอยู่ด้านหลัง ได้ปรากฎตัว

ตั้ม
ตั้ม
ตั้ม
ไม่จริงน่ะ ไม่จริงใช่ม้ายยยยยยยยยย ตลกน่ะ จะส่งตั้มมาชกกับเขางั้นเหรอ

ไม่ใช่เฉพาะทัตพงษ์หรอกที่งง แต่ร่างโปร่งบางเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง เหมือนไม่แน่ใจว่าที่เห็นอยู่นี่มันถูกแน่แล้วหรือไม่
ต่างคนต่างนิ่ง ไปชั่วขณะ สบตากันนิ่งแบบนั้น ตกตะลึง กับสิ่งที่ได้รับรู้
ร่างกายชาวูบ ยืนตัวแข็งทื่อกันทั้งคู่ เมื่อได้รับรู้ในเรื่องที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้

"เฮ้ยยยยยยย นี่มันตุ๊ดนะ...แน่ใจเหรอว่าไอ้ห่านี่อ่ะ...."

ร่างสูงแกร่งเอียงหน้าไปถามคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
ภาวนาให้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน อย่าให้เป็นตั้มเลย ขอร้องล่ะ
แค่แผนกผิดใจกันก็แย่แล้ว แต่นี่จะให้เป็นหัวหน้าแผนกด้วยกันทั้งคู่นี่ ไม่ไหวนะ

"ไอ้หมีควายนี่แน่เหรอวะ..."

ร่างโปร่งบางเองก็เอ่ยถามเพื่อนข้าง ๆ ด้วยความงุนงง ทำไมต้องเป็นทัตด้วย
ทำไม แล้วนี่จะทำยังไงต่อดีล่ะเนี่ย ชกทัตเลยเหรอ บ้าน่ะ ไม่จริงใช่มั้ยนี่

และคำตอบที่ทั้งสองฝ่ายได้รับก็คือ -----------ใช่แล้วไอ้นี่แหละ-----------
แค่ได้ฟังก็แทบเข่าทรุด แต่ก็แข็งใจพูดกันต่อ

"มึง...มึงเองเหรอ....ที่ท้ากูดวลอ่ะ"

แม้น้ำเสียงจะดูไหว ๆ ชอบกล แต่ทัตพงษ์ต้องตะโกนถามออกไปพยายามบังคับเสียงให้หนักแน่นเข้าไว้
และทำท่าทางให้น่าเกรงขามที่สุด

"อะ..เอ้อออออออ สิ เออสิวะ...มึงกลัวเหรอ"

และกฤษดาเองก็ขมวดคิ้วมุ่น กัดปากตัวเองแน่นตะโกนถามร่างสูงนั้นออกไปเหมือนกัน
แย่แล้วแบบนี้ เอาไงต่อดีล่ะไอ้ตั้ม คิดสิ คิดสิ ทำยังไงจะเลี่ยงการยกพวกครั้งนี้ได้น่ะ

"มึง...มึงจะเอาไง..." ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาใกล้ ๆ และค่อยพูดเสียงเบาไม่ให้ใครได้ยิน

"จะชกจริงเหรอตั้ม" เสียงแผ่ว ๆ ที่ร่างสูงพยายามจะบอกก่อนจะเดินผละออกมา

ทำให้ร่างบางต้องพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าต้องทำแน่ ๆ

ต่อยตั้มเหรอ.....ให้ต่อยตั้มงั้นเหรอ....ทำไม่ได้ เขาทำไม่ได้ ไอ้ทัตคนนี้จะทำร้ายตั้มได้ยังไงกัน

"มึงจะให้กู45 นาทีหรือเปล่า...เรื่องสนามน่ะ" ไอ้ทัตตะโกนเสียงดัง

และก็ได้ยินเสียงโห่ลั่นของแผนกก่อสร้าง ท่าทางแต่ละคนคงไม่ยอมเลิกง่าย ๆ แน่
เตรียมพร้อมกับศึกครั้งนี้มาอย่างเต็มที
เมื่ออีกแผนกหนึ่งโห่ไล่
อีกแผนกก็โห่กลับเหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมซึ่งกันและกัน
และทั้งไอ้ตั้มและไอ้ทัตก็ทำหน้าไม่ถูก จะยอมก็ไม่ได้

สุดท้ายแล้วคงเลี่ยงไม่ได้แน่แล้วครั้งนี้
ทำไมมันซวยอย่างนี้นะ ทำไมวะ

***********************************

โดย ~iNk~ [1 ส.ค. 2551 , 14:12:04 น.] ( IP = 125.24.161.142 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 9

"สัตว์เอ้ยยยยยยยยย อย่าอยู่เลยมึง..."

สองร่างสบถลั่นเสียงดังหลังจากที่ตะโกนด่ากันเป็นเวลานานเพื่อถ่วงเวลา
แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย นอกจากยิ่งไปช่วยกระตุ้นความเดือดดาลของทั้งสองฝ่าย
เมื่อต่างฝ่ายต่างโห่ไล่กัน
แค่เพียงคำพูดคำเดียว
ก็ทำให้สองฝ่ายกรูเข้าหากันตะลุมบอลกันเละเทะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

เสื้อสีเดียวกัน แต่เวลาชกก็ต้องเลือกดูปกเสื้อว่าใครเป็นใครไม่งั้นคงได้ต่อยกันมั่วแน่ ๆ

และทั้งไอ้ตั้มและไอ้ทัตก็ต้องแลกหมัดกันนัวเนียไปหมด
ร่างสูงเผลอปล่อยหมัดใส่ร่างโปร่งบางหลายหมัด ทำท่าจะนึกเสียใจอยู่หรอก

แต่แค่โดนหมัดขวาตรงซัดเข้าปลายคางแบบกรรมการไม่ทันนับแค่นั้นแหละ
ถึงได้รู้ว่าสำคัญผิดไปแล้ว

ตั้มไม่ได้อ่อนแอเหยาะแหยะอย่างที่เขาคิดเลย ซัดมาที หน้าเขาสะบัดไปคนละทิศ
มึนจนเห็นดาวหลายดวง เซหลุน ๆ ไป แทบจะหัวทิ่ม ถ้าไม่ยันกายเอาไว้
พอตั้งหลักได้ ก็ต้องมาดวลกันต่อ
อารมณ์นั้นไม่รู้ใครเป็นใคร ทั้งมือทั้งตีน สาดใส่กันไม่มียั้ง แบบลืมตาย ลืมความเจ็บ

ไม่สนใจแล้วว่าอีกฝ่ายจะเป็นจะตายอย่างไร แรงมีเท่าไหร่สาดใส่กันอย่างเต็มที่
ไม่เว้นแม้แต่ไอ้ตั้มและไอ้ทัต ที่ช่วงแรกออกหมัดกันแบบเบา ๆ แต่แค่ไม่ถึงเสี้ยวนาที
ถึงได้เพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน
เลยกลายเป็นว่า สัญชาติญาณดิบในตัวถูกปลุกขึ้นมา ซัดกันไม่ยั้ง
ยิ่งอีกฝ่ายแรง อีกฝ่ายก็แรงกลับ

"แม่งเอ้ยยยยยยยยย" ไอ้ตั้มตะโกนด่า ยกตีนขึ้นยันร่างสูงที่ทำท่าจะโถมเข้ามา และเตะตัดที่หน้าขา
จนร่างสูงเซถลาหัวแทบคะมำ

ใบหน้าเนียนสวย แดงช้ำ จากฝีมือของร่างสูง
และทัตพงษ์เองก็มีสภาพไม่ต่างกัน
ทั้งปากทั้งจมูก แผลแตกนับไม่ถ้วน
โดยแอนตาซิลไม่แจกค่าแผลแตกในการเย็บแผลเหมือนเวทีมวยราชดำเนินแน่


"มึงอย่าอยู่เลย....ไอ้ก่อสร้างเอ้ยยยยยย"
หมัดขวาตรงเหวี่ยงใส่ร่างบางอย่างเต็มกำลังชนิดกะน็อคในหมัดเดียว
ถูกปล่อยเข้าเต็มแรง แต่โชคดีที่ร่างโปร่งบางไหวทันหลบหลีกได้อย่างทันท่วงที
และทำท่าจะสวนกลับ ให้สาสมกัน

ยังไม่ทันที่อะไรจะไปกันใหญ่
เสียงตะโกนของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น

"ตำรวจเว้ยยยยยยยยยย ตำรวจมา......"

เสียงตะโกนลั่น ๆ นั้น
ทำให้ร่างสูงกระชากแขนของร่างที่ดวลหมัดด้วยเมื่อครู่ วิ่งตามไปพร้อมกัน
จังหวะนี้ไม่มีใครสังเกตเห็นแน่ เพราะต่างฝ่ายต่างหนีเอาตัวรอด ไม่มีใครรอใคร

และร่างโปร่งบางก็วิ่งไปตามแรงฉุดของร่างสูง ออกวิ่งโดยไม่หันมามองข้างหลังเลย
พวกที่ซัดกันอยู่ก็พากันวิ่ง ออกจากตรงนั้นด้วยความเร็ว
ไม่รอให้รู้ผลแพ้ชนะแต่อย่างใด

************************************


โดย ~iNk~ [1 ส.ค. 2551 , 14:12:37 น.] ( IP = 125.24.161.142 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 10

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ภาคตั้ม-ทัต (ความเจ็บปวดที่อ่อนโยน)

"เจ็บมากมั้ย...."

ไอ้ทัตใช้ผ้าประคบน้ำแข็ง ประคบที่ข้างแก้มของไอ้ตั้มเบา ๆ
หลังจากที่วิ่งหนี ออกมาจากที่ดวล และวิ่งกันกระเจิดกระเจิง ถอดชอร์ปออกกันโดนจับ
แล้วก็พากันกระโดดขึ้นแท็กซี่มาที่อพาร์ทเม้นได้อย่างปลอดภัยทั้งคู่
และก็พากันลากขึ้นมาที่ห้อง
ที่มีอากาศถ่ายเท และเย็นสบายที่สุด
ซึ่งนั่นก็คือห้องของไอ้ตั้มนั่นเอง
แล้วมันสองคนก็ต้องมานั่งบ้าผลัดกันทายากันเองอีก

"เจ็บดิ...แล้วเป็นไงมั่งเนี่ย..."

ไอ้ตั้มเองก็ประคบน้ำแข็งที่หน้าของไอ้ทัตเหมือนกัน
บ้าชิบหายตีกันจะตายห่า ยังมีหน้ามาถามกันอีกว่าเจ็บมั้ย
ในเมื่อไอ้แผลแตกต่าง ๆ น่ะ มันก็ฝีมือของมันทั้งคู่ ที่ผลัดกันต่อยกันไม่ใช่หรือไง
อยากสู้กันเอง สมน้ำหน้ามึงแล้วนี่ อยากเก่งเอง

"ก็...แหม..หมัดหนักขนาดนั้น..ดูดิ..คิ้วแตกเลยเนี่ย"

ไอ้ทัตบ่นงอน ๆ ตั้มนะตั้ม
น่ารักอ้อนแอ้นแบบนี้ แต่หมัดหนักชะมัด ซัดเขาซะจนจะหมอบหลายครั้ง
นี่ถ้าเกิดทะเลาะกันจริง ๆ ตั้มมิฆ่าเขาตายเหรอเนี่ย
คนเรานี่ดูแต่หน้าไม่ได้จริง ๆ
มิน่าล่ะ ได้เป็นหัวหน้าของไอ้พวกก่อสร้างได้
ดูถูกฝีมือตั้มไม่ได้เลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ

"เหรอ..." ไอ้ตั้มแกล้งลากเสียงยาว
และกดที่บริเวณมุมปากของร่างสูงนั้นแรง ๆ เหมือนรู้ว่า
เจ็บก็เลยยิ่งแกล้งให้เจ็บมากขึ้น

"โอ้ยยยยยยยยยยย ตั้มอ่ะ..เบาหน่อยสิ...เจ็บนะเนี่ย"

ไอ้ทัตบ่นงึมงำ กุมที่บริเวณปากของตัวเอง
กดมาได้นะตั้มแกล้งกันนักนะ เดี๋ยวปั๊ด จูบเลย
ไอ้ทัตคิดอะไรเลยเถิด และหัวเราะออกมาเบา ๆ
เล่นเอาไอ้ตั้มที่นั่งประคบแผลให้ถึงกับมองหน้า
เจ็บจะตายยังมีหน้ามาหัวเราะ เดี๋ยวปั๊ด .... หอมแก้มเลยนิ
เอาละค้าบบบบบบบบบ ไหน ๆ มันก็คิดตรงกันเยี่ยงนี้แล้ว จะช้าอยู่ไย

"หัวเราะไรวะ...บอกมาดิ..หัวเราะมาก ๆ เดี๋ยวเอาหมัดยัดปากอีกรอบหรอก..."
ไอ้ตั้ม ด่าเข้าให้รอบหนึ่ง แล้วก็หน้างอหงิก แม่ง กวนตีนดีจริงเว้ย

"ให้บอกจริงดิ...ไม่เอาหรอกขืนบอก เดี๋ยวโดนกำปั้นยัดปากจริง ๆ อะดิ"

ไอ้ทัตหัวเราะขำ
และก็ได้เห็นว่าร่างบางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หน้างอหงิกทันตาเห็น
จากเดิมที่มันหงิกอยู่แล้ว เลยยิ่งไปกันใหญ่จนสังเกตเห็นได้ชัด

"เออ..แม่งอย่าบอกแล้วกัน.."

มือเล็ก ๆ กุมที่คิ้วของตัวเอง แสบชิบหายเลยไอ้ห่าทัต
ต่อยมาได้ แต่ถ้าเล่นไม่สมจริง ก็ไม่มีใครเชื่อหรอก
มันเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของแผนก
ขืนอ่อนข้อให้อีกฝ่ายเหนือกว่า แผนกก็เสียหน้ากันพอดีน่ะสิ

"เป็นไรมากป่าว...."
ไอ้ทัตรีบเปิดหาแผลที่หัวคิ้วของร่างโปร่งบางนั้น
แล้วก็ได้เห็นชัด
โหยยยยยยยย นี่มัน นี่มัน ก็ต้องเจ็บแล้วเนี่ย...แตกขนาดนี้เนี่ย
ทำไมเขาทำแบบนี้วะเนี่ย
ซัดตั้มถึงขนาดแผลแตกขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย
โอยยยยยยยยยยยยย ทำไมกูเลวอย่างนี้วะ
ปกป้องไม่ได้ แล้วยังเป็นคนลงมือเองอีก

โดย ~iNk~ [1 ส.ค. 2551 , 14:14:15 น.] ( IP = 125.24.161.142 : : )
[ 1 ] [ 2 ]


เข้าใจแล้ว
จดหมายจาก... : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเหมียว : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปของท่านนั่นแหละ : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
ข้อมูลเบื้องต้น :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด


[ Thaimisc.com | BBZnet.com | Be2Hand.com | O2blog.com | ManyFile.com | Pukpik.com | Free webboard | Free forums ]
Our services
ฝาก Server : colocation | co-location | colo
ซื้อ Server : server dell | ซื้อserver | ราคา server | dell server
ฝากเวบไซต์ : hosting | web hosting | windows hosting | hosting windows
E-commerce : เสื้อผ้า | เสื้อผ้าแฟชั่น