ABUSE REPORT!!! / แจ้งลบหน้าที่ไม่เหมาะสม close [x]
ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์

เมี้ยววววว



ติดต่อลงโฆษณา Tel. 02-630-9938


[Re-post] เพื่อนสนิท (ตอนที่ 1 - 9)




ชี้แจ้ง... จากนักอ่านที่ชอบผลุบๆ โผล่ๆ - -"
ขออนุญาตคุณเท็น ช่วยคุณอิงค์ รีโพส นิยายของคุณเท็นนะคะ คุยกับคุณอิงค์เรียบร้อยแล้วว่าจะช่วยรีโพสอีกแรง คุณอิงค์ก็เห็นด้วย
เพราะฉะนั้นขอช่วยรีโพสเลยนะคะ _ _

เพื่อนสนิท (พัด - กอล์ฟ) ตอนที่ 1 - 9 by aoikyosuke

โดย YellowDucky [30 ก.ค. 2551 , 21:45:10 น.] ( IP = 58.9.33.222 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 1

เพื่อนสนิท ตอนที่ 1 by aoikyosuke
“ไม่รู้ว่ะ” คำตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ แต่แสนจะเย็นชาของร่างบางตอบกลับเพื่อนที่กำลังเซ้าซี้ถาม
“อีกและ” ปราโมทย์ทำหน้าเซ็ง เมื่อได้ฟังคำตอบของร่างบางตรงหน้า
ปราโมทย์และพัฒนาเป็นเพื่อนกันมานาน แต่ทั้งสองต่างกันมากเหลือเกิน ปราโมทย์นั้นเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมสัน เรียกได้ว่าสาว ๆ มองแล้วต้องเหลียวหลัง แต่นิสัยที่เงียบขรึมและติดจะเย็นชานิด ๆ ของเขากลับทำให้ไม่มีใครกล้าจะเข้าใกล้ ในขณะที่พัฒนานั้น ตัวเล็กบอบบางกว่าสาว ๆ หลายคนจนมีคนเข้าใจผิดเอาได้ง่าย ๆ บ่อยครั้ง ประกอบกับใบหน้าขาวเนียนรับกับตากลมโตหวานซึ้งนั้นแล้ว มันชวนให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นผู้หญิงซะทุกที
“มึงเป็นเกย์ป่าววะ ไอ้พัด” ร่างสูงถามย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ หลายรอบ ใบหน้าคมจ้องเขม็งที่ร่างเล็ก ๆ ตรงหน้า จะเอาคำตอบให้ได้
“มึงถามกูรอบที่เท่าไหร่แล้ว ไอ้โมทย์” ร่างเล็กทำหน้าเบื่อโลกเต็มทน ร้อยครั้งแล้วมั้ง ที่ร่างสูงเพียรถามเซ้าซี้ไม่เลิก
พัฒนาเฝ้าเพียรถามย้ำซ้ำซา อยู่อย่างนี้มาเป็นเดือนแล้ว ตั้งแต่ที่เห็นเขาจูบกับรุ่นน้องที่เป็นผู้ชายต่างคณะคนหนึ่ง อันที่จริงจะเรียกว่าจูบก็คงไม่ได้หรอก ในเมื่อไอ้บ้านั่นมันถือวิสาสะเอาปากเข้ามาใกล้ ๆ เอง หลังจากที่สารภาพรักกับเขา แต่มันก็โดนอัดกลับไปซะเละ โทษฐานที่ไม่รู้จักว่าใครเป็นรุ่นพี่ใครเป็นรุ่นน้อง ประจวบกับที่ปราโมทย์ที่ไปซื้อน้ำมาให้ เห็นเข้าพอดี
อันเป็นต้นเหตุให้ปราโมทย์เป็นบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่อาจรู้ได้ ตั้งแต่นั้นมาก็มาถาม อยู่อย่างนี้จนน่ารำคาญ แถมนับวันยิ่งคาดคั้นหนักขึ้น ทั้งที่เขาก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้มีอะไร แล้วเขาเองก็ไม่ได้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศแต่ประการใด ปกติปราโมทย์ไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ตั้งแต่เห็นเขากับไอ้รุ่นน้องนั้น ก็ดูปราโมทย์ท่าทางแปลก ๆ ไป ผิดปกติ
ทั้งที่เห็นเรื่องอย่างนี้แทนที่จะวิ่งหนีหรือนึกรังเกียจ แต่กลับประกบเขาไม่ห่าง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
แถมยังมาเซ้าซี้ถามจนน่ารำคาญ

“กูถามจริง ๆ มึงเป็นเกย์หรือเปล่าวะ” ร่างสูง ๆ นั้นยังถามซ้ำถามซากไม่เลิก
“เป็นก็บอกกูได้” ร่างสูงทำหน้าเครียด คิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากัน
“กูอาจจะเป็นก็ได้นะ เป็นกะมึงอ่ะ กูชอบมึง” ร่างเล็กนึกสนุก ๆ ขึ้นมา แกล้งพูดไปอย่างนั้นกะว่าจะให้ร่างตรงหน้าตกตะลึงตาค้าง เวลาที่ปราโมทย์ทำหน้าตกใจมันตลกชะมัด
“.......................................................” เงียบสนิท หน้าตาตกใจของปราโมทย์ทำให้ร่างบางแอบหัวเราะอย่างนึกขำเต็มทน เขาชอบที่จะเห็นหน้าตาตลก ๆ ของอีกฝ่าย ปราโมทย์นั้นมักเป็นคนเคร่งขรึม และไม่ค่อยพูด กับเขาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทยังเดาไม่ค่อยถูกว่าปราโมทย์คิดอะไรอยู่
แต่เวลาที่ตลกที่สุดก็คือเวลาที่ปราโมทย์ทำหน้าอึ้งนี่แหละ ขำชะมัด
“เราก็มีอะไรจะบอกพัดเหมือนกัน” ร่างหนาก้มมองพื้นจากตาโต ๆ เมื่อครู่กลับกลายเป็นว่าหน้าแดงขึ้นมา ก้มมองพื้นเอามือถูไปถูมา
“มึงรักกูใช่ม๊า” พัฒนาหัวเราะคิก แกล้งต่อมุกให้กับเพื่อนสนิท ทั้งที่ยังไม่ทันได้มองเลยว่าอีกฝ่ายตอนนี้แทบจะม้วนลงไปกองกับพื้นอยู่แล้ว
“อื้ออออออออ เราก็รักพัด” ร่างหนาตอบเสียงเบา ใบหน้าแดงก่ำ จ้องมองร่างบางตรงหน้าไม่กระพริบตา
“เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย” ร่างเล็กแทบตกเก้าอี้ เขานึกว่าปราโมทย์คงจะหงุดหงิดใส่แล้วก็ด่าเขากลับ เช่น ไอ้บ้า มึงจะบ้าเหรอ แต่นี่ นี่ นี่ อะไรกันวะ ตากลมโตเบิ่งกว้าง ไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ถ้าเกิดอำเล่น ปราโมทย์คงไม่หน้าแดงขนาดนั้น แถมยังไอ้ท่าทางม้วนไปม้วนมานั่นมันอะไรกัน
“เราก็ใจตรงกันดิ พัด” ร่างหนาตาเป็นประกาย สบตากับร่างเล็กตรงหน้า ก่อนจะ ค่อย ๆ เอื้อมมือมาสัมผัสมือเล็ก ๆ เนียนสวยนั้น บีบเบา ๆ เหมือนจะถ่ายทอดความรู้สึกต่าง ๆ ออกมา
แต่ ........................พัฒนาไม่รู้อะไรแล้ว ริมฝีปากบางสีแดงสดนั้น เบิกกว้าง ดวงตากลมโตยิ่งโตหนักกว่าเก่า ปฏิกิริยาอึ้ง.............ช็อคสนิท พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี คนที่ควรจะอึ้งไม่ใช่ปราโมทย์แต่กลับกลายเป็นพัฒนาแทน
***********************************

โดย YellowDucky [30 ก.ค. 2551 , 21:47:57 น.] ( IP = 58.9.33.222 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 2

เพื่อนสนิทตอนที่ 2 by aoikyosuke

คืนนั้นหลังจากที่กลับถึงบ้านแล้ว ปราโมทย์ก็เอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นึกถึงร่างเล็ก ๆ ที่เขาแอบหลงใหลมานานหลายปี ที่บอกว่าชอบเขานั้น มันเป็นสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มดีใจจนบอกไม่ถูก มันดีใจปลาบปลื้มอิ่มเอมในหัวใจ ปราโมทย์เข้ากับคนไม่เก่งนัก ด้วยบุคลิกลักษณะที่เงียบขรึม และไม่ค่อยพูดของตัวเอง ก็รู้อยู่หรอกว่ามันกลายเป็นข้อเสียไปแล้ว มีแต่พัฒนาที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กถึงได้พูดคุยกันได้รู้เรื่อง บางครั้งเขาก็อดอิจฉาไม่ได้ที่ร่างบางนั้นช่างหัวเราะร่าเริง เข้ากับใครได้ไปซะหมด แต่เขาเองทั้งที่พยายามแล้วแต่ทุกครั้งที่เขาพยายามจะตลก มันกลับกลายเป็นว่าเป็น ตลกฝืดทุกครั้งจนพัฒนาอดไม่ได้ต้องออกปากบอกเขาว่า
“เฮ้ย ..........ขำเมื่อไหร่มึงบอกกูนะ หรือมึงจะโทรไปบอกกูที่บ้านก็ได้”

อันเป็นต้นเหตุให้เขาต้องยุติความพยายามของตัวเอง นานแค่ไหนแล้วนะที่ร่างเล็กบางนั้น
อยู่ใกล้ ๆ กันจนกลายเป็นเรื่องปกติ และนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยละสายตาจากร่างบางนั้นได้เลย ความห่วงหาคิดถึงห่วงใย เกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหนเขาก็ไม่เคยรู้ตัว ได้แต่เก็บงำความรู้สึกที่มีไว้กับตัวตลอดมา เขากลัววันหนึ่งพัฒนาจะรู้ แล้วห่างเหินจากเขาไป เขาคงทำใจไม่ได้
และวันนี้วันที่เขาไม่เคยคิดเลยตลอดชีวิตนี้ พัฒนาบอกรักเขา มันดีใจจนบอกไม่ถูก เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าความฝันจะกลายเป็นความจริง ตอนค่ำหลังเลิกเรียนเขาเดินไปส่งพัฒนาที่บ้าน
แล้วเขาก็เดินกลับบ้าน ชายหนุ่มยิ้มซะจนนึกว่าตัวเองบ้าไปแล้ว แถมได้เดินจับมือเล็ก ๆนุ่มละมุนนั้น พัฒนาไม่ปฏิเสธเลยตอนที่เขาขอเดินจูงมือกลับบ้านด้วยกัน แต่อดแปลกใจไม่ได้ว่าร่างเล็กบางที่เขาหลงรักนั้น ดูเงียบ ๆ ไป ดูเหมือนพยายามจะพูดอะไรสักอย่างแต่พอเขาถามก็กลับบอกว่าไม่มีอะไร แล้วก็เงียบ มันเงียบจนผิดปกติ คงจะอายหรือไม่ก็คงจะเขินน่ะ ชายหนุ่มบอกกับตัวเอง

ตัวเอง
“ เฮ่อ..................ไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่าจะมีความสุขขนาดนี้” ร่างสูงบ่นงึมงำบอกกับตัวเอง ใบหน้าที่เคร่งขรึมบัดนี้มีแต่รอยยิ้ม สว่างสดใส เขาเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เจออะไรก็เห็นเป็นสีชมพูไปหมดเขามีความสุขมากซะจนอยากตะโกนดัง ๆ ให้คนทั้งโลกได้รับรู้
คืนนั้นทั้งคืนปราโมทย์ที่แสนเงียบขรึม นอนยิ้มอย่างมีความสุทั้งคืน คิดถึงแต่วันพรุ่งนี้ คงจะเขินน่าดูเวลาที่เจอหน้าพัฒนา ร่างเล็ก ๆ นั้นจะทำยังไงน๊า คงจะดีใจเหมือนกับเขาแน่ ๆ แทบจะเก็บความรู้สึกไม่ไหวแล้ว
แต่................................... ปราโมทย์คิดผิดไปแล้ว
*************************************

“ทำไงดีวะเนี่ย” ร่างเล็กบางเดินวนไปวนมารอบที่สิบแล้ว เขาคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะทำยังไงดีกับวันพรุ่งนี้ เวลาที่เจอหน้ากับปราโมทย์เพื่อนสนิทที่แสนจะเงียบขรึมจนเดาใจไม่ออกคนนั้น
ความคะนองปากของเขาแท้ ๆ ที่ทำอย่างนั้น คิดจะสนุก ๆ แต่กลับกลายเป็นอีกอย่างหนึ่งไปซะได้
เขาไม่เคยเห็นปราโมทย์ดีใจขนาดนั้นมาก่อน ใบหน้าที่เคยเรียบเฉย กับมีรอยยิ้มกระจ่างสดใสชนิดที่ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน รอยยิ้มแห่งความดีใจ ปลื้มปิติ จนเขาต้องจ้องมองค้าง ดวงตาคมเปล่งประกายฉายแววแห่งความสุขอย่างเห็นได้ชัด นั่นไม่ใช่การล้อเล่นเลย
พัฒนาไม่กล้าที่จะบอกไปว่าคำพูดนั้นมันเป็นคำพูดล้อเล่น ที่สนุก ๆ ของเขา แถมตอนเย็นเขายังให้ร่างสูงนั้นจูงมือมาส่งถึงบ้านได้ โดยไม่มีการปฏิเสธ ระหว่างทางเขาจะบอกปราโมทย์อยู่หลายครั้ง แต่เมื่อเห็นใบหน้ายิ้ม ๆ นั้น ก็ทำให้เขาไม่กล้าพูดอะไรออกมา ร่างเล็ก ๆ คิดจนหัวแทบระเบิด เขาไม่รู้จะทำยังไงกับเพื่อนคนนี้ดี ความคิดที่จะไปชอบกันฉันท์ชู้สาว ยังไม่เคยมีเลย ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกนะ ว่าปราโมทย์เป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง ทั้งฐานะ

ดี หน้าตาก็จัดได้ว่าดีสุด ๆ จนเขานึกอิจฉา แถมหัวดีอีกต่างหาก ทั้งความห่วงใย และความใจดีของปราโมทย์นั้น เขารับรู้อยู่ในใจเสมอ แต่ว่า
“กูไม่ใช่ผู้หญิงนะเว้ยยยยยยยยยย จะชอบกันเข้าไปได้ไงวะเนี่ย”
“กลุ้มเว้ยยยยยยยยทำไงดีวะ” ร่างเล็กตะโกนเสียงดังเพื่อระบายความเครียดออกมา พรุ่งนี้พอเจอร่างสูงนั้น เขาจะทำยังไงดี
พัฒนานอนคิดไปคิดมาด้วยความกลุ้มใจ จนนอนไม่หลับทั้งคืน
************************************

โดย YellowDucky [30 ก.ค. 2551 , 21:48:44 น.] ( IP = 58.9.33.222 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 3

เพื่อสนิท ตอนที่ 3 by aoikyosuke
เช้าวันนี้พัฒนามาเรียนด้วยอาการง่วง ๆ เบลอ ๆ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวเองที่ปากพล่อยไปหน่อย ไม่หน่อยล่ะ เยอะเลย เขานั่งคิดนอนคิดมาเกือบทั้งคืนว่าเช้านี้จะบอกกับปราโมทย์ยังไงดี
และสรุปได้ว่าให้พูดกันไปตรง ๆ เลย ดีที่สุด อย่างน้อยก็จะได้ไม่เป็นการเสแสร้ง และปราโมทย์ก็น่าจะรับรู้และเข้าใจง่าย ๆ บางทีปราโมทย์อาจจะแกล้งอำเขาอยู่เหมือนกันก็ได้ แล้วก็ไม่ควรกังวลจนเกินเหตุ พัฒนาพร่ำบอกตัวเอง เพื่อระงับความกลัว ความกลัวงั้นเหรอ เขากำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่
*****************************

“เอ่อ.......มาสายนะวันนี้” ร่างเล็กเอ่ยทักทายกับร่างหนาที่มาเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ ที่โต๊ะหลังคณะ พยายามปรับสีหน้าให้ปกติที่สุด
“ไปฝั่งธนมา” ปราโมทย์พูดเรื่อย ๆ ใบหน้าขรึม แต่สีหน้าดูซีดเซียว ถึงแม้จะง่วงไปบ้าง แต่แค่ได้เห็นใบหน้าของร่างบางนี้เขาก็ดีใจแล้ว ระหว่างทางเดินเข้ามาเขาเอาแต่คิดว่าจะทำหน้ายังไงเวลาเจอกับพัฒนา จะยิ้มดีไหมหรือจะทำยังไงดี แต่ก็ได้บทสรุปว่าทำหน้าเฉย ๆ ดีกว่า เพราะว่าเขาเองก็เกรงว่าพัฒนาจะเขินอายจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน อะไรกันน๊า คนมีความรักที่ไม่ต้องแอบเก็บไว้เนี่ย มันมีความสุขขนาดนี้เชียวเหรอ
“กูมีเรื่องอยากบอกมึงว่ะ” พัฒนาพยายามเก็บความตื่นเต้นให้มากที่สุด เอาวะ พูดให้มันจบ ๆ ไป เมื่อเช้าก็เตรียมตัวซ้อมพูดมาจากหน้ากระจกที่บ้านเป็นอย่างดีแล้ว
“อือ.....แต่ว่ากินปลาท่องโก๋ก่อนสิ” ร่างสูงส่งถุงปลาท่องโก๋ในมือให้กับร่างเล็กนั้น
“ซื้อที่ไหนมา” พัฒนาเอ่ยถาม รับปลาท่องโก๋มาถือไว้ก่อนจะหยิบขึ้น บิเข้าปาก
“ฝั่งธน เจ้าที่พัดบอกว่าอร่อยอ่ะ เห็นวันก่อนพัดบ่นอยากกินก็เลยไปซื้อมา เจ้าไหนพัดก็ว่าไม่อร่อยต้องเจ้าฝั่งธนเจ้านั้นอ่ะ” ปราโมทย์เองก็หยิบปลาท่องโก๋ขึ้นมาบิกินอีกหนึ่งตัวเช่นกัน
“เจ้าที่มันขายหมดตอน 6 โมงเช้าทุกวันอ่ะเหรอ” ร่างเล็กเอียงหน้าถามร่างสูงที่เคี้ยวปลาท่องโก๋อยู่
“อือ” ปราโมทย์พยักหน้ารับ

พัฒนามีสีหน้างุนงง ปลาท่องโก๋เจ้านั้นจะขายหมดเร็วมาก ทอดไม่กี่ชั่วโมงก็ขายหมดแล้ว รสชาดมันจะนุ่มและกรอบไม่เหมือนเจ้าอื่น ว่ากันว่าบางคนต้องไปยืนรอกว่าจะได้ซื้อ ไปช้าก็หมด และที่สำคัญบ้านเขาอยู่ฝั่งพระนคร กว่าจะไปถึงกว่าจะรอทอดกว่าจะอะไร ก็ต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตี 4 ถึงจะได้กิน
“มึงตื่นกี่โมง” ร่างเอ่ยถามปากก็ยังเคี้ยวอยู่
“ตั้งนาฬิกาปลุกตอนตี 3 ครึ่ง กว่าจะอาบน้ำออกจากบ้านก็ ตี 4 ซื้อเสร็จก็เกือบตีห้ากว่า แล้วเราก็นั่งรถมาเรียน ดีนะที่มาถึงทันก่อนขึ้นเรียนพอดี” ปราโมทย์พูดเรื่อย ๆ ก่อนจะเอามือป้องปากหาวนอน เพราะความง่วง
ปราโมทย์เป็นพวกขี้เซาอย่างรุนแรง นอนแล้วแทบไม่อยากตื่น เขารู้นิสัยนี้ของเพื่อนดี แต่ที่มาเรียนทันได้ก็เพราะว่าบ้านอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเดินแป๊บเดียวก็ถึง แต่ปลาท่องโก๋ที่อยู่ในมือนี้ มาจากการที่ร่างสูงตื่นตั้งแต่เช้า เพื่อไปซื้อมาให้เขากิน เพราะได้ยินว่าเขาอยากกินเมื่อวันก่อน ความใจดีของชายหนุ่มมันทำให้พัฒนาเกิดความละอายที่ไปล้อเล่นกับเขาขึ้นมาทันที คำพูดที่ซ้อมไว้กะจะมาพูดกับปราโมทย์ ถูกกลืนหายเข้าไปจนหมด

“พัดจะบอกอะไรเราเหรอ” ดวงตาคมที่เริ่มหรี่ปรือเพราะความง่วงหันมายิ้มและถามร่างเล็กนั้น
“ปะ ปะ เปล่า ไม่มีอะไร” พัฒนาพูดตะกุกตะกัก เขาจะพูดได้ไง ในเมื่อเพื่อนของเขาทำหน้าตามีความสุขขนาดนี้
“แต่เรามีนะ” ปราโมทย์ยิ้มจนตาหยี ใบหน้าคมก้มหน้าอาย ๆ เมื่อก่อนเขาชอบทำหน้าเฉยเพราะไม่รู้จะปกปิดยังไงดี แต่วันนี้เขายิ้มได้แล้ว ยิ้มได้อย่างที่ใจคิด
“อะไร” ร่างเล็กหันมอง อดทึ่งไม่ได้ เวลาที่หมอนี่ยิ้มอะไรมันก็ดูดีซะหมด
“เมื่อคืนนี้เรานอนคิดถึงพัดทั้งคืนเลย” พูดไปแล้วก็อดอายตัวเองไม่ได้ ปราโมทย์หลบตาร่างเล็กที่มองตรงมา รู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก เป็นเพื่อนกันมาไม่เคยต้องพูดอะไรอย่างนี้ แต่ต่อไปนี้มันไม่ใช่แล้ว
“แล้วพัดอะ คิดถึงเรามั่งมั้ย” ร่างหนาเอ่อปากถาม เขาอดไม่ได้จริง ๆ อยากรู้ว่าร่างเล็กจะรู้สึกเหมือนกันมั้ย
พัฒนาชะงัก ..........ปากที่กำลังเคี้ยวอยู่หยุดทันที เขาจะบอกกับร่างสูงยังไงดี
“คิดทั้งคืนเลย” ร่างเล็กได้แต่พยักหน้ารับเงียบ ๆ เขาไม่ได้โกหกนะ คิดถึงจริง ๆ แต่คิดถึงว่าจะพูดกับร่างสูงยังไงดี
แค่ยินได้เห็นคำตอบ เพียงเท่านี้มันก็ทำให้ปราโมทย์ดีใจอย่างบอกไม่ถูกแล้ว ชายหนุ่มยิ้มกว้างหันกลับไปเคี้ยวปลาท่องโก๋อย่างมีความสุข ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าร่างเล็กคิ้วขมวดมุ่นและมีสีหน้าลำบากใจเพียงใด
**********************************

โดย YellowDucky [30 ก.ค. 2551 , 21:49:21 น.] ( IP = 58.9.33.222 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 4

เพื่อนสนิท ตอน 4 by aoikyosuke
“โพดโทรมาเหรอ” ร่างสูงกว่าเอียงหน้าไปถามร่างเล็กที่กดวางสาย โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาพร้อมกับร้อยยิ้มเจ้าเล่ห์
“เออ.... มันบอกวันนี้ไม่กลับอยู่บ้านรุ่นน้อง เลยอำไปว่าวันนี้แม่ทำของชอบไว้เยอะ” พัฒนายิ้มร่า
ดีใจที่แกล้งพี่ชายฝาแฝดได้
“เป็นโพดอะดีแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นเราหวง” ปราโมทย์พูดเรื่อย ๆ สีหน้านิ่งเฉย ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรใด ๆ ออกมา ก็จริงนั่นแหละ เขาหมายความตามที่พูดจริง ๆ เขาหวงพัฒนามาก ๆ เมื่อก่อนจะแสดงออกมาก็ไม่ได้ ได้แต่เล่นบทเพื่อนที่แสนดี แต่ตอนนี้ใจตรงกันแล้ว ครั้นจะปล่อยให้คนอื่นมาคาบไป ..... ก็ใช่ที่......อุตส่าห์หลงอุตส่าห์รักมานาน ได้แต่เก็บไว้เงียบ ๆ มาตลอด จนตอนนี้ในที่สุด ความรู้สึกอัดแน่นที่เก็บไว้ในใจตลอดมาจนแทบระเบิดนั้นก็ได้ปลดปล่อยออกมาซะที
“หวงบ้าไรวะ” พัฒนาบ่นงึมงำ หน้าแดง ตั้งแต่วันนั้นที่เขาแกล้งบอกรักกับร่างสูงแล้ว ปราโมทย์ก็พูดอะไรหวาน ๆ บ่อย ๆ มันทำให้ร่างบางรู้สึกแปลก ๆ โดยไม่รู้ตัว และอดยิ้มไปกับคำพูดจริงใจนั้นไม่ได้
ไม่นะ............เขาไม่ได้ชอบปราโมทย์ซะหน่อย แล้วก็หาทางที่จะบอกความจริงหลายครั้งแล้วด้วย แต่ร่างสูงผิดเองนี่....ที่มาทำให้ร่างเล็กบางหวั่นไหวและเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ได้ทุกวัน ปราโมทย์มักจะโทรมาหาและบอกว่าคิดถึง บอกให้เขาหลับฝันดีทุกคืน เจอหน้ากันทุกวัน ก็ไม่เห็นพูดอะไร แต่เวลาโทรมาหาเนี่ยพูดได้พูดดี ไม่มีหยุด
**************************

ปราโมทย์นั่งดูหนังที่เช่ามากับพัฒนาเพียงสองคน พ่อกับแม่ของพัฒนาไม่อยู่ไปต่างจังหวัด พร้อมครอบครัวของน้าของชายหนุ่ม เลยเหลือพัฒนาอยู่บ้านคนเดียว และตอนนี้สมโภชน์น้องชายฝาแฝดของพัฒนาก็ดันไม่อยู่ซะอีก ทางสะดวกอะไรขนาดนี้
ปราโมทย์แอบคิดทะลึ่ง ๆ ขึ้นมาได้ เขาไม่คิดจะทำจริง ๆ หรอก ถ้าร่างเล็กนี้ไม่สมยอม
เขาไม่อยากทำลายน้ำใจของพัฒนา อยากจะทะนุถนอมไว้ แต่ก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้
นี่เขารักพัฒนาขนาดไหนกันนะ ถึงยอมปล่อยให้อยู่รอดปลอดภัยมาได้ บางครั้งก็กลัวว่าวันหนึ่งจะอดใจไม่ไหวแล้วโดดปล้ำพัฒนาขึ้นมา จะทำยังไง ร่างเล็กนี่คงเอะอะโวยวายไม่เลิกแน่
ชายหนุ่มคิด แอบยิ้มกับตัวเองเงียบ ๆ ก่อนจะเหลือบตามองร่างเล็ก ๆ ที่เอาแต่เคี้ยวมันฝรั่งในถุงไม่หยุด ตาก็มองจ้องภาพในจอทีวีเขม็ง นี่เจ้าตัวจะรู้บ้างไหมเนี่ย ว่าไอ้บ้าที่นั่งข้าง ๆ อ่ะ คิดอะไรเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนแล้ว
*******************************

“พัด............ขอ..เอ่อ..ขอ” ร่างสูงกว่าที่นั่งเรียบร้อยอยู่บนเตียงพูดตะกุกตะกัก เขาอาบน้ำเสร็จก่อนร่างเล็กกว่าที่เดินเอาผ้าขนหนูเช็ดผมมาจากห้องน้ำ
วันนี้พัฒนารู้สึกว่าอากาศมันร้อนผิดปกติ จนต้องรีบอาบน้ำสระผม แถมแชมพูหมดต้องเดินไปซื้อหน้าปากซอยอีก ซวยจริง ๆ ที่ได้แชมพูเด็กมาเพราะอาแปะบอกว่าแชมพูอย่างอื่นขายหมดแล้ว เลยต้องจำใจซื้อมาทั้งอย่างนั้น ขืนรอสระพรุ่งนี้มีหวังหัวเน่าแน่ แล้วไอ้เพื่อนบ้านี่ก็ทำหน้าอึกอัก อึกอักอะไรอยู่ได้ ดูสิ มือมันจะพันกันตายมั้ยล่ะนั่น
“อะไรของมึงวะ อ้ำอึ้งอยู่ได้ ขออะไรก็ขอมาเร็ว ๆ เดี๋ยวกูจัดให้” ร่างเล็กโวยวาย มือหนึ่งก็เช็ดผม
ปากก็โวยวายไปเรื่อย ถ้าร่างเล็กบางกว่านั้นได้รู้ว่าชายหนุ่มจะขออะไร คงจะสำนึกผิดในความปากพล่อยของตัวเอง
“ได้จริงเหรอ....” ร่างสูงเงยหน้าถามร่างเล็กที่ยืนเอามือเช็ดผมไม่รู้เรื่องรู้ราว
“มึงนี่มันเซ้าซี้จริง....กูบอกว่าจัดให้ก็จัดให้” เสียงใสบอกให้รู้ว่าเริ่มโมโหแล้ว จะขออะไรของมันวะ ดูทำหน้าเข้า ปกติชอบทำหน้าเฉย แต่ตอนนี้มาทำหน้าออดอ้อนอยู่ได้ แล้วไอ้สายตาวิงวอนนั้นมันอะไรกัน พักนี้รู้สึกว่าปราโมทย์จะทำหน้าตาได้หลากหลายเหลือเกิน ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าเวลาที่ปราโมทย์ยิ้มเนี่ย อะไรมันก็ดูสดใสไปหมด แต่ว่าไอ้เรื่องที่มาหลงรักเขาเนี่ย มันยังรับไม่ค่อยได้อยู่ดี
เขาเป็นผู้ชายนะ จะไปทำอะไรอย่างนั้นได้ไง แต่ที่ยอมให้อยู่ข้าง ๆ ตอนนี้ก็เพราะความดี ความอบอุ่นอ่อนโยนที่ปราโมทย์มีให้ จนเขาไม่กล้าที่จะสลัดทิ้ง และไม่กล้าที่จะบอกความจริงซะที
และที่สำคัญพักนี้เขารู้สึกแปลก ๆ เวลาที่ปราโมทย์เข้าใกล้มาก ๆ ใจมันจะสั่น ยิ่งเห็นใบหน้าคมนั้นแล้ว มีบางครั้งที่เขาก็คิดอะไรไปไกล เขากับปราโมทย์เนี่ยอะนะ จะเป็นแฟนกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด
“ขอ......เอ่อ........จูบได้มั้ย” ร่างสูงพูดออกไปแล้วก็อดกระดากปากไม่ได้ เขาเป็นบ้าอะไรเนี่ยไปขออะไรอย่างนั้น แล้วพัฒนาจะโดดต่อยเขาหรือเปล่าเนี่ย แต่มันไม่ไหวจริง ๆ ขืนปล่อยไว้อย่างนี้
เขานั่นแหละที่จะบ้าเอาได้ง่าย ๆ ขอซะให้พัฒนาด่าดีกว่า จะได้เลิกคิดไปเลย

โดย YellowDucky [30 ก.ค. 2551 , 21:51:53 น.] ( IP = 58.9.33.222 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 5

ร่างเล็กชะงักนิ่ง เมื่อกี้บอกไปแล้วว่าขอได้ แต่เขาไม่รู้นี่ว่าปราโมทย์จะขอ..........แต่ว่าพูดไปแล้ว
เขาไม่กล้าที่จะกลืนคำพูดตัวเองจริง ๆ เอาวะ แค่ปากแตะ ๆ หน่อยเดียว ให้มันทำ ๆ ไปเหอะ
ไม่สึกไม่หรอหรอกน่ะ ถือว่าตอบแทนความใจดีของปราโมทย์ก็แล้วกัน เขาเองก็ไม่มีอะไรจะให้หรอกมีแต่ปราโมทย์ ที่ขยันหานั่นหานี่มาให้ แถมยังช่างเอาใจ เขาอยากกินอะไร อยากทำอะไร
ในทางที่ไม่เสียไม่หาย ชายหนุ่มก็ไม่เคยขัดสักที
“เออ.........” รับคำไปแล้วก็ถึงค่อยมานึกอาย นี่จะทำจริง ๆ เหรอเนี่ย
ร่างสูงเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาคมชะงักนิ่งสบตากับดวงตากลมโตนั้น ไม่ต้องรอให้พูดอะไรอีก
ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนตรงหน้า ดึงผ้าขนหนูออกจากมือของร่างเล็กนั้น ชายหนุ่มเกลี่ยผมเปียกชื้นที่ปรกที่ใบหน้างดงาม มือสองข้างประคองที่ใบหน้าขาวนวล ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะโน้มเข้าแตะที่หน้าผาก..................และ เรื่อยมาที่เปลือกตาสองข้าง
แผ่วเบาอบอุ่นนุ่มนวล
ร่างเล็กมีอาการสั่น มือเล็กบางดึงเสื้อเชิตของชายหนุ่ม กำไว้แน่น ดวงตากลมโตหลับลง ยินยอมรับความรู้สึกจากชายหนุ่มที่มอบให้
ในครั้งแรกที่ริมฝีปากร้อนผะผ่าวแตะลงที่ริมฝีปากบางเหมือนจะลองสำรวจดูปฏิกิริยาของร่างเล็กนั้น
มันทำให้ร่างบางสะดุ้ง ก่อนจะยอมรับโดยดุษฎีเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มประทับนิ่งลงมาอีกครั้ง
ปลายลิ้นนุ่มนวลที่เพียรพยายามโลมไล้ ให้ร่างบางยอมรับรสสัมผัสของปลายลิ้นที่รุกล้ำเข้ามาในริมฝีปากสีแดงสด ปลายลิ้นของชายหนุ่มควานหาความหวานจากร่างเล็กบาง ความรู้สึกอ่อนหวาน ปราศจากอาการจาบจ้วงและเห็นแก่ตัว ทำให้ร่างเล็กงามนั้นแทบยืนไม่ติด

“อือ” ร่างเล็กครางแผ่ว เคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสนุ่มนวล ที่ร่างสูงตรงหน้ามอบให้ จากส่วนลึกสุดของความรู้สักที่เรียกว่า........รัก......... ความอิ่มเอมเต็มตื้นไปด้วยความสุขจากรสสัมผัสที่ได้รับแผ่ซ่านไปถึงหัวใจ มันอบอุ่นอ่อนหวานละมุนละไม จนไม่สามารถจะถ่ายทอดเป็นคำพูดให้ใคร ๆ รับรู้ได้
ณ เวลานั้น สำหรับชายหนุ่มร่างสูงแล้ว เขาอยากให้เวลาที่แสนสุขนี้หยุดอยู่กับที่ เมื่อเขาได้ครอบครองริมฝีปากบางของเจ้าของร่างเล็กที่ประคองไว้ ปลายลิ้นเรียกร้องสอดรัดพัวพัน แสดงความเป็นเจ้าของของร่างเล็กนุ่มนิ่มที่เขาประคองกอดรัดเอาไว้ เขามีความสุขมากที่สุดในโลกในเวลานี้
ร่างสูงต้องรีบถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย เมื่อร่างเล็กในอ้อมแขนทำท่าจะยืนไม่อยู่เอา
เขาต้องรีบประคองร่างเล็กนั้นไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะนั่งลงโดยที่ร่างงดงามบอบบางเลื่อนมาซบอยู่ตรงไหล่กว้างแล้ว พัฒนาหน้าแดงซ่าน ไม่ยอมเงยหน้ามองเขาสักนิด มือเรียวยาวนั้นเกาะกุมมือเล็ก ๆ นุ่มนิ่มของอีกฝ่ายไว้
ชายหนุ่มลูบไล้มือเล็ก ๆ นั้นไปมา อมยิ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่ร่างบางได้แต่อิงอยู่ตรงไหล่
ปล่อยให้ร่างสูงกอดนิ่ง ๆ และลูบไล้มือเล็กบางนั้นเล่นเบา ๆ
ไม่มีเสียงเอะอะโวยวายอย่างที่ปราโมทย์คิด มีแต่ความเงียบและหัวใจที่แข่งกันเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะของทั้งสองฝ่าย
ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากของทั้งคู่ มีเพียงความรู้สึกอบอุ่นที่ถ่ายทอดถึงกัน
*******************************

โดย YellowDucky [30 ก.ค. 2551 , 21:52:20 น.] ( IP = 58.9.33.222 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 6

เพื่อนสนิทตอนที่ 5 - 9 by aoikyosuke
(คนรีโพส : ขอโทษค่ะ ตอนเซฟช่วงนี้ลืมเซฟ head มาด้วย เลยรวมกัน 5 ตอน แบ่งไม่ถูกค่ะ จำไม่ได้)

“จะนอนแล้ว” ร่างบางในอ้อมแขนขยับเคลื่อนไหว มือเล็ก ๆ ดันร่างสูงออกห่างตัว แม้ว่าแก้มใสจะไม่แดงจัดเหมือนเมื่อสักครู่แล้ว แต่ก็ยังมีอาการขัดเขินและประหม่าอายอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาร่างบางเองก็นึกไม่ถึงว่า ปราโมทย์จะนุ่มนวลอ่อนหวานได้ขนาดนี้ ชายหนุ่มจูบซับความหวานจากร่างบางอย่างอ่อนโยน ไม่เรียกร้องเร่งเร้าแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นปลอบประโลม จูบอย่างที่เรียกว่าจูบจริง ๆ ความรู้สึกแสนหวานถูกถ่ายทอดมาจากคนที่ร่างบางรับรู้ว่ารักและทะนุถนอมตัวเองมากขนาดไหน
ร่างบางเข่าอ่อนจนยืนไม่อยู่แล้วตอนที่ ริมฝีปากร้อนรุ่มสอดลิ้นเข้ามาควานหาความหวานในริมฝีปากคู่งามนั้น ดีแต่ว่าร่างสูงประคองกอดไว้ ไม่งั้นร่างบางคงได้ทรุดกับพื้นแน่ ๆ
ปราโมทย์เองก็พอจะเข้าใจ ถึงแม้จะนึกเสียดายบ้างที่ต้องถอนริมฝีปากออกอย่างกระทันหัน แต่ เรื่องที่ว่าร่างบางแสนหวานนี้ไม่เคยให้ใครมาล่วงเกินได้ขนาดนี้ เขาเป็นชายหนุ่มที่ได้ลิ้มชิมรสความหวานของริมฝีปากอิ่มสวยและครอบครองเป็นเจ้าของเป็นคนแรก เขาเองก็น่าที่จะพอใจและยอมรับได้
ร่างสูงยิ้มกริ่ม ที่ร่างบางยอมอ่อนข้อให้ขนาดนี้นับว่าบุญโข แล้ว เขายังจะกล้าไปเร่งรัดบีบคั้นอะไรอีกล่ะ รอแต่เวลาเท่านั้น
รอเวลาที่ร่างเล็กนี้จะยินยอมพร้อมใจเป็นของเขาทั้งตัวทั้งหัวใจ
ชายหนุ่มประคองกอดคนที่รักอย่างสุดหัวใจขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม เตียงเป็นขนาดเตียงเดี่ยวมันแสนจะคับแคบแต่ว่าเขากับร่างเล็กนี้ก็เคยนอนเบียดกันบนเตียงแคบ ๆ นี้อยู่บ่อยไป
แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้มีความสุขมากขนาดนี้ นึกขอบใจเจ้าเตียงแคบ ๆ นี้ด้วยซ้ำ ดีซะอีก จะได้กอดร่างเล็ก ๆ นี้นอนหลับไปพร้อมกันเลย

“นอนอย่างนั้นเดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก” มือหนารีบคว้าเอวของร่างบางเข้าแนบตัว ตอนนี้ร่างเล็ก ๆ นอนตะแคงหันหน้าออกนอกกำแพง อยู่ห่างจากชายหนุ่มมากนัก จนเขากลัวว่าคนตัวเล็กนั่นจะตกลงจากเตียงไปซะให้ได้
ร่างกายอุ่นหนาที่เบียดแนบชิดอยู่ด้านหลังถ่ายทอดความอบอุ่นถึงร่างเล็ก
พัฒนานึกกลัวอยู่เหมือนกัน กลัวว่าร่างสูงนี้จะทำอะไรเลยเถิดไป แต่ก็ไม่มี ปราโมทย์ไม่เคยทำอะไรให้เขาหวาดกลัวเลย
คำพูดหวานหูที่ไม่เคยเสแสร้ง เคยบอกว่าเป็นห่วงและเคยดูแลยังไงก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
ลมหายใจที่เป่ารดที่ซอกคอสม่ำเสมอนั้น เหมือนเป็นสัญญาณให้รับรู้ว่า เจ้าของร่างสูงที่แสนนิ่งเฉยเข้าสู่นิทราและหลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว
เหลือก็แต่ร่างบาง ที่นอนลืมตาโพลง
เขายอมให้ร่างสูงจูงมือได้
บางทีก็มีกอดบ้าง แต่ก็ไม่ได้ล่วงเกินอะไร
มีวันนี้ที่ขอจูบ และก็หยุดแค่จูบจริง ๆ
ไม่ได้มีเจตนาที่จะล่วงเกินไปมากกว่านี้ ความอบอุ่นอ่อนโยนนี้ พัฒนาจะไปหาจากใครได้
แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ถ้าเป็นทุกทีล่ะก็ ปราโมทย์มาขอทำอย่างนี้ เขาคงโวยวายและชกชายหนุ่มจนหน้าหงายหรือไม่ก็คงวิ่งไล่เตะชายหนุ่มไปแล้ว
แต่นี่มันอะไรกัน อยู่ใกล้หัวใจก็เต้นแรง แค่ถูกจูบนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ทำท่าจะเป็นลมซะให้ได้ และยังชื่นชอบกับสัมผัสอบอุ่นนั่นอีก
ร่างเล็กเริ่มคิด ชักไม่อยากจะบอกความจริงซะแล้วสิ
**************************

โดย YellowDucky [30 ก.ค. 2551 , 21:56:30 น.] ( IP = 58.9.33.222 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 7

มือเล็ก ๆ ควานหาผู้ที่เคยกอดกระชับไว้กับตัวเมื่อคืน ก่อนจะพบกับความว่างเปล่า
ร่างบางพลิกตะแคงหันกลับไปดูอีกด้านของเตียงก็ไม่ปรากฎแม้แต่เงาของร่างสูง
ร่างเล็กลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเสียผมที่ปรกลงมาที่ใบหน้าเนี่ยนสวย และลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายในตอนเช้า
*********************
"มีไรกินมั่งว่ะ" ร่างเล็กเอ่ยถามกับร่างสูงที่มือกำลังสาละวนอยู่กับการทำอาหารตรงหน้า
"เดี๋ยวแปบนะ พัด เกือบเสร็จแล้ว" ร่างสูงกล่าวก่อนจะหันหลังกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับร่างบาง
ร่างเล็กเลื่อนเก้าอี้ในครัวมานั่งและปิดปากหาวนอน
เมื่อคืนนี้ร่างสูงหลับไปด้วยความสุขและตื่นขึ้นมาอย่างสดใส เขาเห็นร่างบางนอนหลับด้วยความอุ่นสบายเลยไม่กล้าปลุก ก่อนจะลงมาทำอาหารง่าย ๆ ในตอนเช้า เพราะเกรงว่าร่างเล็กนี้เมื่อตื่นมาคงจะโวยวายหาของกินแต่เช้าแน่
บ้านนี้ก็เหมือนกับเป็นบ้านของเขาแล้ว
มาจนชิน หยิบโน่นจับนี่ได้เหมือนกับบ้านของตัวเอง
และพ่อแม่ของพัฒนาเองก็รักเขาเหมือนกับลูกของท่านคนหนึ่งด้วยอีกคน คงจะเป็นเพราะว่าทั้งสองครอบครัวสนิทกันมานาน และลูกชายสองบ้านก็ยังมาสนิทกัอีก เลยยิ่งทำให้ชายหนุ่มเข้านอกออกในบ้านนี้ได้เหมือนกับบ้านของตัวเอง
พัฒนามองตามชายหนุ่มตรงหน้าที่สดชื่นอารมย์ดีได้ตั้งแต่เช้า ร่างเล็กรู้สึกหงุดหงิดและนึกค่อนขอดในใจ หนอย มีความสุขเชียวนะ แต่ปล่อยให้ร่างบางนอนคิดอะไรกระสับกระส่ายอยู่ได้ทั้งึคืน ส่วนไอ้ตัวต้นเหตุน่ะ ยืนทำกับข้าวอย่างมีความสุขอยู่เนี่ยเฉยเลย คิดแล้วมันก็น่าหงุดหงิดจริง ๆ
"ไข่เจียว แล้วก็ผัดผักนะ พัด" ร่างสูงหันกลับมายิ้ม
ชายหนุ่มตักกับข้าวในกระทะ ใส่จาน มาวางตรงหน้าร่างเล็ก และตักข้าวใส่จานให้ ก่อนจะปลดผ้ากันเปื้อนออก
ปราโมทย์ช่างเป็นชายหนุ่มที่เหมาะกับผ้ากันเปื้อนซะจริง คงเป็นเพราะที่บ้านของชายหนุ่มเปิดร้านอาหาร เลยทำให้ร่างสูงนี้ทำอาหารได้อย่างคล่องแคล่ว
"ช้าจริงเว้ย หิวจะตายห่าอยู่แล้ว" ร่างเล็กบ่นกระเง้ากระงอด

"พัดอ่ะ กอล์ฟทำกับข้าวให้แฟนกินนะ จะให้ทำส่ง ๆได้ไง" ร่างสูงอมยิ้ม นั่งลงกินอาหารตรงหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ตั้งแต่ตกลงว่าเป็นแฟนกันเนี่ย พัฒนาดูน่ารักขึ้นเป็นกอง
"ใครแฟนมึงวะ" ร่างเล็กเคี้ยวอาหารตุ้ย ๆปากก็พูดไปเรื่อย ไม่ได้นึกว่าคำตอบของตัวเองทำให้ร่างสูงหยุดชะงักทันที
"ก็พัดไง" ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะทำหน้าสงสัย
เขากับพัฒนายังไม่ได้เป็นแฟนกันอีกเหรอ
"กูไปเป็นแฟนมึงตอนไหนวะ" ร่างเล็กยังไม่ได้มีทีท่าสนใจ ว่าตอนนี้อีกฝ่ายทำหน้ายังไง

"ตกลงพัดกับกอล์ฟยังไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกเหรอ" ร่างสูงวางช้อนในมือลง สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมากะทันหัน
เป็นผลให้ร่างบางตรงหน้า ต้องเงยหน้าขึ้นมอง
ตอนนี้ดีมั้ย บอกไปเลยดีมั้ย
ร่างเล็กบางนิ่งคิด

"คือว่านะ กอล์ฟ" ร่างเล็กเริ่มพูดตะกุกตะกัก
เริ่มมีสีหน้าลำบากใจ กอ่นจะวางช้อนส้อมในมือลง
"มึงเนี่ยก็หล่อนะ กูก็เห็นว่ามีผู้หญิงมาชอบมึงหลายคนจนกูเริ่มอิจฉา " ร่างบางเริ่มอารัมภบท ไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไปดี
"อย่านอกเรื่องพัด ประเด็นอยู่ที่ว่าเราเป็นแฟนกันหรือเปล่า " ร่างสูงคิ้วขมวดมุ่น เขาเริ่มใจไม่ดีเลย

โดย YellowDucky [30 ก.ค. 2551 , 21:58:00 น.] ( IP = 58.9.33.222 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 8

ดวงตากลมโตสบนิ่งกับดวงตาคมที่จ้องมองมา
พัฒนาเห็นได้ชัดว่าใบหน้าคมที่เคยเฉยนิ่งอยู่ตลอดเวลานั้น
หมองลงอย่างเห็นได้ชัด จากเมื่อครู่ที่เขายังยิ้มร่าเริงอยู่
"คือ" ริมฝีปากบางพยายามที่จะคิดหาคำพูดที่ดีที่สุดออกมา เพื่อบอกกับชายหนุ่มตรงหน้า
บัดนี้ดวงตาคมไหวระริก จ้องมองร่างบางสงบนิ่ง ความร้าวรานฉายชัดอยู่ในแววตา ไม่จริงนะ อย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย ชายหนุ่มเริ่มกลัวขึ้นมาอย่างจับใจ
"เราเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนใช่มั้ย" ร่างเล็กพยายามที่จะปั้นแต่งคำพูดให้ดีที่สุด
"พัดจะบอกอะไรกอล์ฟเหรอ" ร่างสูงเอ่ยถาม
เขาพยายามปรับน้ำเสียงให้นิ่งที่สุด ร่างเล็กตรงหน้าจะรู้บ้างมั้ยว่า เขาอยากจะร้องไห้อยู่แล้วตอนนี้
"มึงกะกูเนี่ย เอ่อ" ร่างบางไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
"วันนั้นกูขอโทษนะ กูแค่........อำมึงเล่น....."
"มึงไม่โกรธกูใช่มั้ยไอ้กอล์ฟ..แหมกูก็เห็น.ผู้หญิงมาชอบมึงตั้งเยอะ มึงจะมาชอบกูได้ไง มึงก็อำกูเล่นอะดิ เนอะ แหม มึงนี่มันร้ายจริง ๆ " ร่างเล็กพูดยาว ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ เหมือนมันเป็นเรื่องขำซะเต็มประดา
เอาวะ อย่างมากเพื่อนสนิทตรงหน้าเขานี้ก็คงจะโวยวาย โวยวายด่าเขา ดีเหมือนกัน ให้ชายหนุ่มตรงหน้าชกสักทีสองที มันไม่ตายหรอกนะ จะได้ขจัดไอ้ความรู้สึกบ้า ๆ นี่ออกไปซะที
ร่างสูงนิ่งงัน มันเหมือนมีค้อนหนัก ๆ มาทุบหัว
ความรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ จนเขาตั้งตัวไม่ถูก
มือเรียวยาว หยิบช้อนขึ้นตักอาหารใส่ปาก ปรับความรู้สึกให้เป็นปกติที่สุด
"อันนี้อร่อยนะ" เขาตักไข่เจียวใส่จานให้กับร่างเล็กตรงหน้า มือเรียวแกร่งนั้นสั่นระริก
ร่างเล็กนิ่งเงียบงัน
"ไอ้กอล์ฟมึงด่ากูดีกว่า" ร่างเล็กขมวดคิ้วนิ่ง ความรู้สึกผิดแผ่นซ่านไปทั่วร่าง เขาไม่เข้าใจทำไมร่างสูงนี้ไม่โวยวาย ไม่ลุกขึ้นต่อยเขาด้วยความโกรธ สักหมัดสองหมัด เขาจะได้ไม่รู้สึกผิดขนาดนี้
มันจะเป็นคนดีไปถึงไหนกัน
หยาดน้ำใสใหลริน จากดวงตาคมตรงหน้า
อย่างระงับไม่อยู่ ใบหน้าคมเจิ่งนองไปด้วยหยาดน้ำตา
เขาไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน
มันเหมือนมีเข็มเป็นพันเล่มมาทิ่มลงที่กลางใจ
เจ็บปวดจนทุรนทุราย เหมือนโลกถล่มทลายลงมาตรงหน้า
เสียงสะอื้นดังแผ่ว ชายหนุ่มกัดฟันข่มเสียงเอาไว้
ไหล่กว้างไหวระริก
"กอล์ฟ....." ร่างเล็กเสียงแผ่ว หัวใจดวงน้อยเจ็บแปลบ เขาทำอะไรลงไป
เขาทำอะไรลงไปกันนี่ ปราโมทย์ไม่ใช่คนที่ร้องไห้ได้ง่าย ๆ เกิดมาเขาไม่เคยเห็นน้ำตาของคนตรงหน้า
แม้จะเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ร่างสูงก็ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้เห็น
"กอล์ฟ...พัดขอโทษ..พัด" ร่างเล็กลุกจากเก้าอี้ก้าวเข้ามาโอบกอดร่างสูงไว้แนบตัว คว้าศรีษะมนของชายหนุ่มให้ซบลงกับไหล่เล็กบาง
ร่างเล็กโอบกอดร่างสูงที่นั่งร้องไห้เงียบ ๆ ชายหนุ่มไม่ได้สะบัดหนี เขาไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรได้อีกแล้ว
"กอล์ฟ...ต่อยพัดให้หายแค้นสิ...ทำอะไรก็ได้นะ..กอล์ฟจะเตะจะต่อยอะไรพัดก็ได้...แต่กอล์ฟอย่าร้องไห้อย่างนี้...กอล์ฟอย่าทำอย่างนี้ได้มั้ย" ร่างเล็กกอดร่างสูงนั้นแนบแน่นเข้ากลับตัว ร่างบางเฝ้าเพียรถามตัวเอง เขาทำอะไรลงไป เขาทำอะไร
ไม่เห็นรู้สึกดีขึ้นเลย ไหนว่าไอ้ความรู้สึกบ้า ๆ นั่นจะหายไปไงล่ะ ทำไมมันเจ็บอย่างนี้ มันเจ็บร้าวไปทั้งใจแล้ว
ปราโมทย์กลับบ้านไปแล้ว ร่างบางเดินไปส่งร่างสูงนั้นขึ้นแท็กซี่ ระหว่างเดินออกจากบ้าน ปราโมทย์นิ่ง เขาไม่เอ่ยพูดอะไรสักคำ หลังจากที่ล้างหน้าล้างตาให้คราบน้ำตาหายไป ดวงตาคมสวยนั้นยังแดงก่ำ จนใครสังเกตได้ แววตาเลื่อนลอยเหมือนไม่มีวิญญาณอยู่ในร่าง
ร่างเล็กพยายามที่จะพูด......จะคุยด้วย
แต่ปราโมทย์กลับนิ่ง .....ชายหนุ่มไม่โวยวาย
ไม่มีสีหน้าบึ้งตึงเหมือนกำลังโกรธ แต่ร่างสูงกลับเฉย นิ่งเฉย .....
นิ่ง...นิ่งซะจนพัฒนากลัว เขามันเลวใช่มั้ยที่ทำแบบนี้ เขามันเลวเกินไป ที่จะรักปราโมทย์ได้
เส้นแบ่งระหว่างเพื่อนมันกว้างมาก...สำหรับร่างบางแล้วมันกว้าง กว้างจนเกินที่จะคาดเดา
ร่างสูงนั้นใช้เวลาแค่ไหนอยู่เคียงข้าง และใช้เวลาแค่ไหนที่คอยดูแล ห่วงหา เอาใจใส่
เวลาที่เศร้า เวลาที่สนุก ปราโมทย์อยู่ใกล้ ๆ
ไม่เคยห่าง .... ไม่เคยทำให้ทุกข์ใจ
แม้ร่างบางจะเอาแต่ใจตัวเอง จะงี่เง่ากับร่างสูงนั้นสักเท่าใด แต่ชายหนุ่ม ไม่เคยโกรธ และไม่เคยใส่ใจ ยังคอยดูแล คอยห่วงใยอยู่ไม่เคยห่าง
ตอนนี้ร่างบางเริ่มรับรู้แล้ว เขาต้องเสียปราโมทย์ไปจริง ๆ หรือ ต้องเสียความอบอุ่น อ่อนโยน นั้นไปจริง ๆ หรือ ร่างบางนั่งกอดตัวเองเงียบ ๆ บนโซฟา
เวลานี้ปราโมทย์......ไม่ได้อยู่ข้าง ๆ แล้ว
ทำไมนะ...ความเศร้า....ความทุกข์ทรมาน
มันถาโถมเข้ามาในจิตใจ... จนแทบจะหายใจไม่ออก
หยาดน้ำใสคลอหน่วยดวงตาคู่งาม
ก่อนจะหลั่งรินเอ่อท้น.....
เขาเจ็บ..... ปราโมทย์ก็เจ็บ...เจ็บมากกว่าไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า
ร่างบางจะทำอย่างไรต่อไป แน่ใจแล้วหรือ
ว่าจะเดินต่อไป ....... โดยไม่มีร่างสูงอบอุ่น อ่อนโยนนั้นอยู่เคียงข้าง
ใบหน้าหวานซบหน้าลง สะอื้นไห้ เบา ๆ
หัวใจเจ็บร้าว..... เหมือนกับมันจะแตกออกมาเป็นเสี่ยง ๆ
***********************

โดย YellowDucky [30 ก.ค. 2551 , 21:58:25 น.] ( IP = 58.9.33.222 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 9

ผ่านไปกี่วันกันแล้วนะ
กี่วันกันที่ชายหนุ่มไม่ได้เห็นใบหน้าสวยหวานของร่างบาง กี่วันแล้วที่จมอยู่กับตัวเองแบบนี้
และกี่วันแล้วที่หยาดน้ำตายังไม่จางหายไป
เขาเจ็บปวด แต่เขามีสิทธิอะไรล่ะ ที่จะไปโกรธร่างเล็กนั้น เขาผิดเองที่ไปทึกทักคาดหวัง
โดยที่เจ้าของร่างบางไม่เคยยินดี ..... ตอบรับ
เขาผิดเองที่รัก..... รักพัฒนาเกินกว่าเพื่อน
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดของเขาเอง
เขาเจ็บเจียนตาย ทุรนทุราย แต่ก็ไม่อยากให้พัฒนาได้เห็น เขาไม่กล้าที่จะทำร้ายจิตใจร่างบาง ไม่อยากให้พัฒนาไม่สบายใจ
เขารู้ว่าพัฒนาเองก็คงจะรู้สึกผิดมาก ที่ต้องพูดกับเขาตรง ๆ แบบนี้ ร่างเล็กคงอึดอัดใจมาก ที่เขามาคอยเกาะแกะวุ่นวาย แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกมา สมควรแล้วล่ะ
มันสมควรแล้ว กับความเอาแต่ใจของเขา
ชายหนุ่มเจ็บร้าวไปทั้งใจ...... อยากพัก
เหนื่อย... เหนื่อยเหลือเกิน
ดวงตาคมเหม่อลอย.... ไร้เรี่ยวแรง
ร่างกายนี้เหมือนไม่ใช่ร่างกายของตนเอง
ไม่มีแรงที่จะขยับเขยื้อน มีแต่หยาดน้ำตา
ที่ยังคงรินไหลต่อไป จนกว่า
จนกว่ามันจะกลายเป็นสายเลือด
จนกว่ามันจะเหือดแห้ง
จนกว่าความเศร้า ปวดร้าว จะจาง
และจนกว่า ................. ชายหนุ่มจะสิ้นแรงที่จะก้าวเดินต่อไป
ร่างบางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
เขากอดนาฬิกาที่ปราโมทย์เคยซื้อให้เมื่อวันเกิดที่ผ่านมา... ของชิ้นสำคัญล่าสุดที่ชายหนุ่มหามาให้ เพียงเพราะเขาพูดลอย ๆ ว่าสวย .... ว่าอยากได้ ชายหนุ่มก็ไปตะเกียกตะกายไขว่าคว้ามาให้เขาจนได้
เขาไม่เจอกับร่างสูงนั้นหลายวันแล้ว
ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้พูดคุย ไม่ได้เห็นหน้า
คิดถึง............. ร่างเล็กบอกกับตัวเองว่าคิดถึงชายหนุ่มมาก ... มันมากกว่าทุกวัน
มากกว่าทุกเวลา... คิดแม้กระทั่งกินข้าว
เข้าห้องน้ำ...ทำอะไรก็คิดถึง..
แล้วมันเรื่องอะไรกัน เรื่องอะไรที่ต้องมานั่งเศร้าแบบนี้ แล้วมันเรื่องอะไรกัน
ที่เขาจะต้องปล่อยให้ร่างสูงนั้นหายไปจากชีวิต
เขานี่มันท่าจะบ้าไปแล้ว นี่ถ้าเกิดชายหนุ่มหายไปจริง ๆ จะทำยังไง
"ไอ้พัดเอ้ย... ผู้ชายก็ผู้ชายวะ.. เพื่อนก็เพื่อน
ไม่สนแล้วเว้ย.." ร่างเล็กลุกพรวดพราด
รีบอาบน้ำแต่งตัว
ไม่ได้หรอก เรื่องอะไร เรื่องอะไรจะปล่อยไปง่าย ๆ ไม่เอานะ ไม่มีทางหรอก
ต้องรีบไป ต้องรีบไปคว้ากลับมา
เขารู้ใจตัวเองแล้ว มันไม่มากมายนักหรอก
แต่ว่า......ช่างมันเถอะ ต้องไปหาปราโมทย์
ต้องไป....มันคิดถึง... คิดถึงจะตายอยู่แล้ว
*************************
ร่างเล็กร้อนรน
จิตใจร้อนรุ่มไปหมด
อยากเห็นหน้าชายหนุ่มเหลือเกิน
ช่างมันอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
อยากงอนก็งอนไปเลย
อยากโกรธโกรธไป
ต้องง้อ..... ต้องง้อให้ได้
ร่างบางกระสับกระส่ายอยู่ในแท็กซี่
อะไรกันนักกันหนาวะ
มันจะติดอะไรกันนักกันหนา
"พี่... มันติดอะไรอ่ะ" ร่างเล็กเอ่ยถามคนขับ
เขารีบ รีบมาก ทนไม่ไหวแล้ว
บ้านปราโมทย์อีกไกล แต่ถ้าเขาไม่ได้เห็นหน้าปราโมทย์ตอนนี้มันไม่ไหว ไม่ไหวจริง
"เท่าไหร่พี่.." มือบางควักเงินมาจ่ายกับแท็กซี่
"เอาไปพี่ ร้อยนึง ไม่ต้องทอน" ร่างเล็กกระโดดลงจากรถ
ออกวิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง ต้องไปหาปราโมทย์ต้องไป
ต้องไปเดี๋ยวนี้ ดูเหมือนเวลามันเหลือน้อยทุกทีแล้ว เขาต้องไปหาปราโมทย์ให้ได้
จะไปอธิบาย จะไปง้อ ไปขอโทษ ร่างเล็กวิ่งไม่หยุดไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อย
ใกล้ถึงแล้ว ใกล้แล้ว
"เอี๊ยดดดดดดดดดด" เสียงรถยนต์เบรคกระทัน ก่อนจะตามมาด้วยเสียง ดังสนั่น
พัฒนาล่อยละลิ่ว
ด้วยแรงปะทะ
"กอล์ฟ....พัดอยากไปหากอล์ฟ..พัดอยากขอโทษ..แต่ว่า..แต่ว่า" ก่อนที่สติของร่างบางจะดับวูบลง
สำนึกสุดท้ายที่รับรุ้ เขาอยากเจอปราโมทย์เหลือเกิน แต่ไปไม่ได้ เขาไปไม่ได้แล้ว
**************************

โดย YellowDucky [30 ก.ค. 2551 , 21:59:00 น.] ( IP = 58.9.33.222 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 10

"กอล์ฟ..." เสียงหวานแผ่วคุ้นเคยดังอยู่ใกล้ ๆ
ปราโมทย์หันหลังกลับไปมองทันที
และเขาก็พบกับร่างบอบบางของคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจ นั่งอยู่ข้างเตียง
ใบหน้าสวยหวานซีดขาว ปราศจากสีเลือด
"พัด ...พัดมาได้ไงเนี่ย.." ดวงตาคมจับจ้องร่างบางอย่างรักใคร่
ไม่เคยมีสักวันที่ความรู้สึกของชายหนุ่มจะจางลงไป
ไม่มีสักวันที่เขาจะหยุดร้องไห้ให้กับร่างบางตรงหน้านี้ หลายวันมานี้เขาพยายามทำใจให้ได้แต่ว่า
ก็ไม่มีสักวันเลยที่เขาจะลืมพัฒนาได้
"พัดมาขอโทษกอล์ฟ...เราอย่าโกรธกันได้มั้ย" ดวงตากลมโตเศร้าสร้อย เสียงหวานเจือเสียงสะอื้น
"กอล์ฟไม่เคยโกรธพัดเลย... พัดนั่นล่ะอย่าโกรธกอล์ฟได้มั้ย" ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกว่าปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรง หยาดน้ำใสคลอที่หน่วยตา
เขาจะร้องไห้ไม่ได้อีกแล้ว ไม่อยากให้ร่างบางทุกข์ใจเพราะเขาอีก
ใบหน้าสวยหวานยิ้มละมุน มีแววของความโล่งใจ
ก่อนที่ริมฝีปากบางจะแตะเบา ๆ ที่หน้าผากของคนตรงหน้า ส่งยิ้มอ่อนหวาน
"พัดมาบอกเท่านี้ล่ะ" ใบหน้าหวานยิ้มละมุน
ก่อนจะเลือนหายไปท่ามกลางหมอกควัน
"พัดจะไปไหน พัด พัด" ชายหนุ่มตะโกนเรียกจนเสียงแห้ง แต่ไม่มีการตอบกลับมาเลยสักนิด

*****************************
"พัด อย่าไป พัด" ร่างสูงสะดุ้งตื่น นี่ชายหนุ่มเขาเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ดวงตาคมดูเวลาจากนาฬิกาที่หัวเตียง มันบอกเวลา 5 โมงเย็น
มือแกร่งยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ใบหน้า
"ติ๊ด ติ๊ด ตี๊ด" เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางบนโต๊ะหัวเตียงดังขึ้น
"ไอ้กอล์ฟ...ข้าโพดนะ..ไอ้พัดอยู่โรงพยาบาลเอ็งไปดูมันหน่อยได้มั้ย" เป็นเสียงพี่ชายฝาแฝดของพัฒนาที่โทรมาแจ้งข่าวกับชายหนุ่ม สีหน้าของปราโมทย์ซีดเผือด เมื่อกี้เขาฝัน ฝันถึงร่างบางนั้น
แต่ว่าเขาฝันไม่ดีเลย
ร่างสูงรีบ อาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างเร่งรีบก่อนจะมุ่งสู่โรงพยาบาลที่สมโภชน์พี่ชายฝาแฝดของพัฒนาแจ้งไว้
******************************
ปราโมทย์ยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างกระวนกระวายใจ
เขาถามจากประชาสัมพันธ์ว่าผู้ป่วยที่เข้ารักษาช่วงบ่ายนี้อยู่ที่ไหน ก็ได้รับคำตอบว่าอยู่ในห้องไอซียู
เขาจึงรีบเร่งมารออยู่ตรงนี้
จิตใจของเขาร้อนรุ่มไปหมด พัฒนาจะเป็นอย่างไรบ้าง ระหว่างทางเขาได้คุยกับข้าวโพดพี่ชายของพัฒนาก็ได้รับคำตอบว่าร่างบางนั้นออกจากบ้านมาหาเขา และถูกรถชนเข้า ตอนที่เขาได้ยินจากพี่ชายฝาแฝดของร่างบาง เขาตกใจจนแทบช็อค ถ้าพัฒนามาหาเขาจริง เขาก็เป็นต้นเหตุทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ชายหนุ่มแทบจะยืนไม่ติดกับที่
เดินวนไปวนมา เขากลัว กลัวเหลือเกิน
กลัวว่าร่างบางจะเป็นอะไรไป เขาคงทำใจไม่ได้
และโทษตัวเองตลอดชีวิต ชายหนุ่มนั่งภาวนา
ขออย่าให้คนที่เขารักเป็นอะไรเลย
**************************
"เป็นยังไงบ้างครับหมอ" ร่างสูงมีสีหน้าคร่ำเคร่งจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
"หมอขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ" คุณหมอพูดสั้น ๆ แต่มันมีผลให้ร่างสูงทรุดลงกับที่
ไม่จริง ไม่จริง ใช่มั้ย
ที่เขาได้ยิน มันต้องเป็นฝันร้ายแน่ ๆ ไม่จริง
ไม่จริง ไม่จริงงงงงงงงง
ปราโมทย์ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร
ไม่จริง ไม่จริง มันไม่ใช่ความจริง
มือเท้าของเขาเย็นเฉียบ
ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะยืนอยู่ ร่างสูงทรุดลงนั่งกับพื้นหน้าห้องฉุกเฉิน หยาดน้ำตาทะลักทะลายอย่างไม่อาจควบคุม
****************************

โดย YellowDucky [30 ก.ค. 2551 , 21:59:22 น.] ( IP = 58.9.33.222 : : )
[ 1 ] [ 2 ]


เข้าใจแล้ว
จดหมายจาก... : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเหมียว : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปของท่านนั่นแหละ : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
ข้อมูลเบื้องต้น :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด


[ Thaimisc.com | BBZnet.com | Be2Hand.com | O2blog.com | ManyFile.com | Pukpik.com | Free webboard | Free forums ]
Our services
ฝาก Server : colocation | co-location | colo
ซื้อ Server : server dell | ซื้อserver | ราคา server | dell server
ฝากเวบไซต์ : hosting | web hosting | windows hosting | hosting windows
E-commerce : เสื้อผ้า | เสื้อผ้าแฟชั่น