ABUSE REPORT!!! / แจ้งลบหน้าที่ไม่เหมาะสม close [x]
ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์

เมี้ยววววว



ติดต่อลงโฆษณา Tel. 02-630-9938


[Re-post] ปรัชญาช่างกลฯ ภาค ต้นสน - ภาคี (ครึ่งหลัง)




ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบ ยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ตอนแล้วเราก็รักกัน (ภาคเลิก)


"ไอ้สน...มึงจำพี่คีที่อยู่โยธาได้ป่าว...ที่หน้าโหด ๆ หล่อ ๆ อ่ะ" ไอ้ไก่นั่งสูบบุหรี่อยู่ข้างต้นสน

ไอ้พวกนี้มันแปลกสูบให้เปลืองเงินกันดีจริง ๆ เผาเงินเล่นกัน ดีที่ต้นสนไม่บ้าสูบตามไม่งั้นต้องเสียเงิน
ค่าข้าวแล้วต้องเสียค่าบุหรี่อีก

"ทำไม...มีอะไร" แค่ได้ยินชื่อภาคีต้นสนก็ร้อนใจ เกิดอะไรกับภาคีกัน

"ป่าวววววววววว ไม่มีอะไร..เมื่อก่อนกูเห็นเขานั่งสูบบุหรี่ข้างโรงฝึกทุกวัน แต่เดี๋ยวนี้กูเห็นเปลี่ยนไปหลับที่ข้างโรงฝึกแทน"
ไอ้ไก่ชี้แจงแถลงไข ให้ต้นสนได้เข้าใจ

นอนงั้นเหรอ...ทำไมภาคีมันต้องนอนด้วย
เท่าที่รู้
ภาคีมันเรียนภาคเช้า
แต่มันมาเฝ้าต้นสนตั้งแต่ตี 2
ตี 5 ครึ่งมันก็รับไปกินข้าว
แล้วมันก็นั่งรถแท็กซี่กลับตลอดเลย
เห็นบางทีมันก็พับเสื้อชอร์ปไว้
หรือว่ามันนั่งรถไปเรียนตอนเช้าเลย

ร่างบางนิ่งคิด ถ้าใช่ภาคีมันก็บ้าเต็มทีแล้ว
เท่ากับว่ามันนอนตั้งแต่บ่ายแล้วตื่นประมาณเที่ยงคืนหรือตีหนึ่ง
เวลาที่ไปทำอย่างอื่นก็หายไปงั้นสิ
ไอ้บ้าภาคี
มันมาหลอกให้ต้นสน พูดว่ารักมัน
มาตามเฝ้า
มาบังคับให้เป็นแฟนดื้อ ๆ
แถมยังมีอะไรกันไปแล้วซะอีก
แล้วภาคีมันก็บอกว่ามันไม่ใช่คนเบื่ออะไรง่าย ๆ ด้วย

"เฮ่อออออ" อัษฎาถอนหายใจ

"เป็นไรมึงวะไอ้สน...ง่วงเหรอมึง..." ไอ้ไก่หันหน้ามาถามด้วยความสงสัย

"เปล่า...ไม่มีอะไรว่ะ" ร่างโปร่งบางหันมาตอบเพื่อน

ไอ้บ้าภาคีเอ้ย
ก็รู้หรอกว่ามาจีบ แต่ก็ไม่เห็นต้องไปนั่งทรมานตัวเองแบบนั้นเลยนี่นา
ยังไงคงต้องคุยกันให้รู้เรื่องแล้วแบบนี้

"เฮ้ย...ไอ้สน...ขึ้นเรียนเหอะมึง...กูไปก่อนนะ" ไอ้ไก่เดินลิ่วไปที่แผนกของตัวเอง
และต้นสนก็คว้าเป้ เดินไปที่แผนกสารพัดช่าง
ระหว่างเดินก็คิดหาวิธีไปพลางว่าจะคุยกับภาคีคืนนี้ยังไงดี

***********************
"ต้นสน..เลิกเรียนหรือยัง" เสียงภาคีนั่นเอง

"เออ.....เดี๋ยวนะอย่าเพิ่งวาง...ตอนนี้อยู่ไหน..." อัษฎาเดินไปที่ป้ายรถเมล์
เรียนเสร็จต้นสนต้องรีบกลับบ้าน
ไปนอนพักผ่อนเพื่อจะได้เข้างานกะดึกต่อ
จึงจะได้นอนอีกครั้งตอน หกโมงครึ่ง จนถึงเที่ยง

ถ้าเขาคำนวณไม่ผิด
ภาคีเลิกเรียนเที่ยงถึงบ่าย
ช่วงเวลานั้นภาคีอาจจะกลับบ้านไปนอน
แล้วตื่นขึ้นมาช่วงประมาณหกโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม
เพราะภาคีจะโทรมาถามเขาว่ากินข้าวหรือยัง เวลาประมาณ หกโมงครึ่งตอนเย็น
หลังจากนั้นเขาคิดว่าภาคีน่าจะนอนต่อไปจนถึง เวลาประมาณเที่ยงคืนหรือตีหนึ่ง
แล้วก็ออกจากบ้านมาซื้อบุหรี่ตอนตี 2 นั่งอยู่อย่างนั้นจนถึง เวลาไปกินข้าวพร้อมกัน
แล้วภาคีก็คงไปเรียนต่อในตอนเช้าแน่ ๆ
แต่ยังไงคนที่ไม่เคยตื่นนอนผิดเวลา ก็คงจะต้องเพลียกันบ้างล่ะ เพราะปรับเวลาไม่ถูก

"พี่อยู่บ้าน...กำลังจะไปเตะบอล" ภาคีตอบกลับ
นี่คงเป็นครั้งแรกล่ะมั้ง ที่ต้นสนเริ่มคุยกับเขาแบบยาว ๆ ทางโทรศัพท์

"ตั้งแต่เมื่อวานถึงวันนี้ทำอะไรบ้าง..." ต้นสนเอ่ยถามภาคี

"เมื่อวานก็ไปกินข้าวกับต้นสนแล้วพี่ก็ไปเรียน แล้วก็ไปซื้อของให้แม่ต่อ
แล้วก็โทรหาต้นสนตอนเย็น
แล้วก็ไปเตะบอลต่อ ....
กลับบ้านมาก็อาบน้ำ
แล้วก็เขียนแบบตอน 3 ทุ่ม
แล้วก็นอน.....ต้นสนมีอะไรเหรอ" ภาคตอบกลับ
"นายนอนวันละกี่ชั่วโมง....." อัษฎาเริ่มคำถามใหม่

"ทำไมเหรอ...มีอะไรหรือเปล่า" ภาคีเริ่มกังวล เขาไปทำอะไรไม่ดีไว้หรือยังไงกัน

"นายนอนวันละกี่ชั่วโมง...." ต้นสนถามย้ำอีกครั้ง

" 8 มั้ง คนเราต้องนอนวันละ 8-10 ชั่วโมงนะ..."

แค่ได้ฟังคำตอบต้นสนก็กดวางสายทันที
สร้างความงุนงงให้กับภาคีเป็นอย่างมาก
และเมื่อเขาโทรกลับ
ซ้ำหลายครั้ง
ต้นสนก็ไม่รับสายอีก
และในครั้งที่ 12 ต้นสนก็ปิดโทรศัพท์
นั่นยิ่งสร้างความกังวลให้กับภาคีเพิ่มขึ้น
ต้นสนโกรธเขาเรื่องอะไรกัน
เขาไม่เข้าใจ

***************************

โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:44:34 น.] ( IP = 125.24.113.4 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 1

เมื่อวานถึงวันนี้เต็มที่ก็นอน 2-3 ชั่วโมง
แล้วยังมีหน้ามาบอกว่านอนวันละ 8-9 ชั่วโมงอีก
โกหกชัด ๆ
ทำไมต้องโกหกด้วย
เรื่องแค่นี้ทำไมต้องโกหก
ต้องทำให้เขาเป็นห่วงด้วย
ต้นสนปิดโทรศัพท์ไปแล้ว
ด้วยความโมโห
โทรมาอีกก็จะไม่รับ
จะไม่คุยด้วยอีก

ร่างโปร่งเดินลิ่วเข้าบ้าน
ก่อนจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า
แล้วก็เข้านอน
ข่มตาให้หลับลงอย่างลำบาก
แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องนอน
เขาก็ข่มตาให้หลับได้ไม่ยากนัก

************************
ภาคีแค่อยากจะถามว่า ต้นสนถึงร้านหรือยัง
แต่เขากดโทรศัพท์จนมือจะหักแล้ว
แต่ต้นสนไม่ยอมรับโทรศัพท์เขาเลย
แถมปิดเครื่องไปเสียอีก

เขาจึงมาดักรอต้นสนที่หน้าร้าน ด้วยความกังวลใจ
และเมื่อเห็นต้นสนเดินมา

ร่างโปร่งบางไม่ยอมมองหน้าเขาเลยสักนิด
แค่เห็นเขายืนอยู่
ต้นสนก็เมินหน้าหนี
นี่เขาทำอะไรผิดกัน

อยากจะเข้าไปถามแต่ยังไม่ถึงเวลา
ต้นสนต้องไปเช็คของ
ต้องไปทำงาน
คนเข้าร้านหลายคน
เขาไม่กล้าไปรบกวนต้นสน
ต้องนั่งรอ จนกว่าคนในร้านจะซาลง

และเวลา
02.00 น. ภาคีก็เข้ามาในร้าน
และพูดประโยคเดิม ๆ

"บุหรี่หนึ่งซองครับ....."

"สูบทำไมนักหนาบุหรี่....พวกชอบเผาเงินเล่น...รวยนักหรือไง" ต้นสนพูดเสียงดังให้ภาคีได้รู้

ร่างสูงนั้นหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนจะเดินไปหยิบหมากฝรั่งขึ้นมาหลายซองแล้วก็นำมาคิดเงินหน้าเคาร์เตอร์

"บุหรี่ไม่เอาแล้วครับ...หมากฝรั่งแล้วกัน" ต้นสนยืนคิดเงินใบหน้างอหงิก
อารมณ์โมโหยังไม่จาง

อยากจะกระชากคอเสื้อมาถาม
ว่าเป็นอะไรนักหนา
ทำไมต้องทรมานตัวเองด้วย
แต่อยู่ระหว่างทำงาน ..... ทำให้ทำอย่างนั้นไม่ได้
รอให้เลิกงานก่อนเถอะ
คงต้องเจอกันหน่อยแล้วแบบนี้
ภาคีเดินหน้าเสียออกไปนั่งอยู่นอกร้าน
วันนี้เขาไม่ได้จุดบุหรี่สูบเหมือนทุกวัน
แต่เคี้ยวหมากฝรั่งอย่างเอาเป็นเอาตาย

10 ซองก็เคี้ยวทั้ง 10 ซองเลย
เขาอยากสูบบุหรี่มาก
ทุกวันเวลานี้เขาต้องได้สูบ
แต่วันนี้เหมือนเขาฝืนตัวเอง
จะเดินเข้าไปซื้อหลายครั้ง
แต่ต้นสนต้องว่าเขาแน่ ๆ
แต่เขาอยากสูบมาก จะทำยังไงดี
ภาคีได้แต่เคี้ยว เคี้ยว เคี้ยว หมากฝรั่งจนครบ 10 ซอง
รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

***************************
ตีห้าครึ่งต้นสนก็เดินออกจากร้าน
และภาคีก็เดินนำให้มากินข้าวที่ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง


"ต้นสน...กินอะไรดี...." จากไม่เคยพูดเขาก็ต้องคิดหาเรื่องมาพูดให้ได้

ร่างโปร่งบางตรงหน้ากำลังโกรธเขาอยู่
โดยที่เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร

"เอ่อ...ผัดกระเพราปลาหมึกก็อร่อยดีนะ...พี่กินแล้วก็อร่อยดี...เอ่อ..แล้วก็ต้นสนกินผัดบวบสิอร่อยดีนะ"

ภาคีคิดหาเรื่องที่จะพูด แต่เขากับต้นสนก็ไม่เคยคุยอะไรกัน
แล้วเขาจะคุยอะไรดี

"แล้วก็เอ่อ...โทรศัพท์เสียเหรอ..ต้องส่งร้านซ่อมหรือเปล่า...แล้ว.."

ยิ่งคิดจะพูดยิ่งไม่รู้จะพูดอะไรไปกันใหญ่
จนที่สุดก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

ต่างคนต่างก็นั่งเงียบ

โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:45:58 น.] ( IP = 125.24.113.4 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 2

"นอนวันละกี่ชั่วโมง...." ต้นสนถามคำถามเดิมที่ถามเมื่อช่วงเย็น

"ตั้งแต่เมื่อวานถึงตอนนี้ ได้นอนข้างโรงฝึกแป๊บหนึ่ง...แล้วก็ยังไม่ได้นอนเลย..."
ร่างสูงก้มหน้าถอนหายใจ
เรื่องนี้แน่ ๆ ที่ต้นสนโกรธเขา
ถ้าลองถามย้ำ หลายครั้งแบบนี้ก็ใช่แน่

"ไม่ต้องมาเฝ้าอีกแล้ว....เลิกมาเฝ้าผมได้แล้ว..." ต้นสนตักข้าวเข้าปาก พูดด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด

ภาคีเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ
ต้นสนรำคาญเขางั้นเหรอ
"ทำไม..." ภาคีพูดเสียงเบา จนแทบไม่ได้ยิน
รู้สึกชาวูบไปถึงปลายเท้า
ต้นสนขอเลิกกับเขางั้นเหรอ

"แล้วเลิกได้มั้ยบุหรี่....ยิ่งสูบก็ยิ่งเปลืองเงิน...."
ต้นสนพูดโดยไม่มองหน้าของภาคีเลยสักนิด

"เลิกบุหรี่แล้ว...มารอสนได้อีกมั้ย...สนไม่ชอบพี่ไม่สูบก็ได้...แต่พี่ยังมากินข้าวกับสนได้มั้ย..."
ภาคีที่ไม่เคยพูด
กลับพูดได้น้ำไหลไฟดับในวันนี้เอง

"มากินข้าวด้วยได้....แต่ไม่ต้องมาเฝ้าอีก...ไม่ได้หายไปไหน..."

อะไร..ภาคีมันทำหน้าตาตื่นเพราะอะไร
ต้นสนแค่จะบอกว่า
ไม่ต้องมาซื้อบุหรี่ตอนตี 2 แล้ว
รีบ ๆ เลิกไปเลยก็ดีบุหรี่น่ะ มันเปลืองเงิน
....แล้วก็เอ่อ....สูบมาก ๆ มันก็ไม่ค่อยดีกับร่างกายด้วย
....แล้วยังอดนอนอีก...ร่างกายมันจะไม่ไหวเอาน่ะสิ....
ถ้าจะมาก็ให้มาตอนเช้า
แล้วไปกินข้าวพร้อมกันเลย
จะได้ไปเรียน
แล้วตอนกลางวันค่อยไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกันก็ได้

แล้วมันเป็นอะไร
ทำหน้าอย่างกับคนจะร้องไห้
เขายังไม่ได้ด่าอะไรสักคำ
"โกรธพี่มากมั้ย....ต้นสนจะเลิกกับพี่เหรอ..." ภาคีก้มหน้านิ่ง
ต้นสนคงยังโกรธเรื่องที่เขาทำเลวไว้กับต้นสนอยู่
แล้วก็คงรำคาญที่เขามาตามตอแย

"อะไรนะ...พี่คีจะเลิกกับผมเหรอ..."

ต้นสนเงยหน้ามองร่างสูงนั้นอย่างเอาเรื่อง
แค่บอกว่าสูบบุหรี่แล้วเปลืองเงินมันถึงกับจะเลิกเลยเหรอ

"ต้นสนอ่ะดิ...จะเลิกกับพี่อ่ะ...พี่ขอโทษต้นสน..พี่ขอโทษ" จากหน้าซีด ๆ หน้าภาคีหมองลงไปถนัดตา

"พี่คีนั่นแหละจะเลิกกับผมใช่มั้ย....หาเรื่องเหรอวะ..."
ต้นสนเริ่มโมโห เขายังไม่ได้พูดสักคำว่าจะเลิกแล้วนี่อะไรเนี่ย

"ทำไมต้องเลิก...." ต้นสนตะคอกถามร่างสูงเม้มปากแน่นอยู่ฝั่งตรงข้าม


"ต้นสนโกรธเรื่องที่พี่...ทำเรื่องนั้นไว้นะสิถึงจะเลิกกับพี่" "แค่บอกว่าสูบบุหรี่แล้วเปลืองตังค์เนี่ยนะจะเลิกเลยเหรอ"

ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกัน ก่อนจะหันไปมองหน้าของอีกฝ่าย

เรื่องวันนั้นงั้นเหรอ.....ภาคีพูดถึงเรื่องเมื่อวันนั้น
แค่คิดถึงเรื่องวันนั้นของเขาและภาคีในห้องเก็บอุปกรณ์ขึ้นมา ร่างบางก็หน้าร้อนผ่าว

เรื่องสูบบุหรี่แล้วเปลืองตังค์งั้นเหรอ
ภาคีนิ่งคิด ..... ต้นสนห่วงเขานี่นา .... ถึงจะบอกว่าเปลืองตังค์ก็เถอะ..
ร่างสูงยิ้มกว้างออกมา
ในขณะที่ต้นสนหน้าแดงจัด


แล้วเรื่องที่ห้องเก็บอุปกรณ์
ต้นสน.....ก้มหน้าหลบตาภาคีอยู่นี่นา
ต้นสนเขิน.....น่ารักเว้ย....น่ารัก

ภาคีได้แต่คิด แต่ไม่ได้มองหน้าร่างบาง
ต้นสนมองไปทางไหน
เขาก็มองสวนไปอีกทาง

ต่างคนต่างไม่เป็นอันตักกับข้าว
เหมือนใจจะตรงกันไปหมด

แม้กระทั่งกับข้าว
ก็จะตักจานเดียวกัน
แล้วก็เอาแต่นั่งเขินกันไปเขินกันมาแบบนั้น

ก่อนจะเข้าสู่สเต็ปเดิมคือจ่ายตังค์แล้วก็เดินกลับพร้อมกัน
"เอ่อสน...ถ้า..ถ้า..ไม่มาเฝ้าสน..แล้วพี่จะ...จะได้เจอสนตอนไหนล่ะ..." ภาคีเอ่ยถามระหว่างที่เดินเคียงข้างกันมาที่ทางเท้า

"กลางวัน..ไป..ไปกินข้าวด้วยกันก็ได้...แล้ว..แล้ว..ตอนเช้าค่อยมากินข้าวพร้อมกัน..จะได้ไม่ต้องเฝ้าอีก"
ต้นสนเกิดอาการพูดไม่คล่อง
ขึ้นมาพร้อมกันกับภาคีแบบกระทันหัน

แล้วต่างคนก็ต่างเงียบ

จนเมื่อเดินข้างกัน
อะไร อะไร ก็ดูเป็นใจไปหมด

เมื่อปลายนิ้วของทั้งสองแตะกัน

แต่ไอ้ครั้นจะผละจากก็ใช่ที่

จึงได้แต่ใช้ปลายนิ้วคล้องกันไว้อย่างนั้น

ต่างคนก็ต่างมองไปคนละทางด้วยความเขิน

แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา

วันนี้ภาคีและต้นสน..............ก็พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

****************************

โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:46:36 น.] ( IP = 125.24.113.4 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 3

ปรัชญาช่างกล ยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ตอนแล้วเราก็รักกัน (ภาค อัษฎา+ภาคี)

ต้นสนนั่งมองโทรศัพท์ในมือตั้งแต่เที่ยง
ไม่มีสายเรียกเข้ามาหาเลยสักครั้ง

จนตอนนี้เวลา เที่ยงคืน
ใกล้ได้เวลาที่จะต้องไปทำงานแล้ว

แต่ก็ไม่มีแม้แต่วี่แววของคนที่เคยโทรมาทุกวัน

ต้นสนยังคงมองโทรศัพท์ในมือ
และครุ่นคิด
เขาจะโทรไปดีมั้ย
โทรไปหาภาคีบ้างดีหรือเปล่า

รอหน่อยก็คงไม่เป็นไร เพราะยังไงภาคีก็ต้องมาซื้อบุหรี่ตอนตี 2

เมื่อเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง
มันก็ปาเข้าไปตี 4 แล้ว
แต่ไม่ปรากฎแม้แต่เงาของภาคี

************************
ต้นสนมองเก้าอี้หน้าร้านที่ภาคีเคยมานั่งทุกวัน
แต่วันนี้ภาคีไม่มา

เขาเดินไปกินข้าวที่ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง
ที่เดิม
สั่งผัดบวบมากินหนึ่งจาน
พร้อมกับผัดปลาหมึก

ข้าว.....ที่เคยกินทุกวันเริ่มไม่อร่อย

มือเล็ก ๆ ล้วงเข้าไปที่กระเป๋าเสื้อ และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา.....เขาจะโทรไปดีมั้ย...

และต้นสนก็ตัดสินใจเก็บโทรศัพท์เข้าในกระเป๋าเสื้อเหมือนเดิม
ก้มหน้าก้มตากินข้าว พยายามทำใจให้ลืม ๆ เรื่องของภาคีไปซะ

***************************
"ต้นสน....กินข้าวหรือยัง..." สายที่เรียกเข้ามาในตอนเย็นของอีกวันคือภาคี
อัษฎายิ้มอย่างดีใจ

ก่อนจะตอบกลับไปเหมือนเดิมว่า

"เออ......" แล้วปลายสายก็กดวางไป
อัษฎาแค่อยากจะถามว่า ภาคีหายไปไหนมา แต่ก็ไม่ได้ถาม
ครุ่นคิดติดสินใจอยู่นาน

ก่อนจะกดโทรหาภาคี

"แค่ก...แค่ก..พี่คี...ครับ.." ภาคีลุกขึ้นนั่ง...รับสายที่เรียกเข้ามาเมื่อรับรู้ว่าเป็นใคร
ต้นสนนั่นเอง

โกรธหรือเปล่าที่เมื่อเช้าไม่ไปรับมากินข้าวด้วยกัน
เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก
แค่พยายามจะเลิกบุหรี่ แต่ร่างกายมันเหมือนคนไม่มีแรง
แถมยังอดนอนมาหลายวันทำให้เมื่อเขาล้มตัวลงนอน
ก็หลับเป็นตาย
ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ก็ไม่ยอมตื่น

"บ้านอยู่ไหน..." ต้นสนเอ่ยถาม ภาคีคงไม่ค่อยสบาย เขาก็ต้องไปเยี่ยมตามมารยาท
เดี๋ยวจะถูกหาว่าเป็นคนใจดำ

"ซอยถัดจากหน้าโรงเรียน....ซอยที่สาม..เข้าซอยมา
บ้านหลังคาสีฟ้า.."

ปลายสายถูกตัดไปแล้ว
ร่างสูงล้มตัวลงนอนที่โซฟาชั้นล่างของบ้าน
เกือบหนึ่งทุ่มแล้วเหรอเนี่ย เขาต้องรีบนอนแล้วมั้ง

ฝ่ามือแกร่งเอื้อมหยิบเสื้อชอร์ปที่ปักป้ายสีฟ้า บ่งบอกแผนกสารพัดช่าง
บนกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายปักชื่อว่า อัษฎา และป้ายนามสกุลถูกเลาะออก แต่ปักด้วยตัวอักษรสีเดียวกัน ต่อท้าย ว่า ภาคี
เขาหยิบมาคลุมหน้าตัวเอง
และล้มตัวลงนอนที่โซฟาหน้าโทรทัศน์

*****************************
เสียงรัวกริ่งที่หน้าประตูบ้านทำให้ภาคีต้องตื่นขึ้น
และออกไปเปิดประตู ให้คนที่กดกริ่งเข้ามา

"ต้นสน......" แค่ได้เห็นหน้าของคนตรงหน้า ภาคีก็ดีใจ
ต้นสนมาได้ยังไงกัน

และร่างโปร่งบางก็ยื่นมือส่งถุงพลาสติกที่มีนมบรรจุใส่กล่องครึ่งโหลให้กับร่างสูง
ก่อนจะเดินผละจาก

แต่......

ฝ่ามืออุ่นร้อนนั้นรั้งเอาไว้
ดวงตาคมสบกับตากลมโตนิ่ง

ภาคีดึงแขนให้ต้นสนตามเข้ามาในบ้าน ......
และรินน้ำเย็นใส่แก้วส่งให้.....

ต้นสนรับมาถือไว้...และดื่มจนหมดแก้ว
ก่อนจะลุกขึ้นยืน
เตรียมจะกลับบ้าน โดยมีภาคีเดินนำไปส่ง
แต่ร่างโปร่งบางก็เหลือบไปเห็นของบางสิ่ง

เสื้อ.....ของใคร...ชอร์ปของใคร....ทำไมคุ้นตานัก

อัษฎา....นามสกุล...ภาคี

มีที่ไหนกัน เขาไม่ได้นามสกุลภาคีนะ

มือเล็ก ๆ เอื้อมลงไปหยิบเสื้อชอร์ปตัวดังกล่าวขึ้นมาดู

และ ภาคี .... ที่กำลังจะเดินออกไปส่ง ก็เหลือบเห็นพอดี

"เฮ้ยยยยยยยย " ร่างสูงรีบคว้าเสื้อตัวดังกล่าวเอาไว้
ก่อนจะเอาไปแอบไว้ด้านหลัง

".......เอามา.." ร่างโปร่งบางพยายามยื้อยุด ดึงเสื้อตัวดังกล่าวมาดูให้ได้

"กะ...ก็...เสื้อ...ชอร์ปธรรมดาไม่มีอะไรหรอก..สนอย่าใส่ใจเลย...กลับบ้าน..เอ่อ..กะ..กลับบ้านนอนดีกว่านะ..." ภาคีไม่ยอมให้ต้นสนดูเสื้อตัวนั้น

เสื้อชอร์ปที่เขาเปลี่ยนกันกับต้นสน ในโรงเก็บอุปกรณ์ ของที่เป็นความทรงจำระหว่างเขาและต้นสน

"เหรอ..." ต้นสนเดินออกไปในทันที เมื่อภาคีไม่ยอมให้ดูเสื้อตัวดังกล่าว

ภาคีรู้ว่าต้นสนไม่พอใจมาก....เขาเดินตามออกมา ทันได้ลัดหน้าคนตัวเล็กกว่าไว้

ก่อนจะยอม...ยื่นเสื้อในมือส่งให้

อัษฎา......ภาคี
แผนกสารพัดช่าง.....
เสื้อของต้นสนนั่นเอง

แล้วไปเลาะนามสกุลออกทำไม.....ไอ้ภาคี...ไอ้บ้า.....มันทำเหมือน..
ป้ายวันแต่งงาน ที่ชื่อคนแต่งจะถูกเขียนด้วยกัน

มือเล็ก ๆ ยื่นเสื้อคืนให้กับภาคีแล้ว
ก้มหน้าก้มตาเดินออกจากบ้าน
และก็เผลอยิ้มออกมา

พอกับที่ภาคีเมื่อปิดประตูเดินเข้าบ้านแล้ว
ก็เดินตาลอย ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความอาย....ต้นสนจะว่าเขาต๊องมั้ย...ที่ทำแบบนี้

ภาคีเดินมาล้มตัวลงนอนที่โซฟา
คลุมหน้าด้วยเสื้อชอร์ปตัวนั้น

ตีห้าครึ่ง เขาต้องไปรับต้นสนมากินข้าวเช้า
ตอนนี้เขาคงต้องนอนหลับ.....ให้ลง
ต้องข่มหน้าให้หุบยิ้มให้ได้

แต่ยังไง ๆ คืนนั้นทั้งคืน
ภาคีก็เลิกหุบยิ้มไม่ได้เสียที

*****************************

โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:47:24 น.] ( IP = 125.24.113.4 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 4

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ตอนแล้วเราก็รักกัน (ภาคผัดกระเพราปลาหมึก)

"โหย...อะไรมันจะซวยขนาดนี้วะ..." ต้นสนอยากจะเอามือเขกหัวตัวเอง
เมื่อพบว่าลืมกุญแจบ้านไว้ภายในบ้าน
และวันนี้ ทรายน้องสาวของเขาก็พาน้องสาไปบ้านย่าที่ต่างจังหวัด
แล้วจะเข้าบ้านยังไงเนี่ยต้องนอนหน้าบ้านหรือไง
จะให้ทุบกุญแจงัดประตูบ้านก็ไม่คุ้มกันอีก ต้องไปซื้อแม่กุญแจใหม่สิ้นเปลืองกันพอดี
แล้วนี่จะเอาไงดี วันนี้เป็นวันหยุด
ขอแลกกะกับอีกคนหนึ่งเสียด้วย จะไปทำงานที่ร้านสะดวกซื้อทั้งอย่างนี้ดีหรือเปล่าเนี่ย ไม่แลกกะแล้ว
แล้วเมื่อเช้าแทนที่จะเอากระเป๋าตังค์ออกมา ดันหยิบตังค์มาแค่พอค่าข้าว กับค่ารถเมล์
คิดว่าจะซื้อข้าวมากินแล้วก็นอนให้ฉ่ำใจ
หลับให้พอเสียอีก
แต่เมื่อมายืนอยู่หน้าบ้านก็ปรากฎว่าลืมกุญแจบ้านเสียอีก
มันน่าฆ่าตัวตายจริง ๆ แล้วคืนนี้จะไปนอนที่ไหนดีละเนี่ย

"ต้นสน..กินข้าวยัง..." เสียงของภาคีนั่นเอง เวลา หกโมงเย็นต้องโทรมาหาต้นสนเพื่อถามว่ากินข้าวหรือยัง

"โอ้ย...จะกินได้ไงลืมกุญแจบ้านเนี่ย...เข้าบ้านไม่ได้..แล้วคืนนี้จะไปนอนที่ไหนวะเนี่ย.."
แทนที่ต้นสนจะบอกว่าเออเหมือนกับทุกครั้ง
คราวนี้กลับกลายเป็นการบ่นให้ภาคีฟังเสียยืดยาว

"มานอนบ้านพี่ก็ได้...แค่คืนเดียวเอง.." ภาคีตอบกลับอย่างมีน้ำใจ
ต้นสนกับเขาก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว

"จริงเด่ะ...ไปจริงนะเว้ย..." เหมือนสวรรค์มาโปรด
กำลังคิดว่าถ้าเกิดแบตโทรศัพท์หมดขึ้นมาจะทำยังไง โชคดีที่ภาคีโทรมาไม่อย่างนั้น
ก็ไม่รู้ว่าคืนนี้จะไปนอนที่ไหนดีเหมือนกัน

"ครับ..." ภาคีตอบรับนึกขำกับต้นสนเหมือนกัน ทีเวลานี้คุยกับเขาคล่องเชียวนะ

"เอองั้นเดี๋ยวไป..." ต้นสนกดวางสายไปแล้ว และถือถุงข้าวผัดกระเพราปลาหมึกเดินออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปบ้านของภาคีต่อไป

***************************
ภาคียื่นแก้วน้ำให้กับต้นสน
ที่เข้ามาอยู่ในบ้านของเขาเรียบร้อยแล้ว
หลังจากร่างโปร่งบางนั้นตั้งหน้าตั้งตาตักข้าวเข้าปากจนหมดจาน
ไม่ได้สนใจว่าภาคีจะนั่งมองอยู่หรือไม่
คงจะหิวมากเลยนะเนี่ย

ภาคีเดินมายื่นเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนหลังอาบน้ำให้กับร่างโปร่งบางที่รับน้ำมาดื่มจนหมด
และลูบท้องของตัวเอง
ก่อนจะเอื้อมรับเสื้อผ้าสำหรับใส่ผลัดเปลี่ยนอาบน้ำ

ภาคีบอกว่าพ่อกับแม่ไปไซด์งานที่สกลนครทำให้เหลือภาคีอยู่บ้านคนเดียว
แต่ต้นสนก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่นั่นเอง

ร่างโปร่งนำจานไปล้างและจัดเก็บให้อย่างเรียบร้อย
ก่อนจะเดินถือผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำต่อไป

แม้จะอยู่กันสองคน แต่ทั้งสองก็ไม่ได้คุยกันแม้แต่คำเดียว

**************************
"อื้อ..." ต้นสนบิดกายไล่ความเมื่อยขบ เวลาเกือบสองทุ่มเป็นเวลาปกติที่จะต้องนอนก่อนไปทำงาน
ทำให้ตอนนี้ต้นสนง่วงอย่างเหลือทน
แต่ก็ไม่กล้าบอกกับภาคีว่าอยากจะนอนแล้ว ไม่อยากจะรบกวนให้มาก
ได้แต่นั่งตาปรือ

ในขณะที่อีกคนกำลังง่วนอยู่กับการเขียนแบบ

แค่เห็นร่างบางในสภาพเสื้อยืดตัวเล็กที่สุดของเขาและกางเกงขาสั้นธรรมดา
แต่ความคิดของภาคีก็เลยเถิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
วันนี้ต้นสนน่ารักเหลือเกิน น่ารักจนแทบทนไม่ไหว
เขาจึงไม่พูดกับต้นสน เอาแต่อยู่อย่างเงียบ ๆ
ทำทีเป็นไม่สนใจร่างโปร่งบางที่นั่งห่างออกไปไม่ไกล
เขากำลังมีความรู้สึกบางอย่างกับต้นสน แต่เรื่องที่เคยทำไว้
ก็ทำให้ไม่กล้าแม้จะมองร่างโปร่งบางนั้นอีกเลย
ได้แต่ดึงความสนใจของตัวเองไปอยู่ที่งานเขียนแบบตรงหน้าให้หมด

*********************************
อ่ะ...โอยหัวจะติดพื้นอยู่แล้วเนี่ย
จะเขียนแบบอะไรนักหนาวะไม่นอนสักที
นี่มันจะเลยห้าทุ่มแล้วนะเนี่ย

ไม่ไหวแล้วโว้ย...ต้นสนแอบเอนศรีษะนอนลง
อย่างไม่นึกถึงความเกรงใจอีกแล้วตอนนี้
ง่วงจะตายแล้ว
นอนดีกว่า

ร่างโปร่งบางใช้แขนหนุนศรีษะและนอนลงบนพื้น
อากาศกำลังเย็นสบายแบบนี้
กินข้าวอิ่มแล้วก็นอนดีกว่า
หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนแล้ว

***********************

โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:49:06 น.] ( IP = 125.24.113.4 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 5

แม้จะแอบเหลือบมองต้นสนที่นั่งดูรายการโทรทัศน์อยู่
แต่เมื่อมีงานที่ต้องส่ง
จิตใจก็ไปจดจ่อกับการเขียนแบบเสียแล้ว
จนไม่ทันได้ดูเลยว่าต้นสนลงไปนอนกับพื้นโดยใช้แขนหนุนศรีษะหลับไปแล้ว

และเมื่อเสร็จจากงานตรงหน้าหันกลับไปมองต้นสนอีกครั้ง
ก็ต้องรีบลุกขึ้นยืนและเดินไปหาต้นสนทันที
ทำไมเขาแย่อย่างนี้
ปล่อยให้ต้นสนต้องมานอนที่พื้นอย่างนี้ได้ยังไง
ทำไมไม่รู้จักถามว่าง่วงหรือยัง
เขาน่าจะรู้ว่าต้นสนชินกับการนอนในช่วงเวลานี้มากที่สุดนี่นา
ภาคีละจากงานที่ทำเสร็จแล้ว
และเหลือบมองนาฬิกา

ห้าทุ่มกว่าแล้วนี่นา

"สน...สน..ไปนอนเถอะ.." ภาคีปลุกร่างบางให้ตื่นจากการนอน

ต้นสนลุกขึ้นนั่งและยืนขึ้นทันที

ได้เวลาทำงานแล้วนี่หว่า กี่ทุ่มแล้วเนี่ย ต้องไปทำงานแล้ว
ต้นสนที่มีจิตใจพะวงอยู่กับการทำงานรีบลุกขึ้นยืนเหมือนคนละเมอ
โดยลืมไปว่าวันนี้เป็นวันหยุด

"ไปไหนสน...ห้องนอนอยู่ทางนี้" เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกว่าเดินเซไปเซมา อย่างไม่รู้ทิศรู้ทางทั้งที่ตายังหลับอยู่
ภาคีก็หัวเราะชอบใจ
สนเวลาง่วงเป็นอย่างนี้เองหรอกเหรอ

"อ้าว...อะไรเนี่ย..อยู่ไหนวะเนี่ย.." ต้นสนหรี่ตาขึ้นดู และก็พบว่ามือของตัวเองถูกภาคีจับไว้แล้วก็จูงให้เดินตามเข้าห้องนอน

ร่างโปร่งบางก้มมองที่ข้อมือตัวเอง
สีผิวของภาคีเป็นสีเข้ม
ในขณะที่ผิวของต้นสนขาวเนียนตัดกันอย่างเห็นได้ชัด
ผิวแบบนี้แหละที่อยากได้บ้าง
ไม่ใช่ขาวซีดเป็นไก่ต้มอย่างนี้

แต่....เฮ้ย..นี่โดนจูงแขนอยู่นี่หว่า

กว่าต้นสนจะรู้สึกตัว ก็ถูกจูงเข้ามาในห้องนอนเสียแล้ว

"นอนฝั่งนี้แล้วกัน...เดี๋ยวตกเตียง.." ภาคีเอื้อมหยิบหมอนส่งให้กับร่างโปร่งบาง

แต่ตอนนี้ต้นสนนอนไม่หลับเสียแล้ว เหมือนร่างกายมันสั่งให้ตื่น
ถึงเวลาตื่นก็ต้องตื่น ก็เท่านั้นเอง

ภาคีไม่ได้ปล่อยมือจากข้อมือเล็ก ๆ ของต้นสนเหมือนจับแล้วก็แกล้ง ๆ ลืมไปซะ
ขืนมาทักกันก็เขินตายกันพอดี

"เอ่อ..." จะทักก็ไม่กล้าในเมื่อภาคีจับแขนของต้นสนเดินไปเดินมาอย่างนี้แล้วจะทักยังไงดี
เดี๋ยวได้เขินกันตายพอดี
"ง่า..คือ..." ทั้งที่พยายามจะหาข้ออ้างแต่ก็คิดไม่ออกเสียทีว่าจะบอกกับภาคียังไงจึงจะยอมปล่อยแขนต้นสนซะที

"........." ภาคีแกล้งทำหน้าไม่เข้าใจไปอย่างนั้นเอง เอียงคอมองร่างเล็ก ๆ นี้อย่างสงสัย

"ง่า..." ต้นสนไม่รู้จะพูดอะไรดี ยืนประจันหน้าอยู่กับร่างสูงที่สูงที่เลยหัวไปแล้ว และหน้าของอัษฎาก็มองเห็น
ไหล่กว้างของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเต็มตา

ภาคีเริ่มเขิน รู้ว่าต้นสนหมายถึงอะไรแต่ก็ไม่ได้ปล่อยมือ
ยังคงหันหน้าไปอีกทางทำเหมือนไม่เข้าใจอยู่อย่างนั้น
และต้นสนก็ไม่รู้จะทำยังไง เมื่อภาคีมองไปอีกทางต้นสนก็เลยมองสวนไปอีกทางทั้งที่แขนถูกจับอยู่อย่างนั้น
แต่ตอนนี้มือของภาคีเลื่อนมาจับที่มือเล็ก ๆ นั้นแล้ว และรับรู้ได้ว่ามือของต้นสนเย็นเฉียบแค่ไหน
ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างกันเลย เพราะมือของภาคีก็เย็นไม่แพ้กัน
แต่ต่างคนก็ยังไม่มีใครเอ่ยอะไรกันออกมา
จนเมื่อภาคีลองเสี่ยงดึงร่างเล็กกว่าเข้ามาในอ้อมแขนและกอดรัดเอาไว้
เขาถึงได้รู้ว่าต้นสนตัวสั่น
แต่ก็ยังยอมซบอยู่กับไหล่ของเขา ในขณะที่มือก็ยังจับกันอยู่

ต้นสนจะเข้าใจมั้ยถ้าภาคีจะพูดอะไรออกไป

"พี่....อยากกินผัดกระเพราปลาหมึกได้มั้ย..สนจะให้พี่กินมั้ย" เสียงกระซิบแผ่ว ๆ เป็นการชวนและขออนุญาต
ทำให้ต้นสนเข้าใจได้ในทันที

ทั้งเขินทั้งอาย แต่ก็ไม่สามารถทานทนต่อความรู้สึกของตัวเองได้

"ก็....ก็แล้ว...แล้วทำไม..ไม่กินล่ะ...ก็อยู่ตรงหน้าแล้วนี่" ต้นสนเข้าใจคำพูดของภาคีทันที แม้จะไม่กล้าตอบรับตรง ๆ
แต่ก็พอเดาความหมายได้
อายก็อายแต่ก็ยังแกล้งทำปากเก่งออกไป

"งั้นกินล่ะนะ..." ภาคีกดปลายจมูกเข้าที่ข้างแก้มของร่างในอ้อมแขน
ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่นี้เขาก็รู้แล้ว

ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาและต้นสน

****************************

โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:50:03 น.] ( IP = 125.24.113.4 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 6

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ตอนแล้วเราก็รักกัน (กอด)


แล้วไงต่อดี ในเมื่อต้นสนก็โอเคแล้ว จะรุกเร้าเลยดีมั้ย
หรือจะยังไงดี
ภาคียังคงกอดต้นสนอยู่อย่างนั้น
โดยไม่กล้าลงมือทำอะไรบุ่มบ่าม ก็ครั้งที่แล้วนั่น
มันเลวสุดขั้ว ชั่วสุดขีด
ทำให้ต้นสนต้องร้องไห้ คราวนี้ก็เลยรู้สึกเกร็ง ๆ กลัว ๆ ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก
ก็เลยได้แต่กอดต้นสนนิ่งอยู่อย่างนั้น

ครั้นจะให้ต้นสนลงมือเองก็คงไม่ไหว เพราะต้นสนก็เพิ่งเคยมีอะไรกับเขาคนเดียว
แล้วครั้งนั้นก็เป็นครั้งแรกอีกต่างหาก
แล้วจะทำยังไงดี

ภาคีค่อยโอบแตะสัมผัสมือเข้าไปภายในเสื้อนอน
และก็พบว่าต้นสนของเขาถึงกับสะดุ้ง
เมื่อฝ่ามืออุ่นร้อนสัมผัสลูบไล้เข้าสัมผัสร่างกายเรียบลื่นนั้น

ทั่วทั้งห้องเงียบสงัด จนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
ร่างโปร่งบางยังคงเอนซบอยู่กับร่างสูงอยู่

นี่เป็นครั้งที่สอง ที่ต้นสนกำลังจะทำอะไรแบบนี้
โดยที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่ค่อยแน่ใจ ว่าที่ทำลงไปจะดีหรือเปล่า

ฝ่ามืออุ่นร้อนเอาแต่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเนียนนั้นอยู่นาน
ไม่กล้าจะแตะต้องต้นสนสักที
น่าแปลก
สำหรับภาคีแล้ว
เขาก็เป็นคน ๆ หนึ่งที่เรียกได้ว่ามีคนมาพัวพันด้วยบ่อย ๆ จะด้วยอะไรเจ้าตัวเองก็ไม่ค่อยรู้นัก
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เคยมีอะไรกับผู้หญิงมานับไม่ถ้วนเหมือนกัน
และต้นสนก็เป็นผู้ชายคนแรกที่ภาคีแตะต้อง แค่อยากลองอะไรแปลก ๆ เพราะความคิดเลว ๆ ของเขา
ตอนนั้น
จากนั้นมาเขาก็ไม่มีตาจะไปมองใครได้อีกเลย ฟ้าคงส่งต้นสนมาปราบภาคีคนนี้ล่ะมั้ง

ภาคีถอนหายใจหนัก ๆ ทั้งที่กำลังกอดต้นสนอยู่
แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี ไอ้แต่ลูบไล้แผ่นหลังเนียนบางคนร่างเล็กกว่าไปมาอยู่อย่างนั้นไม่ได้ลงมือทำอะไรสักที

***********************

ยืนกอดกันอยู่อย่างนั้นเป็นนาน
แล้วภาคีก็เอาแต่ลูบหลังลูบไหล่ร่างบางอยู่อย่างนั้น
จนต้นสนแปลกใจ
ไม่ใช่ว่าจะกล้าหาญชาญชัยอะไรหรอก

แต่เริ่มเข้าใจความรู้สึกของภาคีหลังจากที่อยู่ด้วยกัน
เจอกันบ่อย ๆ ก็พอจะอ่านความรู้สึกของร่างสูงนั้นได้บ้าง

ไม่ใช่ว่าเฉพาะต้นสนหรอกที่กลัว
แต่ร่างสูงที่โอบกระชับร่างบางไว้แนบอกนี้
ก็คงกลัวเหมือนกัน
แม้จะไม่พูด แต่ต้นสนก็พอจะเข้าใจ

แล้วถ้าต้นสนไม่พูดอะไรออกไป ภาคีก็คงไม่กล้าจะทำอะไรไปมากกว่ายืนกอดอยู่อย่างนี้แน่ ๆ

“ถ้าจะต้องฝืนกินผัดกระเพราเพราะพยายามจะชอบ...ก็อย่ากินเลยดีกว่า...ผัดกระเพราปลาหมึกจานนี้อาจจะไม่ถูกใจก็ได้”

ต้นสนแกล้งพูดทีเล่นทีจริง
มันไม่ต่างอะไรกับคำพูดยั่วยวนให้อีกฝ่ายกระทำตามที่ใจต้องการเลยสักนิด

แค่ได้ยินคำพูดของร่างในอ้อมแขน
ภาคีก็ค่อยโล่งใจขึ้น
เขากลัว แล้วก็กังวลจนเกินไป ในขณะที่ต้นสน...ยอมเทใจโอนอ่อนให้เขาจนหมดแล้ว
แล้วอย่างนี้เขาจะปล่อยช่วงเวลานี้ให้ผ่านไปทำไงกันล่ะ

*************************

ภาคีจูงมือร่างโปร่งบางมานั่งลงบนเตียง
แล้วก็คุกเข่าอยู่ตรงหน้า

จับมือเล็ก ๆ นั้นเอาไว้
และเงยหน้ามองร่างบาง

“ต้นสน...ถ้าเจ็บก็ต้องบอกว่าไม่เจ็บนะ” ภาคีเอ่ยบอกกับร่างบาง
แล้วต้นสนก็พยักหน้าอย่างอาย ๆ
ก็ดีเหมือนกัน
ไหน ๆ ก็จะเลยเถิดกันขนาดนี้แล้ว
ตกลงคุยกันแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน แม้จะเขิน ๆ อาย ๆ ไปบ้างแต่
ถ้าคุยกันอย่างนี้ก็คงดี โชคดีที่เป็นผู้ชายเหมือนกันเลยคุยกันได้ง่ายหน่อย

“พี่พอจะมีของช่วยลดความเจ็บปวดได้บ้าง...ใช้นะ..” ภาคีขออนุญาตร่างโปร่งบางที่นั่งหน้าแดงอยู่
เขากังวลใจมาก ยังไงถ้าจะทำอะไรอย่างนี้ก็น่าจะให้อีกฝ่ายไม่ต้องบาดเจ็บ
แล้วก็รู้สึกดีไปพร้อม ๆ กัน
ไม่อยากให้เหมือนข่มขืนต้นสนเหมือนคราวก่อนอีกแล้ว ไม่อยากเห็นต้นสนร้องไห้อีก

“ถ้า...ถ้าต้นสนไม่ชอบอะไร...ไม่พอใจอะไรต้องบอกพี่ทันทีนะ..พี่จะไม่ฝืนต้นสนเด็ดขาด...แล้วต้นสนก็อย่าฝืนรู้มั้ย” ภาคีนั่งคุยกับต้นสนอยู่อย่างนั้น

จากไม่เคยพูด
กลายเป็นว่าทั้งหลักการ ทฤษฎีต่าง ๆ ภาคีขุดยกมาจนหมด

และร่างโปร่งบางก็พยักหน้ารับอีกครั้ง
อย่างเขินอาย

ภาคีค่อยยิ้มได้
ภาคทฤษฎีคงจะหมดเพียงแค่นี้แล้ว
ตอนนี้ก็คงเหลือแต่ภาคปฏิบัติเท่านั้นเอง

*************************

โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:50:57 น.] ( IP = 125.24.113.4 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 7

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเองตอนแล้วเราก็รักกัน (ภาคพี่คี...)

เรื่องอย่างนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย ไม่ต้องเขินอายให้มากนักหรอกน่ะไอ้สนเอ๋ย
ต้นสนพยายามปลอบใจตัวเองและท่องเอาไว้ในใจว่าไม่มีอะไร ไม่มีอะไร
เรื่องนี้มันก็เรื่องธรรมดา
มันก็เหมือนกับกินข้าวอาบน้ำนั่นแหละ
ยังไงซะก็ต้องเรียนรู้เรื่องอย่างนี้เอาไว้ มันเป็นเรื่องปกติธรรมดา ตามที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้กับร่างกายมนุษย์
ต้องทำให้ได้ ต้องทำให้ดี เพราะอีกฝ่ายก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน
เรื่องแบบนี้มันก็เหมือนศักศรี
ถ้าลีลาไม่ดี ก็ถูกอีกฝ่ายข่มเอาได้ ต้นสนพยายามท่องคำพูดไว้ในใจซ้ำไปซ้ำมา


แต่เมื่อถูกสายตาคม ๆ ของอีกฝ่ายทอดมอง ก็ทำให้เริ่มคิดอย่างนั้นไม่ได้
ลมหายใจเริ่มติดขัด มือไม้พาลจะพันกันยุ่งไปหมด

ภาคีดึงมือเล็ก ๆ ที่เริ่มยุกยิก ไพล่กันไปไพล่กันมา นำมากุมเอาไว้
ก่อนจะยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากของตัวเองจูบประทับอย่างแผ่วเบา

และเริ่มไล้เลียปลายลิ้นไปมาตาม นิ้วเรียวของร่างบาง
เริ่มดูดดุนด้วยปลายลิ้น
ตั้งแต่นิ้วหัวแม่มือไล่ระเรื่อยไป
จนถึงนิ้วก้อย

ต้นสนยิ่งอายหนักเข้าไปใหญ่ เมื่อเผลอไปสบตากับร่างตรงหน้าที่กำลังปฏิบัติบางอย่างอยู่

และเมื่อภาคียื่นมือมาแตะที่ริมฝีปากของร่างบางให้ปฏิบัติตาม

ต้นสนก็เริ่มลังเลใจ
ก่อนจะค่อยไล้ปลายลิ้นตามอย่างที่ภาคีทำ
ลิ้นเล็กร้อนรุ่มไล้เรื่อยไปตามข้อนิ้วแข็งแกร่ง
ทั้งที่เขินอายแต่ก็อดยินดีไม่ได้ เมื่อได้รับ การอ้อนวอนด้วยการที่ร่างสูงนั้นทอดสายลงมาออดอ้อน

ในขณะที่ปลายลิ้นเล็ก ๆ ไล้เลียไปที่ปลายนิ้วของร่างสูง
ภาคีก็ค่อย รุกไล่สัมผัสไปที่ข้อมือบาง
ขบกัดไม่แรงนักแต่ทำให้เกิดร่องรอยได้ไม่ยาก

"โอ้ย.." ต้นสนถึงกับสะดุ้งเมื่อถูกกัดเข้าที่ข้อมือ
และทำท่าจะดึงแขนกลับ
แต่ร่างสูงก็ตามมาประกบริมฝีปากเข้ากับริมฝีปากแดงสดของร่างบางแทน
มือเล็ก ๆสองข้าง กำแน่นอยู่ระหว่างอก
และฝ่ามือแกร่งร้อนนั้นก็ดึงให้เปลี่ยนทิศทางให้กอดรัดที่เอวแกร่งเอาไว้

ผ่อนกายของร่างบางลงนอน

และเริ่มสัมผัสรุกไล่ไปที่ข้างแก้มเนียนใสและหน้าผากมน
นเวียนซ้ำกลับมาที่เรียวปากอิ่มงาม
เริ่มสอดปลายลิ้นเข้าหา

แม้ไม่เคยได้รู้ว่าการจูบต้องทำยังไง
แต่เมื่อร่างสูงสอนให้
ต้นสนก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งภาคีรุกไล้ปลายลิ้นดูดดุนพัวพัน
ร่างบางนั้นก็พยายามเรียนรู้การกระทำของอีกฝ่าย และปฏิบัติตาม

ส่วนแข็งขืนของสองร่างเสียดสีกัน
และเริ่มตื่นตัวขึ้นจนต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกได้

"อ๊ะ.." ต้นสนอุทานเสียงเบา เมื่อช่วงขาเรียวจับสัมผัสที่ตื่นตัวของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว

ริมฝีปากร้อนรุ่ม ผละออกทันที
ร่างสูงยิ้มยั่วใส่ตาร่างบางเบื้องล่าง

บ่งบอกให้รู้ถึงความต้องการและความปรารถนาที่เพิ่มขึ้นทุกที

ความเงียบงันเข้าครอบคลุม
จนแทบได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน

ฝ่ามือแกร่งลูบไล้เข้าหาผิวกายของร่างบางปลดเสื้อนอนออกให้
และปลดของตัวเองออกตาม

ต้นสนต้องรีบเบือนหน้าหนี
เมื่อสายตาประทะกับร่างแกร่งหนาตรงหน้า
และภาคีก็เข้าใจ ยิ่งต้นสนเขินอายเขาก็ยิ่งปรารถนาจะครอบครอง

ใบหน้าคมโน้มเข้าหาร่างกายของอีกฝ่ายอีกครั้ง
เริ่มระเรื่อยริมฝีปากไปตามซอกคอเนียน ฝากสัมผัสเอาไว้
และกลับไปหยุดที่เรียวปากอิ่มงามอีกครั้ง

ในขณะที่มือลากไล้ปลดพันธนาการเบื้องล่างของร่างบางออกจนหมด
และเริ่มกอบกุมส่วนกลางร่างกายที่แข็งขืนของร่างเล็กเอาไว้ในมือ

วนเวียนปลายนิ้วเข้าหา รับรู้ถึงแรงอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นของต้นสนที่มีต่อเขาไม่ต่างกัน

"อื้อ..." ทั้งที่ริมฝีปากถูกประกบปิดไว้อย่างแนบแน่น
แต่เสียงหวาน ๆ เริ่มครางเครือเนื่องจากอารมณ์ความรู้สึกกำลังประทุขึ้นตามอารมณ์
ที่ร่างสูงปลุกปั่น

บรรยากาศช่างแสนเงียบสงบ ไม่มีเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น
นอกจากเสียงของการดึงรั้งร่างกายที่ฝ่ามือแกร่งร้อนมอบให้กับร่างบาง
ไม่น่าเชื่อ ทำไม ทำไม มันถึงดังชัดเจน ได้ยินไปถึงไหนแล้ว
เสียงการเสียดสีระหว่างฝ่ามือของร่างสูงกับร่างกายของต้นสน

ใบหน้าเนียนขาว แดงซ่าน
ทุกสิ่งทุกอย่างได้ยินชัดเจนไปเสียหมด
ไม่ว่าจะเป็นการแนบชิดกันระหว่างริมฝีปาก
และการกระทำต่อร่างกายเบื้องล่าง

ทำไมถึงได้น่าอายอย่างนี้

ไม่ต้องให้พูดอะไรออกมา
ภาคีก็รู้ว่าต้นสนพร้อมที่จะปฎิบัติในขั้นต่อไปแล้ว
เขาเอื้อมหยิบบางอย่างที่หัวเตียงเทชโลมลงบนฝ่ามือ
ก่อนจะเริ่มต้นการปฏิบัติอีกครั้ง

โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:54:48 น.] ( IP = 125.24.113.4 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 8

แม้จะไม่รู้อะไร แต่ต้นสนก็ลืมตาขึ้นมอง
นั่นคือของที่ว่า....สินะ
แล้ว...แล้วนั่นก็กำลังจะ...จะทำ...ทำ
โอ้ยยยยยยย ไม่อยากจะคิด แค่คิดก็อายจะตายแล้ววววววว

ภาคีเหลือบเห็นตากลมโตที่หรี่ขึ้นมอง และก็รีบเอามือปิดหน้าด้วยความอาย
ร่างสูงก็ยิ้มอย่างชอบใจ น่ารักดีนะ ต้นสนเป็นแบบนี้

แต่จะน่ารักกว่านี้ ถ้ายอมส่งเสียงออกมา ไม่ใช่เอาแต่กลั้นเสียงไว้แบบนี้

ร่างสูงแทรกสอดปลายนิ้วเข้าหาช่องทางเบื้องล่าง อย่างเชื่องช้า
คงไม่ดีแน่ ถ้าจะสุ่มสี่สุ่มห้าสอดแทรกร่างกายเข้าไป
เหมือนคราวก่อน

ก็มีเพียงวิธีนี้ ที่ต้องทำ
เขาไม่อยากให้ต้นสนต้องร้องว่าเจ็บ ว่าไม่ หรืออย่า
เพราะเขากลัว....กลัวว่าจะยิ่งหยุดตัวเองไม่ได้

และก็ยิ่งทำให้ต้นสนต้องทรมาน
เรื่องอย่างนี้ถ้าไม่ทำต่อให้เรียบร้อยให้มีความรู้สึกดีที่สุดทั้งสองฝ่ายเห็นท่าจะไม่ดี

เรียวขาเนียนถูกถึงให้พาดอยู่ที่บ่าของร่างสูง
และช่องทางคับแคบเบื้องล่างกำลังถูกแทรกสอดด้วยปลายนิ้วแกร่ง

แม้จะไม่เจ็บมากนัก เหมือนคราวก่อน แต่มันก็ยังนับว่าเจ็บอยู่ดี
สำหรับต้นสนแล้ว เรื่องอย่างนี้ ร่างกายคงยังปรับตามสภาพให้เคยชินได้ยาก

"งือ..อืมมม" ร่างบางสะกดกลั้นเสียงร้องอย่างสุดความสามารถเมื่อร่างกายเบื้องล่างเริ่มรู้สึก
มันไม่เจ็บปวดอีกแล้ว
แต่กลายเป็นความรู้สึกที่น่าอาย เข้ามาแทนที่เมื่อปลายนิ้วแกร่ง ถูกแทรกเพิ่มขึ้น
วนเวียนจนทั่วภายในให้เปิดทางรับบางสิ่งที่กำลังจะถูกเปลี่ยนเข้าไปแทนที่
อย่างรวดเร็ว

"ง้าาา อ๊ะ.." ร่างบางแอ่นกายขึ้นเมื่อเริ่มถูกรุกล้ำแทรกสอด
ปรือตาขึ้นมองการกระทำของร่างสูงเต็มตา

และก็ได้เห็น แม้ไม่ชัดนัก

ส่วนนั้นของภาคีกำลังจมหายเข้าไปในร่างกายของตัวเอง

ได้ไง......เข้าไปแล้ว.....เข้าไปได้ยังไง....แต่มันเข้าไปแล้ว

โอ้ยยยยยยยย อาย ชะมัด นี่ต้นสนกลายเป็นผู้หญิงของภาคีไปแล้วหรือไง

ดวงตาคมสบกับดวงตากลมโตที่เหลือบมองเรื่องเหลือเชื่อนั้น
แล้วต้นสนก็เอนกายลงอีกครั้ง

อายจนไม่กล้ามองได้แต่ปล่อยให้ร่างสูงแทรกกายเข้าออกอย่างเชื่องช้า
พร้อมกับความรู้สึกต่าง ๆ
ที่เริ่มโถมกระหน่ำเข้ามา
ภาคีนิ่งเงียบ กัดฟันแน่น เมื่อได้รับสัมผัสลึกล้ำจากร่างเล็กที่เกร็งกายแน่นอยู่เบื้องล่าง

ต้นสนไม่ยอมส่งเสียงออกมาให้เขาได้ยินเลยสักนิด
แขนสองข้างถูกไขว้กันปิดบังใบหน้าของร่างบางจนหมด
เหลือเพียงริมฝีปากที่ขบแน่นและภาคีพอจะเห็นได้

ต้นสนคงไม่อยากให้เขาได้เห็นใบหน้าที่แสดงความรู้สึกออกมาจนหมดนั้น

แต่ถ้าไม่เห็นก็คงไม่ดี
เขาก็อยากเห็นใบหน้าสวยหวานของร่างที่กำลังครอบครองนี้แสดงความรู้สึกออกมาเหมือนกันนี่นา

ร่างสูงโน้มกายลง และช้อนแผ่นหลังเนียนขาวให้ตามขึ้นมาด้วย

"อ๊ะ...." เรียวแขนเล็กบาง เปลี่ยนมาโอบรอบคอร่างสูงอย่างอัตโนมัติ
และร่างกายก็ลอยขึ้นมาทาบทับร่างกายของอีกฝ่ายไว้แล้ว

ส่วนล่างตึงแน่นครอบครอบร่างสูงไว้จนหมด
ลึกล้ำมากกว่าเก่า

และภาคีก็ได้เห็นอย่างที่อยากเห็นจริง ๆ

ใบหน้าหวานซึ้ง ที่แดงซ่านและขบริมฝีปากระงับความรู้สึกซาบซ่านที่เขามอบให้
ทำให้ร่างสูงยิ่งนึกเอ็นดู
น่ารักจริง ๆ ต้นสนของพี่คี

จะกลั้นเสียงไปถึงไหนกัน
ร้องออกมาบ้างไม่ได้หรือไง หือ...

เสียงเนื้อกระทบกันจากการกระแทกกระทั้นร่างกายเข้าหากันด้วยความปราถนาของสองร่าง
ยิ่งสร้างความอายให้กับต้นสนเพิ่มขึ้น
เมื่อร่างสูงเร่งเร้าการแทรกกายขึ้น
และความรู้สึกเสียวซ่านก็ซึมอยู่ทุกอณูขุมขน
แม้จะพยายามกลั้นเสียงเอาไว้แค่ไหนแต่ก็เริ่มไม่เป็นผล
เนื่องจากต้นสนใกล้จะถึงที่สุดของความอดทนแล้ว

แทบจะกลั้นไว้ไม่ไหวอีกต่อไปถ้าไม่ได้รับการกระทำที่ร้อนแรงมากขึ้น

"พี่คี......อื้ออออออ" แม้ร่างกายเบื้องล่างจะปฏิบัติหน้าที่แทรกสอดอย่างชำนาญการณ์
แต่ร่างสูงนั้นกลับกระซิบด้วยน้ำเสียงแตกพร่าตามแรงอารมณ์ให้ร่างบางได้รับรู้

และเอ่ยซ้ำอีกครั้ง

"เรียกพี่คีหน่อย...ได้มั้ย..." เพราะต้นสนเอาแต่สะกดกลั้นความรู้สึกไว้อย่างนี้
เขาก็มีวิธีนี้วิธีเดียวให้ต้นสนเรียกชื่อเขาให้ได้

ด้วยการพูดชื่อตัวเอง ซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ อยู่กับใบหูเล็ก ของร่างบางที่เอาแต่กัดปากแน่น
แม้ว่าเขาจะแทรกสอดรุนแรงลึกล้ำขึ้นเพียงใด แต่ต้นสนก็ไม่ยอมร้องออกมา

ไม่เอา...ไม่เอา..ไม่อยากทำเรื่องน่าอายอย่างนี้
แต่ร่างสูงนั้นก็ยิ่งกลั่นแกล้ง
เมื่ออารมณ์ความรู้สึกใกล้จะถึงที่สุด

ภาคีกลับหยุดการกระทำไปดื้อ ๆ
จนต้นสนแทบทนไม่ไหว

และเมื่อเสียงกระซิบแตกพร่านั้นเอ่ยย้ำซ้ำอีกครั้ง
"พี่คี...ครับ...ช่วยสนไหนได้มั้ย..." ร่างสูงเอ่ยนำแกล้งให้อีกฝ่ายที่หอบหายใจหนัก
ใกล้ปลดปล่อยได้ทำอย่างใจ

"พี่คีครับ....ช่วยสนหน่อยได้ไหมครับ..." ภาคีเอ่ยซ้ำและหยัดกายขึ้นให้กระแทกเข้าที่ช่องทางคับแคบบีบรัดนั้นอีกครั้ง

จนร่างบางสุดที่จะทานทนอีกต่อไปแล้ว

"พี่........คี.ครับ...ช่วย...ช่วย..ด้วย...ช่วยสนด้วย...สนไม่..ไม่อยากหยุดแล้ว..ฮะ..อ่ะ อึก" ร่างบางสะอื้นไห้ออกมา
หากภาคีหยุดตอนนี้
คงต้องตายแน่ ๆ
หากไม่ทำต่อต้องตายแน่ ๆ ร่างบางซบหน้าลงกับไหล่กว้างพร้อมกับหยาดน้ำตาแห่งความปรารถนา
หลั่งริน

นั่นทำให้ภาคีไม่อยากกลั่นแกล้งคนรักอีกต่อไป

โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:56:10 น.] ( IP = 125.24.113.4 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 9

เริ่มจังหวะการแทรกสอดกายครั้งใหม่ ที่รุนแรงกว่า
และร่างเล็กเบื้องบนก็กดร่างทาบทับลงมา ตอบสนองได้อย่างรุนแรงมากขึ้น

"อ้า...อืออออออออ งะ อ๊า...อ่ะ..." ต้นสนไม่ได้กลั้นเสียงเอาไว้อีกต่อไปแล้ว

ความรู้สึกลึกล้ำถูกถ่ายทอดมากแค่ไหน
ร่างบางก็ครวญครางร้องขอได้มากเท่านั้น

ต้นสนไม่อยากได้รับความทุกข์ทรมานแสนหวานนี้อีกแล้ว
อยากจะปลดปล่อยเต็มทน

และเมื่อฝ่ามือแกร่งยกสะโพกมนให้ลอยสูงขึ้น
ถอนกายออกจนสุด

และปล่อยสะโพกเนียนขาวนั้นกระแทกซ้ำลงมาอีกครั้ง
จนจมหายในคราวเดียว
เมื่อต่างฝ่ายต่างเดินทางมาถึงจุดสุดท้ายของอารมณ์
ปลดปล่อยหยาดหยดที่ร่างกายกลั่นกรองออกมาจนหลั่งรินรดท่วมท้น
ไหลเอ่อปะปนกันไปหมด
ระหว่างสิ่งที่ร่างกายของร่างบางหลั่งทะลัก
และของร่างสูงที่เปรอะเปื้อนไปตามหน้าขาและท้องน้อย

ต่างคนต่างปลดปล่อยร่างกายออกมาไม่มีเหลือ

และซุกซบกันอยู่อย่างนั้น

มีเพียงเสียงหายใจหนัก ๆ ของสองร่าง
ที่หอบแข่งกัน
ทั้งมีความสุขอย่างลึกล้ำ
และทั้งอ่อนเพลียในเวลาเดียวกัน

ร่างบางเห็นจะแย่กว่าร่างสูงมากนัก
ซบหน้าลงกับไหล่กว้าง
หลับตานิ่ง
ยังหอบหายใจหนัก ๆ อยู่ เป็นนานกว่าจะปรับลมหายใจได้
"เรียกพี่คีนะ....ต่อไปนี้...เรียกพี่ว่าพี่คี...รู้มั้ย...ต้นสน" ร่างสูงกระซิบกับข้างหูของร่างบางเสียงแผ่วหวาน
และร่างบางก็พยักหน้ารับทั้งที่หลับตาอยู่

แม้ไม่ได้พูดกันสักคำในระหว่างการปฏิบัติเรื่องนั้น

แต่ความรู้สึกของสองร่างก็ถูกถ่ายทอดไปถึงกันได้
ร่างสูงผ่อนกายร่างบางลงนอน
และค่อยถอนกายออกอย่างเชื่องช้า

"อ่ะ...อือ.." เมื่อรู้ว่าสิ่งที่รุกล้ำได้ถูกถอนออกไปแล้ว
ร่างบางก็นิ่วหน้า

ริมฝีปากอุ่นร้อนแตะริมฝีปากเข้าหาเรียวปากอิ่มงามของร่างบางอีกครั้ง
และต้นสนก็ตอบสนองรับ

ทั้งที่ยังอ่อนเพลียจนแทบลืมตาไม่ขึ้น

และก็ต้องเบิ่งตากว้างทันที
เมื่อร่างสูงช้อนร่างกายโปร่งบางขึ้นไว้ในอ้อมแขนและอุ้มขึ้น

"ฮ่ะ...ไปไหน..ไม่เอา..ไม่เอาแล้วนะ" ร่างบางดิ้นรนจะลงเดินให้ได้
เมื่อร่างสูงแกร่งหน้านั้นพาเดินเข้าห้องน้ำ

"นอนไม่ได้รู้มั้ยต้นสน....คืนนี้ห้ามนอน" ใบหน้าคมยั่วเย้ากลั่นแกล้ง

และร่างโปร่งบางก็เบิ่งตากว้าง

"ทำไม..ไม่เอาแล้ว..ไม่เอา...ทำไมไม่ให้นอน..." ต้นสนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
แค่รอบเดียวก็เล่นเอาแทบลุกไม่ขึ้น แล้วนี่ยัง ยังจะ

"พี่ขอสั่งผัดกระเพราปลาหมึกจานที่สองแล้วกัน...จานเดียวไม่อิ่ม..พี่เป็นคนกินจุ" ภาคีเอ่ยยิ้ม ๆ
และไม่รอช้าให้ร่างบางต้องต่อล้อต่อเถียงอีก

เมื่อวางร่างเล็กให้ยืนได้ ก็เริ่มการ......กิน.......ผัดกระเพราปลาหมึกจานใหม่ทันที

*************************

โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:57:06 น.] ( IP = 125.24.113.4 : : )

ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 10

ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ตอนแล้วเราก็รักกัน (..เรื่องต่อจากนั้น) จบ

“ต้นสน....ต้นสน...ต้นสน..ต้นสน...ต้นสน...” ภาคีเรียกต้นสนซ้ำ ๆ กัน

จนอีกคนมองหน้า

“เป็นไร...เรียกอยู่ได้” มันก็ผ่านมานานแล้วนะที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
แต่ภาคีนับวันจะต๊องหนักขึ้นทุกวัน
แล้วนี่ก็มานั่งเรียกชื่อเขาซ้ำ ๆ แล้วก็มองหน้า ทำตาหวานซึ้งแบบนี้จะเอาอะไรล่ะเนี่ย

“อยากกินผัดกระเพราปลาหมึก...” ภาคีบอกกับร่างโปร่งบางและยิ้มกริ่ม

เมื่อหลายปีมาแล้ว
เขาเคยเล่นกับต้นสนด้วยประโยคบ้า ๆ พวกนี้
แล้วต้นสนก็จะอายทุกครั้ง ที่เขาพูด

หลายคนก็สงสัยว่าทำไม เขาเป็นคนไม่ช่างพูดช่างคุย แต่กับต้นสน กลับพูดได้พูดดีไม่มีหยุด

“บ้า.....” ต้นสนหลบหน้ามองไปอีกทาง

ก็ไม่เพราะไอ้เรื่องผัดกระเพราปลาหมึกนี่หรือไง ที่ทำให้เขาต้องเรียกภาคีว่าพี่คี
แล้วก็ไม่เพราะไอ้ผัดกระเพราปลาหมึกนี่หรือไง
ที่ทำให้เขาต้องทำเรื่องน่าอายขนาดนั้นไป จนท้ายที่สุด ก็มาได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับภาคีเนี่ย

แต่ก็ดีแล้ว....มันทำให้เขาและภาคีได้มีรหัสลับของกันและกัน
แค่คิดมันก็ตลกแล้วล่ะ

“อือ....อยากกินผัดกระเพราปลาหมึกจริง ๆ นะ...”

ภาคีเอนหัวซบกับไหล่ของคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่
วันนี้ต้นสนไม่ต้องไปดูแลร้าน
และสัญญาว่าวันนี้จะอยู่ด้วยกัน
หลังจากที่เขากลับจากไซด์งานที่อยุธยา
จะไปกินข้าวรำลึกความหลังกันที่ร้านข้าวต้มร้านเดิม

“อาบน้ำแล้วก็ไปได้เลย...อยากกินก็ไป..เร็ว ๆ” ต้นสนลุกขึ้นยืน ดึงให้อีกคนลุกตาม

“ไม่เอาแล้ว...กินกระเพราปลาหมึกจานนี้หมดก่อน...แล้วค่อยไป...” ภาคีดึงมือเล็ก ๆ ของต้นสนเอาไว้

ไม่ยอมให้ออกเดิน

“บ้าแล้ว....พอเลย...จะไปไม่ไปล่ะ...อุตส่าห์หยุดงานนะ...ร้านตั้งสองร้านเงินทองหายหมด...ยังจะอ้อนอีก...จะกินมั้ย...ไม่กินจะได้ไปนอน..”

ก็ทำขู่ไปอย่างนั้นแหละต้นสนน่ะ
อันที่จริงก็รู้อยู่หรอก ว่าห่างเหินเรื่องอย่างนี้ไปนาน
หลังจากที่ต่างคนต่างยุ่ง แทบไม่มีเวลาได้เจอกัน
เรื่องอย่างนั้นลืมไปได้สนิทใจ ......

ภาคีทำหน้าเศร้า เดินตามต้นสนมาอย่างว่าง่าย
เฮ่อ.....

ต้นสนคงจะเหนื่อยล่ะนะ
ถึงไม่ค่อยอยากทำ ช่างมันเถอะ
ก็เขาน่ะ....ทำทีไรไม่เคยหยุดได้ง่าย ๆ สักที เล่นกันยันเช้า แล้วต้นสนก็มานั่งบ่นนั่นบ่นนี่
ว่าเสียเวลาทำงาน เงินทองหายหมด แล้วเขาจะทำยังไงได้ล่ะ
มีแฟนเป็นคนบ้างานนี่นะ ก็ต้องทำใจแหละงานนี้

น่านนนนนนนนนนน ทำหน้าเศร้าอีกแล้ว พี่คี
ไม่รู้บ้างเล้ย
ว่าก็อยากทำเหมือนกัน แต่ว่า ขอกินข้าวให้อิ่มก่อนไม่ได้หรือไงกัน
ก็ทำทีมันถึงขนาดสว่างคาตาเลยนี่น่ะ
อย่างน้อยขอกินข้าวให้อิ่มจะได้มีแรงทำให้เยอะ ๆ ทำให้นาน ๆ สมกับที่ห่างเหินกันไม่ดีหรือไง

“งอนนะ...มีงอน..” ต้นสนพูดออกมายิ้ม ๆ เอ่ยแซวร่างสูงที่หยิบกุญแจรถแล้วเดินนำหน้า
แถมยังทำหน้าเศร้าอีก

“กินข้าวเสร็จก่อน...แล้วให้กิน......อย่างอื่น อีกหลาย ๆ จาน...เสริฟของหวานด้วย..จะเอาหรือเปล่า”
ต้นสนเอ่ยเสียงดัง
มองหน้าอีกคนอย่างท้าทาย

แค่ได้ยินภาคีก็ยิ้มได้ ของหวานเป็นต้นสนงั้นเหรอ.....
อ้าว..อย่างนี้เห็นต้องรีบกินข้าวให้อิ่มซะแล้ว

“ไปกันเร็วต้นสน...” ภาคีลากข้อมือเล็ก ๆ นั้นให้เดินลิ่วตาม

“อะไรเนี่ย...” ต้นสนตะโกนเสียงดัง เข้ามาอยู่ในรถกับภาคีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“พี่อยากกินของหวาน.....เร็ว ๆ” ภาคีกระซิบบอกกับร่างบางเสียงเบาแล้วก็หัวเราะออกมา

“โหยยยยยยย ไรว้า” ต้นสนก็ทำเป็นบ่นไปอย่างนั้นเอง

รู้อยู่หรอกว่างานนี้ ไม่มีรอดแน่ แต่ก็ยอมแล้วนี่ ทำไงได้ล่ะ

นอกจากต้องไปกินข้าวให้อิ่ม
แล้วก็มาให้อีกคนกินเป็นของหวานต่อ

เฮ่ออออออออออ
หยุดงานทั้งที เงินทองหายหมด
แต่ก็ต้องทำใจล่ะนะ เรื่องแบบนี้
ช่วยไม่ได้นี่ ก็รักไปแล้วอ่ะ
เนอะ..

*************************

โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 01:01:25 น.] ( IP = 125.24.125.176 : : )
[ 1 ] [ 2 ]


เข้าใจแล้ว
จดหมายจาก... : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเหมียว : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปของท่านนั่นแหละ : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
ข้อมูลเบื้องต้น :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด


[ Thaimisc.com | BBZnet.com | Be2Hand.com | O2blog.com | ManyFile.com | Pukpik.com | Free webboard | Free forums ]
Our services
ฝาก Server : colocation | co-location | colo
ซื้อ Server : server dell | ซื้อserver | ราคา server | dell server
ฝากเวบไซต์ : hosting | web hosting | windows hosting | hosting windows
E-commerce : เสื้อผ้า | เสื้อผ้าแฟชั่น