ร่วมคุย-ร่วมแสดงความเห็นในประเด็น......


ความคิดเห็นที่ 1

ประธาน กถจ.ไม่ควรเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ควรเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจะดีกว่า

โดย : ข้าราชการส่วนท้องถิ่น [9 มิ.ย. 2008 , 14:04:46 น.]

ความคิดเห็นที่ 2

ในฉบับร่าง พรบ.บริหารงานบุคคล ฉบับล่าสุด ในเมื่อเป็นข้าราชการฯแล้ว ทำไมไปใส่คำว่าพนักงานเทศบาล พนักงานส่วนตำบล ทำไมไม่ใช้คำว่าข้าราชการฯ

โดย : ข้าราชการส่วนท้องถิ่น - 9060 [12 มิ.ย. 2008 , 04:16:29 น.]

ความคิดเห็นที่ 3

ท้องถิ่นถึงคราวจะบรรลัยเสียแล้วพี่น้อง
ถ้าร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ผ่าน และ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ผ่าน มติคณะรัฐมนตรี
อำนาจยังอยู่กับนายกเหมือนเดิน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

โดย : คนท้องถิ่น [16 มิ.ย. 2008 , 16:15:17 น.]

ความคิดเห็นที่ 4

ตอนนี้รอแค่พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเท่านั้น

โดย : ผู้ผ่านมาเห็น [16 มิ.ย. 2008 , 16:17:39 น.]

ความคิดเห็นที่ 5

อยากให้มีการนำเสนอเกี่ยวกับลูกจ้างประจำของท้องถิ่นบ้าง เช่น ลูกจ้างประจำที่ทำงานมาเกิน 10 ปี ให้เปลี่ยนเป็นพนักงานส่วนตำบล หรือถ้ามีวุฒิปริญญาตรีก็ให้แล้วทำงานมา 5 ปี ก็ให้เปลี่ยนมาเป็นพนักงานส่วนตำบลโดยไม่ต้องสอบได้ไหม ช่วย ๆ กันหน่อยลูกจ้างประจำทั้งหลาย

โดย : ลูกจ้างประจำ [24 มิ.ย. 2008 , 15:38:51 น.]

ความคิดเห็นที่ 6

ตามร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. มาตรา 11 ที่กำหนดให้ ก.ถ. มีอำนาจในการโอน ย้าย และรับโอนข้าราชการประเภทอื่นได้นั้น ก็จะกลับเข้าสู่ระบบเดิมคือ ใครยากโอนย้ายต้องไปวิ่งเต้นที่ส่วนกลาง แล้วก็ไปเบียดคนที่เขาไม่ยากโอนย้ายออก ซึ่งข้าราชการ อบจ.เคยผ่านมาแล่้ว สมัยยังสังกัดกรมการปกครอง

โดย : ข้าราชการ อบจ. [24 มิ.ย. 2008 , 21:57:08 น.]

ความคิดเห็นที่ 7

รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 ก็กำหนดให้การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ระรูปแบบให้มีความเป็นอิสระ แต่อยู่มาวันหนึ่งการบริหารงานบุคคล ก็จะดึงกลับไปให้ส่วนกลางมีอำนาจอีก แทนที่จะแก้ที่ตัวบุคคลคือ ผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง ถึงแม้ว่า ก.ถ.จะมีอำนาจในการโอน ย้าย ข้าราชการส่วนท้องถิ่นก็ตาม ก็จะมีผลกระทบเหมื่อนเดิม เช่น ก.ถ.ย้ายนาย ก. จากท้องถิ่นหนึ่ง ไปอยู่อีกท้องถิ่นหนึ่งในจังหวัดใหม่ หากนายกฯ เขาไม่ต้องการเขาก็จะส่งคนนั้นคืน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีให้เห็นอยู่แล้ว เพราะการทำงานไปด้วยกันไม่ได้

โดย : ข้าราชการ อบจ. [24 มิ.ย. 2008 , 22:06:48 น.]

ความคิดเห็นที่ 8

การที่ให้ ก.ถ. มีอำนาจโอน ย้าย ข้าราชการส่วนท้องถิ่นข้ามจังหวัดได้นั้น มันก็ไม่แตกต่างกับครูประถม และครูมัธยม เพราะครูประถมเคยสังกัด สปช. และครูมัธยมเคยสังกัดกรมสามัญ พอมาปรับยุบรวมกันก็เกิดความคิดแย้งกัน ก็เช่นเดียวกันที่จะปรับยุบกฏหมายให้มี ก.เดียวสำหรับการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น ซึง อบต. ยังมีประสบ การณ์ด้านการบริหารงานบุคคลน้อย เมื่อให้อำนาจส่วนกลางแล้ว ท่านคิดว่่าจะแก้ปัญหาได้เสมอไป ยิ่งจะสร้างปัญหา ในการบริหารงานบุคคลของแต่ละท้องถิ่น หากบุคคลที่
ก.ถ. โอน ย้าย ไปลงไม่เป็นที่พอใจของผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะ ว่าเครือข่ายผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งเขาประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา
และยังรายงานความประพฤติของบุคคลที่ย้าย หรือโอนไปยังปลายทางให้ทราบด้วย
หรือมีการสอบถามก่อนด้วย ที่แน่ ๆ ระบบวิ่งเต้นยิ่งจะมีมากขึ้น ซึ่งข้าราชการ อบจ. ประสบมาแล้ว

โดย : ข้าราชการ อบจ. [24 มิ.ย. 2008 , 22:23:39 น.]

ความคิดเห็นที่ 9

การกำหนดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน อ.ก.ถ.จังหวัดนั้น ไม่เห็นด้วย ควรจะให้คณะอนุกรรมการ เลือกจากรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน อ.ก.ถ.จังหวัด เช่น เดียวกับที่มาของประธานสภาท้องถิ่น หากประธานไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้กรรมการที่อยู่ในที่ประชุมเลือกในครั้งนั้นเลือกกรรมการทำหน้าที่เป็นประธานในครั้งนั้น ถ้าให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานตามที่กำหนดไว้ ไม่สะดวกเพราะผู้ว่าราชการจังหวัด มีภารกิจงานมาก ไม่ค่อยมีเวลาให้เท่าที่ควร และการที่ผู้ว่ามอบให้รองผู้ว่าทำหน้าที่ประธานในการประชุมฯ นั้น ก็ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะในกฏหมายไม่ได้บอกว่า ถ้าผู้ว่าไม่อยู่ให้รองผู้ว่าฯทำหน้าที่แทน

โดย : ข้าราชการส่วนท้องถิ่น [24 มิ.ย. 2008 , 22:34:01 น.]

ความคิดเห็นที่ 10

ปัจจุบันการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นที่มีปัญหาก็เพราะว่า ผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่เข้าใจในระบบการบริหารบุคลดีพอ ซึ่งก็ไม่แตกต่างกับระดับประเทศ เพราะมีแนวคิดอยู่ที่ว่าข้าราชการผู้นั้นเป็นสายของใคร ถ้าไม่ใช้สายของตนก็จะถูกกลั่นแกล้ง หรือพูกง่าย ๆ ผู้นั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะเจริญเติบโตในตำแหน่งหน่าที่การงาน เพราะการวางตัวของข้าราชการส่วนมากไม่เป็นกลางทางการเมือง ถึงแม้ว่าให้ ก.ถ.มีอำนาจในตรงนี้ได้ ก็จะเกิดปัญหาเช่นเดิม ส่วนมากก็จะเกิดกับระดับ อบต.หรือเทศบาลตำบล

โดย : ข้าราชการ อบจ. [24 มิ.ย. 2008 , 22:42:41 น.]

ความคิดเห็นที่ 11

ถ้าจะให้การบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมจริง ๆ สำนักงาน ก.ถ.จะต้องขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี เช่น เดียวกับสำนักงาน ก.พ. หากให้สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นตามร่างของกฏหมาย มันก็จะเข้าอีหลอบเดิม ก็ไม่มีความแตกต่างดังเช่นที่ผ่านมา ถ้าจะให้ดีจริง ๆ รัฐควรจะตั้งกระทรวงท้องถิ่น ขึ้นมารับผิดชอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยให้บุคลากรมาจากหน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาสังกัดกระทรวงนี้

โดย : ข้าราชการส่วนท้องถิ่น [24 มิ.ย. 2008 , 22:52:49 น.]

ความคิดเห็นที่ 12

ไม่ทราบว่าร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. .....ใครเป็นคนร่าง ถ้าเดาไม่ผิดคงจะเป็นบุคคลกรฝ่ายกฏหมายของกรมส่งเสริมอย่างแน่นอน เพราะการเขียนเนื้อหาของกฏหมาย แต่ละมาตรา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีอำนาจมากกว่า อ.ก.ถ.จังหวัด หากกฏหมายนี้ผ่านออกมาประกาศใช้ กรมฯจะได้มีอำนาจอย่างเต็มที่ มีอะไรสงสัยเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลทุกท้องถิ่นต้องวิ่งมาส่วนกลาง แทนที่จะเป็นอำนาจของ อ.ก.ถ.จังหวัด แต่อำนาจของ อ.ก.ถ.จังหวัด เหมื่อนกับเสือกระดาษไม่มีอำนาจอะไรเลย ซึ่งขัดกับหลักการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โดย : ข้าราชการส่วนท้องถิ่น [24 มิ.ย. 2008 , 23:01:55 น.]

ความคิดเห็นที่ 13

- ทำไม อ.ก.ถ.จังหวัด มีอำนาจน้อยกว่า ก.ถ. อ.ก.ถ.จังหวัด มีอำนาจ 5 ข้อ ส่วน
ก.ถ.มีอำนาจตั้ง 11 ข้อ
- ให้มีสำนักงาน อ.ก.ถ.จังหวัด โดยเฉพาะจะได้หรือไม่ ไม่ต้องให้สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ ถ้าจะแก้ไขอะไรก็ให้ดีไปเลย ส่วนบุคคลากรผู้ปฏิบัติงานให้มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โดย : ข้าราชการ อบจ. [24 มิ.ย. 2008 , 23:10:03 น.]

ความคิดเห็นที่ 14

ปัจจุบันมีร่าง พรบฯ ที่ร่างโดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กับอีกร่างของืคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ เมื่อเปรียบเทียบแล้วแตกต่างกันมาก ในสาระสำคัญ ดังเช่นสุภาษิตที่ว่า "ชนชั้นใดร่างกฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น" ดังนั้นในร่างของกรมฯ จะหมกเม็ดอำนาจไว้ให้อยู่กับข้าราชการของกรมฯมาก จึงอยากให้ช่วยกันเรียกร้องให้ใช้ร่างของคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ เพราะมีสาระสำคัญที่พวกเราเรียกร้องมานานแล้ว เช่น
- กำหนดให้มี สำนักงาน ก.ถ เป็นทบวงการปกครองท้องถิ่น ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี (เหมือน สำนักงาน ก.พ)
- นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฯเป็นประธาน ก.ถ
- ให้มีสำนักงาน ก.ถ ประจำจังหวัด และมีหัวหน้าสำนักงาน ก.ถ ประจำจังหวัด
- ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน อ.ก.ถ จังหวัด

สำหรับข้อคิดเห็นที่ท่าน ข้าราชการ อบจ ได้วิจารณ์ไว้นั้นแหละครับเป็นฉบับร่างของกรมฯ หมกเม็ดไว้เต็มเลยครับ

โดย : ป.ชวน [25 มิ.ย. 2008 , 23:28:18 น.]

ความคิดเห็นที่ 15

. มี ก.ถ. และมี สนง.ก.ถ. มี เลขานุการ สนง.ก.ถ.
ในส่วนกลาง
2. ในระดับจังหวัด มี อ.ก.ถ. มีหัวหน้าสนง.ประจำจังหวัด
แต่ไม่เห็นมี สำนักงาน แล้วจะไปอยู่ที่ไหน
3.เลขานุการ สนง.ก.ถ., หัวหน้าสนง.ประจำจังหวัด,
ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง ให้ท้องถิ่นมี
คำสั่งให้ประจำปฏิบัติหน้าที่ที่สนง. และรับเงินเดือน
จากต้นสังกัด
4.ในทางปฏิบัติ ในส่วนกลาง ท้องถิ่นไหนจะต้อง
ส่งคนไปประจำ ในระดับจังหวัด ท้องถิ่นใดต้อง
ส่งคนไปประจำ จัดสรรโควต้าอย่างไร
5. คนที่ไปประจำ ประจำจนเกษียณ หรือมีระยะเวลา
หากมีระยะเวลา ความต่อเนื่องของงานจะมีหรือไม่
6. การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ห่างไกลต้นสังกัด
การพิจารณาความชอบ จะยุติธรรมหรือไม่
7.การบังคับบัญชาจะเป็นอิสระมากน้อยเพียงใด
ยกตัวอย่างเช่น หากคนของ อบต. ไก่ ได้เป็นหน.
สนง.ประจำจังหวัด ไปตรวจ อบต.ไก่ จะมีอิสระอย่างไร
นายกอบต.ไก่ ทำผิดระเบียบ จะกล้าตักเตือนเชียวหรือ
ในเมื่อนี่คือ นาย

โดย : grn [26 มิ.ย. 2008 , 14:19:54 น.]

ความคิดเห็นที่ 16

ระเบียบกฎหมายเป็นตัวหนังสือกำหนดให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติตามด้วยความเที่ยงตรงมีคุณธรรมต่อตนเองและบุคคลทั่วไป หากคนมีอำนาจไร้คุณธรรมและความเที่ยงตรงแล้วต่อให้เขียนกฎหมายออกมาดีอย่างไรก็จะยังคงมีปัญหาไม่สิ้นสุด แต่ขอให้ท่านเชื่อเถอะครับว่ากฎแห่งกรรมที่ทุกคนได้ทำไปแล้วไม่ว่าบุญหรือบาป ไม่มีใครหลีกพ้นตัวอย่างที่เห็นอยู่ในสังคมไทยทุกวันนี้มีเงินมาก เคยมีอำนาจล้นฟ้าสุดท้าย หาแผ่นดินที่จะอยู่แทบจะไม่มี นี่เป็นผลจากการทำบาปใช้อำนาจในทางที่ผิด เรามาทำตัวของเราให้สะอาดเป็นข้าราชการที่ดีของพระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัวของเราเถอะครับ อำนาจวาสนาเป็นสิ่งสมมุติไม่มีความยั่งยืนเท่าคุณความดีเชื่อผมเถอะ

โดย : ข้าราชการส่วนท้องถิ่น [27 มิ.ย. 2008 , 12:09:47 น.]

ความคิดเห็นที่ 17

ทางออกของเรื่องนี้นอกจากมาช่วยกันpostแล้วต้องเรียกประชุมกันจังหวัดใครจังหวัดมัน แล้วรีบหาข้อสรุป ความจริงร่างของคณะกรรมการกระจายอำนาจก็ค่อนข้างดีก็อาจนำมาเป็นตุ๊กตาก่อนเมื่อได้ข้อสรุปของร่างแล้วให้ประธานชมรม อปท.ระดับจังหวัดนำมาคุยกันทั้งประเทศ นั่นแหละครับจึงจะสู้กับร่างของกรมส่งเสริมฯได้ พวกเราต้องสามัคคีกันไว้ครับงานนี้ เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้เขาก็จะมารับฟังความคิดเห็นจากเราแล้วก็โมเมว่ามีความเห็นหลากหลายสุดท้ายก็เอาร่างเดิมของกรมนั่นแหละ ลูกไม้มหาดไทยครับเขาไม่ยอมให้เราหนีไปอยู่ที่อื่นหรอกเพราะท้องถิ่นมีงบประมาณมาก เต็มปากเต็มคำครับ หาความจริงใจไม่ได้หรอกครับ คนพวกนี้มีแต่อยากจะเหยียบเราไว้ เสี้ยมให้นายกกับปลัดหรือข้าราชการตีกันเข้าไว้ ผมเองรู้ทันลูกไม้คนมหาดไทยมานานแล้ว ไปอยู่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเท่านั้นครับ มันจะอิสระหมดปัญหาจากกระทรวงมาเฟียนี้เสียที คิดดูซิ นายก รองนายก นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ล้วนแล้วแต่ต้องคอยเอาใจทั้งนั้น ไร้สาระมาก หมดสมัยแล้วทาสในเรือนเบี้ย
มันก็ขึ้นอยู่กับพวกเราแล้วละ ถ้ามัวแต่พูดแต่เถียงกันก็คงหมดโอกาสจะเป็นไท ละคราวนี้ สามัคคีกันไว้ครับ รีบหาข้อยุติโดยเร็วว่าจะเอาร่าง พรบ.แบบไหนแล้งรีบประชุมตกลงกันซะ ก่อนที่เขาจะมารับฟัง และก็ช่วยกันสนับสนุนร่างของเรา เขาจะได้ไม่มีเหตุมาล้มเลิกได้...ช่วยกันครับ อนาคตสดใสของข้าราชการส่วนท้องถิ่นอยู่ในมือเราแล้วครับ
ต่อไปเป็นความเห็นของเพื่อนๆผมขออนุญาตนำมาลงไว้ด้วยกันเลยครับ

คุณรักคุณธรรม...
"จากการติดตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เนื้อหาสาระยังเหมือนเดิมเปลี่ยนแปลงอยู่นิดหน่อย อำนาจยังขึ้นอยู่กับผู้บริหาร
ความเห็นที่อยากให้เกิดขึ้น
1. สำนักงาน ก.ท. ให้ขึ้นตรงต่อ รัฐมนตรีว่าการฯ
2. อำนาจการบรรจุแต่งตั้งให้เป็นอำนาจของปลัด ท้องถิ่น
3. อำนาจฝ่ายบริหาร เป็นของนายก แยกกันโดยชัดเจน
4. เปลี่ยนชื่อจากพนักงาน เป็น ข้าราชการ เหมือนกันทั่วประเทศ ไม่มีชั้น 1 ชั้น 2
5. การจ่ายเงินเดือน เปิกจ่ายจากกรมบัญชีกลางโดยตรง เหมือนกับข้าราชการทั่วไป เพื่อ ลดปัญหาการถ่ายโอนและการโอนย้าย
ร่วมถึงค่ารักษาพยาบาล"

คุณปชช.
"ก.ถ.ให้ตั้ง เป็นหน่วยงานอิสระขึ้นกับนายกรัฐมนตรี โดยตรง (ให้ คนกรม ส่งเสริม ทั้งหมดเลยก็ได้ แต่เปลี่ยน ชื่อ เปลี่ยน ทัศนคติกันใหม่) การกระจายอำนาจสู่ท้อง ถิ่น ไม่ใช่ ภารกิจ ของมหาดไทย คนเดียว ทุก กระทรวงมีภารกิจที่ต้องการกระจายหมด ไม่ว่า ศึกษา กีฬา สาธารณสุข คมนาคม สังคม ฯลฯ"

คุณ พนักงานของนายก
รักษาการในตำแหน่งข้าราชการของพระเจ้าอยู่หัว
"เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ขอเสนอเพิ่มเติม ดังนี้
1. ให้ กถ.มีฐานะเดียวกับ กพ.ด้วยวิธีการใดๆ ก็ได้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ
2. ให้อำนาจนายกว่าด้วยงบประมาณ อำนาจปลัดว่าด้วยการบริหารบุคคลแยกจากกันโดยเด็ดขาด นายกฯ แค่ "ทราบ" มิใช่ "อนุมัติ"
3. ให้คำนิยามของ "ข้าราชการ" ในกฎหมายใดๆ ก็ตามให้มีปรากฎ "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" ทุกฉบับ
4. ให้ท้องถิ่นจังหวัด ท้องถิ่นอำเภอรู้ไว้ว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่นไม่ใช่ลูกน้องของท่านแต่เป็นเพื่อนร่วมงาน
5. ให้นายกเอาเงินเปอร์เซ็นจากโครงการต่างๆ แบ่งให้สมาชิกสภาท้องถิ่นด้วย เพราะเขาชอบ "เล่นการเมือง"
6. ให้นายกนำเงินจากค่ารับบรรจุ ค่ารับโอนย้าย ประมาณห้าหมื่นถึง 3 แสน ไปดูแลคนชราหรือคนพิการหรือเด็กด้อยโอกาสด้วย
7. อบรม สัมมนา หลักสูตรสำหรับนายกให้นายกไปเองอย่าให้คนอื่นไป เพราะบางทีท่านไม่รู้เรื่องเลยเพราะเวลาอบรมไม่เคยได้เปอร์เซ็นแล้วจะไปทำไม
8. กำหนดสัดส่วนของการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีเป็นกรอบกว้างๆ ไว้ก็น่าจะดี สงสารเด็ก ศพด.บางแห่ง ที่นอน ที่กิน ที่เล่น ที่เรียน ขนาด 5x6 เมตร แต่ถังประปาราคา 2 ล้านห้า ใช้ได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เสร็จโครงการก็ สองแสนห้า(อย่างน้อย) ชัวร์
บางข้อก็ได้แต่บางข้อแถมแค่ระบายความรู้สึกขอโทษที่ใช้พื้นที่ตรงนี้ไม่ตรงประเด็นเท่าไร"

ครับหลากหลายความคิดเห็นแต่เป้าหมายเดียวกันครับ
1.สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือแยกเป็นกระทรวงท้องถิ่นต่างหาก
2.ประธานก.ถ.ควรเป็นนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกที่รับมอบหมาย
3.นายก อปท.มีอำนาจด้านนโยบาย งบประมาณ ส่วนเรื่องบริหารงานบุคคลเป็นอำนาจปลัด อปท.
4.ชื่อเรียก "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น"
5.ความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่เท่ากันหมดไม่ว่าจะเป็น อปท.ขนาดเล็กหรือใหญ่
ฯลฯ



พนักงานของนายก
รักษาการในตำแหน่งข้าราชการของพระเจ้าอยู่หัว

โดย : ป.ดุ่ย [28 มิ.ย. 2008 , 21:41:59 น.]

ความคิดเห็นที่ 18

นายก อปท.มีอำนาจด้านนโยบาย งบประมาณ ส่วนเรื่องบริหารงานบุคคลเป็นอำนาจปลัด อปท ในประเด็นนี้ ทำให้นึกถึง
การร่างรัฐธรรมนูญว่า นายกควรมาจากส.ส.
เท่านั้น กับมาจากไหนก็ได้ หรือ ควรบรรจุ
พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ไว้ใน
รัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งสามประเด็นมันมีข้อดี และข้อเสีย อยู่ที่ว่าสภาพแวดล้อม ณ ปัจจุบัน เป็นอย่างไร และตัวบุคคลที่เป็นนายกหรือปลัดประกอบด้วย ต้องคิดให้ดี เพราะเมื่อประกาศใช้บังคับแล้ว ไม่ใช่อยากจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน เหมือนเด็กเล่นขายของ

โดย : ป.บ้านนอก [30 มิ.ย. 2008 , 10:24:03 น.]

ความคิดเห็นที่ 19

มหาวิทยาลัยไหนๆก็เป็นประเทศไทย
สถาบันไหนๆก็เป็นประเทศไทย
ข้าราชการ พนักงานก็เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จฯ ปะเทศไทย
พังานส่วนตำบล เทศบาล ฯลฯก็เป็นข้าราชการประเทศไทย
ทุกมหาวิทยาลัย สถาบัน ข้าราชการ พนักงานส่วนตำบล ก็ช่วยเหลือ พัฒนา ประเทศไทย
ทำไมจึงไมทำให้เหมือนกัน ทำไมไมาคิดเหมือนกัน
เพื่อพัฒนาประเทศไทย

โดย : พนักงานส่วนตำบล [6 ก.ค. 2008 , 12:13:59 น.]

ความคิดเห็นที่ 20

เห็นด้วยครับ กับระเบียบนี้

โดย : บันทึก [9 ก.ค. 2008 , 13:45:57 น.]

ความคิดเห็นที่ 21

กรณีเรียกรับเงินเกิดจากผู้บริหารท้องถิ่นเรียกรับเงิน เพราะให้อำนาจแก่นายกมากเกินไป กรณีเรียกบรรจุแต่งตั้ง เลื่อนขั้นเงินเดือน โอนย้าย ควรให้คณะกรรมการกลางเป็นผ้ตัดสินใจในกรณีนี้ เพื่อลดปัญหาการเรียกรับเงินของผู้บริหาร

โดย : ข้าราชการผ้น้อย [12 ก.ค. 2008 , 22:09:21 น.]

ความคิดเห็นที่ 22

ใครร่างคนนั้นก็ได้ประโยชน์(ได้ประโยชน์แค่หัว แต่ หางแย่กว่าเดิม)

โดย : ท้องถิ่น [3 ก.ย. 2008 , 13:49:06 น.]

ความคิดเห็นที่ 23

ทั้งหมดคือแผนของนักการเมืองและนักวิชาการบางคน ที่ไม่เข้าใจการปกครองไทย ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นรัฐเดี่ยว จะแบ่งแยกมิได้ และเราปกครองในระบอบพระมหากษัตริย์ การที่เรากระจายอำนาจมากเกินไป บางครั้งมิได้เป็นผลดีต่อการปกครองที่มี King เป็นประมุขเลย ขอให้คณะกรรมการกระจายอำนาจหรือนักการเมืองบางคน และสมาคมท้องถิ่นต่างๆ คิดให้ลึกๆกว่านี้ ว่าทำไมจึงให้ท้องถิ่นขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย

โดย : ข้าราชการไทย [28 ก.ย. 2008 , 14:08:17 น.]

ความคิดเห็นที่ 24

ทำไมถึงไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ทำไมต้องให้ท้องถิ่นขึ้นกับผู้ว่ากับนายอำเภอ ทำไมต้องให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย เหตุเพราะ 1. ผู้ว่าฯ เปรียบเสมือนตัวแทนของส่วนกลาง และเปรียบเสมือนการดำรงอยู่ในการปกครองในระอบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และที่สำคัญคือการเป็นรัฐเดี่ยว 2. ทำไมถึงให้ท้องถิ่นอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ก็เพราะผู้ว่าและนายอำเภอ เป็นข้าราชการในพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นการดำรงไว้ซึ่งการปกครองที่เป็นปึกแผ่น 3. ที่ให้อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทยก็เพราะกระทรวงมหาดไทย เป็นกระทรวงที่แสดงถึงระบบการปกครองไทยที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 หากให้ท้องถิ่นมีอิสระมากเกินไป โดยการปกครองโดยอำนาจของนักการเมือง ที่มิใช่ตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของสถาบัน ถามว่าวันหนึ่งอะไรจะเกิดขึ้นการสถาบันเรา ที่ทุกคนให้ความเทิดทูน คณะกรรมการกระจายอำนาจและนักวิชาการบางคน ขอร้องเถอะหยุดสร้างระบบการเมืองที่แอบแฝงทำลายบางอย่างเลย

โดย : ข้าราชการไทย [28 ก.ย. 2008 , 14:16:16 น.]

ความคิดเห็นที่ 25

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ คห.ที่11

โดย : ทก. [16 ต.ค. 2008 , 10:22:54 น.]

ความคิดเห็นที่ 26

ทำไมการโอนย้ายของข้าราชการท้องถิ่นจะต้องมีการจ่ายเงิน ค่าเซ็นต์รับโอน ทำไมการโอนย้ายไม่รับเลยถ้ากรณีมีตำแหน่งว่างอยู่ ผมว่าเราหน้าจะมีการผลักดันจากส่วนต่างๆของข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกส่วนนะครับ ว่าถ้าในกรณีที่มีตำแหน่งว่างอยู่ในส่วนท้องถิ่นใดแล้วถ้ามีบุคลากรในตำแหน่งดังกล่าว ขอโอนย้ายมา ก็ให้ท้องถิ่นที่มีอัตตราว่างนั้นรับโอนบุคคลดังกล่าวเลยเพราะคุณมีตำแหน่งว่างอยู่แล้ว คุณก็ควรจะรับ โดยไม่ต้องบอกว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ตำแหน่งดังกล่าวในขณะนี้ (กรณีเปิดกรอบรอคนของตนเอง) เพราะมันฟังไม่ขึ้น ถ้าคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานบุคลากรในตำแหน่งดังกล่าวแล้วคุณจะเปิดกรอบตำแหน่งนั้นขึ้นมาทำซากอะไรใช่มั้ยครับ ผมว่าทางชมรมนิติกรของเราควรต้องเป็นกลุ่มผู้นำในการเปลี่ยนแปลงระบบดังกล่าวนะครับ เพราะผมเห็นว่าขณะนี้ข้าราชการท้องถิ่น ถูกมองจากสังคมข้างนอกแบบน่ารังเกียจว่าใช้เงินในการวิ่งเต้นในการบรรจุรวมทั้งในการโอนย้ายด้วย ขอให้ท่านประธานชมรมเป็นตัวตั้งตัวตีด้วยนะครับ

โดย นิติกร [28 เม.ย. 2552 , 09:49:47 น.] ( IP = 125.26.229.84 : : )



ข้อความ 1

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับผู้ตั้งกระทู้ ก็คงต้องรอ
พรบ.บุคคล ที่จะออกมาใหม่เร็วๆนี้ จ๊ะ

โดย นิติ [28 เม.ย. 2552 , 11:32:58 น.] ( IP = 125.26.224.38 : : )

ข้อความ 2

ปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะเรื่องระบบบริหารงานบุคคลผมได้ต่อสู้มาโดยตลอดแต่ลำพังชมรมนิติกรฯ ซึ่งเป็นองค์กรเล็กๆ ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาอะไรได้มากปัจจุบันผมได้ทำหน้าที่เต็มกำลังสามารถแล้วผมคิดว่ายังมีองค์กรอื่นที่มีศักยภาพ เช่น สมาคมที่เกี่ยวกับอปท. 3 ถึง 4 สมาคมจะต้องเป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องนี้มิใช่พิจารณาเพียงแต่เรื่องวาระการดำรงตำแหน่งของผู้บริหาร อปท.เท่านั้น เท่าที่ผมทราบร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภาผมไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีการรีบเร่งพิจารณากฎหมายฉบับนี่มากทั้งที่ผมเห็นว่ามันเป็นปัญหาที่มีความสำคัญน้อยกว่าปัญหาอื่นของ อปท. เช่น เรื่องการบริหารงานบุคคล เรื่องอำนาจหน้าที่ และเรื่องรายได้ของ อปท. เป็นต้น เชิญทุกท่านแสดงความเห็นด้วยครับ

โดย ประธานชมรมฯ [28 เม.ย. 2552 , 11:37:14 น.] ( IP = 58.147.40.251 : : )

ข้อความ 3

ฟ้องศาลปกครองให้เป็นบรรทัดฐานดีไหม...

โดย เปลวเทียน [28 เม.ย. 2552 , 13:25:11 น.] ( IP = 118.173.242.233 : : )

ข้อความ 4

เห็นด้วยกับทุกข้อความคะ ปัญาจะได้หมดไปอีกประเด็น ของปัญหาเป็นล้านๆของ อปท

โดย ไก่กินข้าวเปลือก [28 เม.ย. 2552 , 15:11:19 น.] ( IP = 118.172.74.39 : : )

ข้อความ 5

เป็นเสือไว้ซึ่งศักดิ์ศรี อย่าไปเป็นขี้ข้าหมาหิว เป็นไปได้ใช้ความสามารถโอนย้ายไปส่วนกลาง หรือองค์กรอิสระจะดีกว่าครับ

นกเลือกรังให้ดูไม้ ข้าดูนายให้ดูน้ำใจ

โดย ป.เบญจพล [28 เม.ย. 2552 , 15:46:10 น.] ( IP = 203.154.169.133 : : )

ข้อความ 6

ด้วยความเคารพทุกข้อความเห้นด้วยครับท่าน
โดยเฉพาะความเห้นของท่านประธานชมรมฯ
ทางสมาคม สมาพันธ์ ต่างๆของ อปท..ก็เป็นหนึ่ง
ในกลุ่มพลังของ อปท..ควรได้วิพากษ์ให้พี่ น้อง
อปท..พวกเราในระดับหนึ่งได้รับประโยชน์สูงสุด
กับ พรบ..เหล่านี้ด้วยนะครับผม เพราะ สมาคมฯ
ที่กล่าวมาแล้วนั้น ย่อมเข้าใจปัญหาตามกระทู้นั้น
มาโดยตลอดและมีพลังในการดำเนินการอยู่ใน
อปท..อยู่แล้ว ก็ขอฝากท่านผู้ตั้งกระทู้ ฝากเสนอ
แนวคิดผ่านไปยังทางสมาคมฯหรือสมาพันธ์ อปท..
ที่มีพลัง ช่วยอีกแรงนะครับท่าน หรือเพื่อนๆ อปท
เห็นอย่างไรช่วยต่อยอดด้วยครับผม

โดย นิติกรอิสาน050 [28 เม.ย. 2552 , 19:36:29 น.] ( IP = 125.26.230.213 : : )

ข้อความ 7

ผมขอเสนอให้ส่งเรื่องทางสื่อมวลชนหลายๆๆแขนงให้ตีแผ่เรื่องนี่คับให้เป็นปรเด็นเพราะลำพังเราไม่เสียงดังพอครับถ้าไม่มีสื่ออยู่ในมือและกรณ๊ฟ้องศาลปกครองผมก็เห็นด้วยเพราะเคยไปติดต่อขอโอนก็บอกว่ายังไม่จำเป็นเหมือนกันทั้งๆๆที่มีตำแหน่งว่างตอนแรกก็ว่าจะฟ้องศาลปกครองละครับแต่ถ้าฟ้องแล้วชนะก็คงมองหน้ากันไม่ติด

โดย นิติกรรม [29 เม.ย. 2552 , 09:57:46 น.] ( IP = 125.26.39.180 : : )

ข้อความ 8

สมาคมไหนสมาพันธ์ไหนครับถ้าสมาพันธ์ปลัดเขาสวัสดิการได้พอใจแล้วส่วนสมาคมนั้นก็คงช่วยเขาในเรื่องปลดวาระนั้นแหละครับเรามันเสียงนกเสียงกาเขา(เรียกร้องปลดวาระ)เสียงฟ้าร้องมันได้ยินดัง

โดย นิติกรจริง [29 เม.ย. 2552 , 11:10:35 น.] ( IP = 125.26.200.52 : : )

ข้อความ 9

ช่วยกันแสดงความคิดเห็นแล้วสะท้อนให้ถึงรัฐสภาด้วยนะครับว่าโอนย้ายเสียเงิน บรรจุเสียเงินนายก ก็มีแต่หาวิธีโกงสาระพัดอย่าง คุณพร้อมหรือยังที่จะเลือกคนโกงเข้ามาบริหาร


โดย : ขอเสนอแนะเล็กน้อยจากนิติกร [29 เม.ย. 2009 , 15:28:19 น.]

ความคิดเห็นที่ 27

กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น ควรจะขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี หรือจัดทั้งเป็นทบวง สาเหตุเนื่องมาจากมีการถ่ายโอนบุคลากรจากส่วนภูมิภาคมาอยู่ด้วย ให้บุคลากรที่ถ่ายโอนมีความมั่นใจและมั่นคง เพราะทุกวันนี้สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การถ่ายโอนภารกิจงาน และบุคลากรจากส่วนภูมิภาคไม่บรรลุผลสำเร็จก็มาจาก อปท.ไปสังกัดกรมส่งเสริมฯ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งแทนที่จะดีกว่าเดิม ถูกลดระดับลงมาอีก การร่างกฏหมายจึงต้องคำนึงถึงหลาย ๆ ด้านด้วย การใช้อำนาจของนายก อปท. ที่มาจากการเลือกตั้งก็เหมือนกัน ว่าควรมีอำนาจเพียงใดสำหรับการบริหารงานบุคคล เพราะที่มาของข้าราชการ กับที่มาของผู้บริหารท้องถิ่นคนละรูปแบบกัน

โดย : ข้าราชการ อบจ. [27 ก.ค. 2009 , 11:02:38 น.]

ความคิดเห็นที่ 28

ขอแสดงความเห็นเพิ่มเติมครับ
1. ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก.ถ. (เหมือน ก.พ.)
2. ให้มีการจัดตั้งทบวงท้องถิ่น
3. ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงเป็นรองประธาน กถ.
4. ให้สำนักงาน ก.ถ.เป็นกรม ๆ หนึ่ง ในทบวงท้องถิ่น
5. ให้เรียกข้าราชการในทบวงท้องถิ่นทั้งหมดว่า "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" ซึ่งอาจจะโอนมา หรือคัดเลือก หรือสอบบรรจุแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี (จะได้เหมือนกันกับพวกเรา) ซึ่งไม่จำเป็นต้องขอตัวข้าราชการจาก อบจ. อบต. เทศบาล มาปฏิบัติหน้าที่ทบวงหรือในสำนักงาน ก.ถ. ให้มีอัตรากำลังเป็นของตนเอง
6. ให้สำนักงาน ก.ถ.มีผู้บังคับบัญชาข้าราชการ มีตำแหน่งเรียกว่า เลขาธิการ ก.ถ. (เหมือนเลขาธิการ ก.พ.)
7. ให้ปลัดทบวงเป็นเลขานุการ ก.ถ. และ เลขาธิการ ก.ถ.เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
8. ให้เรียกพนักงานส่วนตำบลว่า "ข้าราชการองค์การบริหารส่วนตำบล" ไม่ใช่ "ข้าราชการส่วนตำบล" เหมือนที่เคยสำรวจกันมา เพราะพนักงานเทศบาลเขาเรียกว่า "ข้าราชการเทศบาล" อบจ.เขายังเรียกว่า "ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด" เพราะถ้าเป็นข้าราชการส่วนตำบล คนจะสงสัยว่า "ข้าราชการส่วนอำเภอ" อยู่ที่ไหน อยู่บนที่ว่าการอำเภอมั๊ง คิดดูเถอะ สถานะของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในความคิดของคนบางพวกยังคิดว่าเราเป็นข้าราชการชั้น 2 แต่ถ้าไปเรียกข้าราชการส่วนตำบล คิดหรือว่าจะอยู่ชั้น 2 อาจจะอยู่ชั้น 4 หรือ 5 หรือ 6 ก็ได้ ขอเถอะ ขอเป็น "ข้าราชการองค์การบริหารส่วนตำบล" นะ ถ้าเรียก "ข้าราชการส่วนตำบล" ผมจะโอนไปอยู่ เทศบาลหรือ อบจ.
9. ให้มีสำนักงาน อ.ก.ถ.จังหวัด ย่อส่วนมาจาก สำนักงาน ก.ถ. เป็นส่วนราชการระดับจังหวัด มีผู้อำนวยการสำนักงานเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ ซึ่งเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น
10. ให้ประธาน อ.ก.ถ.มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ
11. ผอ.สำนักงาน อ.ก.ถ.เป็นเลขานุการ อ.ก.ถ.
12. สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดให้ไปส่งเสริมด้านอื่น อย่ามายุ่งกับการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น เราขอให้คนท้องถิ่นด้วยกันมาบริหารกันเอง
13. ไม่ให้นายกมีอำนาจในการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการ ให้ไปบริหารด้านอื่น ๆ เช่น การพัฒนา การดูแลสุขทุกข์ของราษฎร เพราะไม่อย่างนั้น นายกจะต้องเรียกเงินค่าบรรจุ หรือแม้แต่โอนย้ายยังต้องเสีย 5 หมื่น
14. ขอให้เพิ่มจำนวนของคณะกรรมการผู้แทนฝ่ายข้าราชการส่วนท้องถิ่น เพราะเป็นงานบุคคลท้องถิ่น คือให้เพิ่มปลัดท้องถิ่น อีก 5 คน
15. ขอฝากไว้ว่ากฎหมายเขียนขึ้นด้วยมือและสมอง ขอให้มองไกล ๆ มองภาพกว้าง
คิดไกล มองไกล ใจกว้าง สร้างมิตรภาพ
เพื่อความสุขอย่างพอเพียง กฏหมายใดที่เป็นประโยชน์แก่คนหมู่มากก็เขียนไปเถอะ แต่ถ้ากาลเวลาเปลี่ยนไป สถานการณ์เปลี่ยนไป กฎหมายก้ต้องแก้ตาม

โดย : นักพัฒนาชุมชน อบต. [24 พ.ย. 2009 , 07:16:38 น.]

ขอเชิญร่วมเสนอแนะเกี่ยวกับ Poll นี้
กรุณากรอก Code ด้านบน : 
 *
จาก :   *  
E-mail :    
ICQ :    
ข้อความ :   *  
    *
  กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว....