This is some default tab content, embedded directly inside this space and not via Ajax. It can be shown when no tabs are automatically selected, or associated with a certain tab, in this case, the first tab.
เมี้ยววววว
[Re-post] ปรัชญาช่างกลฯ ภาค ต้นสน - ภาคี (ครึ่งแรก)
ประเดิมเรื่องแรก...
ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ภาค ต้นสน - ภาคี (ตอน แล้วเราก็รักกัน)โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:09:20 น.] ( IP = 125.24.135.141 : : )
ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 1
ปรัชญาช่างกล ยามศึกเรารบ ยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ตอน แล้วเราก็รักกัน 1
ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะวะ
ว่าไอ้หน้ากระเทยแผนกสารพัดช่างมันจะไม่เคย
เห็นทั้งสถาบันเขาก็ลือกันไปทั่วแล้ว
ว่าถ้าเบื่อผู้หญิงให้ไปหาไอ้ สน แผนก สารพัดช่าง
ข่าวเขาก็ว่าไอ้หมอนั่นอ่ะ
เด็ดกว่าผู้หญิง คนที่ได้ลองแล้วต้องติดใจ
เพราะว่ามันยินดี เซอวิส ทุกขั้นตอน
ไอ้ตัวเขาเอง ก็ชักจะเบื่อ ๆ กับผู้หญิงที่เข้าหาเต็มทน
ทั้งให้ท่าทั้งอะไรสารพัดก็เจอมาหมดแล้ว
เสือกจะมาตายน้ำตื้น เพราะไอ้สน ซะได้
นี่ก็เดินหาจนจะทั่วโรงเรียนแล้ว
ไอ้บ้านั่นก็เอาแต่หนี หนี มาตลอดอาทิตย์นี้
ดักหน้าแผนกก็แล้ว ตามหามันตามตารางเรียนก็แล้ว
จนป่านนี้ยังไม่เจอตัวเลย
คิดแล้วอยากจะปล้ำให้หายดื้ออีกสักรอบ
นึกถึงหน้าหวาน ๆ ที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาแล้วร่างกายก็เหมือนจะตื่นตัวได้ตลอดเวลา
ไอ้บ้าเอ้ย ไม่เคยมีใครทำให้แทบคลั่งได้ขนาดนี้เลยนะ
แล้วหนีไปไหนเนี่ย
หนีไปไหน
อยากเห็นหน้าจะแย่แล้วนะ
*****************************
ไอ้สน....กูโคตรเจ็บใจแทนมึงเลยว่ะ......กูไม่นึกเลยว่าไอ้หมาแผนกเครื่องกลมันจะไปปล่อยข่าวแบบนี้
ร่างเล็กบางหันไปมองหน้าเพื่อน อย่างหมองเศร้า
เมื่อสองสามเดือนก่อน
ถูกเด็กแผนกเครื่องกลเรียกไปคุยด้วย
แต่ไป ๆ มา ๆ ไอ้หมานั่นกลับลากเข้าโรงฝึก ตอนไม่มีใครอยู่ แถมยังทำท่าหื่นจะปล้ำเขาให้ได้
โชคดีที่เอาไม้ตีหัวมัน แล้วหนีออกมาได้
แต่พอเช้าของอีกวัน
กลับปรากฏข่าวลือแปลก ๆ ว่า เขาไปมีสัมพันธ์สวาท กับ คนทั้งแผนกเครื่องกล
ลือกันไปปากต่อปาก
จนกลายเป็นว่า
เขาจะยอมนอนกับผู้ชายทุกคนที่เข้าหา
ถึงเจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะยิ่งแก้ตัวเรื่องมันก็ยิ่งไปกันใหญ่
กูก็ทำอะไรไม่ได้หรอก...ทนจนกว่าจะเรียนจบนั่นแหละ...
ร่างบางเครียดหนักขึ้นทุกวัน
บางครั้งเดินไปทางไหน
ไอ้พวกต่างแผนก ก็เข้ามาลวนลามบ้าง
บางคนผิวปากล้อเลียน ขอร่วมหลับนอนด้วยอีก
กลายเป็นตัวอะไรสักอย่างไปแล้ว
เพราะหน้าตาท่าทางบอบบางอ้อนแอ้น ที่เขาแสนจะเกลียดตัวเองแบบนี้
ทำให้ไอ้พวกหื่นกระหายแผนกอื่นมันอยากจะลิ้มลองเป็นที่สุด
แม่ง...อยากจะไปเอาเลือดไอ้หมานั่นออกจริง ๆ ถ้ามึงไม่ห้ามกูไปแล้ว ร่างแกร่งหนาของชายหนุ่มอีกคน
กำหมัดอย่างแค้นใจ
ไอ้สนมันเป็นคนดี ยิ่งเกิดเรื่องแบบนี้ยิ่งสงสารมัน
ความรู้สึกของเขานอกจากเพื่อนแล้ว
ก็ไม่เคยคิดเป็นอื่น
ถ้ามึงไปอัดกับมัน...พรุ่งนี้กูก็ไม่รู้จะถูกลือว่าอะไรอีก ร่างบางถอนหายใจ
ไม่อยากจะให้เพื่อนต้องไปหาเรื่องเจ็บตัว
เพราะตอนนี้ข่าวลือนั่นมันกลายเป็นเรื่องจริงเสียแล้ว
โดยที่เขาไม่มีทางปฏิเสธมันได้
ได้แต่เก็บความทุกข์ระทมใจไว้คนเดียวเงียบ ๆ
ความทุกข์ของ อัษฎา ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องถูกปล่อยข่าวลือ
แต่เป็นเพราะเขาไปพลาดท่าเสียทีให้กับหนุ่มแผนกโยธา คนนั้น
คนที่เขาจะไม่มีทางลืมไปตลอดชีวิต
ร่างบางหมองเศร้าลงทุกวัน
สิ่งที่ทำได้
ก็คือต้องหนีให้ห่างจากคน ๆ นั้นที่ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ ที่คอยตามราวีเขา
เหตุการณ์เย็นวันนั้นเขาไม่มีทางลืมได้เลย
มันกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทุกครั้งที่หลับตาลง
*********************
เฮ้ย....นายอ่ะ....ใช่สน..แผนกสารพัดช่างป่าว ฝ่ามืออุ่นร้อน กระชากแขนบอบบางของคนที่เดินอยู่ให้หันมามองหน้าเขา
เพราะขี้เกียจกลับบ้าน
เลยนั่งสูบบุหรี่ข้างโรงฝึก เย็นป่านนี้แล้วคิดว่าไม่น่ามีใครแล้ว
แต่เหลือบไปเห็น ร่างเล็ก ๆ บาง ๆ ของใครสักคนเดินลิ่วอยู่
นั่นใช่ไอ้สน คนดังแห่งแผนก สารพัดช่าง แน่ ๆ
เบื่อเหมือนกัน ชวนมันมาทำอย่างว่าแก้เบื่อดีกว่า
ท่าจะไม่ปฏิเสธหรอก มันอาจอยากได้บรรยากาศตื่นเต้นบ้างแหละวะ
อยากลองกับผู้ชายดูเหมือนกัน ที่ว่าลีลาเด็ดเนี่ยมันจะสักแค่ไหนกัน
มีคนบอกว่า
ไอ้สนเนี่ย มันชอบแบบรุนแรง
ถ้าอยากได้
ให้ทำตัวหื่น ๆ หน่อย ทักดี ๆ มันไม่ค่อยชอบ
ก็เลยอยากเอาใจมันหน่อยตามข่าวที่เขาว่าไว้
และที่สำคัญถ้ามันแกล้งทำเป็นดิ้นรน ก็ให้ลากได้เลย มันจะชอบเป็นพิเศษ
เขาก็เลยต้องทำตามซะหน่อย
ใช่แล้วจะทำไม.... ร่างบางสะบัดออก ตั้งท่าจะเดินหนี
ตัวแม่งใหญ่ยังกะตึก
ชกกับมันตัวต่อตัวสงสัยไม่รอด
โดนซ้อมแพ้หลุดลุ่ยแน่แบบนี้
เสือกลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่ลิ้นชักโต๊ะอีก
ซวยจริง ๆ เย็นป่านนี้แล้ว
นึกว่าจะไม่มีใครเหลืออยู่
ดันมาเจอไอ้หน้าหื่นนี่ได้
อยากนอนด้วยอ่ะ....ไปด้วยกันหน่อยสิ....โรงฝึกไม่มีใครมาใช้หรอกป่านนี้แล้ว..ไปเหอะ
คำพูดตรง ๆ แบบไร้เหตุผล เป็นคำพูดของชายหนุ่มร่างสูงที่ยังคาบบุหรี่ไว้ในปากคนนี้
เล่นเอา ร่างบางเลือดขึ้นหน้า
ไม่ใช่ไอ้ตัวนะเว้ย
ถึงจะมาพูดแบบนี้ด้วยได้
ไปบอกพ่อมึงเหอะแบบนี้อ่ะ มือเล็ก ๆ ปล่อยหมัดขวาตรงเข้าหาร่างสูงกว่านั้นทันที
เฮ้ยอะไรวะ...ชวนแค่นี้เล่นถึงพ่อเลยเหรอ ร่างสูงไม่ระบุชื่อ หลบได้ทัน
และชักมีดพกเล็ก ๆ ออกมา
ก่อนจะจ่อที่คอของอีกคน
โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:12:19 น.] ( IP = 125.24.113.31 : : )
ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 2
ไม่อยากเล่นแรง ๆ นะ .... ไม่นึกว่าจะชอบแบบรุนแรงขนาดนี้ ชายหนุ่มที่ปกเสื้อชอร์ปปักสีเขียนอันเป็นสัญลักษณ์ของแผนกโยธาเอ่ยขึ้น แค่เอาไว้ขู่เท่านั้น
ไม่ได้กะจะเล่นบทโหดหรอก
แต่ขี้เกียจจะต้องชกกับไอ้หมอนี่ สงสัยจะโดนแบบแรง ๆ มาเยอะ วันนี้คงต้องทำแบบเบา ๆ
เผื่อมันจะได้ติดใจ
ร่างบางชะงักนิ่ง ไม่กล้าขัดขืน
ดวงตากลมโตแข็งกร้าว
ต้องจำใจเดินตาม
ที่ ๆ ร่างสูงพาไป
แม้จะฮึดฮัดพยายามจะสู้หลายครั้ง
แต่คมมีดที่กดเข้ามา ทำให้ไม่กล้าขยับ
ห้องนี้ดีกว่า....ปัด ๆ หน่อยคงใช้ได้...ไม่มีใครเข้ามาใช้แล้วแหละ..ชอบมั้ย
ร่างสูงหันไปขอความเห็นของอีกคน ที่จ้องมองเขานิ่ง
โหย...ทำไมต้องทำเหมือนแค้นขนาดนั้นด้วย
เอาน่ะ
ไหน ๆ ก็จะมาบริการเขาแล้ว
ผูกสัมพันธ์หน่อยก็ดี ถึงจะอยากสนุก แบบครั้งเดียวจบก็เถอะ
ชายหนุ่มใบหน้าคม ผู้ที่อยู่แผนกโยธา พาร่างบางมาห้องเก็บอุปกรณ์
ห้องนี้มีเบาะสำหรับใช้รองรับขนาดใหญ่
เมื่อถึงคราวที่มีกีฬาประจำโรงเรียน
และชั่วโมงพละศึกษา
เขาทรุดกายลงและบังคับให้ร่างบางนั่งลงตามด้วย
ทำหน่อยสิ.....เก่งไม่ใช่เหรอ... คำถามที่เป็นการเหยียดหยามร่างบางนั้น ทำให้
อัษฎาต้องกัดฟันแน่น
โดนดูถูกจากคนอื่นมาก็เยอะ
แต่ไม่ได้แย่ขนาดนี้
ไม่.. ร่างบางสะบัดหน้าหนี
โหย .... มีแง่งอนด้วยเว้ย
สงสัยมีแต่คนมาง้อ
อยากได้แบบโหด ๆ ละมั้งนี่
อ๊ะ... เชือกไว้ใช้เวลากระโดดเชือกนี่หว่า
เอาแบบว่ามัดเชือกดีกว่าตื่นเต้นดี
ไอ้หน้าหวานนี่ท่าจะชอบ
เอามือมาสิ....เร็ว ๆ จะมัดเชือกให้...ตื่นเต้นดี ได้ฟังอย่างนั้นแล้วอัษฎาแทบบ้า
มองหาทางหนีทีไล่
รอดมาได้ตลอด
ไม่มีทางจะมาเสียท่าตอนนี้หรอก
กูไม่ใช่แบบที่มึงคิดนะ.....ไปหาผู้หญิงดีกว่ามั้ย...ดูสิผอมก็ผอม..แห้งอย่างกับไม้เสียบผี
แบบนี้อ่ะ...ไม่สนุกตื่นเต้นหรอกนะ...ไปล่ะ
อัษฏาลุกหนีดื้อ ๆ คิดว่าจะรอดออกมาได้
แต่ร่างสูงนั้น
ชักอารมณ์เสีย
ลีลาเหลือเกินจริง ๆ นั่นแหละ
แต่ลีลาช้ามาก
รีบ ๆ มาทำให้มันจบ ๆ เลยดีกว่า
ขี้เกียจเล่นด้วยแล้ว....เร็ว..มา..ทำให้หน่อย..ถ้าไม่ทำจะทำเองแล้วนะ ความอดทนสิ้นสุดลงแล้ว
สำหรับชายหนุ่มแผนกโยธา
มันจะอะไรนักหนาวะ
ชอบเล่นบทโหดมากเหรอ เล่นก็ได้ เผื่อจะสนุกขึ้น
มานี่เลย ฝ่ามือแกร่งกระชากเอวบางเข้าหา ไม่ทันที่ร่างบางได้ทันดิ้นรน
ข้อมือเล็ก ก็ถูกสายเชือกพันไว้จนแน่น โดยฝีมือของร่างสูง
หมดหนทางจะดิ้น
เมื่อทำท่าจะวิ่งหนี
ก็ถูกผลักให้นอนลง ยิ่งดิ้นคนตรงหน้าก็ยิ่งรัด
ฝ่ามืออุ่นร้อนเปะป่ายไปเรื่อย
และรูดซิบปลดกางเกงของเขาออก
ไล้ฝ่ามือเข้าหา ก่อนจะเงยหน้าสบตาหวาดกลัวของอีกฝ่าย
ใช้ได้นี่นา ทำเหมือนคนไม่เคยโดน
ดิ้นกระแด่ว กระแด่ว แบบนี้
ลีลาใช้ได้เลย แต่เขาก็ขี้เกียจจะเล่นด้วย มันเสียเวลา
ทำให้จบ ๆ แล้วกลับบ้านนอน แบบเบาสบายตัวดีกว่า
ไอ้บ้า...ไอ้โยธา...ไอ้บ้าปล่อยนะโว้ยยยยยย เสียงหวานตะโกนก้อง
แล้วก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากอุ่นร้อนของอีกฝ่ายที่กดลงมาอย่างรุนแรง
จนแทบจะเป็นการกระแทก
ทำให้เจ็บร้าวไปทั้งปาก
และร้องไม่ออก
อื้อออออออ... หลังจากพยายามหนีอยู่หลายตลบ แต่สุดท้ายก็ได้แต่นอนนิ่ง
ให้คนตัวโตอย่างกับตึกรุกรานได้ง่ายดาย
เพราะความอ่อนประสบการณ์ของตัวเองแท้ ๆ ในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกัน
ป่านนี้มีผู้หญิงเป็นร้อยแล้ว
แต่เจ้าของร่างบางดันเก็บรักษาความบริสุทธิ์ของตัวเองไว้อีก
โดยเพื่อน ๆ สัญญาไว้ว่าจะพาไปขึ้นครู
กับรุ่นพี่สาวสวยในภาควิชา การเลขานุการ
ซึ่ง หล่อนบอกว่าจะสอนให้ ไอ้ตัวเขาเองก็รอแล้วรอเล่า
หล่อนก็ไม่ยอมสอนซะที
นี่จะต้องมาเสร็จไอ้แผนกโยธา ที่เพิ่งเห็นหน้าไม่กี่ชั่วโมงงั้นเหรอ
ไม่เอาหรอกนะ
ความพยายามครั้งสุดท้ายของร่างบางไม่เป็นผล
เมื่อถูกปลดสิ่งห้อหุ้มร่างกายเบื้องล่างออกในขณะไม่ทันตั้งตัว
นี่...ไอ้ตรงนั้นน่ะ...เอาไว้ทำเองได้มั้ย...ขอก่อนแล้วกัน...ทนไม่ไหวแล้วเนี่ย
นั่นคงเป็นคำพูดที่เห็นแก่ตัวที่สุดเท่าที่อัษฎาเคยได้ยินมา
อยากจะลุกขึ้นชกหน้า ไอ้เด็กโยธา ตัวอย่างกับตึกแต่ก็ทำไม่ได้
แค้นแสนแค้น แต่ก็ทำได้แค่กัดปากตัวเองแน่น
และพยายามรวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้ายโดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:13:12 น.] ( IP = 125.24.113.31 : : )
ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 3
ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ตอน แล้วเราก็รักกัน 2
โธ่เว้ย....หยุดขัดขืนซะที..ไม่อยากกลายเป็นว่าต้องข่มขืนนะเว้ย ร่างสูงในชุดชอร์ปปกสีเขียวแผนกโยธาสบถเสียงดัง
ได้กระเทยหน้าหวาน ทั้งดิ้นทั้งร้อง
จะตื่นเต้นก็ตื่นเต้นไม่ออก
ชักโมโหขึ้นมาจริง ๆ นี่มันเทคนิคการขายอะไรของมันกันวะ
อยู่เฉย ๆ สักที...เสร็จแล้วเดี๋ยวให้ตังค์กินหนมด้วยน่ะ...ไม่ต้องกลัวหรอก
เพราะไอ้คนตัวเล็กเอวบางมันร้องโวยวายเสียงดัง และเมื่อกี้ดูเหมือนมันจะลุกขึ้นมาชกเขาได้
เลยเอาผ้ามัดปากมันไว้อีกชั้นหนึ่ง
ให้มันร้องเบา ๆ หน่อย เดี๋ยวมันชอบสุด ๆ แล้วมาร้องเสียงดัง
ใครผ่านไปผ่านมาจะมาได้ยินเข้าเดี๋ยวจะยุ่ง
ยังไม่อยากให้ใครรู้หรอกว่าเขากำลังลองของอยู่กับผู้ชาย
แต่ว่าท่าทางจะสนุกดีไปอีกแบบ
ไอ้บ้านี่ก็ดิ้นจริง
จะทำให้มีความสุขอยู่เนี่ย
มันจะอะไรนักหนาวะ
เดี๋ยวจะเอาให้ครางถึงสวรรค์เลยคอยดูสิ
ร่างสูงจับให้ร่างเล็กบอบบาง
คว่ำหน้าลง
ร่างสูงปลดเฉพาะซิปกางเกงออก เสื้อผ้ายังใส่อยู่ครบ
และล้วงมือเข้าไปเหนี่ยวรั้งร่างกายแข็งขืนเต็มที่ของตัวเองออกมา
จ่อเข้ากับช่องทางอุ่นร้อนของอีกฝ่าย
แต่มันก็เข้าไปไม่ได้เสียที
อะไรวะ....เจนนักไม่ใช่เหรอ...ทำไมมันเข้ายากแบบนี้วะ
ร่างสูงสบถเสียงดัง อะไรมันจะแน่นขนาดนี้
นี่มันเจนเรื่องแบบนี้แน่หรือวะเนี่ย แบบนี้มันไม่น่าจะใช่แล้วนะ
อัษฎาที่ทั้งดิ้นทั้งร้องจนเหนื่อยหอบ
รู้แน่ว่าต้องถูกทำอะไรบางอย่าง
และก็เป็นจริง เมื่อร่างกายของหนุ่มแผนกโยธา
กำลังพยายามจะสอดแทรกกายเข้ามาภายในตัวเขา
จะดิ้นก็เจ็บ จะร้องก็ร้องไม่ออก
ได้แต่ซุกหน้าลงกับฟูก ปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมา
ปลายนิ้วจิกลงบนมือของตัวเอง จนขึ้นห้อเลือด
เจ็บยิ่งกว่าเจ็บ
จนเกินความรู้สึกเจ็บ
ปล่อยให้ร่างสูงกระชากสะโพกมนเข้าหาตัว
และพยายามยัดเยียดกายเข้ามาให้ได้
อย่างหมดทางสู้
โอ้ย...... เสียงทุ้มต่ำแตกพร่า
เมื่อพยายามที่จะแทรกกายเข้าไป แต่ก็ได้แค่เพียงนิดเดียว
ส่วนนั้นของร่างเล็กนิ่งเงียบนี้
ก็บีบรัดรุนแรง ไม่ยินยอมรับบางอย่างของเขา
จนชายหนุ่มประหลาดใจ
ถึงยังไงเขาก็ไม่ใช่คนโง่ จนไม่รู้ ว่าคนที่นอนนิ่งเงียบ
ให้เขากระทำหักหาญน้ำใจขนาดนี้ เคยผ่านอะไรหรือไม่เคยผ่านอะไรมาบ้าง
ให้ตายเถอะ
ถึงแม้จะรู้อย่างนั้น
แต่ตอนนี้ เขาก็หน้ามืดแล้ว
ถ้าไม่ทำ ก็เหมือนกับมันอะไร ๆ จะต้องระเบิดออกมาจนหมดสิ้นแน่
ร่างสูงพยายามยัดเยียดกายอีกครั้ง
และการกระแทกรุนแรงของเขาคราวนี้มันสำเร็จ
เขาเข้าไปอยู่ในร่างบางนั้นทั้งหมด มันทั้งแน่น ทั้งคับแคบ ทั้งแสบไปหมด
ขนาดเขายังรู้สึกถึงเพียงนี้
แล้วคนที่จิกนิ้วเข้ากับฝ่ามือที่นิ่งเงียบนี่หละ
มันจะขนาดไหน
นี่...อย่าเกร็งได้มั้ย...ปล่อยตัวตามสบายเถอะนะ...
อัษฎาเองก็คงไม่มีทางทำอะไรได้แล้วตอนนี้
นอกจากต้องเชื่อฟังคำพูดของคนที่กำลังรุกราญเขา
เสียงสะอื้นในลำคอ
ที่ถึงแม้ถูกผ้าปิดปากไว้ แต่ร่างสูงที่กำลังเร่งเร้ากระแทกกระทั้นนั้น
ก็รับรู้ได้
ว่าร่างเล็กบางนั้น เจ็บปวดมากมายแค่ไหนขนาดผ้าปิดปากไว้
มันยังร้องได้ขนาดนี้
ทำไงดีวะ
ร่างสูงอุ่นร้อนรีบเร่งการขยับกายให้เร็วขึ้น
และเพียงชั่วเวลา ไม่ถึง 10 นาที
เขาก็ปลดปล่อย
เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่เขาทำอะไรได้รวดเร็วขนาดนี้
เมื่อถอนกายออกเขาก็พบทั้งบางส่วนของร่างกายตัวเอง
ที่ปะปนออกมากับหยดเลือดมากมายที่รินไหล
ไปตามเรียวขาเนียนขาวนั้นโดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:18:29 น.] ( IP = 125.24.113.31 : : )
ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 4
ชิบหายแล้ว..........ไม่เคยโดนนี่หว่า
ชายหนุ่มอุทานด้วยความตกใจ
ข่าวมันมั่วนี่หว่า
ตอนแรกที่ใส่เข้าไปก็ว่ามันแปลกทำไมมันแน่นขนาดนั้น
แต่พอถอนกายออกแล้วก็แน่ใจเลย
ร่างสูงรีบพลิกกายบอบบางเปลือยเปล่านั้นขึ้น
ก็พบว่าร่างบางสิ้นสติไปเสียแล้ว
หยาดน้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มดวงหน้าหวาน
และเมื่อเหลือบมองที่มือเล็ก ๆ ก็พบว่ามันถูกจิกจากปลายนิ้ว
จนเลือดซึม
นี่ขนาดมัดมือไว้ ยังจิกเล็บเข้าเนื้อได้ลึกขนาดนี้เลย
ร่างสูงประคองร่างบางไร้สติให้ซบลงที่ไหล่ของตัวเอง
เกลี่ยน้ำตาที่รินไหลออกจากใบหน้าสวยหวาน
ปลดผ้าผูกปากออกให้
ข้อมือเล็ก ๆ ถูกปล่อยเป็นอิสระและปรากฎรอยช้ำจากการถูกมัดเป็นรอยสีเขียวเข้ม
เวรแล้วกู....ข่มขืนผู้ชายด้วยกันไปแล้ว...ทำไงดีวะเนี่ย
ความรู้สึกผิดเข้าครอบงำ
ตอนแรกคิดแค่จะเล่นสนุก แก้เบื่อ
แต่กลายเป็นการเหยียดหยามดูหมิ่นศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายไปเสียแล้ว
ก็มันลือกันขนาดนั้น ลือจนคิดว่าเป็นเรื่องจริงไปแล้ว ใครมันจะไปรู้วะ
ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าเนียนผ่อง ซูบซีดของร่างในอ้อมแขน
ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นผู้ชายเหมือนกัน ก็จะขอชมว่ามันสวย หน้าหวานมาก
ผิวก็ขาวจั๊วะ เนียนไปทั้งตัว
อย่างกับกระเทยขนาดนี้ แล้วมันเสือกมาเรียนช่างทำไมกันวะ
ใครเขาก็คิดว่าเป็นกระเทยช่างกลทั้งนั้นแหละ โง่หรือเปล่าเนี่ย
ดวงตาคมทอดมองร่างเล็กแน่นิ่งในวงแขน
ก่อนจะจรดริมฝีปากแตะเบา ๆ
ที่ริมฝีปากเย็นชืดสีแดงสด และค่อยผละออกอย่างเชื่องช้า
พิศมองใบหน้าซีดขาวนั้นอยู่นาน เริ่มครุ่นคิดถึงสิ่งเลวร้ายที่กระทำลงไป
มันต้องมีผลกับร่างบางแน่ ๆ รอฟื้นก่อนแล้วค่อยคุยตกลงกันดีกว่า
**************************
อือ.... ดวงตากลมโตกระพริบถี่ในความมืด เมื่อขยับกายก็พบกับความเจ็บร้าวไปหมดทั้งร่าง
ดวงตากลมทอดมองไปที่ร่างที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ข้าง ๆ
แล้วก็รู้แน่ ว่าเรื่องราวที่ผ่านพ้นไปไม่ใช่แค่ฝัน แต่มันเป็นเรื่องจริง
ร่างนั้นพยายามหยัดกายขึ้น แต่มันก็เจ็บไปหมดจนต้องทรุดลงอีกครั้ง
และค่อยลุกขึ้นใหม่ เขาแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
หมอนี่คงจะจัดการให้สินะ
ฟื้นแล้วเหรอ....ป่ะ...เดี๋ยวไปส่งบ้าน ร่างสูงลุกขึ้นยืน
และดึงให้ร่างบางนั้นลุกขึ้นตาม
ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องเก็บอุปกรณ์นั้นเงียบ ๆ
อัษฎาไม่ได้พูดอะไร
ในขณะที่ร่างสูงจากแผนกโยธานั้นก็เอาแต่นิ่งเงียบ
และเหลือบตาหันมามองร่างบางนั้นบ่อยครั้ง อยากจะพูดอะไรสักอย่าง
แต่แล้วก็นิ่งเงียบไป
ร่างบางกระชับเสื้อให้แนบเข้าหาตัวมากขึ้น เพราะรู้สึกหนาวไปทั้งร่าง
ริมฝีปากแห้งผากเหมือนจะมีไข้
แต่ก็ต้องกลั้นใจก้าวเดินต่อไป
ไม่อยากให้ต้องถูกหาว่าสำออย มีอะไรกันแค่นี้ถึงกับเดินไม่ไหว
จนก้าวพ้นประตูสถาบัน
ถึงป้ายรถเมล์
คนที่เขาคิดว่าอยู่แผนกโยธานั้น เรียกรถแท็กซี่ และดึงมือเขาให้ตามขึ้นมา
บ้านอยู่ไหน..... เสียงทุ้มนุ่มต่ำ เอ่ยถามร่างเล็กที่นิ่งเงียบมาตลอดทาง
ก็ไม่รู้ว่าบ้านอยู่ไหนนี่นา
จะให้พากลับบ้านเขาหรือไง
ไม่เป็นไรเดี๋ยวจอดข้างหน้าก็ได้.....เดี๋ยวเดินเข้าซอยนิดเดียวก็ถึงแล้ว น้ำเสียงแหบแห้ง
ตอบกลับ
ไม่รู้จะแสดงความโกรธ หรือ จะโมโหโวยวายอะไรดี
ดังนั้นเมื่อร่างสูงนั้นถามก็ตอบกลับเสียงเบา
เดี๋ยวเดินไปส่ง.... ร่างอุ่นร้อนที่นั่งเคียงข้างตอบกลับ
ไม่ใช่ผู้หญิง.... ดวงตากลมโตนั้นมองมาอย่างเอาเรื่อง
โดนทำเหมือนเป็นผู้หญิงแต่เขาก็ไม่ใช่ผู้หญิง ขอศักดิ์ศรีให้สักนิดเถอะ
ก็รู้ว่าไม่ใช่ผู้หญิง....งั้นส่งแค่นี้แล้วกัน... ฝ่ามือแกร่งเอื้อมเปิดประตูรถให้ร่างบางได้ก้าวออกจากรถ ไม่แม้แต่จะคิดเดินเข้าไปส่ง ก็ผู้ชายเหมือนกัน มันจะอะไรนักหนา
แค่พากลับมาส่งก็ถือว่าใจดีสุด ๆ แล้ว
ค่าแท็กซี่เดี๋ยวจะเอามาจ่ายให้พรุ่งนี้...ลืมกระเป๋าตังค์ไว้ไม่ได้เอามา เสียงที่ตอบกลับมาเบาหวิว
เมื่อหันหลังกลับมาบอกเขา
เล่นเอาหนุ่มแผนกโยธาถึงกับสะอึก
โดนทำไปขนาดนั้น ยังมีหน้ามาพูดอย่างนี้อีก
ไม่โวยวาย ไม่ด่า แถมยังทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
มันน่าโมโหนัก
ดีเหมือนกัน ครั้งเดียวก็พอแล้ว สำหรับไอ้หน้ากระเทยนี่
อย่าเจอกันเลยดีกว่า
ไปเลยครับพี่.... ร่างสูงเอ่ยบอกกับคนขับรถแท็กซี่ ปิดประตูรถและรถก็เคลื่อนออกไป
ไม่แม้แต่จะหันไปมองสักนิด ว่าร่างบางนั้น เดินเข้าไปในซอยด้วยสภาพแบบไหน
**************************โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:19:26 น.] ( IP = 125.24.113.31 : : )
ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 5
ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ตอน แล้วเราก็รักกัน 3
ร่างโปร่งบางเดินเข้าบ้าน ที่อยู่ถัดออกไปอีกหลายซอย จากที่ชายหนุ่มจากแผนกโยธามาส่ง
เขาไม่อาจจะทนเห็นหน้าคนคนนั้นได้อีกต่อไป
ทั้งอัปยศทั้งสมเพชตัวเอง
น้าต้นสน....แม่ยังไม่กลับเลยอ่ะ...สายังไม่ได้กินข้าวเลย เด็กหญิงอายุตัวเล็ก เดินเข้ามาเกาะขา
ของร่างบางนั้นไว้
นี่น้องสาวของเขาไปเที่ยวกลางคืนอีกแล้วหรือนี่
ทิ้งลูกไว้แบบนี้ได้ยังไง เด็กอายุแค่ 6 ขวบเองนะ
ทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพังคนเดียวได้ยังไงกัน
บ้านนี้เขาอยู่กับน้องสาวที่เอาแต่เที่ยวเล่น ไม่เคยสนใจ เรื่องรอบตัว
หล่อนเป็นเด็กสาวอายุเพียง 19 ปี แต่ตั้งครรภ์เมื่ออายุเพียง 13 ปี
ทำให้ไม่มีความรับผิดชอบ
แม่ของเขาเพิ่งเสียไปเมื่อปีก่อน
ทิ้งบ้านหลังเล็ก ๆ ไว้ให้เขาและน้องสาวได้อยู่
ไม่มีสมบัติพัสถานอื่น ๆ นอกจากสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น
น้าต้นสน...หนูอยากกินไข่เจียวอ่ะ..น้าต้นสนทำให้หนูได้มั้ย เด็กหญิงร่างเล็กร้องขอตาแป๋ว
แล้วเขาจะไม่ทำให้ได้ยังไงกัน
กินข้าวเสร็จแล้วสาต้องอาบน้ำ...แล้วนอนเลยนะ... เขาก็ทำได้แค่นี้
คนที่ไม่เคยมีความรู้ในการเลี้ยงเด็กเลย แต่ต้องมาแบกรับภาระจนหมดทุกอย่าง
ทั้งค่ากิน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
โชคดีที่พอมีเงินเก็บสำหรับเป็นค่าเทอมบ้าง
ส่วนค่าเล่าเรียนของเด็กหญิง เขาก็ต้องขวนขวายหามาจากการเป็นพนักงานกะดึก
ของร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง
จ๊ะ...หนูกินแล้วหนูจะรีบนอน เด็กหญิงตัวเล็กเดินเข้าไปรอบนเก้าอี้ในครัว
ดวงตากลมโตใสแจ๋วจับจ้องอยู่กับการตีไข่และทอดลงในกระทะร้อน ๆ
ของผู้ที่เป็นน้าชาย
น้าต้นสน....เมื่อไหร่แม่จะกลับมา เสียงแหลมเล็กของเด็กหญิงเอ่ยถามผู้เป็นน้า
และยกช้อนตักข้าวใส่ปากพร้อมกับไข่เจียว เมื่ออัษฏานำมาวางไว้ตรงหน้าพร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ
น้าต้นสนก็ไม่รู้...เดี๋ยวสากินเสร็จแล้วเอาไว้นี่แหละ...เดี๋ยวน้าต้นสนไปอาบน้ำก่อนนะ
ร่างโปร่งบาง เดินเข้าห้องเตรียมตัวอาบน้ำ
ก่อนจะก้าวไปยืนที่หน้ากระจก
เอ๊ะ...เสื้อไม่ใช่เสื้อชอร์ปของเขานี่
เป็นของหนุ่มจากแผนกโยธาคนนั้น
ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อก็พบกับ
กระดาษแผ่นเล็ก ๆ
บัตรเอทีเอ็มสองใบ
และเงินสดที่ขยำยู่ยี่อีก 7,000 บาท
เศษเงินเหรียญและแบงค์ย่อยอีก
เกือบ 300 บาท
ที่คอของเขายังมีสร้อยและพระเลี่ยมทองอีก 1 องค์
กระเป๋าข้างซ้ายมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็ก ๆ รุ่นล่าสุด
ที่ถูกถอดซิมออกแล้ว
ของทุกอย่างไม่ใช่ของเขาเลย
แต่เป็นของหมอนั่น
ร่างโปร่งบางรีบ แกะกระดาษแผ่นที่มีลายมือขยุกขยิกเขียนไว้
-----ให้สนหมดนั่นแหละ
รหัสบัตรเอทีเอ็มคือ 1234 ส่วนอีกใบคือ 2641
มีเงินอยู่ประมาณ 32,000 บาท
ส่วนโทรศัพท์ใส่ซิมแล้วก็ใช้ได้เลย
พระเอาเก็บไว้คุ้มครองตัวเอง อย่าขายนะ ----
มือเล็ก ๆ พลิกกลับไปกลับมาหลายตลบ
แต่ก็ไม่พบว่ามีข้อความอื่น ๆ
นี่มันทำบ้าอะไรของมัน
เอาของพวกนี้มาฟาดหัว เห็นเขาเป็นไอ้ตัวหรือไง
ชาตินี้ไม่อยากเจอคน ๆ นี้อีก
แต่ต้องเอาของพวกนี้กลับไปคืนหมอนั่นให้ได้
ไอ้แผนกโยธา นึกหรือไงว่าของพวกนี้จะทำให้เขาดีใจ
แล้วลืมเรื่องเลว ๆ ของมันซะ
ตอนแรกก็ไม่อยากให้อะไรมันไปกันใหญ่ อยากจะรีบ ๆ ลืม ๆ มันซะ
แต่ทำไมต้องดูถูกกันขนาดนี้ด้วย ทำไมกัน
*************************
เมื่อกี้ลงตรงนี้นี่หว่า...แล้วไปไหนแล้ววะ...ตรงนี้มันมีซอยที่ไหนกัน ร่างสูงของหนุ่มแผนกโยธา
เดินวนไปวนมา อยู่ตรงที่ ๆ ที่เขาส่งร่างบางลงจากรถ
นั่งรถไปตั้งไกลแล้ว ในสมองก็สั่งตัวเองว่า
ครั้งเดียวจบดีกว่า ไม่อยากยุ่งด้วยแล้ว
แต่ใจมันสั่งว่า กลับมาดูหน่อยก็ไม่เสียหาย
หน้ามันซีดขนาดนั้น เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าแล้งน้ำใจ
เขาเองก็คิดว่าข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองที่ให้ไปมันก็ไม่ใช่น้อยหรอก
ถึงแม้มันไม่ได้มากมายสำหรับเขา แต่ก็ทำให้ความรู้สึกผิดของตัวเอง
ลดลงไปได้บ้างนิดหนึ่ง
ป่านนี้กลับถึงบ้านแล้วมั้ง
ไออุ่นที่ได้กกกอดยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำทุกขณะจิต
เขาเดินวนไปมาอีกหลายรอบ
ก่อนจะรู้แน่แล้วว่าคงไม่รู้ว่าร่างบางนั้นไปทางไหนแน่
จึงโบกแท็กซี่กลับบ้าน
คืนนั้นทั้งคืนเขาเอาแต่พลิกกายกลับไปกลับมาอยู่หลายตลบ
รู้สึกไม่สบายใจมากที่ทำแบบนั้นลงไป
ยิ่งไอ้สนแผนกสารพัดช่าง มันไม่เอาเรื่องไม่โวยวายก็ยิ่งรู้สึกผิด
เสื้อชอร์ปของแผนกสารพัดช่างของอัษฎา ถูกเขาเอามาคลุมหน้าไว้
ชายหนุ่มสูบบุหรี่ไปหมดทั้งซอง และ กำลังจะหมดซองที่สองจึงเข้ามานอน
แต่มันก็นอนไม่หลับ
ไม่รู้ว่าไอ้หน้าหวาน ๆ เปื้อนน้ำตา มันจะตามมาหลอกมาหลอนเขาไปถึงไหน
ผู้ชายเหมือนกัน แถมลีลาก็ไม่ได้เรื่องเลยสักนิด
แค่โดนทำไปครั้งแรกแค่นั้นเอง
เขาเองก็เอาแต่บอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่า อย่าไปสนใจเลย
ครั้งเดียวแล้วก็จบ อย่าไปต่อความมากดีกว่า
มันไม่ทำให้ไอ้กระเทยหน้าหวานนั่นสึกหรออะไรสักเท่าไหร่หรอกน่ะ
แต่เขาก็หลับตาลงไม่ได้สักที
พลิกกายไปมาอยู่อย่างนั้นทั้งคืน
***************************โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:20:37 น.] ( IP = 125.24.113.31 : : )
ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 6
ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ตอน แล้วเราก็รักกัน 4
วันนี้อัษฎารีบกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและกำลังจะไปทำงานที่ร้านสะดวกซื้อกะดึก
หลังจากเด็กหญิงตัวน้อยหลับแล้ว โดยเขาบังคับให้น้องสาวห้ามออกไปไหนให้ดูแลลูกให้ดี
น้องสาวเขาก็พยักหน้ารับ แต่ไม่รู้จะทำตามหรือเปล่า
เขาเป็นลุงของเด็กหญิงแล้ว
แต่เขาก็ให้หลานเรียกเขาว่าน้าต้นสน น้าต้นสน
ก็ยังไม่อยากเป็นลุงนี่นา เขารู้สึกว่าตัวเองยังเด็กอยู่เลย
เรื่องนั้นผ่านมาเกือบเดือนแล้ว อัษฎาก็ทำเป็นลืม ๆ ไปบ้าง
แต่ที่น่าแปลกก็คือ พักนี้ไม่มีใครมารุ่มร่ามวุ่นวายกับเขาอีก
และดูเหมือนข่าวลือแปลก ๆ ก็จะหายไปด้วย
ร่างบางนั้น ฝากให้เพื่อนนำของหลายอย่างที่ไอ้คนจากแผนกโยธาให้มา
โดยการไปชี้ตัวให้เพื่อนรู้ว่าไอ้หมอนั่นหน้าตาเป็นยังไง
เพราะแม้แต่ชื่อเขาก็ยังไม่รู้จัก
และเขาก็ได้รู้ว่าหมอนั่น ชื่อภาคี อายุมากกว่าเขา ถึงจะเลวโคตรแต่ที่บ้านมีฐานะมาก
พ่อแม่เลี้ยงด้วยเงิน พ่อเป็นนายช่างโยธา แม่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง
มิน่าล่ะ ถึงมีเงินใช้จ่ายขนาดนั้น แต่เขาก็ไม่ต้องการหรอก
ไม่เคยคิดจะอยากได้เลย อยากจะรีบลืม ๆ มันไปซะ
ไอ้หมอนั่นมันทำหน้างง และพยายามที่จะให้เพื่อนพามาเจอเขาให้ได้
แต่เขาก็กำชับไว้แล้วว่าอย่าให้เจอได้เด็ดขาด
หลังจากนั้นก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว เขายังใช้ชีวิตอย่างสงบสุขต่อไป
โดยพอจะรู้บ้างว่า ไอ้คนจากแผนกโยธามันเที่ยวไล่ตามเขาให้ควั่ก
แต่เขาก็หลบหลีกได้พ้นทุกที
และได้เห็นมันโมโหด้วยความหงุดหงิดหลายครั้ง
มันจะมาตามอะไรเขานักหนา หน้าอย่างมันคงหาสาวได้อีกเป็นโหล ๆ เขาไม่ได้พิศวาสผู้ชายด้วยกันสักนิดเลย
***********************
รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มมั้ยครับ อัษฎาง่วนอยู่กับการคิดเงินหน้าเคาเตอร์จนไม่ทันสังเกตว่ามีใครมายืนอยู่ตรงหน้า
ไม่ครับ...ผมซื้อบุหรี่หนึ่งซอง ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าหวานไม่วางตา
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่เขาเอาแต่เวียนวน ตามหา
แค่คิดว่าขอเจอหน้าสักแว่บก็ยังดี แต่ก็พลาดโอกาสไปหลายครั้ง
แถมอัษฎาเป็นเด็กภาคบ่ายอีก
เลยสวนกันไปสวนกันมาตลอด
ของที่ให้ไปก็ถูกส่งกลับมาจนหมด ยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกผิดมากขึ้นอีก
ได้แล้วครับบุหรี่...นี่ครับเงินทอน...อ๊ะ ร่างโปร่งบางแทบผงะ
เมื่อเห็นร่างสูงตรงหน้า
ทั้งที่พยายามจะลืมหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยลืมได้สักที
ภาคียืนนิ่ง แล้วก็ก้าวออกจากร้านสะดวกซื้อไปเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ทั้งที่คิดว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่อัษฎาก็คาดผิดไปถนัด
ชายหนุ่มไม่ได้รบกวนการทำงานเขา เพียงแต่มองหน้าเขาแว่บเดียวแล้วก็เดินออกไปเงียบ ๆ
คงจะจำเขาไม่ได้แล้วด้วยซ้ำไป แต่เขาน่ะ ไม่เคยลืมเลยทุกขณะจิต ไม่เคยลืมคนที่ทำเรื่องโหดร้ายขนาดนั้นกับเขาเลยสักนาทีเดียว
**********************
พี่...เดี๋ยวสนกลับก่อนนะพี่..หวัดดีครับ อัษฎาไหว้ลาคนที่เข้ากะต่อจากเขา เมื่อเกือบรุ่งสาง
เดินออกจากร้านสะดวกซื้อที่มาทำงานอยู่
แต่ก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็พบกับคนที่ยืนอยู่
ต้นสนทำท่าจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง
แต่ภาคีมาดักหน้าไว้
และเอื้อมมาดึงมือเขาให้เดินตาม
ปล่อยเว้ย....ไม่ใช่ผู้หญิงนะ..มาจับมือถือแขนทำไม มือเล็ก ๆ สะบัดหนีการเกาะกุม
แต่คนตรงหน้าก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
จับมือไม่ได้ก็ดึงแขนให้เดินตาม เวลาตี 5 กว่าแบบนี้ไม่มีใครผ่านมาเสียด้วย
เหนื่อยจากการทำงานแล้ว
แล้วยังต้องมาเหนื่อยกับการรบกับไอ้บ้านี่อีก
จะพาไปไหนของมันเนี่ยโดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:22:34 น.] ( IP = 125.24.113.31 : : )
ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 7
และอัษฎากับภาคี ก็มานั่งอยู่ที่ร้านข้าวต้มโต้รุ่งร้านหนึ่ง
ภาคีสั่งนั่นสั่งนี่มาหลายอย่าง
และบอกให้เขากิน ๆ เข้าไป
จะได้รีบกลับบ้าน
ออกจะงงอยู่บ้างแต่ก็กินข้าวไปจนหมดจาน
หนุ่มจากแผนกโยธาไม่พูดอะไรอีก
นั่งเงียบแล้วก็กินข้าวในจานของตัวเองต่อไป
จนหมด
แล้วก็ลากให้เขาลุกขึ้นตาม
จ่ายเงินค่าอาหาร
และเดินมาเป็นเพื่อนเขาที่ปากซอยบ้าน
โดยไม่พูดอะไรสักคำ
จากนั้นก็โบกแท็กซี่กลับบ้าน
ปล่อยให้เขาเดินกลับเข้าบ้านอย่าง งง งง
ที่น่าแปลกไอ้บ้านั่นรู้ได้ไงว่าบ้านเขาอยู่ห่างจากร้านสะดวกซื้อไม่ไกล
และอยู่ซอยนี้
**********************
ถึงไม่ได้เจอกันที่โรงเรียน แต่แค่เจอกันแว่บเดียวตอนที่มาซื้อบุหรี่
และตอนกินข้าวก็ยังดี
ภาคีนิ่งคิดเมื่อขึ้นมานั่งบนรถ เขาตัดสินใจอยู่นานว่าจะเข้าไปหาเลยดีมั้ย
จะพูดอะไรดี
เขาเริ่มยอมรับกับตัวเองได้แล้ว ว่าเขาชอบต้นสน
แต่ไม่รู้จะจีบยังไงดี ตอนแรกก็แค่คิดว่าตัวเองแปลกไป ไม่แน่ใจว่าชอบหรือเปล่า
แต่ที่เขาเอาแต่ตามหาร่างบางอย่างกับคนบ้านั้น
เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดี
เขาไม่เคยต้องตามใครมาก่อน
ทั้งที่สุดท้ายก็ได้เจอหน้าแล้ว
แต่เอาเข้าจริง ๆ เขากลับไม่กล้าพูดอะไรซะได้
วันพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไป เขาต้องมาดักรอต้นสนอีก
บางคืนเขาเอาเสื้อชอร์ปของต้นสนมาห่มนอนด้วย ไม่งั้นเขาคงจะนอนไม่หลับ
ความรู้สึกแบบนี้ ถ้าไม่เรียกว่ารัก ไม่เรียกว่าชอบ จะเรียกว่าอะไร
เรื่องที่ว่าผู้ชายปกติถ้าลองได้รู้จักร่างกายผู้ชายด้วยกัน จะติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น ท่าจะจริง
แต่เขาเป็นกับเฉพาะต้นสนเท่านั้น กับคนอื่นในสถาบัน
แค่คิดก็สยองขวัญแล้ว
***********************
เฮ่ย...สน..ผู้ชายผิวเข้ม ๆ หน้าหล่อ ๆ อ่ะเพื่อนสนเหรอ...เห็นเข้ามาซื้อบุหรี่เวลานี้ทุกวันเลย
หญิงสาวที่เข้ากะเดียวกันกับอัษฎาเอ่ยถาม ดวงตาพราวระยับ
เปล่า.... ร่างบางตอบเสียงเบา
ไอ้ภาคีแผนกโยธา จะเข้ามาซื้อบุหรี่ตอนตี 2 ของทุกวัน และจะลากเขาไปกินข้าวด้วย ตอนตี 5 ครึ่ง
หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้านทางใครทางมัน
เป็นอย่างนี้มา สามสี่เดือนแล้ว
แต่แทบจะไม่ได้คุยกันเลย
นอกจากคำพูดที่หลุดออกจากมันว่า
สนกินอะไรดีวันนี้
โดยที่ไม่รอคำตอบ มันก็สั่งนั่นสั่งนี่มาจนเต็มโต๊ะ
แล้วก็กิน กิน กิน จนหมด
แล้วก็จ่ายตังค์ พอเขาเอาเงินวางให้
มันก็ทำหน้าตาหงุดหงิดใส่
แล้วก็เอาเงินมายัดคืนใส่มือ
ขึ้นแท็กซี่กลับบ้านตอน 6 โมงเช้าทุกวัน
เป็นแบบนี้มาตลอด โดยที่เขาก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร
ช่วงแรก ๆ เขาเกลียดมันมาก ไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้า
มันเองก็คงพอรู้ตัว ไม่ได้พูดอะไรมาก แค่สั่งกับข้าว
มานั่งกิน แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรกันแม้แต่คำเดียว
จนวันนี้มันผิดสังเกต ทำไมยังไม่มาอีก นี่มันจะตี 3 แล้วนะ
อัษฎารู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา ปกติป่านนี้ต้องโผล่หน้ามา
แล้วก็พูดว่า
ซื้อบุหรี่หนึ่งซอง แล้วก็จ่ายเงินแบงค์ร้อยหนึ่งไป แล้วก็เดินออกไปรอเขาที่เก้าอี้
ใต้ต้นไม้ด้านหน้าเพื่อจะไปกินข้าวพร้อมกันนี่นา
แต่วันนี้หายไปไหน วันนี้หายไปไหนกัน
หรือว่าเบื่อแล้ว
เบื่อแล้วแน่ ๆ เลย
ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ
ยิ่งคิดต้นสนก็ยิ่งกระวนกระวายหนักขึ้น
ตาคอยแต่จะเหลือมองที่หน้าประตูร้านอยู่บ่อย ๆ
แต่ไม่มีแม้แต่วี่แวว ของภาคี เลยสักนิดเดียว
*******************โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:23:12 น.] ( IP = 125.24.113.31 : : )
ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 8
ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ตอน แล้วเราก็รักกัน 5 (จบ)
ต้นสน....พี่ว่าต้นสน...พักบ้างเถอะนะ ภาคี ซึ่งปัจจุบันเป็นนายช่างใหญ่ รับหน้าที่ดูแลงานต่อจากพ่อของตัวเอง
เอ่ยกับอัษฎาที่เตรียมตัวจะไปเฝ้าร้านสะดวกซื้อที่ตัวเองเป็นเจ้าของ สาขาที่สอง
ปีนี้เป็นปีที่ 7 ที่เขาและร่างโปร่งบางได้ใช้ชีวิตด้วยกัน
สมัยที่เรียน
เขาใช้ความพยายามมากมาย กว่าจะจีบต้นสนติด
เพราะช่วงแรกมีข่าวลือแปลก ๆ จนทำให้เขาและต้นสน
ต้องผิดใจกัน
แต่ก็ขอบคุณเรื่องนั้นที่ทำให้เขากับต้นสนได้มาเจอกัน
และก็ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป
ตั้งแต่เรื่องใช้เงินทองฟุ่มเฟือย ไม่เคยสนใจผู้อื่น
มีชีวิตอยู่แต่เพื่อตัวเอง
แต่ต้นสนเป็นคนสอนให้รู้จักความพยายาม กว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทต้องลงทุนลงแรงไปมากขนาดไหน
ตอนนี้น้องสา หลานสาวของต้นสน ได้ทุนไปเรียนต่อไฮสคูลที่ต่างประเทศ
น้องสาเป็นคนเรียนเก่ง
และก็มีความพยายามเป็นเลิศ
ส่วนแม่ของสา น้องสาวของต้นสนนั้น
ได้แต่งงานกับชาวอังกฤษและก็รับสาไปเรียนต่อเลย
เหลือก็แต่ต้นสนที่ง่วนอยู่แต่การดูแลร้านสะดวกซื้อสองสาขา
ที่กว่าจะมีได้ขนาดนี้ ก็ต้องใช้ความพยายามและบากบั่นน่าดู
ก่อนหน้าที่ต้นสนจะยอมรับความรู้สึกของตัวเองนั้น
ก็นานจนเขาไม่ค่อยแน่ใจความรู้สึกของต้นสนเลย
จนวันที่เขาถูกพวกต่างสถาบันแทง แล้วต้องไปนอนโรงพยาบาลอยู่เป็นอาทิตย์
ใจเขาอยากจะไปหาร่างบางที่เห็นหน้ากันทุกวัน
แต่ร่างกายมันไปไม่ได้
ห่างหายกันไปเป็นอาทิตย์
แต่เมื่อเขาออกจากโรงพยาบาล
มาหาต้นสน
วันนั้นเขาถึงได้รู้ว่าต้นสนเองก็มีใจให้กับเขาบ้างแล้ว
เพราะหลังจากที่กินข้าวด้วยกันโดยไม่คุยกันเลยเกือบเดือน
ในวันนั้น
ต้นสนก็ถามเขาว่า หายไปไหนมา
ทำท่าเหมือนจะทะเลาะกัน
เขายังจำประโยคบอกรักบ้า ๆ พวกนั้นได้ดี
ถึงมันจะบ้าดีเดือดไปบ้าง
แต่มันก็ทำให้เขาและต้นสน เริ่มเข้าใจกัน มากขึ้น
และเริ่มเปิดใจให้กันและกัน
ทำไมจะมาจะไปไม่รู้จักบอก...คิดอยากจะมาก็มาอยากจะไปก็ไปงั้นเหรอ ต้นสนนั่งหน้างอหงิก
รอมาเกือบสัปดาห์ พยายามจะเจอที่สถาบันก็ไม่รู้ว่าเรียนห้องไหน
และได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเองไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับภาคีเลย นอกจากเรียนแผนกโยธา ชื่อภาคีเท่านั้น
เพิ่งออกจากโรงพยาบาล..โดนไอ้พวกเด็กไทยวิมันเล่น...แทงซะจมมีดเลย คำบอกเล่าเรื่อย ๆ ทำให้อัษฎาสงบลง
ไม่เคยรู้ว่าเขาเจ็บขนาดนั้น แล้วยังไปโวยวายใส่อีก
ต้นสนเป็นห่วงพี่เหรอ.... ภาคีทำหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัด
ใครห่วงวะ...ไม่มาแหละดีมาแล้วเกะกะลูกกะตา อัษฎาก้มหน้าก้มตาตักข้าว
และภาคทเลยต้องใช้มารยาลองดูสักหน่อยอยากรู้ว่าจะใช้ได้หรือไม่
แค่ก แค่ก แค่ก... ภาคีแกล้งสำลักข้าว
แล้วเอามือกุมท้อง ข้างที่ถูกแทง
และซบหน้าลงกับโต๊ะ ทำท่าเหมือนเจ็บปวดทรมาน
เฮ้ยยยยยยย เป็นไรวะ...เป็นอะไร อัษฎาลุกขึ้นยืน จะประคองภาคีให้ลุกขึ้นนั่ง
แต่ร่างสูงนั้น ก็หายสำลักและทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป
เล่นเอาอัษฎาหน้าเหวอ
ทำอะไรเล่นอะไรของมันกันเนี่ย
แกล้งทำไม... อัษฎาตะคอกถาม อยากมีเรื่องเหมือนกัน
ไม่ได้แกล้ง...
ก็เห็นอยู่ว่าแกล้งอ่ะ ร่างโปร่งนั้นไม่ยอมเลิกลา
ถึงแกล้ง...สนก็ไม่ได้สนใจพี่หรอก...ไม่ได้เป็นห่วงแล้วจะมาสนใจทำไมว่าแกล้งหรือไม่แกล้ง
นั่นคงเป็นประโยคที่ยาวที่สุดแล้วของภาคี ตั้งแต่ได้คุยกับกันมา
แล้วรู้ได้ไงว่าไม่ห่วง...ห๊า ต้นสนตะคอกกลับ โดยไม่ทันได้นึกถึงคำพูดของตัวเอง
ก็รู้ว่าไม่ห่วงเพราะว่าสนไม่ได้ชอบพี่นี่ ร่างสูงนั้นเคี้ยวข้าวต่อ ท่าทางยียวนไม่สนใจ
ก็แล้วรู้ได้ไงว่าไม่..ช...อ...อุ๊บ.. มือเล็ก ๆ รีบปิดปากตัวเองไว้ได้ทัน ก่อนจะหลุดพูดออกไป
ภาคีทำเป็นไม่ได้ยินไม่สนใจ
ก้มหน้าก้มตากินข้าวไปเรื่อย ๆ
และก็จ่ายตังค์เหมือนทุกวัน
โบกแท็กซี่กลับบ้านโดยไม่พูดอะไร ถ้าหากวันนั้น ร่างโปร่งบางนั้นอ่านใจคนได้
คงจะได้รู้ความรู้สึกของภาคีว่ามันรู้สึกดีมากขนาดไหน
เจ็บคราวนั้นไม่เสียเที่ยวเลยจริง ๆ
*************************โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:24:16 น.] ( IP = 125.24.113.31 : : )
ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 9
จะไปแล้วสิ....เดี๋ยววันนี้พี่ไปไซด์งานอยุธยา กลับวันเสาร์นะ ภาคีเอ่ยบอกกับร่างบางที่เตรียมตัวจะไปดูแลร้านแล้ว
ตั้งแต่วันนั้นที่เขาเริ่มรู้ว่าต้นสนมีใจให้ ก็หมั่นไปเทียวรับเทียวส่งอยู่แบบนั้นเป็นปี
จนมาใจอ่อนกันตอนไหนไม่รู้
รู้ตัวอีกที
ก็มาอยู่ด้วยกันเสียแล้ว
อือ.......เดี๋ยวก็อยู่ที่ร้านแหละต้องเช็คของก่อนโทรมาแล้วกันกว่าจะได้กลับสงสัยดึก ๆ
อัษฎาตอบกลับ
เตรียมจะก้าวเดินออกจากบ้าน
อัษฎาถูกภาคีหาว่าบ้างานอยู่บ่อย ๆ
แต่เจ้าของร่างบาง ก็เอาแต่พูดว่า ต้องเก็บเงินเก็บทอง เวลาแต่ละนาทีมีค่า
มีค่าแน่ล่ะ
อัษฎาเอาเวลาไปทำแต่งานหมดเลย
เขาเองก็ต้องออกไซด์งานต่างจังหวัดบ่อย ๆ
นี่ถ้าไม่เข้าใจกันอย่างแรง
ป่านนี้คงไม่อยู่กันมา 7 ปี ขึ้นปี ที่ 8 หรอก
ช่วงแรกกว่าจะปรับตัวอยู่ด้วยกันได้
ก็ใช้เวลานาน ทะเลาะกันจะเลิกกันไป
ก็หลายครั้ง
แต่สุดท้ายก็กลับมาดีกัน
วันเสาร์นี้สัญญาแล้วนะว่าจะอยู่ด้วยกัน ร่างสูงโยนกล่องข้าวที่อัษฎาทำให้เข้าไปในรถและเรียกเจ้าของร่างโปร่งที่กำลังจะเดินไปขึ้นรถอีกคัน
รู้แล้วน่ะ..พี่คี...สนไม่ได้ความจำสั้นซะหน่อย
วันเสาร์นี้ อัษฎาและภาคีตั้งใจจะไปรำลึกความหลังที่ร้านข้าวต้มร้านเดิม
ที่ทุกวันนี้ก็ยังเปิดขายอยู่
ร้านน่ะไม่ได้ไปไหนหรอก
แต่คนนี่สิไม่มีเวลาไปกินเลย
ไม่เคยกินข้าวพร้อมกันมานานแล้ว วันเสาร์นี้โดนบังคับจากภาคีให้ต้องไปกินข้าวด้วยกัน
ก็รู้หรอกว่าวันเสาร์นี้วันเกิดของตัวต้นสนเอง
และภาคีก็คงจะมีอะไรมาทำให้ประหลาดใจอีกแน่
เขาและภาคีอยู่ด้วยกัน
ไม่เคยสวีทกันหวานแหววเหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขา
ไม่เคยพูดกันหวาน ๆ
ไม่เคยกอดเคยหอมกัน ทำท่าทางจี๋จ๋ากันเหมือนคนอื่นเขาหรอก
ขนาดจะมีอะไรกัน
ยังชวนกันดื้อ ๆ เลย
ดูหนังก็ไปดูกันแต่หนังบู๊ล้างผลาญ
ดอกไม้วาเลนไทน์ไร้สาระ
ของขวัญปีใหม่น่ะเหรอ
ไม่ว่าจะวันสำคัญขนาดไหน ลืมไปได้เลย
ภาคีไม่เคยมีของขวัญให้ เขาก็ไม่เคยให้ภาคีเหมือนกัน
ช่างเป็นคู่รักที่ดูจืดชืดสิ้นดี
แต่ภาคีก็ไม่เคยนอกใจเขาแม้แต่ครั้งเดียว
และไม่เคยทำให้ต้องปวดหัวกับเรื่องความเจ้าชู้หรือเรื่องที่ทำให้เขาอึดอัดใจเลย
เป็นยังไงก็เป็นยังงั้น
เขาเองก็ตอบแทนด้วยการไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครให้ภาคีต้องปวดหัวเช่นกัน
ไปแล้วต้นสน...เดี๋ยววันเสาร์เจอกัน ภาคีขับรถออกไปแล้ว
และร่างโปร่งบางก็ตามออกไป
วันนี้ก็เหมือนทุก ๆ วันที่การใช้ชีวิตประจำวันเพิ่งเริ่มต้น
ทั้งสองคนไม่รู้หรอกว่าวันต่อไปจะเป็นยังไง
รู้แค่เพียงวันนี้ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดก็พอ
************************โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:24:53 น.] ( IP = 125.24.113.31 : : )
ที่เป็นแบบนี้...เพราะว่า 10
ปรัชญาช่างกลยามศึกเรารบยามสงบเราซ้อมรักกันเอง ตอน แล้วเราก็รักกัน (ภาคเราเป็นแฟนกัน)
ไอ้สนมึงกะพี่คีอ่ะ...อ๊ะ..อ๊ะ..อ๊ะ..กันจริงเหรอวะ
ร่างสูงแกร่งเพื่อนสนิทของร่างบางเอ่ยถาม
อัษฎา เมื่อเห็นว่าพักนี้ ข่าวลือเรื่องต้นสนซา ๆ ลงไปแล้ว
แต่มีข่าวลือใหม่ว่า
ใครมาล้อเลียนต้นสน
วันถัดมาจะโดนลากไปซ้อมจนน่วม
เคยมีคนลองแล้ว
และวันถัดมาก็น่วมจริง ๆ ข่าวว่าหมอนั่นโดนลากไปซ้อมซะเละ
(แต่ไม่มีใครรู้ความจริงว่า ไอ้บ้านั่น ขับมอร์เตอร์ไซค์เสียหลัก คว่ำ
แต่กลัวเสียฟอร์ม เลยมาบอกว่าโดนลากไปซ้อม)
อะไร..อ๊ะ..อ๊ะ..ของมึงมันอะไร ต้นสนรู้สึกเขิน ๆ กับคำพูดแซวของเพื่อน
เข้าใจความหมายอยู่หรอก แต่ก็ไม่กระโตกกระตามมาก กลัวไปถึงหูพี่คี
โอ้ย....กูไปถามพี่คีดีกว่า...แปลกว่ะ..พี่คีนี่มีหญิงติดเพียบ...ทั้งที่วัน ๆ แกไม่เคยคุยกะใคร
เห็นนั่งสูบบุหรี่ข้างโรงฝึกทุกวัน....แล้วอยู่กะมึงแกพูดมั่งป่าววะ....
ไอ้ไก่เพื่อนคนละแผนกเอ่ยถาม ไอ้ไก่มันก็ไม่ค่อยกล้า
จะพูดอะไรมากความหรอก เพราะมันก็คั่วอยู่กะผู้ชายเหมือนกัน
ก็พูด...ทำไมไม่พูดล่ะ... อัษฎาหันหน้ามามองหน้าเพื่อน
ภาคีเรียนภาคเช้า แต่เขาเรียนภาคบ่าย
ช่วงพักกลางวัน
ภาคีจะซื้อขนมมาให้
และนั่งอยู่ด้วยตลอดพักกลางวัน
และเมื่อเขาไปเรียน
ร่างสูงนั้นก็กลับบ้าน
ไปนอน
เพื่อจะไปรับเขาไปกินข้าวเช้า
ตอน ตี 5 ครึ่ง
ของทุกวัน
เรื่องที่ห่วงก็เป็นเรื่องที่สูบบุหรี่จัดมาก
วันหนึ่งสูบสามสี่ซอง
เสียดายเงินจะแย่
แล้วก็เรื่องที่เวลาโมโห พี่แกจะโมโหร้ายมาก
ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่ถูกใจอะไร
ก็เดินไปซัดกันซะดื้อ ๆ ไม่มีเหตุผล
แต่ช่วงนี้หลังจากที่พูดกันมากขึ้น ก็ปราม ๆ พี่คีไปบ้างแล้ว
แกก็ดูจ๋อย ๆ ลงไปบ้างนิดเดียว
สน...ไปกินข้าวกัน... หน้าตาบูดบึ้งสุด ๆ ของภาคีมาปรากฏตรงหน้า
ร่างบาง
ก่อนจะทั้งดึงทั้งลากให้ไปกินข้าวพร้อมกันที่โรงอาหาร
ทุกคนเห็นกันชินตา
แต่ไม่กล้าลือว่าไอ้สนเป็นเด็กของภาคี
กลัวจะโดนเหยียบเอา
หลัง ๆ มาก็ชักชิน
เลยพลอยให้คู่อื่น ๆ ที่ชอบ ๆ กัน กล้าเปิดตัวกันมากขึ้น
สน...ขนมครกนะวันนี้...เห็นสนชอบกิน ภาคีวางถุงก็อบแก็บลง
ก่อนจะจัดการกับอาหารจานเดียวที่อยู่ตรงหน้า
กินแต่ผัดกระเพราไข่ดาว...ไม่เบื่อเหรอ ต้นสนเอ่ยถามร่างสูงแผนกโยธาหน้าเฉยชานั้น
ที่ตั้งหน้าตั้งตาตักข้าวกิน
ไม่เบื่อหรอก...เพราะพี่ก็ไม่เคยเบื่อต้นสนเหมือนกัน
ภาคีพูดแบบนี้เป็นครั้งที่ล้าน ไม่ว่าอะไรก็เอามาโยงกันจนได้
แต่ไม่เคยบอกว่ารัก
ไม่เคยบอกว่าชอบแม้แต่คำเดียว
แต่การกระทำต่าง ๆ ที่ทำให้ มันก็พอจะยืนยันให้มั่นใจได้หรอก
ว่าภาคีรักต้นสนมากขนาดไหน
พี่คีสนเสียดายหนมครกนะ...ไม่อยากอ้วกออกมา ภาคีตักข้าวเข้าปากเช่นกัน
เขินจนเลิกเขินไปแล้ว
มีอะไรกันตั้งขนาดนั้นแล้ว
จะมามัวเขินไปเขินมาก็กระไรอยู่
ทั้งที่ช่วงแรกเขากับภาคีแทบไม่แตะเนื้อตัวกัน
แต่ว่าอารมณ์มันพาไปก็เลยมีอะไรกันจนได้อีกรอบ
และอีกหลาย ๆ รอบ
เคยทะเลาะกันก็เคย ช่วงแรกที่เขาไม่อยากยอมรับว่าเขาก็เริ่มชอบภาคีเช่นกัน
แทบจะชกกันตาย
แต่ภาคีก็มาง้อ
ด้วยการทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนเดิม
มารับไปกินข้าวเช้าตอนตี 5 ครึ่งเหมือนเดิม
มันทำให้เขาไม่เขิน และภาคีก็ไม่เขินด้วย
ถ้าจะง้อกันแบบนี้
สนบ้างานว่ะ.....หยุด ๆ มั่งเถอะไม่มีค่าเทอมพี่ออกให้ก็ได้..แฟนคนเดียวทำไมจะเลี้ยงไม่ได้
ภาคีบ่นเรื่องทำงานของเขาอีกแล้ว
แล้วจะให้ทำไงล่ะ
งอมืองอเท้า อยู่กับบ้านหรือไง ทำไม่ได้หรอก
อย่าพูดมากเลย...สนไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเหมือนพี่นี่
ใบหน้าหวานงอหงิกลง
ขยันบ่นจริง
ใครกันที่บอกว่าภาคีไม่ค่อยพูด โหยยย ขี้บ่นจะตาย เรื่องงานของเขาเนี่ย
บ่นเป็นที่หนึ่งเลย
เห็นมั้ย...พี่ว่าแล้ว...สนต้องพูดแบบนี้...แล้วสร้อยพระอ่ะ...ถอดเก็บไว้อีกล่ะสิ..บอกให้ใส่ไม่รู้จักใส่ ภาคีเริ่มบ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้ต่อ
เห็นว่าลำคอของร่างบางโล่ง ๆ ไม่ได้ใส่อะไร ก็บ่นอีก
พระองค์ที่เคยให้ไว้ไม่ยอมใส่ ซะที จะกลัวอะไรนักหนา
สร้อยทองเส้นเล็กแค่นั้น
ไม่ต้องกลัวจะโดนกระชากหรอกน่ะ เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ก็ได้
เมื่อเช้าอาบน้ำเลยถอดเก็บไว้...เดี๋ยวตอนเย็นก็เอามาใส่เองแหละน่ะ
ก็อย่าถอดสิ... น่านนนนนนนน...แล้วภาคีก็ยังไม่เลิกบ่น และทำท่าจะบ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้ต่อ
ถ้าอัษฎาไม่รีบห้าม
พอแล้วพี่คี...ขี้บ่นว่ะ...สนจะไปเรียนแล้ว...ไปแหละ ต้นสนลุกขึ้นคว้ากระเป๋าจะออกจากโรงอาหาร
แล้วอย่าลืมนะ....เรื่องดูหนังอ่ะ ภาคีกำชับกับร่างบางที่ลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป
สนรู้แล้วน่ะ...ไม่ได้ความจำสั้นหรอก คำพูดซ้ำ ๆ ของร่างบาง
ที่ไม่เคยรู้ตัวเองเลยว่าต้องติดไปพูดในอนาคต บอกกับร่างสูง
ก่อนจะส่งยิ้มให้กับภาคีแผนกโยธา ที่ถูกหาว่าเป็นคนแก่ขี้บ่นทุกวัน
เดี๋ยว 2 ทุ่มโทรหานะ ภาคีตะโกนไล่หลัง ร่างเล็กที่เดินลิ่วไปแล้ว
ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมกลับบ้านนอน
ภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงตอน ตี 5 ครึ่ง รออยู่
กลับบ้านนอนดีกว่า นะ
****************************โดย ~iNk~ [28 ก.ค. 2551 , 00:26:03 น.] ( IP = 125.24.113.31 : : )
เข้าใจแล้ว คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้ หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
|
[ Thaimisc.com | BBZnet.com | Be2Hand.com | O2blog.com | ManyFile.com | Pukpik.com | Free webboard | Free forums ] |
|
Our services
|
| ฝาก Server :
colocation
| co-location
| colo ซื้อ Server : server dell | ซื้อserver | ราคา server | dell server ฝากเวบไซต์ : hosting | web hosting | windows hosting | hosting windows E-commerce : เสื้อผ้า | เสื้อผ้าแฟชั่น |